สถาปนิกสาวทะลุมิติมากู้โลกด้วยศาสตร์ฮวงจุ้ย

สถาปนิกสาวทะลุมิติมากู้โลกด้วยศาสตร์ฮวงจุ้ย

last updateTerakhir Diperbarui : 2026-09-13
Oleh:  ยอดกวีสี่ฤดูBaru saja diperbarui
Bahasa: Thai
goodnovel4goodnovel
Belum ada penilaian
309Bab
1.2KDibaca
Baca
Tambahkan

Share:  

Lapor
Ringkasan
Katalog
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi

ทะลุมิติมาปุ๊บ สถาปนิกสาวก็พบว่าตัวเองรอถูกบูชายัญต่อหน้าจอมมาร เกรซต้องพิสูจน์คุณค่าตัวเองผ่านงานออกแบบ เพื่อเปลี่ยนสถานะจาก "เหยื่อ" เป็น "คนสำคัญ" งานรื้อปราสาทจอมมารได้เริ่มต้นขึ้นแล้ว!!

Lihat lebih banyak

Bab 1

ตอนที่ 1 จุติใหม่บนแท่นประหาร

กลิ่นดินปืนปนเปื้อนกับฝุ่นปูนที่ฟุ้งกระจายจนแทบมองไม่เห็นทางข้างหน้า เสียงเครื่องจักรหนักดังกึกก้องอยู่ในโสตประสาทของ “กิ๊บ” สถาปนิกสาววัยยี่สิบหกปี เธอพยายามจะตะโกนด่าหัวหน้าคนงานที่สั่งเทคานผิดตำแหน่งจนโครงสร้างอาคารเริ่มปริแตกในระดับวิกฤต ความดันโลหิตพุ่งพล่านด้วยความโกรธแค้นและความเหนื่อยล้าจากการไม่ได้พักผ่อนมาเกือบเจ็ดสิบสองชั่วโมง

"ฉันบอกแล้วไงว่าแบบแปลนมันมีไว้ให้ทำตาม! ไม่ใช่ให้พวกคุณเดาเอาเอง!"

คำพูดสุดท้ายจุกอยู่ที่คอ หัวใจที่ทำงานหนักเกินขีดจำกัดสะดุดกะทันหัน ความรู้สึกเหมือนถูกบีบคั้นที่กลางทรวงอกอย่างรุนแรงทำให้เธอล้มฟุบลงท่ามกลางเศษอิฐและฝุ่นขาวโพลน ภาพสุดท้ายที่เห็นคือเงาร่างของคนงานที่วิ่งเข้ามาหาอย่างตื่นตระหนก ก่อนที่แสงสว่างสุดท้ายในดวงตาจะมอดดับลงไปพร้อมกับเสียงลมหายใจที่ขาดช่วง

ความเย็นยะเยือกที่บาดลึกเข้าไปในผิวหนังเป็นสิ่งแรกที่เรียกสติของเธอกลับมา

กิ๊บสำลักอากาศที่หนาวเย็นและแห้งกร้านเข้าไปในปอดจนต้องไอออกมาเบาๆ เธอพยายามขยับนิ้วมือที่แข็งทื่อ ความรู้สึกแรกคือพื้นสัมผัสที่เธอหนุนนอนอยู่ไม่ใช่กองเศษปูนที่ฝุ่นคลุ้ง แต่มันคือแผ่นหินที่เรียบเนียน ทว่าเย็นเยียบราวกับก้อนน้ำแข็ง

เปลือกตาอันหนักอึ้งค่อยๆ เปิดขึ้น ภาพที่เห็นคือเพดานหินทรงโค้งสูงตระหง่านที่ประดับด้วยโคมไฟระย้าทำจากกระดูกสิ่งมีชีวิตชนิดหนึ่ง แสงสีเขียวสลัวจากเปลวไฟเวทมนตร์วูบวาบไปมาตามแรงลมที่พัดผ่านโถงอันเงียบงัน

นี่ฉัน... หัวใจวายตายไปแล้วไม่ใช่เหรอ?

เธอพยายามยันกายลุกขึ้นนั่ง ทว่าความเจ็บปวดที่หัวไหล่และแผ่นหลังทำให้เธอต้องนิ่วหน้า เมื่อก้มลงมองมือของตัวเอง หัวใจเธอก็แทบหยุดเต้นอีกรอบ มือคู่นี้ขาวนวลและเรียวเล็กกว่ามือที่หยาบกร้านจากการถือไม้บรรทัดเหล็กและจับหน้างานของเธอหลายเท่า ชุดที่สวมใส่อยู่คือกระโปรงยาวสีขาวที่ถูกประดับด้วยลูกไม้ราคาแพง ทว่าขาดวิ่นในบางจุดจากการถูกลากมาตามพื้นหิน

"เกรซ... เกรซ แอนเดอร์สัน..."

