บททั้งหมดของ รอยรักกลิ่นสาวงาม: บทที่ 11 - บทที่ 20

30

บทที่ 11

บ้าเอ๊ย มันคือถุงน่องที่ผมเพิ่งเอามาใช้เมื่อคืนแล้วยังไม่ทันได้ซัก ดันถูกซูหนิงมาเจอเข้าซะได้บนถุงน่องนั่น ยังมีคราบสีขาวๆ หลงเหลืออยู่ต่อให้ผมจะเป็นคนหน้าด้านหน้าทนแค่ไหน มาเจอสถานการณ์แบบนี้ก็รับไม่ไหวเหมือนกัน แทบอยากจะแทรกแผ่นดินหนี การที่เรื่องลามกแบบนี้ถูกจับได้ มันส่งผลกระทบต่อจิตใจอย่างรุนแรงจริงๆ“แม่ก็ว่าอยู่ ผ่านไปตั้งเดือนกว่าแล้ว ทำไมท้องของจื่อเหยียนถึงยังไม่มีวี่แววสักที ที่ไหนได้ แม่ดันมาเจอถุงน่องคู่นี้” ซูหนิงพูดขึ้นผมหน้ามืดเลย ใครจะไปคิดล่ะว่า ผู้หญิงที่ดูสง่างามและดูดีมีระดับอย่างซูหนิง จะมีงานอดิเรกชอบรื้อดูเสื้อผ้าของคนอื่นด้วย? คิดไม่ถึงจริงๆ ว่าความลับจะมาแตกเอาตรงนี้ก็เล่นปล่อยใส่ถุงน่อง ไม่ได้ปล่อยเข้าไปในตัวของซูจื่อเหยียน แล้วมันจะท้องได้ยังไงล่ะ!พอเหลือบมองคราบที่อยู่บนถุงน่อง ใบหน้าของซูหนิงก็เปลี่ยนเป็นสีแดงระเรื่อ เธอเองก็คงจะรู้สึกเขินอายอยู่เหมือนกัน“ตอนนั้นแม่ก็เลยโทรไปถามจื่อเหยียนว่า นี่มันเกิดอะไรขึ้นกันแน่...”โทรหาซูจื่อเหยียนเนี่ยนะ?คราวนี้ เรื่องใหญ่ของจริงแล้ว ดันให้ผู้หญิงที่ห้ามรู้เรื่องนี้มากที่สุดมารู้เข้า ซูจื่อเหยียนผู้ห
อ่านเพิ่มเติม

บทที่ 12

ซูหนิงไม่ได้สังเกตเห็นคลื่นใต้น้ำที่กำลังปะทุอยู่ตรงนี้เลย เธอยิ้มบางๆ แล้วหันไปพูดกับซูจื่อเหยียน “จื่อเหยียน ลูกก็เหมือนกันนะ ตอนทำงานน่ะไม่เป็นไรหรอก แต่ตอนอยู่บ้านก็ไม่ต้องเคร่งเครียดขนาดนั้นก็ได้”“ก็เพราะลูกทำตัวเคร่งขรึมอยู่ตลอดเวลานี่ไง ผู้ชายเห็นถึงได้กลัวกันหมด”“เสี่ยวเฉินเองก็ไม่ต้องไปคิดมาก ไม่ต้องกดดันขนาดนั้นหรอก จริงๆ แล้วนิสัยของจื่อเหยียนน่ะ อ่อนโยนบอบบางมากเลยนะ”อ่อนโยนบอบบาง...อ่อนโยนบอบบางบ้าบออะไรล่ะ! ถ้าผู้หญิงคนนี้เรียกว่าบอบบาง งั้นบนโลกนี้คงไม่มีคำว่าหญิงแกร่งแล้วมั้ง?ก็มีแต่ตอนอยู่ต่อหน้าแม่นี่แหละที่ทำตัวเป็นเด็กดี พอแม่เดินคล้อยหลังไป ก็พร้อมจะระเบิดลงเหมือนภูเขาไฟนั่นแหละในใจของผมสั่น ได้แต่ภาวนาให้ซูหนิงอยู่ตรงนี้นานอีกสักหน่อยแต่ความหวังของผมก็พังทลายลงอย่างรวดเร็ว“จริงสิ จื่อเหยียน ก่อนหน้านี้เสี่ยวเฉินดรอปเรียนตอนมหาวิทยาลัยใช่ไหม?” จู่ๆ ซูหนิงก็ถามขึ้นซูจื่อเหยียนชะงักไปครู่หนึ่ง ก่อนจะพยักหน้ารับ“งั้นก็ดีเลย ให้เสี่ยวเฉินกลับไปเรียนมหาวิทยาลัยสิ ลูกเองก็ทำงานเป็นกรรมการบริหารอยู่ที่นั่น พอไปถึงจะได้มีเวลาใกล้ชิดกับเสี่ยวเฉินมากขึ้น
อ่านเพิ่มเติม

