Mag-log inทะลุมิติมาปุ๊บ สถาปนิกสาวก็พบว่าตัวเองรอถูกบูชายัญต่อหน้าจอมมาร เกรซต้องพิสูจน์คุณค่าตัวเองผ่านงานออกแบบ เพื่อเปลี่ยนสถานะจาก "เหยื่อ" เป็น "คนสำคัญ" งานรื้อปราสาทจอมมารได้เริ่มต้นขึ้นแล้ว!!
view moreความเย็นเยียบของพื้นศิลาสีขาวบริสุทธิ์แผ่ซ่านเข้าสู่ผิวหนัง ทะลุผ่านเนื้อผ้าของชุดราตรีที่ขาดวิ่นและเปรอะเปื้อนไปด้วยคราบฝุ่นหินและหยาดโลหิต เกรซ แอนเดอร์สัน ราชินีสถาปนิกแห่งนครสุริยัน ทิ้งร่างที่อ่อนล้าลงนอนแนบกับพื้นหอคอยอันโดดเดี่ยว ร่างกายของนางบอบช้ำอย่างหนักจากการฝืนทนต่อความเจ็บปวดและการขูดเซาะรอยต่อของกำแพงเพื่อทำลายผลึกเวทมนตร์ ปลายนิ้วทั้งสิบเต็มไปด้วยบาดแผลและรอยถลอก ลมหายใจที่พรูออกจากริมฝีปากแห้งผากนั้นแผ่วเบาและขาดห้วง ท่ามกลางความมืดมิดที่มีเพียงแสงจันทร์สลัวลอดผ่านช่องแสงเล็กๆ เบื้องบน ความเงียบสงัดของคุกไร้ประตูแห่งนี้เปรียบเสมือนก้อนหินขนาดยักษ์ที่กดทับลงบนทรวงอก มันชวนให้ผู้คนรู้สึกอ้างว้างและสิ้นหวังอย่างถึงที่สุดราชินีสถาปนิกตะแคงใบหน้า แนบแก้มและใบหูลงกับพื้นหินอ่อนที่เย็นจัด นางไม่ได้ทำเพื่อเรียกร้องความเมตตาจากโชคชะตา ทว่าในฐานะนายช่างใหญ่ การแนบชิดกับโครงสร้างคือวิถีทางเดียวที่จะทำให้จิตวิญญาณของนางสงบลงได้ นางพยายามเงี่ยหูฟังเสียงการลั่นของก้อนศิลา เสียงการทรุดตัวของรากฐาน หรือแม้กระทั่งเสียงสายลมที่พัดผ่านรอยต่อของอาคารด้านนอก ทว่าหอคอยแห่งนี้กลับถู
ความเงียบสงัดภายในคุกไร้ประตูยังคงทำหน้าที่เป็นเพชฌฆาตที่เชือดเฉือนจิตวิญญาณอย่างเลือดเย็น แสงจันทร์สีเงินยวงที่เคยทอดตัวลงมาเยือนได้เลือนหายไปตามกาลเวลา ถูกแทนที่ด้วยแสงอรุณรุ่งสีทองอ่อนละมุนที่ค่อยๆ สาดส่องผ่านช่องแสงขนาดเล็กบนยอดโดมลงมากระทบพื้นหินอ่อนสีขาวบริสุทธิ์ ทว่าความสว่างไสวของวันใหม่กลับไม่อาจนำพาความหวังใดๆ มาสู่กรงขังที่ถูกออกแบบมาเพื่อบดขยี้สติปัญญาแห่งนี้ได้เลย เกรซ แอนเดอร์สัน ราชินีสถาปนิกแห่งนครสุริยัน นั่งทรุดกายอยู่บนพื้นศิลาที่เย็นเฉียบ ลมหายใจของนางหอบถี่และขาดห้วง ร่างกายที่บอบบางชุ่มโชกไปด้วยหยาดเหงื่อเย็นเยียบที่ผุดพรายขึ้นมาจากการฝืนทนต่อความเจ็บปวด