เสียงพึมพำที่ไม่ได้มาจากริมฝีปากของเธอ แต่กลับดังก้องอยู่ในส่วนลึกของความจำที่เพิ่งตื่นขึ้นมา กิ๊บยกมือขึ้นกุมขมับที่ปวดตุบ ภาพความทรงจำของหญิงสาวผู้มีนัยน์ตาสีฟ้าและผมสีน้ำตาลประกายแดงหลั่งไหลเข้ามาอย่างท่วมท้น เธอคนนี้คือธิดาของขุนนางตกอับที่ถูกส่งตัวมาเป็นบรรณาการ หรือพูดให้ชัดก็คือเหยื่อสังเวยให้แก่ราชาปีศาจตามพันธสัญญาโบราณ

"ไม่ใช่ฝัน... นี่มันไม่ใช่ความฝันแน่ๆ" เธอพึมพำกับตัวเอง เสียงที่เปล่งออกมาใสหวานทว่าสั่นเครือด้วยความหวาดกลัว

บรรยากาศรอบข้างเริ่มกดดันหนักขึ้นเรื่อยๆ เสียงหัวเราะแหลมเล็กและเสียงขู่คำรามที่ฟังดูไม่เหมือนเสียงของมนุษย์ดังกึกก้องมาจากเงามืดรอบโถงพิธี สถาปนิกสาวในร่างเกรซพยายามกวาดสายตาไปรอบๆ เธอเห็นเงาร่างตะคุ่มๆ ของอมนุษย์ที่มีผิวหนังสีเทาเข้ม นัยน์ตาสีเหลืองอำพันสะท้อนแสงไฟพวกมันจ้องมองมาที่เธอราวกับนักล่าที่กำลังรอดูเหยื่อบนแท่นประหารถูกแล่เนื้อ

วิเคราะห์สถานการณ์สิกิ๊บ! ตั้งสติ! เธอสั่งตัวเองในใจพลางหายใจเข้าลึกๆ

ที่นี่คือโถงพิธีกรรม สถาปัตยกรรมแบบกอทิกย้อนยุคที่เน้นความน่าเกรงขามและกดขี่ข่มเหงผู้ที่อยู่เบื้องล่าง โครงสร้างหินแกรนิตดำขัดเงา สะท้อนถึงฐานะและความเหี้ยมเกลียดของเจ้าของที่แห่งนี้... และดูเหมือนฉันจะเป็นเมนูหลักของงานเลี้ยงนี้เสียด้วย

ทันใดนั้น เสียงฝีเท้าหนักๆ ที่กระทบพื้นหินดังกังวานขึ้นมาจากส่วนลึกของระเบียงมืด ทุกเสียงขู่ขวัญของเหล่าปีศาจชั้นต่ำเงียบลงในทันที บรรยากาศในห้องเย็นลงจนเกรซเห็นลมหายใจของตัวเองเป็นไอสีขาว ความกดดันมหาศาลกดทับจนเธอรู้สึกเหมือนจะหายใจไม่ออก

ร่างสูงสง่ากว่าสองเมตรก้าวออกมาจากเงามืด เสื้อคลุมสีดำยาวปักขอบด้วยด้ายทองและเงินสะบัดพลิ้วตามจังหวะการเดิน ผิวของเขาขาวซีดราวกับศพที่ถูกแช่แข็ง ทว่าใบหน้ากลับหล่อเหลาและคมคายจนน่าใจหาย ผมสีดำสนิทดุจขนนกเรเวนยาวสลวยลงมาถึงกลางหลัง รับกับนัยน์ตาสีแดงฉานที่ดูคล้ายกับทับทิมอาบเลือด ภายในดวงตาคู่นั้นมีวงเวทสลับซับซ้อนที่หมุนวนช้าๆ ราวกับจะดูดกลืนวิญญาณของผู้ที่จ้องมอง

เขาคือ “ไคเซอร์ เมล ออร์เลียเซลัส” ราชาจอมมารผู้เป็นเจ้าของปราสาทมืดแห่งนี้

ไคเซอร์หยุดยืนอยู่ที่ปลายแท่นหิน สายตาเย็นชาคู่นั้นจ้องมองเกรซด้วยความว่างเปล่า ไร้ซึ่งความเมตตาหรือความเห็นใจใดๆ เขาไม่ได้รับรู้ถึงการเปลี่ยนไปของดวงวิญญาณภายในร่างนี้ สิ่งเดียวที่เขาเห็นคือเครื่องสังเวยสั่นเทาที่ดูน่าเบื่อหน่ายเหมือนกับคนก่อนๆ

"เครื่องสังเวยปีนี้... ดูเปราะบางกว่าที่ข้าคิด" เสียงของเขาเยือกเย็นทว่าดังกังวานไปทั่วโถง ราวกับเสียงของโลหะที่กรีดลงบนหิน