บทที่ 13

จากนั้นซูจื่อเหยียนก็คว้าแก้วน้ำที่วางอยู่ข้างๆ ขึ้นมา แล้วฟาดเข้าที่หัวของผมดังเพล้งหัวของผมมึนไปชั่วขณะ ร่างกายโงนเงนไปมาเล็กน้อย จากนั้นก็รู้สึกถึงของเหลวอุ่นๆ ไหลหยดลงมาตามใบหน้ามันคือเลือด!สีแดงสดที่ดูบาดตา ไหลลงมาตามแก้มจนถึงมุมปากผมใช้ลิ้นแตะเบาๆ รสชาติคาวคลุ้งไปทั่วปากการกระทำนี้ ทำให้ซูจื่อเหยียนดึงสติกลับมาจากความโกรธจัดได้บ้าง แววตาของเธอฉายแววตื่นตระหนกขึ้นมาเล็กน้อยแต่พอสายตาเธอเหลือบไปเห็นถุงน่องนั้นบนเตียง ความโกรธแค้นในใจก็ปะทุขึ้นมาอีกครั้ง“ไอ้สวะ ไอ้สารเลว!”“มิน่าล่ะ พ่อแม่นายถึงไม่เอานาย ไอ้เด็กเกิดมาแต่ไม่มีใครสั่งสอน...” ซูจื่อเหยียนอดไม่ได้ที่จะตะโกนด่าทอเสียงดังตอนแรกผมพยายามอดทนมาตลอด ต่อให้โดนแก้วฟาดจนหัวแตก ผมก็ยังกัดฟันทนแต่พอซูจื่อเหยียนพูดประโยคนี้ออกมา ผมก็ควบคุมไฟโทสะในใจตัวเองไม่ได้อีกต่อไป “มีคนเลี้ยงผม ปู่เป็นคนเลี้ยงผมมา...”ซูจื่อเหยียนแค่นหัวเราะเยาะ “ปู่เลี้ยงนายมางั้นเหรอ? ปู่นายเลี้ยงนายมาให้เป็นไอ้สวะแบบนี้เนี่ยนะ? ดูท่าปู่นายก็คงจะไม่ใช่คนดีอะไรเหมือนกันนั่นแหละ ไม่งั้นจะสั่งสอนนายให้เป็นคนสันดานแบบนี้ได้ยังไง?”อะไรนะ?ค
อ่านเพิ่มเติม

