Todos los capítulos de สยบรักตัวร้าย...ทะลุมิติมาได้สามีธงแดงที่คลั่งรักเพียงข้า: Capítulo 11 - Capítulo 20

54 Capítulos

บทที่ 11

เสียงประตูกำแพงด้านหลังจวนตระกูลหลี่ถูกปิดกระแทกใส่หน้าเสียงดังสนั่น ตามมาด้วยเสียงลงดาลสลักไม้บานใหญ่ ถือเป็นการตัดขาดโลกสองใบออกจากกันอย่างสิ้นเชิง​ หลี่ลั่วลั่วยืนมองบานประตูสีแดงหม่นนั้นด้วยสายตาเรียบเฉย แผ่นกระดาษหนังสือตัดขาดและถุงเงินใบเล็กที่ซ่อนอยู่ในสาบเสื้อคล้ายจะส่งผ่านความเย็นเยียบทะลุผิวหนัง ทว่ามันกลับเป็นความเย็นที่ทำให้นางรู้สึกเป็นอิสระอย่างแท้จริง​ ลมเหมันต์พัดกรรโชกมาอีกระลอก หิมะที่โปรยปรายลงมาอย่างหนักเริ่มเกาะตัวเป็นเกล็ดสีขาวบนเส้นผมและไหล่เล็กๆ ของเด็กหญิง ร่างกายวัยห้าขวบที่เพิ่งฟื้นไข้และสวมเพียงชุดผ้าฝ้ายบางๆ เริ่มสั่นสะท้านอย่างไม่อาจควบคุม ริมฝีปากที่เคยมีสีเลือดฝาดบัดนี้ซีดเผือดจนกลายเป็นสีม่วงคล้ำ​ ฉู่จวินเหยาที่ยืนอยู่เคียงข้างรับรู้ได้ถึงแรงสั่นสะท้านจากมือน้อยๆ ที่เขากอบกุมไว้ เด็กชายกระชับฝ่ามือให้แน่นขึ้น หวังจะส่งผ่านไออุ่นอันน้อยนิดจากร่างกายของตนไปให้นาง​ "เราต้องรีบไปจากตรงนี้" ฉู่จวินเหยาเอ่ยเสียงเรียบ ทว่าดวงตาหมาป่าของเขากวาดมองไปรอบๆ อย่างระแวดระวัง "อีกไม่ถึงชั่วยามก็จะค่ำแล้ว ทหา
Leer más

บทที่ 12

เสียงย่ำหิมะหนักๆ ของคนหลายคนดังใกล้เข้ามาทางหน้าศาลเจ้า จวินเหยาหูผึ่งทันที เขาวางมันเผาที่กินไปได้ครึ่งหัวลงบนพื้น สอดตัวออกจากผ้าคลุมและคว้าท่อนไม้ขนาดพอเหมาะที่ข้างกองไฟขึ้นมาถือไว้ในมือด้วยสัญชาตญาณระวังภัยขั้นสุด​ เงาร่างสูงใหญ่สามร่างปรากฏขึ้นที่ปากประตูศาลเจ้า พวกมันคือขอทานวัยรุ่นร่างกายผอมเกร็งแต่ดูดุร้าย สวมเสื้อผ้าขาดวิ่นที่แทบจะกันหนาวไม่ได้เลย ใบหน้าของพวกมันเปื้อนไปด้วยคราบสกปรกและรอยแผลเป็น เมื่อพวกมันมองเข้ามาเห็นกองไฟที่สว่างไสว ผ้าคลุมขนสัตว์ผืนงาม และเด็กน้อยสองคนที่ดูอ่อนแอ ดวงตาของพวกมันก็วาวโรจน์ไปด้วยความโลภและความหิวโหย​"เฮ้ยๆ ดูสิว่าเราเจออะไร" หนึ่งในขอทานวัยรุ่นแสยะยิ้มเผยให้เห็นฟันเหลืองอ๋อย "ศาลเจ้านี้เป็นที่ซุกหัวนอนของพวกข้ามาตั้งแต่ต้นฤดูหนาว พวกเจ้าเป็นลูกเต้าเหล่าใคร ถึงกล้ามาแย่งที่ของพวกข้า"​ จวินเหยาก้าวออกมายืนบังหน้าลั่วลั่วไว้มิดชิด แผ่นหลังเล็กๆ ของเขายืดตรงอย่างสง่างาม แม้ร่างกายจะสั่นสะท้านจากความหนาวที่ปะทะเข้ามาอีกครั้ง แต่แววตาของเขากลับดุดันและอำมหิตราวกับหมาป่าที่หวงถิ่น​ "ที่นี่เป็นศาลเจ้าร้าง ไม่มี
Leer más