เกรซพยายามจะพยุงตัวลุกขึ้น แต่สายตาเธอกลับไปสะดุดเข้ากับดาบยักษ์ที่วางพาดอยู่บนบ่าของเขา ดาบ ‘เรเนียส’ ใบดาบสีดำมะเมื่อมมีความยาวเกือบสองเมตร มีลวดลายอักขระสีแดงเข้มที่กระพริบเป็นจังหวะราวกับหัวใจที่ยังมีชีวิต กลิ่นอายของเลือดและความตายแผ่ออกมาจากอาวุธเล่มนั้นจนเกรซรู้สึกคลื่นไส้

ไคเซอร์ยื่นมือเรียวยาวออกไปคว้าด้ามดาบ เขาขยับกายเพียงเล็กน้อย คมดาบที่หนักอึ้งก็ถูกลดลงมาจ่อที่ลำคอระหงของเกรซ คมดาบนั้นเย็นเยียบจนเธอสัมผัสได้ถึงขนอ่อนที่ลุกซันไปทั่วร่างกาย

"ในนามของราชาปีศาจ ข้าจะรับดวงวิญญาณของเจ้าไปเป็นเชื้อไฟให้แก่อาณาจักรนี้" เขาเอ่ยคำประกาศประหารชีวิตด้วยน้ำเสียงที่เรียบเฉยที่สุดเท่าที่มนุษย์หรือปีศาจจะทำได้

เกรซจ้องมองคมดาบที่ห่างจากผิวเนื้อไปเพียงมิลลิเมตร ความกลัวแล่นพล่านไปทั่วไขสันหลัง แต่ในขณะเดียวกัน สัญชาตญาณนักสู้ของสถาพนิคที่ถูกเคี่ยวกรำจากไซต์งานอันโหดร้ายก็ทำงานขึ้นมาอย่างไม่ทราบสาเหตุ เธอไม่ได้หลับตาลงเพื่อรอความตาย แต่เธอกลับมองเลยคมดาบนั้นไปที่รอยร้าวบนผนังหินด้านหลังจอมมาร และรอยบิ่นที่ฐานของแท่นหินที่เธอนั่งอยู่

เดี๋ยวนะ... โครงสร้างปราสาทนี้มัน…

จู่ๆ เส้นกริดสีฟ้าตีตารางตามโครงสร้างอาคารก็ปรากฏขึ้นในภาพฉาย มันคือ “เนตรพิมพ์เขียว” ที่ดูเหมือนว่าเธอจะได้เป็นของขวัญยามที่ถูกส่งมาโลกนี้

"รอเดี๋ยวก่อน!" เธอตะโกนออกมาสุดเสียงก่อนที่ไคเซอร์จะตวัดดาบ

จอมมารชะงักไปครู่หนึ่ง คิ้วเข้มขมวดเข้าหากันด้วยความแปลกใจ นี่เป็นครั้งแรกที่เครื่องสังเวยใจกล้าตะโกนใส่เขาในระยะประชิดขนาดนี้ เขาลดดาบลงเพียงเล็กน้อย แต่สายตายังคงกดข่มเธอไว้อย่างหนักหน่วง

"เจ้ามีอะไรจะสั่งเสียหรือ? มนุษย์น้อย"

เกรซสูดหายใจเข้าลึกๆ พยายามระงับอาการสั่นของมือ เธอชี้นิ้วสั่นๆ ไปที่เพดานด้านบนหัวของเขา 

"ปราสาทของท่าน... เสาเข็มตัวที่สี่ทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือกำลังจะทรุด และถ้าท่านฟันฉันตรงนี้ แรงกระแทกจากมานาของดาบเล่มนั้นจะทำให้คานรับน้ำหนักถล่มลงมาทับหัวท่านในอีกสามวินาที!"

ความเงียบปกคลุมโถงพิธีในทันที เหล่าปีศาจสมุนมองหน้ากันด้วยความงุนงง ไคเซอร์นิ่งไป สายตาแดงฉานจ้องลึกเข้าไปในดวงตาสีฟ้าของเกรซเพื่อค้นหาคำโกหก แต่เขากลับพบเพียงความจริงจังและสายตาที่วิเคราะห์โครงสร้างอย่างบ้าคลั่งของหญิงสาวที่ควรจะหวาดกลัวจนสลบไปแล้ว

นี่คือจุดเริ่มต้นของการเจรจาระหว่างสถาปนิกสาวผู้หนีความตายมายังต่างโลก กับราชาปีศาจผู้กำลังประสบปัญหาบ้านพังโดยไม่รู้ตัว

"เจ้า... พูดเรื่องบ้าอะไร?" ไคเซอร์เอ่ยถามด้วยน้ำเสียงที่เริ่มมีความสนใจปนอยู่ในความเย็นชา

"ฉันพูดเรื่องความปลอดภัยของปราสาทหลังนี้ยังไงล่ะ!" เกรซโพล่งออกมาพลางพยายามตะเกียกตะกายลุกขึ้นจากแท่นหิน 

"ถ้าท่านประหารฉันตอนนี้ ท่านก็จะได้แค่วิญญาณเหี่ยวๆ ดวงเดียว แต่ท่านจะต้องสูญเสียโถงพิธีสุดหรูนี่ไปพร้อมกับหลังคาที่จะถล่มลงมา! ท่านอยากเป็นราชาปีศาจที่ถูกปราสาทตัวเองทับตายหรือไง?"