บทที่ 14

เพียะ...ยังพูดไม่ทันจบ ฝ่ามือของผมก็ฟาดลงบนใบหน้าของซูจื่อเหยียน รอยนิ้วมือสีแดงเถือกห้ารอยปรากฏขึ้นบนแก้มของเธอแทบจะในทันทีตบฉาดนี้ ทำเอาซูจื่อเหยียนถึงกับชะงักไป ตัวแข็งทื่ออยู่อย่างนั้น ไม่ขยับเขยื้อนแม้แต่น้อยตัวเองโดนตบงั้นเหรอ?ซูจื่อเหยียนไม่เคยถูกใครตบหน้ามาก่อน วินาทีนั้นเธอถึงกับทำอะไรไม่ถูก ใบหน้าร้อนผ่าวเจ็บแสบ ดวงตากลมโตเป็นประกายเริ่มมีหยาดน้ำตาสองสายไหลรินลงมาจากขอบตาอย่างไม่อาจควบคุมผ่านไปไม่กี่วินาที จู่ๆ ซูจื่อเหยียนก็แผดเสียงกรีดร้องออกมา “นาย... นายกล้าตบฉันเหรอ...”เธอแผดเสียงร้องพลางดิ้นรนอย่างเอาเป็นเอาตาย แต่ตอนนี้ไฟโทสะของผมมันปะทุขึ้นมาแล้วผมทนได้ ที่ผ่านมาผมก็อดทนมาตลอด ต่อให้ซูจื่อเหยียนจะทั้งทุบตีทั้งด่าทอ ต่อให้หัวร้างข้างแตก ผมก็กัดฟันทนแต่ว่า คนเราทุกคนย่อมมีจุดที่ห้ามก้าวล่วงกันทั้งนั้นไม่ว่าใคร ในใจของทุกคนต่างก็มีบางสิ่งที่ห้ามแตะต้อง ผมเองก็เช่นกันสำหรับผม สิ่งที่ยอมไม่ได้ที่สุดคือการที่มีคนมาดูถูกเหยียดหยามปู่ของผมนั่นคือสิ่งที่ผมไม่มีทางทนได้เด็ดขาดพ่อแม่ผมเป็นผีพนัน ตั้งแต่เด็กก็มีแต่ปู่ที่คอยเลี้ยงดูผมมา มีแต่ปู่ที่คอยดูแลผม
อ่านเพิ่มเติม

บทที่ 15

ผมจะขืนใจคุณ!เมื่อคำพูดที่เย็นเยียบแฝงไปด้วยลมหายใจร้อนผ่าวทะลุเข้าไปในหูของซูจื่อเหยียน ใบหน้าของเธอก็เต็มไปด้วยความหวาดกลัวในทันที ร่างกายดิ้นรนอย่างหนักหน่วงขึ้น หวังจะดิ้นให้หลุดจากใต้ร่างของผมแต่ถึงแม้จะมาถึงขั้นนี้แล้ว ซูจื่อเหยียนก็ยังไม่ยอมจำนน ปากก็ยังไม่ยอมเอ่ยคำขอโทษ แถมยังขู่ผมไม่หยุด“หยางเฉิน หยุดเดี๋ยวนี้นะ”“ถ้านายกล้าทำแบบนั้นล่ะก็ ฉันจะไปแจ้งความ นายติดคุกแน่”“ฉันไม่ปล่อยนายไว้แน่...”ติดคุก? ไม่ปล่อยผมไว้งั้นเหรอ?บ้าเอ๊ย ในเมื่อเรื่องราวมันถูกเปิดโปงออกมาหมดแล้ว และมาถึงขั้นนี้แล้ว ฉันยังจะต้องกลัวติดคุกอีกเหรอ?ต่อให้ไม่ติดคุก ถ้าไม่มีเงินไปใช้หนี้นอกระบบที่พ่อแม่เฮงซวยก่อไว้ ฉันก็ต้องตายอยู่ดีไม่ใช่หรือไง? ติดคุกแล้วมันจะทำไมวะเมื่อคนคนหนึ่งบ้าคลั่งและสิ้นหวังอย่างถึงที่สุดแล้ว ก็ไม่มีอะไรบนโลกนี้ที่จะมาข่มขู่เขาได้อีกคำขู่ของซูจื่อเหยียนกลับกลายเป็นการราดน้ำมันลงบนกองไฟ มันทำให้ความป่าเถื่อนและแรงปรารถนาในใจของผมทวีความรุนแรงขึ้นไปอีกผู้หญิงที่ทั้งสวยและเย่อหยิ่งขนาดนี้... อยากรู้นักว่า ตอนที่ผู้หญิงเย่อหยิ่งคนนี้ถูกผู้ชายที่ตัวเองดูถูกมาตลอดกดทั
อ่านเพิ่มเติม