บทที่ 13

แสงเงินแสงทองของเช้าวันใหม่สาดส่องลอดผ่านรอยแตกของหลังคากระเบื้องศาลเจ้าร้าง เกล็ดหิมะที่เกาะอยู่ตามขอบหน้าต่างเริ่มละลายกลายเป็นหยดน้ำเล็กๆ ร่วงหล่นกระทบพื้นดิน พายุหิมะอันบ้าคลั่งสงบลงแล้ว ทิ้งไว้เพียงอากาศที่ยังคงหนาวเหน็บจับขั้วหัวใจ​ภายใต้ผ้าคลุมขนสัตว์ผืนหนานุ่ม ร่างเล็กๆ สองร่างยังคงนอนขดตัวอิงแอบกันอย่างแนบแน่น หลี่ลั่วลั่วซุกใบหน้าจิ้มลิ้มเข้ากับลาดไหล่ของฉู่จวินเหยา ลมหายใจเข้าออกสม่ำเสมอบ่งบอกว่านางกำลังหลับสนิทและปลอดภัย ส่วนเด็กชายวัยแปดขวบนั้นลืมตาตื่นขึ้นมาได้พักใหญ่แล้ว​ ฉู่จวินเหยาจ้องมองเพดานศาลเจ้าที่เต็มไปด้วยหยากไย่ด้วยความรู้สึกที่ยากจะบรรยาย เมื่อคืนนี้เขาหลับสนิทที่สุดในรอบหลายเดือนนับตั้งแต่ครอบครัวแตกสลาย ไม่มีฝันร้าย ไม่มีเสียงคนตามล่า มีเพียงความอบอุ่นจากกองไฟและเด็กหญิงตัวน้อยที่ประกาศก้องว่าเขาคือครอบครัวของนาง​ เขาค่อยๆ ขยับแขนที่ถูกลั่วลั่วนอนทับอยู่อย่างระมัดระวังที่สุดเพื่อไม่ให้นางตื่น ก่อนจะสอดตัวออกจากผ้าคลุม ลมหนาวยามเช้าปะทะเข้ากับผิวหน้าจนต้องสูดปาก แต่เมื่อก้มลงมองเสื้อผ้าที่ขาดวิ่นของตนเอง เขาก็ต้องขมวดคิ้วแน่น​พวกเขา
Leer más

บทที่ 14

ยังไม่ทันที่เท้าเล็กๆ จะก้าวพ้นธรณีประตู เสี่ยวเอ้อร์หน้าตาบูดบึ้งผู้หนึ่งก็ปรี่เข้ามาขวางทางไว้พร้อมกับสะบัดผ้าเช็ดโต๊ะไล่ราวกับไล่แมลงวัน​ "ชิ่วๆ! ไปขอทานที่อื่นไป! วันนี้เหลาของเรายังไม่ได้เปิดเตา ไม่มีเศษอาหารเหลือให้พวกเจ้าหรอก รีบไสหัวไปก่อนที่ข้าจะเอาไม้กวาดตีพวกเจ้า!"​ จวินเหยาก้าวพรวดขึ้นมาบังหน้าลั่วลั่วไว้ทันที ดวงตาหมาป่าตวัดมองเสี่ยวเอ้อร์ผู้นั้นอย่างดุดันจนชายหนุ่มชะงักไปเล็กน้อย ทว่าลั่วลั่วกลับดึงชายเสื้อของเขาเบาๆ เป็นการปราม ก่อนที่นางจะก้าวออกมายืนเผชิญหน้ากับเสี่ยวเอ้อร์ด้วยท่าทีสง่าผ่าเผยผิดกับเสื้อผ้าที่สวมใส่​ "พี่ชายท่านนี้ช่างเจรจาน่าฟังยิ่งนัก" ลั่วลั่วเอ่ยด้วยน้ำเสียงกังวานใส ชัดถ้อยชัดคำ "แต่ข้ากับพี่ชายไม่ได้มาขอเศษอาหาร เรามาทำธุรกิจกับเถ้าแก่ของพวกท่าน รบกวนท่านไปตามเถ้าแก่มาพบข้าทีเถิด"​ เสี่ยวเอ้อร์เบิกตากว้างก่อนจะระเบิดหัวเราะออกมาดังลั่น "ฮ่าๆๆ! เด็กเมื่อวานซืนตัวเท่าลูกสุนัข สวมเสื้อผ้าขาดเป็นรู มาร้องเรียกหาเถ้าแก่เพื่อทำธุรกิจ สมองเจ้ามีปัญหาหรือไร รีบไปให้พ้นหน้าข้าเดี๋ยวนี้ ข้าอารมณ์ไม่ดีอยู่ด้วย
Leer más