ดาบเรเนียสถูกลดต่ำลงเล็กน้อย ไคเซอร์ลดใบดาบออกจากคอของเธอ แต่ยังไม่เก็บมันลง เขาจ้องมองผู้หญิงตรงหน้าที่ดูเหมือนจะบ้าไปแล้ว แต่คำพูดของเธอเกี่ยวกับ 'เสาทิศตะวันตกเฉียงเหนือ' กลับสะกิดใจเขา เพราะช่วงนี้เขารู้สึกได้ถึงแรงสั่นสะเทือนแปลกๆ ในห้องบรรทมด้านบนจริงอย่างที่เธอว่า

บทสนทนาแห่งชีวิตรอดกำลังจะเริ่มต้นขึ้น บนพื้นฐานของแปลนอาคารและวัสดุก่อสร้างที่จอมมารไม่เคยเข้าใจ

Tampilkan Lebih Banyak
Bab Selanjutnya
Unduh

Bab terbaru

Bab Lainnya
Tidak ada komentar
309 Bab
ตอนที่ 1 จุติใหม่บนแท่นประหาร
กลิ่นดินปืนปนเปื้อนกับฝุ่นปูนที่ฟุ้งกระจายจนแทบมองไม่เห็นทางข้างหน้า เสียงเครื่องจักรหนักดังกึกก้องอยู่ในโสตประสาทของ “กิ๊บ” สถาปนิกสาววัยยี่สิบหกปี เธอพยายามจะตะโกนด่าหัวหน้าคนงานที่สั่งเทคานผิดตำแหน่งจนโครงสร้างอาคารเริ่มปริแตกในระดับวิกฤต ความดันโลหิตพุ่งพล่านด้วยความโกรธแค้นและความเหนื่อยล้าจากการไม่ได้พักผ่อนมาเกือบเจ็ดสิบสองชั่วโมง"ฉันบอกแล้วไงว่าแบบแปลนมันมีไว้ให้ทำตาม! ไม่ใช่ให้พวกคุณเดาเอาเอง!"คำพูดสุดท้ายจุกอยู่ที่คอ หัวใจที่ทำงานหนักเกินขีดจำกัดสะดุดกะทันหัน ความรู้สึกเหมือนถูกบีบคั้นที่กลางทรวงอกอย่างรุนแรงทำให้เธอล้มฟุบลงท่ามกลางเศษอิฐและฝุ่นขาวโพลน ภาพสุดท้ายที่เห็นคือเงาร่างของคนงานที่วิ่งเข้ามาหาอย่างตื่นตระหนก ก่อนที่แสงสว่างสุดท้ายในดวงตาจะมอดดับลงไปพร้อมกับเสียงลมหายใจที่ขาดช่วงความเย็นยะเยือกที่บาดลึกเข้าไปในผิวหนังเป็นสิ่งแรกที่เรียกสติของเธอกลับมากิ๊บสำลักอากาศที่หนาวเย็นและแห้งกร้านเข้าไปในปอดจนต้องไอออกมาเบาๆ เธอพยายามขยับนิ้วมือที่แข็งทื่อ ความรู้สึกแรกคือพื้นสัมผัสที่เธอหนุนนอนอยู่ไม่ใช่กองเศษปูนที่ฝุ่นคลุ้ง แต่มันคือแผ่นหินที่เรียบเนียน ทว่าเย็นเยียบราวก
Baca selengkapnya
ตอนที่ 2 ชะลอ
กลิ่นอายแห่งความตายที่แผ่ออกมาจากใบดาบยักษ์ ‘เรเนียส’ ยังคงกรีดผิวคอของเกรซจนแสบสัน แต่วินาทีที่ความกลัวพุ่งขึ้นถึงขีดสุด กลับมีบางอย่างที่ทรงพลังยิ่งกว่าสัญชาตญาณการเอาตัวรอดตื่นขึ้นมาแทนที่ มันคือดวงวิญญาณของ ‘กิ๊บ’ สถาปนิกสาวผู้ที่ชีวิตในชาติก่อนถูกทำลายด้วยน้ำมือของงานก่อสร้างที่ชุ่ยและไร้ระเบียบสำหรับเธอแล้ว ความตายเป็นเรื่องที่ยอมรับได้ แต่ความตายในสถานที่ที่ออกแบบได้ห่วยแตกเช่นนี้ เป็นสิ่งที่เธอยอมรับไม่ได้โดยเด็ดขาด!เกรซขยับนัยน์ตาสีฟ้าจ้องมองไปรอบโถงพิธีกรรมอีกครั้ง แต่คราวนี้สายตาของเธอไม่ได้มองด้วยความหวาดกลัวต่อปีศาจ เธอเริ่มสแกนตำแหน่งการวางเสา ระยะห่างของแท่นบูชา และทิศทางของลมที่พัดผ่านช่องหน้าต่างทรงสูง นิ้วมือเรียวที่สั่นเทาค่อยๆ เปลี่ยนเป็นกำแน่นด้วยความขัดใจ ริมฝีปากที่เคยซีดเผือดกลับเม้มเข้าหากันเป็นเส้นตรง ดวงตาของเธอมันวาวด้วยความหงุดหงิดที่ล้นทะลักออกมาจนลืมไปว่าดาบเล่มเขื่องยังจ่ออยู่ที่ลำคอ“วางทิศอัปมงคลแบบนี้... ใครจะไปตายสงบลงกัน!”