บทที่ 16

ดวงตาที่แทบจะพ่นไฟคู่นั้นแฝงเร้นไปด้วยสิ่งที่แทบจะเรียกได้ว่าเป็นจิตสังหาร ซูจื่อเหยียนในตอนนี้แทบจะเคียดแค้นจนอยากจะสับผมให้แหลกเป็นพัน ๆ ชิ้นทว่าในส่วนลึกสุดของดวงตาคู่นั้น กลับเผยให้เห็นถึงความอ่อนแอที่ยากจะสังเกตเห็นออกมา รวมถึงความหวาดกลัวความอ่อนแอและความหวาดกลัวนั้น ทำให้ผมรู้สึกตื่นเต้นเป็นพิเศษ ผมแทบจะอดใจรอไม่ไหวที่จะฉีกทึ้งเปลือกจอมปลอมบนร่างของผู้หญิงคนนี้ออก เพื่อให้ด้านที่อ่อนแอที่สุดของเธอถูกเปิดเผยออกมาอย่างหมดเปลือก...“อย่านะ…”เสียงกรีดร้องแหลมบาดหูแผดดังออกมาจากริมฝีปากของซูจื่อเหยียนซูจื่อเหยียนเบิกตากว้าง ร่างกายสั่นเทาไม่หยุดส่วนสีหน้าของผมนั้น กลับยิ่งบิดเบี้ยวและตื่นเต้นมากขึ้นเรื่อย ๆความหวาดกลัวอย่างรุนแรงแบบที่ไม่เคยมีมาก่อนในจิตใจ ถึงขั้นทำให้ดวงตาทั้งสองข้างของซูจื่อเหยียนเอ่อล้นไปด้วยความสิ้นหวังออกมาอย่างไม่อาจควบคุมได้ที่หางตาของซูจื่อเหยียน หยาดน้ำตาใสสองสายร่วงหล่นลงมาอย่างไม่อาจกลั้นเอาไว้ได้เดิมทีผมตั้งใจจะพูดจาเหยียดหยามซูจื่อเหยียนต่ออีกสักสองสามคำ แต่เมื่อผมบังเอิญมองไปเห็นใบหน้าของเธอ โดยเฉพาะหยาดน้ำตาสองสายนั้นในวินาทีนั้น ผ
อ่านเพิ่มเติม

บทที่ 17

“อย่า อย่าเข้ามานะ” ซูจื่อเหยียนแผดเสียงกรีดร้องทว่า พอผมเหลือบไปมองของที่อยู่ในมือของซูจื่อเหยียน ก็อดไม่ได้ที่จะหลุดยิ้มออกมาเล็กน้อยยิ้มงั้นเหรอ?ยังจะยิ้มอีกเหรอ? ในเวลาแบบนี้ ยังจะยิ้มออกมาได้อีกงั้นเหรอ?“นี่ คุณคิดว่าสิ่งที่ถืออยู่ในมือนั่นคือมีดหรือไง?” ผมถามซูจื่อเหยียนซูจื่อเหยียนอึ้งไปครู่หนึ่ง จากนั้นถึงเพิ่งจะสังเกตเห็นว่าสิ่งที่ตัวเองกำไว้แน่นในมือนั้น ที่แท้ก็คือถุงน่องข้างก่อนหน้านี้นั่นเองความหวาดกลัวและความแค้นใจที่อัดอั้นอยู่เต็มอก ในตอนนี้กลับแฟบลงราวกับลูกบอลที่ถูกเจาะรู เธอโยนถุงน่องในมือทิ้งไปด้านข้างอย่างอ่อนแรง“ขอโทษที เมื่อกี้เหมือนผมจะขาดสติไปหน่อย” ผมสูดหายใจเข้าลึก ๆ ก่อนจะหยิบบุหรี่ออกมาจากกระเป๋าหนึ่งมวน นั่งลงที่ข้างเตียงแล้วจุดมันขึ้นมาควันบุหรี่ลอยคละคลุ้งไปรอบตัว รู้สึกแสบร้อนลามไปถึงลำคอและช่องอก“เรื่องนี้มันเป็นความผิดของผมเอง คุณจะตบจะด่าผมยังไงผมยอมรับได้หมด แต่ผมแค่ไม่ยอมให้ใครมาดูถูกปู่ของผม” ผมพูดด้วยน้ำเสียงแผ่วเบาซูจื่อเหยียนดูเหมือนจะเริ่มใจเย็นลงบ้างเล็กน้อย “ปู่ของนาย ดีกับนายมากเลยเหรอ?”ผมไม่คิดเลยว่าซูจื่อเหยียนจะถามอ
อ่านเพิ่มเติม