บทที่ 15

"ไก่ย่าง? หม่าล่า?" เถ้าแก่หวังทวนคำด้วยความงุนงง ในยุคนี้ ไก่ย่างเป็นเพียงอาหารธรรมดาๆ ที่ทาเกลือและย่างไฟ ส่วนคำว่า หม่าล่า นั้นเขาไม่เคยได้ยินมาก่อน​ "ใช่เจ้าค่ะ มันคือการผสานความเผ็ดร้อนที่ชาไปถึงปลายลิ้น เข้ากับความหอมของเครื่องเทศนับสิบชนิด เมื่อนำไปหมักกับเนื้อไก่และย่างบนเตาถ่าน กลิ่นหอมของมันจะลอยไปไกลถึงสามช่วงถนน ใครได้กลิ่นเป็นต้องน้ำลายสอ และใครได้ลิ้มลองเพียงหนึ่งคำ จะต้องอยากกินคำต่อไปจนหยุดไม่ได้" ลั่วลั่วบรรยายสรรพคุณด้วยถ้อยคำที่ทำให้คนฟังจินตนาการตามจนลอบกลืนน้ำลาย​ เถ้าแก่หวังชั่งใจอยู่ครู่หนึ่ง ในแวดวงการค้านั้น ความเสี่ยงมักมาคู่กับผลกำไรเสมอ หากสิ่งที่เด็กคนนี้พูดเป็นความจริง หวังไห่โหลวของเขาย่อมกลับมายิ่งใหญ่ได้อีกครั้ง​"ข้าจะเชื่อใจเจ้าได้อย่างไรว่าสูตรนี้จะอร่อยจริง" เถ้าแก่หวังถามหยั่งเชิง​ลั่วลั่วไม่รอช้า นางเสนอเงื่อนไขที่ไม่มีใครกล้าปฏิเสธ "เรามาทำสัญญาเดิมพันกันเจ้าค่ะ เถ้าแก่ให้ข้ากับพี่ชายยืมใช้ครัวของท่าน และจัดเตรียมวัตถุดิบตามที่ข้าต้องการ ข้าจะลงมือทำไก่ย่างหม่าล่าให้ท่านชิมด้วยตนเอง หากท่านชิมแล้วรู้สึกว่ามันไม่อร่อย ไม่
Leer más

บทที่ 16

เมื่อเนื้อไก่หมักได้ที่ ลั่วลั่วก็ให้จวินเหยานำไปย่างบนเตาถ่านที่ไฟกำลังร้อนระอุ ทันทีที่น้ำมันจากเนื้อไก่หยดลงบนถ่าน กลิ่นหอมของหม่าล่าก็แตกปะทุและลอยฟุ้งกระจายออกไป ไม่เพียงแต่ในห้องครัว ทว่ามันยังลอยผ่านช่องระบายอากาศออกไปถึงหน้าร้าน และลอยข้ามถนนไปดึงดูดความสนใจของผู้คนที่สัญจรไปมา​ "หอมเหลือเกิน! กลิ่นอะไรน่ะ ออกมาจากหวังไห่โหลวใช่หรือไม่!"​ "กลิ่นเผ็ดร้อนแต่ชวนให้น้ำลายไหล ข้าไม่เคยกินอาหารที่กลิ่นหอมขนาดนี้มาก่อนเลย!"​ ลูกค้าที่กำลังจะเดินเข้าร้านฝั่งตรงข้ามถึงกับชะงักเท้าและหันมองมาทางหวังไห่โหลวเป็นตาเดียว​ ภายในห้องครัว ไก่ย่างหม่าล่าไม้แรกสุกเหลืองเกรียมกำลังดี สีแดงของพริกและเครื่องเทศเคลือบอยู่บนผิวเนื้อไก่ที่ส่งเสียงฉ่าๆ ลั่วลั่วนำมันใส่จานกระเบื้องอย่างระมัดระวัง แล้วเดินถือออกไปที่โถงด้านหน้า โดยมีจวินเหยาเดินคุมเชิงอยู่ด้านหลังไม่ห่าง​เถ้าแก่หวังนั่งรออยู่ที่โต๊ะกลางร้าน เมื่อเขาเห็นจานไก่ย่างถูกวางลงตรงหน้าและสูดดมกลิ่นหอมนั้นเข้าไป ดวงตาของเขาก็เบิกกว้างด้วยความตื่นเต้น เขาไม่รอช้า รีบใช้ตะเกียบคีบเนื้อไก่ชิ้นแรกเข้าป
Leer más