คำตะโกนนั้นดังกึกก้อง แซงหน้าเสียงขู่คำรามของสมุนปีศาจทุกตัวในห้องโถง บรรยากาศที่เคยเย็นยะเยือกพลันหยุดนิ่ง ราวกับกาลเวลาถูกแ
Baca selengkapnya
ตอนที่ 3 สามราตรี
ท่ามกลางแสงสลัวสีเขียวอมม่วงจากเปลวไฟเวทมนตร์ที่วูบวาบอยู่ในโถงพิธีกรรม ความเงียบที่น่าอึดอัดเข้าปกคลุมจนได้ยินเสียงหยดน้ำที่ซึมจากเพดานหินกระทบพื้น กิ๊บในร่างของเกรซ แอนเดอร์สัน ยืนสั่นสะท้านอยู่บนแท่นหินที่เย็นเฉียบราวกับจะสูบเอาวิญญาณของเธอออกไปทุกขณะ ความเจ็บปวดจากการที่หัวใจวายตายในชาติก่อนยังคงเป็นรอยจำจางๆ อยู่ในทรวงอก แต่นั่นไม่อาจเทียบได้กับคมดาบยักษ์เรเนียสที่ยังพาดหมิ่นเหม่ยู่บนไหล่บาง กลิ่นอายโลหะและมนตร์ดำจากใบดาบทำให้เธอรู้สึกคลื่นไส้ ทว่าสมองของสถาพนิคสาวกลับเริ่มทำงานอย่างรวดเร็วเพื่อหาทางรอดจากโครงสร้างที่เธอมองเห็นเธอรู้ดีว่าคนอย่างไคเซอร์ เมล ออร์เลียเซลัส ไม่ใช่จอมมารที่จะมานั่งรับฟังคำวิงวอนขอชีวิตแบบน้ำเน่า สิ่งเดียวที่จะซื้อเวลาให้เธอได้ คือสิ่งที่เขากำลังขาดแคลน และเธอก็เป็นคนเดียวในที่แห่งนี้ที่มองเห็นมันผ่านความผิดเพี้ยนของสถาปัตยกรรมเกรซสูดหายใจเข้าลึกจนทรวงอกกระเพื่อมรัว เธอรวบรวมความกล้าทั้งหมดที่มี จ้องลึกเข้าไปในดวงตาสีแดงฉานที่มีวงเวทหมุนวนอยู่อย่างน่าเกรงขาม"ท่านจอมมาร... ฉันขอเสนอข้อตกลงที่ท่านไม่สามารถปฏิเสธได้" น้ำเสียงของเธอเริ่มนิ่งสงบขึ้น แม้ป
Baca selengkapnya
ตอนที่ 4 ไซต์งานนรกของจอมมาร
ภายใต้แสงสลัวที่ลอดผ่านซุ้มประตูหินโค้งเข้ามายังห้องบรรทมส่วนตัวของราชาจอมมาร กิ๊บในร่างของเกรซ แอนเดอร์สัน ก้าวเท้าผ่านธรณีประตูที่ทำจากโลหะทมิฬเย็นเฉียบ ความรู้สึกแรกที่สัมผัสได้ไม่ใช่ความหรูหราสมฐานะผู้ปกครองอาณาจักรปีศาจ แต่กลับเป็นความรู้สึกหนักอึ้งราวกับมีมวลสารลึกลับบางอย่างพยายามจะบดขยี้ปอดของเธอให้ลีบแบน บรรยากาศภายในห้องนอนของไคเซอร์ เมล ออร์เลียเซลัส ช่างห่างไกลจากคำว่าสถานที่พักผ่อนไปไกลโขเกรซยืนนิ่งอยู่กลางห้อง สูดลมหายใจเข้าลึกเพื่อตั้งสติ แต่สิ่งที่เข้าสู่ปอดกลับเป็นกลิ่นอับชื้นที่รุนแรงจนเธอต้องยกหลังมือขึ้นปิดจมูก กลิ่นของเชื้อราที่เติบโตตามซอกหิน ปนเปื้อนกับกลิ่นคาวจางๆ ของมานาที่หมักหมม และกลิ่นฝุ่นที่ดูเหมือนจะไม่เคยถูกทำความสะอาดมานับศตวรรษ เธอเริ่มกวาดสายตาไปรอบๆ ห้องด้วยสายตาที่เปลี่ยนจากความหวาดกลัวเป็นความขัดใจอย่างรุนแรงตามสัญชาตญาณสถาปนิก"นี่ท่าน... ท่านทนอยู่ในที่แบบนี้ไปได้ยังไงกันคะ?" เกรซพึมพำออกมา เสียงของเธอสะท้อนก้องไปตามผนังหินที่เย็นยะเยือกไคเซอร์ที่ยืนกอดอกอยู่ข้างเตียงมรณะของเขาเลิกคิ้วขึ้น ดวงตาสีแดงฉานหรี่ลงด้วยความประหลาดใจที่เห็นสตรีตัวเล็ก