บทที่ 18

ต่อไปจะต้องทำยังไง ผมเองก็ไม่มีความคิดอยู่ในหัวเลยแม้แต่น้อยผมก็ไม่รู้เหมือนกันว่าอนาคตของตัวเองจะมีสภาพเป็นยังไง บางทีอาจจะถูกพวกแก๊งทวงหนี้จับตัวไป แล้วควักเครื่องในไปขายเอาเงินงั้นเหรอ?ไม่รู้ว่าเมื่อไหร่ ถึงจะมีคนไปพบศพเน่าเปื่อยของผมอยู่ในกองขยะ?ใครจะไปรู้ล่ะ คงต้องไปตายเอาดาบหน้าแล้วแต่ตอนที่ผมเพิ่งจะเดินไปถึงหน้าประตู จู่ ๆ เสียงของซูจื่อเหยียนก็ดังมาจากข้างหลัง “นายจะไปไหน?”ผมชะงักไปครู่หนึ่ง หันไปมองซูจื่อเหยียนด้วยความแปลกใจ “ก็ต้องหนีสิ คุณจะแจ้งตำรวจไม่ใช่เหรอ ผมคงไม่อยู่รอให้ถูกจับหรอกนะ?”ไม่สิ ความจริงพอลองคิดดูแล้ว ถูกจับเข้าคุกไปก็ไม่ได้มีข้อเสียอะไรนี่นาพวกแก๊งทวงหนี้ต่อให้เก่งกาจแค่ไหน ก็คงไม่กล้าเข้าไปหาเรื่องถึงในโรงพักหรอกมั้ง?เมื่อเห็นว่าผมกำลังมองเธออยู่ ซูจื่อเหยียนก็ดึงผ้าห่มมาคลุมตัวตามสัญชาตญาณ จากนั้นก็เบิกตากว้างจ้องมองผมด้วยความเคยชิน ก่อนหน้านี้เวลาที่เผชิญหน้ากับผม เธอก็มักจะมีท่าทีแบบนี้มาตลอดทว่าตอนนี้ซูจื่อเหยียนดูเหมือนจะยังคงหวาดกลัวอยู่บ้าง หลังจากถลึงตาใส่ผมได้แวบหนึ่ง เธอก็หดคอลงทันที ไม่เหลือความน่าเกรงขามเหมือนแต่ก่อนอีกเลยหล
อ่านเพิ่มเติม

