ความเงียบงันที่ครอบคลุมไปทั่วทั้งนครลอยฟ้าที่สาบสูญนั้น เป็นความเงียบที่หนักอึ้งและเย็นเยียบประดุจเกล็ดน้ำแข็งที่เกาะกุมขั้วหัวใจ ทุกย่างก้าวของทีมสำรวจที่นำโดยเกรซ แอนเดอร์สัน และจอมมารไคเซอร์ ดังก้องกังวานไปตามทางเดินที่ปูด้วยแผ่นหินอ่อนสีขาวบริสุทธิ์ อาคารบ้านเรือนที่ถูกรังสรรค์ขึ้นอย่างวิจิตรบรรจงตั้งตระหง่านอยู่สองข้างทาง ทว่ากลับไร้ซึ่งเงาของสิ่งมีชีวิต ไร้ซึ่งร่องรอยของการเคลื่อนไหวใดๆ ราวกับว่าเวลาในสถานที่แห่งนี้ถูกแช่แข็งเอาไว้ตั้งแต่เมื่อนับพันปีก่อนหลังจากก้าวเดินผ่านเขาวงกตแห่งสถาปัตยกรรมที่ว่างเปล่ามาเนิ่นนาน ในที่สุดพวกเขาก็เดินทางมาถึงใจกลางของนครลอยฟ้า เบื้องหน้าของคณะสำรวจคือวิหารกลางขนาดมโหฬารที่ตั้งตระหง่านท้าทายแสงอาทิตย์ โครงสร้างของวิหารหลังนี้แตกต่างจากทุกสิ่งปลูกสร้างที่พวกเขาเคยพบเห็น เสาหินศิลาขนาดยักษ์สลักลวดลายเกลียวคลื่นและก้อนเมฆค้ำยันโดมหลังคาที่โปร่งแสง บานประตูทางเข้าทำจากแร่โลหะสีทองหม่นที่เต็มไปด้วยร่องรอยของกาลเวลา ทว่ายังคงแผ่กลิ่นอายของอำนาจที่ไม่อาจล่วงละเมิดได้จอมมารไคเซอร์ก้าวออกไปเบื้องหน้า แผ่นหลังกว้างของเขายืดตรงตระหง่าน แผ่ร
Magbasa pa