Baca selengkapnya
ตอนที่ 5 เจ้าเซฟ
กลิ่นอายของฝุ่นผงที่ทับถมมานานนับศตวรรษในปีกตะวันออกของปราสาทจอมมารนั้นรุนแรงจนแทบจะกลายเป็นมวลสารที่จับต้องได้ เกรซ แอนเดอร์สัน ก้าวเดินไปตามทางเดินหินที่มืดสลัว แสงไฟสีเขียววูบวาบจากโคมไฟกำแพงส่องให้เห็นเงาร่างสูงใหญ่ของไคเซอร์ เมล ออร์เลียเซลัส ที่เดินตามหลังเธอมาเงียบๆ ราวกับพญายมที่เฝ้ามองเหยื่อ แต่อารมณ์ของเกรซในยามนี้กลับไม่ได้อยู่ที่ความตายที่รอคอยอยู่เบื้องหน้า เธอมีภารกิจที่เร่งด่วนกว่านั้น คือการตามหาเครื่องทุ่นแรงในไซต์งานนรกแห่งนี้“ท่านจอมมาร... ในปราสาทที่โอ่อ่าและเก่าแก่ขนาดนี้ ฉันเชื่อว่าต้องมีพื้นที่ที่ถูกหลงลืมอยู่บ้างใช่ไหมคะ?” เกรซเอ่ยถามพลางหยุดยืนหน้าบานประตูไม้โอ๊คขนาดมหึมาที่ตั้งตระหง่านอยู่สุดทางเดิน พิมพ์เขียวในหัวของเธอสั่งการว่าห้องเก็บของที่รกร้างที่สุดมักจะเป็นขุมทรัพย์ของช่างเสมอไคเซอร์ขมวดคิ้วเล็กน้อย นัยน์ตาสีแดงฉานหรี่ลงมองประตูที่ผุพังจนเนื้อไม้หลุดร่วงเป็นผง “ห้องเก็บซากสงครามและวัตถุโบราณที่ไร้ค่า... มันรกร้างมานานจนข้าจำไม่ได้แล้วว่าครั้งสุดท้ายที่มันถูกเปิดออกคือเมื่อร้อยหรือสองร้อยปีก่อน เจ้าต้องการเข้าไปในสุสานขยะนี่เพื่ออะไร?”“สถาปนิกที่ไม
Baca selengkapnya
ตอนที่ 6 ปฏิบัติการคลีนนิ่ง
แสงจันทร์สีนวลเย็นเยือกที่ลอดผ่านหน้าต่างทรงโกธิกเข้ามายังห้องบรรทมของราชันย์จอมมารดูจะสลัวลง เมื่อเทียบกับความวุ่นวายที่กำลังจะเริ่มต้นขึ้นภายในห้องแห่งนี้ กิ๊บในร่างของเกรซ แอนเดอร์สัน ยืนอยู่กลางห้องที่ดูเหมือนสุสานมากกว่าห้องนอน เธอถกแขนเสื้อกระโปรงที่ขาดวิ่นขึ้นมาเหนือข้อศอก เผยให้เห็นแขนเรียวบางที่แม้จะดูอ่อนแอในสายตาปีศาจ แต่กลับเต็มไปด้วยพลังงานแห่งการขับเคลื่อนที่ทรงพลังยิ่งกว่ามนตราใดๆสายตาของเธอกวาดมองไปที่กองวัสดุที่เจ้าเซฟ หีบมิมิคผู้ซื่อสัตย์เพิ่งคายออกมาบนพื้นหิน เกรซรู้ดีว่าหัวใจสำคัญของการรีโนเวทสถาปัตยกรรมที่เสื่อมโทรมไม่ใช่การทาสีทับหรือการร่ายมนตร์ปิดบังรอยร้าว แต่คือการทำความสะอาดพื้นผิวให้กลับคืนสู่สภาพเดิม เพื่อตรวจสอบความเสียหายที่แท้จริงของวัสดุ“เอาล่ะ เจ้าเซฟ... ถึงเวลาโชว์ฝีมือแล้ว” เกรซพึมพำกับหีบไม้จิ๋วที่กระโดดโลดเต้นไปมาอย่างกระตือรือร้นเกรซเริ่มมองหาส่วนประกอบสำหรับการล้างแค้นคราบสกปรกพันปี เธอขอให้ไคเซอร์สั่งให้ข้ารับใช้นำน้ำกลั่นบริสุทธิ์และผลึกเกลือมานา รวมถึงส้มปีศาจที่มีฤทธิ์เป็นกรดอ่อนๆ มาให้ สัญชาตญาณสถาปนิกที่ต้องคลุกคลีกับวัสดุศาสตร์ทำให้เธอ