คราบเลือดที่แห้งกรังบริเวณโพรงจมูกและมุมปากเป็นหลักฐานชั้นดีที่ตอกย้ำถึงความโหดร้ายของอาคมสลายสมาธิที่ฝังรากลึกอยู่ในทุกอณูของกำแพงหินทว่า ท่ามกลางความอ่อนล้าที่แทบจะพรากสติสัมปชัญญะ นัยน์ตาสีฟ้าครามคู่สวยของสถาปนิกสาวกลับยังคงทอประกายความดื้อรั้นและเด็ดเดี่ยวอย่างหาที่สุดไม่ได้ นางไม่ยอมพ่ายแพ้ต่อความวิปริตของนักบวชเหล่านั้น และไม่มีวันยอมให้บุรุษที่นางรักต้องถูกทรมานจนตายอยู่ในขุมนรกใต้ดิน นางก้มหน้าลงม
ความมืดมิดและอุณหภูมิที่หนาวเหน็บจนเสียดแทงทะลุขั้วกระดูกยังคงทำหน้าที่เป็นผู้คุมที่ซื่อสัตย์ที่สุดภายในหอคอยไร้ประตูแห่งนี้ เกรซ แอนเดอร์สัน ราชินีสถาปนิกแห่งนครสุริยัน นั่งคุกเข่าอยู่บนพื้นศิลาที่เย็นเฉียบประดุจก้อนน้ำแข็ง แสงจันทร์สีเงินยวงที่สาดส่องลงมาจากช่องแสงขนาดเล็กบนยอดโดมเบื้องบน เป็นเพียงแสงสว่างเดียวที่คอยย้ำเตือนว่าโลกภายนอกยังคงมีการหมุนเวียนของกาลเวลา ร่างกายที่บอบบางของนางสั่นสะท้านเป็นระยะจากความหนาวและร่องรอยความบอบช้ำ ทว่าสิ่งที่ทรมานยิ่งกว่าความเจ็บปวดทางกาย คือความเงียบสงัดที่หนักอึ้งจนทำให้โสตประสาทอื้ออึง มันเป็นความเงียบที่จงใจสร้างขึ้นเพื่อบดขยี้จิตวิญญาณของผู้ถูกคุมขัง บีบบังคับให้ยอมจำนนต่อความโดดเดี่ยวและความสิ้นหวังทว่า ภายใต้ใบหน้าที่ซีดเซียวและเรือนผมสีน้ำตาลอ่อนที่หลุดลุ่ยตกลงมาปรกแก้มนั้น จิตวิญญาณแห่งนายช่างใหญ่ยังคงลุกโชนประดุจเปลวเพลิงที่ไม่ยอมมอดดับ เกรซหลับตาลงอย่างช้าๆ ปล่อยให้ลมหายใจเข้าออกเป็นจังหวะสม่ำเสมอเพื่อระงับความตื่นตระหนก สมองอันปราดเปรื่องของนางกำลังประมวลผลทุกรายละเอียดของกรงขังแห่งนี้ นางตระหนักดีว่าเวทมนตร์อักขระที่ถูกสลัก
ความรู้สึกชาหนึบที่แผ่ซ่านไปทั่วทุกอณูของร่างกายค่อยๆ คลายตัวลงอย่างเชื่องช้า ถูกแทนที่ด้วยความเจ็บปวดร้าวลึกที่แทรกซึมลึกลงไปถึงกระดูกดำ เกรซ แอนเดอร์สัน ราชินีสถาปนิกแห่งนครสุริยัน ขยับเปลือกตาที่หนักอึ้งขึ้นอย่างยากลำบาก แพขนตาของนางสั่นระริกเมื่อต้องปะทะกับแสงสว่างสีขาวนวลที่สาดส่องลงมากระทบใบหน้า นางพยายามสูดลมหายใจเข้าลึกเพื่อเรียกสติสัมปชัญญะที่หลุดลอยให้กลับคืนมา