บทที่ 19

อะไรนะ? ให้ตัวเองช่วยเขาแก้ปัญหางั้นเหรอ?ไม่เอาหรอก ไม่มีทางเด็ดขาดซูจื่อเหยียนส่ายหน้าไปมาอย่างรวดเร็วเพื่อแสดงการปฏิเสธแต่ว่า สิ่งที่ผมพูดมันก็เป็นปัญหาจริง ๆ นั่นแหละหลังจากผ่านเหตุการณ์เมื่อครู่นี้ นิสัยของซูจื่อเหยียนดูเหมือนจะไม่ได้เต็มไปด้วยหนามแหลมเหมือนแต่ก่อนแล้ว หรือว่าผู้หญิงคนนี้จะมีรสนิยมชอบความรุนแรงกันเนี่ย ไม่หรอกมั้ง?ซูจื่อเหยียนเอียงคอเล็กน้อย กำลังครุ่นคิดถึงสิ่งที่ผมพูดพูดจริง ๆ นะ ผมก็แค่พูดมั่ว ๆ ไปอย่างนั้นแหละ ถึงแม้ผมจะแสร้งทำตัวเป็นผู้ถูกกระทำ แต่ไม่ว่าจะพูดยังไง มันก็เปลี่ยนความจริงที่ว่าผมทำเรื่องโรคจิตพวกนั้นลงไปไม่ได้อยู่ดีแต่ดูเหมือนว่าซูจื่อเหยียนจะแอบยอมรับมันได้นิดหน่อยแฮะใบหน้าของเธอแดงก่ำ “แต่... ก็ ไม่ควรทำเรื่องแบบนั้นอยู่ดีนั่นแหละ มันโรคจิตเกินไปแล้วจริง ๆ”โดยเฉพาะพอคิดว่าถุงน่องที่ถูกผู้ชายคนนี้เอาไปใช้ทำเรื่องแบบนั้น ตัวเองกลับเอามันมาสวมไว้บนขา ซูจื่อเหยียนก็รู้สึกขนลุกซู่ไปทั้งตัวผมยักไหล่ “ช่วยไม่ได้นี่นา ผู้ชายก็แบบนี้แหละ มักจะต้องการความตื่นเต้นเร้าใจบ้างเป็นธรรมดา”ซูจื่อเหยียนรู้กาลเทศะดีพอที่จะไม่ถามต่อว่าความตื่น
อ่านเพิ่มเติม

บทที่ 20

ใช่แล้ว ซูจื่อเหยียนยังบริสุทธิ์อยู่และจุดนี้แหละที่เป็นสิ่งที่ทำให้ผมประหลาดใจที่สุดก็ในเมื่อผมเป็นสามีคนที่สี่ของเธอแล้ว แถมเธอยังมีลูกสาวอีกต่างหาก จะยังเป็นครั้งแรกอยู่ได้ยังไง?เมื่อได้ยินคำถามของผม ใบหน้าของซูจื่อเหยียนก็แดงซ่านขึ้นมา เธอหลุบตาลงต่ำเล็กน้อย แล้วพึมพำเสียงเบา “ทำไม บริสุทธิ์แล้วมันทำไม นายดูถูกหรือไง? หรือมันไปหนักหัวนายตรงไหน?”“ไม่ ๆ ๆ ไม่ได้ดูถูก แค่รู้สึกแปลกใจน่ะ ทั้ง ๆ ที่เคยมีสามีมาแล้วถึงสามคน หรือว่าผู้ชายสามคนนั้นจะเสื่อมสมรรถภาพ หรือไม่ก็เป็นเกย์? ไม่งั้นเวลาอยู่ต่อหน้าคนสวยแบบคุณ จะทนเฉยอยู่ได้ยังไง?” ผมพูดพลางกะพริบตาปริบ ๆนี่ไม่ได้แกล้งยอหรอกนะซูจื่อเหยียนเป็นผู้หญิงที่สวยและมีเสน่ห์ดึงดูดมากจริง ๆ ขนาดผมเองเมื่อกี้ก็ยังแทบจะควบคุมตัวเองไม่อยู่ผมไม่เชื่อหรอกว่าจะมีผู้ชายปกติคนไหน ที่ได้ใช้ชีวิตอยู่ร่วมกับผู้หญิงแบบซูจื่อเหยียนทั้งวันทั้งคืน แล้วจะยังทนเฉยอยู่ได้คำชมแบบนี้ สำหรับผู้หญิงแล้วยังไงก็ฟังดูดี ซูจื่อเหยียนเองก็ไม่เว้น สีหน้าของเธอผ่อนคลายลงเล็กน้อย ก่อนจะอธิบายว่า “หึ พวกผู้ชายน่ะ ก็เป็นสัตว์ประเภทเดียวกันหมดนั่นแหละ เอาสมองไป
อ่านเพิ่มเติม
ก่อนหน้า
123
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป
DMCA.com Protection Status