Baca selengkapnya
ตอนที่ 7 ปรับผังฮวงจุ้ย
แสงจันทร์สีเลือดภายนอกหน้าต่างเริ่มเคลื่อนคล้อยไปตามกาลเวลา แต่ภายในห้องบรรทมของจอมมารไคเซอร์ กลับไม่มีทีท่าว่าความวุ่นวายจะสงบลง กิ๊บในร่างของเกรซ แอนเดอร์สัน ยืนหอบหายใจเบาๆ อยู่กลางห้องที่บัดนี้เริ่มสะอาดสะอ้านขึ้นจากการขัดถูครั้งใหญ่ มือเรียวบางยกขึ้นปาดเหงื่อที่ซึมตามหน้าผากจนทิ้งคราบฝุ่นจางๆ ไว้บนผิวแก้มขาวนวล นัยน์ตาสีฟ้าของเธอกวาดมองไปที่เตียงหินขนาดมหึมาที่ตั้งตระหง่านอยู่ตรงจุดตัดของพลังงานเน่าเสียด้วยความขัดใจ“นี่คือต้นตอของฝันร้ายทั้งหมด...” เกรซพึมพำกับตัวเอง สายตาของเธอวิเคราะห์เส้นสายของแรงดึงดูดและกระแสมานาที่ไหลวนเวียนเป็นเกลียวมืดรอบขอบเตียงหินที่หนักหลายตันเกรซเดินไปหยุดอยู่ที่ปลายเตียงหินที่สลักจากแกรนิตดำขัดเงา มันเป็นเฟอร์นิเจอร์ที่ดูมั่นคงจนแทบจะเป็นส่วนหนึ่งของโครงสร้างปราสาท เธอหันไปหาเจ้าเซฟ หีบมิมิคตัวจิ๋วที่กำลังทำท่าเหมือนเตรียมพร้อมรบด้วยการงอกขาไม้เล็กๆ ออกมาถ่างกว้าง“เจ้าเซฟ ช่วยดันฝั่งซ้ายทีนะ... แต่ฉันว่าลำพังพวกเราสองคนคงทำเตียงนี่ขยับไม่ได้สักมิลลิเมตรแน่ๆ” เกรซเม้มริมฝีปากพลางปรายตาไปมองร่างสูงสง่าที่ยืนกอดอกอยู่ข้างหน้าต่าง ไคเซอร์ยังคงจ้องมองเ
Baca selengkapnya
ตอนที่ 8 บรรยากาศที่เปลี่ยนไป
ราตรีเยือนลึกเข้าสู่ช่วงกึ่งกลางแห่งความมืดมิด แสงจันทร์สีเลือดภายนอกหน้าต่างเริ่มเคลื่อนคล้อยทิ้งลำแสงสีแดงฉานพาดผ่านยอดหอคอยทมิฬ ทว่าภายในห้องบรรทมส่วนตัวของราชาจอมมารไคเซอร์ บรรยากาศกลับถูกตัดขาดจากโลกภายนอกอย่างสิ้นเชิง กิ๊บในร่างของเกรซ แอนเดอร์สัน นั่งคู้ตัวอยู่ที่มุมห้องที่มืดที่สุด แผ่นหลังบางพิงแนบกับผนังหินที่บัดนี้ไร้ซึ่งความชื้นและกลิ่นอับชื้อ นัยน์ตาสีฟ้าของเธอหม่นแสงลงด้วยความเหนื่อยล้าที่สั่งสมมาจากการทำงานหนักตลอดทั้งวัน ทว่าเธอยังฝืนลืมตาเพื่อรอคอยการกลับมาของเจ้าของสถานที่... ผู้ที่จะเป็นผู้ตัดสินว่างานรีโนเวทครั้งนี้จะช่วยต่อลมหายใจให้เธอ หรือจะเป็นฟางเส้นสุดท้ายที่ส่งเธอไปสู่ตะแลงแกงเสียงกลไกประตูโลหะทมิฬดังกังวานขึ้นเบาๆ ก่อนที่บานประตูหนาหนักจะเปิดออกอย่างเชื่องช้า แต่ทว่ากลับไร้ซึ่งเสียงครืดคราดที่เคยบาดโสตประสาทอย่างที่เคยเป็น นั่นเพราะเกรซได้ใช้ไขมันสัตว์จากห้องเครื่องไปชโลมตามข้อต่อและบานพับจนลื่นไหล ร่างสูงใหญ่กำยำของ ไคเซอร์ เมล ออร์เลียเซลัส ก้าวข้ามธรณีประตูเข้ามาด้วยท่วงท่าที่สง่างามทว่าเปี่ยมไปด้วยรังสีแห่งความกดดันเช่นเคยทันทีที่ก้าวเข้าสู่เขตแดนของต