ทว่าอากาศที่สูดเข้าไปกลับมีกลิ่นอับชื้นและเย็นเยียบประดุจลมหายใจของความตาย นางใช้สองมือที่สั่นเทายันพื้นศิลาที่แข็งกระด้างและเย็นเฉียบ เพื่อพยุงร่างที่บอบช้ำและอ่อนแรงให้ลุกขึ้นนั่งอย่างทุลักทุเลเมื่อสายตาเริ่มปรับสภาพให้คุ้นชินกับสภาพแวดล้อมได้แล้ว สิ่งที่ปรากฏแก่สายตาของนายช่างใหญ่ทำให้นางต้องเบิกตากว้างด้วยความตื่นตะลึงระคนหวาดผวา พื้นที่ที่นางถูกนำตัวมาทิ้งไว้คือห้องรูปวงกลมขนาดไม่กว้างนัก ผนังทุกด้านถูกสร้างขึ้นจากศิลาสีขาวบริสุทธิ์ที่ถูกขัดจนเรียบเนียนเป็นเนื้อเดียวกัน ไร้ซึ่งรอยต่อ ไร้ซึ่งร่องรอยของการก่ออิฐหรือฉาบปูน มันกลมกลืนเป็นผืนเดียวกันประดุจถูกหล่อหลอมขึ้นมาจากหินก้อนยักษ์เพียงก้อนเดียว เกรซพยาย
กลิ่นอับชื้นที่ผสมปนเปกับกลิ่นคาวเปรี้ยวของสไลม์กรดที่เพิ่งถูกย้ายออกไปเริ่มจางหายไปทีละน้อย ทิ้งไว้เพียงโถงหินที่ว่างเปล่าและเต็มไปด้วยรอยคราบตะกรันฝังลึก เกรซ แอนเดอร์สัน ยืนอยู่ท่ามกลางความเงียบงันของห้องน้ำปีกตะวันตกที่บัดนี้กลายเป็นไซต์งานหมายเลข 2 ของเธออย่างเต็มตัว แสงจันทร์ที่ลอดผ่านหน้าต
รุ่งอรุณแห่งวันใหม่ทอแสงสีทองสลับม่วงอาบไล้ไปตามยอดหอคอยทมิฬที่ตั้งตระหง่านอยู่ใจกลางอาณาจักรปีศาจ ทว่าบรรยากาศภายในโถงทางเดินมืดสลัวกลับคุกรุ่นไปด้วยความโกลาหลที่ยากจะระงับ เสียงอาวุธกระทบชุดเกราะดังกังวานเป็นระยะเมื่อเหล่าองครักษ์และขุนนางระดับสูงมารวมตัวกันหน้าประตูห้องบรรทมส่วนพระองค์ที่ยังคงปิ
ท่ามกลางความเงียบงัดที่แผ่ซ่านปกคลุมหอคอยทมิฬชั้นบนสุด ห้องบรรทมที่เคยเป็นดั่งคุกทรมานทางจิตวิญญาณบัดนี้กลับกลายเป็นวิมานที่สงบเงียบ แสงจากคริสตัลมานาที่ถูกผ้ากำมะหยี่สีครีมห่อหุ้มไว้ฉายแสงนวลอ่อนโยนสอดรับกับลมเย็นที่พัดผ่านช่องลมเล็ก ๆ ที่เกรซเจาะไว้ ร่างสูงใหญ่ของจอมมารไคเซอร์ เมล ออร์เลียเซลัส น
ราตรีเยือนลึกเข้าสู่ช่วงกึ่งกลางแห่งความมืดมิด แสงจันทร์สีเลือดภายนอกหน้าต่างเริ่มเคลื่อนคล้อยทิ้งลำแสงสีแดงฉานพาดผ่านยอดหอคอยทมิฬ ทว่าภายในห้องบรรทมส่วนตัวของราชาจอมมารไคเซอร์ บรรยากาศกลับถูกตัดขาดจากโลกภายนอกอย่างสิ้นเชิง กิ๊บในร่างของเกรซ แอนเดอร์สัน นั่งคู้ตัวอยู่ที่มุมห้องที่มืดที่สุด แผ่นหลัง