Baca selengkapnya
ตอนที่ 9 นิทราในรอบศตวรรษ
ท่ามกลางความเงียบงัดที่แผ่ซ่านปกคลุมหอคอยทมิฬชั้นบนสุด ห้องบรรทมที่เคยเป็นดั่งคุกทรมานทางจิตวิญญาณบัดนี้กลับกลายเป็นวิมานที่สงบเงียบ แสงจากคริสตัลมานาที่ถูกผ้ากำมะหยี่สีครีมห่อหุ้มไว้ฉายแสงนวลอ่อนโยนสอดรับกับลมเย็นที่พัดผ่านช่องลมเล็ก ๆ ที่เกรซเจาะไว้ ร่างสูงใหญ่ของจอมมารไคเซอร์ เมล ออร์เลียเซลัส นอนเหยียดยาวอยู่บนเตียงหินที่ถูกจัดตำแหน่งใหม่ตามหลักชัยภูมิที่สมดุลทันทีที่ศีรษะของไคเซอร์ทิ้งน้ำหนักลงบนหมอนที่เกรซบรรจงปรับความสูงด้วยการยัดนุ่นและเศษผ้าขนสัตว์จนได้ระดับที่รับกับต้นคอของเขาอย่างพอดิบพอดี ความรู้สึกที่เขาไม่เคยสัมผัสมานานนับศตวรรษก็จู่โจมเข้าที่กลางยอดอก มันไม่ใช่ความเจ็บปวด แต่มันคือความเบา ราวกับร่างทั้งร่างกำลังจมลงสู่ปุยเมฆที่ไร้แรงดึงดูดเปลือกตาของเขากระตุกเพียงเล็กน้อยก่อนจะปิดสนิทลงโดยไร้ซึ่งอาการขัดขืน จิตใต้สำนึกที่เคยระแวดระวังและตึงเครียดอยู่ตลอดเวลาเริ่มจมดิ่งลงสู่ห้วงแห่งภวังค์ที่ลึกและมืดมิดทว่าแสนอบอุ่น ลมหายใจที่เคยกระชั้นสั้นและติดขัดจากความก้าวร้าวเริ่มยาวขึ้นและมีจังหวะที่มั่นคงสม่ำเสมอ เป็นครั้งแรกในรอบหนึ่งร้อยปีที่ราชาผู้ไร้พ่ายไม่ต้องฝืนลืมตาเพื่อจ
Baca selengkapnya
ตอนที่ 10 ประกาศิตจอมมาร
รุ่งอรุณแห่งวันใหม่ทอแสงสีทองสลับม่วงอาบไล้ไปตามยอดหอคอยทมิฬที่ตั้งตระหง่านอยู่ใจกลางอาณาจักรปีศาจ ทว่าบรรยากาศภายในโถงทางเดินมืดสลัวกลับคุกรุ่นไปด้วยความโกลาหลที่ยากจะระงับ เสียงอาวุธกระทบชุดเกราะดังกังวานเป็นระยะเมื่อเหล่าองครักษ์และขุนนางระดับสูงมารวมตัวกันหน้าประตูห้องบรรทมส่วนพระองค์ที่ยังคงปิดสนิท ข่าวลือเรื่องการสวรรคตหรือการล้มป่วยหนักของจอมมารไคเซอร์ เมล ออร์เลียเซลัส แพร่สะพัดไปราวกับไฟลามทุ่ง สร้างความหวาดผวาและแผนการชั่วร้ายในใจของผู้ที่กระหายอำนาจทันใดนั้น เสียงกลไกของประตูโลหะทมิฬที่หนักอึ้งก็ทำงานอย่างแผ่วเบา บานประตูที่เคยส่งเสียงกรีดร้องบาดหูยามเปิดออก บัดนี้กลับเลื่อนเปิดอย่างนุ่มนวลไร้เสียงรบกวน ทันทีที่บานประตูเปิดกว้าง แรงกดดันมหาศาลที่ทรงพลังยิ่งกว่าครั้งไหน ๆ ก็แผ่ซ่านออกมาจนเหล่าปีศาจที่ยืนอยู่เบื้องหน้าถึงกับเข่าอ่อนแรง ทรุดตัวลงหมอบกราบกับพื้นหินโดยสัญชาตญาณไคเซอร์ เมล ออร์เลียเซลัส ก้าวเท้าออกมาจากความมืดสู่แสงสว่างของโถงทางเดิน ท่วงท่าการเดินของเขาบัดนี้สง่างามและมั่นคงผิดไปจากความเหนื่อยล้าที่เคยซ่อนอยู่ภายใต้มาดขรึมเมื่อวันวาน ผิวพรรณที่เคยขาวซีดอย่างคน
Baca selengkapnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status