บทที่ 17

ตลาดใจกลางเมืองหลวงในยามสายยังคงคึกคัก ผู้คนเดินขวักไขว่เบียดเสียด ทว่าเมื่อร่างเล็กจ้อยในชุดปะชุนมอซอสองร่างก้าวเข้ามาในร้านขายเสื้อผ้าที่ใหญ่ที่สุดในย่านนั้น บรรยากาศภายในร้านก็พลันเงียบกริบลงชั่วขณะเถ้าแก่เนี้ยร่างอวบที่กำลังยืนประจบประแจงฮูหยินตระกูลเศรษฐีอยู่ หันขวับมามองผู้มาใหม่ด้วยหางตา สันจมูกของนางเชิดรั้นขึ้นพร้อมกับยกผ้าเช็ดหน้าขึ้นปิดจมูกราวกับได้กลิ่นเหม็นเน่า"นี่พวกเจ้าตาบอดหรือไร ถึงไม่เห็นป้ายหน้าร้านว่าที่นี่คือร้านผ้าไหมสกุลเฉิน ไม่ใช่โรงทานแจกเสื้อผ้าเก่า รีบออกไปเดี๋ยวนี้ อย่ามาทำร้านข้าสกปรก!" เถ้าแก่เนี้ยตวาดแหวเสียงแหลมฉู่จวินเหยาขมวดคิ้วมุ่น ดวงตาหมาป่าตวัดมองสตรีร่างอวบด้วยแววตาดุดัน เขาก้าวขึ้นมาบังหน้าหลี่ลั่วลั่วตามสัญชาตญาณ ทว่ามือเล็กๆ ของเด็กหญิงกลับเอื้อมมาดึงชายเสื้อเขาไว้เบาๆลั่วลั่วไม่ได้มีท่าทีโกรธเคือง นางเพียงแค่ยิ้มบางๆ แล้วล้วงมือเข้าไปในห่อผ้าที่จวินเหยาสะพายอยู่ หยิบเงินตำลึงก้อนงามส่องประกายวาววับออกมาหนึ่งก้อน ก่อนจะโยนมันลงบนโต๊ะไม้สักตรงหน้าเถ้าแก่เนี้ยจนเกิดเสียงดัง กึก"เงินก้อนนี้คงพอจะล้างความสกปรกของพวกข้าได้กระมังเจ้าคะ เถ้าแก่เ
Leer más

บทที่ 18

หลังจากจวินเหยาอาบน้ำและเปลี่ยนมาสวมชุดสีน้ำเงินเข้มตัวใหม่เสร็จเรียบร้อย ก็ถึงตราวของลั่วลั่วบ้าง เด็กชายเดินออกไปรอที่ระเบียงด้านนอกเพื่อให้นางได้จัดการธุระส่วนตัวเมื่อลั่วลั่วชำระล้างร่างกายและสวมชุดกระโปรงสีชมพูอ่อนเดินออกมาจากฉากกั้น จวินเหยาที่หันกลับมามองถึงกับนิ่งอึ้งไปชั่วขณะคราบมอมแมมที่เคยปกปิดใบหน้าถูกล้างออกไปจนหมดสิ้น เผยให้เห็นผิวพรรณขาวผ่องราวกับหิมะแรก แก้มกลมยุ้ยเป็นสีชมพูระเรื่อดุจลูกท้อสุก ดวงตากลมโตสีดำขลับเป็นประกายสุกใส ริมฝีปากจิ้มลิ้มสีแดงสดระบายยิ้มกว้าง เส้นผมสีดำสนิทที่เปียกชื้นเล็กน้อยปล่อยสยายยาวเคลียไหล่นางดูไม่เหมือนเด็กเร่ร่อนที่เพิ่งรอดตายจากศาลเจ้าร้างเลยสักนิด แต่เหมือนองค์หญิงตัวน้อยที่หลุดออกมาจากภาพวาดในตำหนักสวรรค์ต่างหาก"เป็นอย่างไรบ้าง ข้าสวยหรือไม่" ลั่วลั่วหมุนตัวไปมาให้เขาดูชายกระโปรงที่พลิ้วไหวจวินเหยารีบเบือนหน้าหนีไปทางอื่นเพื่อซ่อนใบหน้าที่เริ่มเห่อร้อน "ก็... ไม่เลว อย่างน้อยก็ดูเป็นผู้เป็นคนขึ้นมาบ้าง"ลั่วลั่วหัวเราะเบาๆ นางรู้ดีว่าลูกหมาป่าตัวนี้ปากแข็งเพียงใด ทันใดนั้น เสียงเคาะประตูก็ดังขึ้น เสี่ยวเอ้อร์ยกถาดอาหารมื้อใหญ่เข้า
Leer más

บทที่ 19

"หยุดเดี๋ยวนี้นะ พี่จวินเหยา!" ลั่วลั่วร้องห้ามเสียงหลง นางรีบวิ่งเข้าไปกอดเอวเขาไว้แน่นเพื่อรั้งไม่ให้เขาทำอะไรวู่วาม "ท่านบ้าไปแล้วหรือ จวนเสนาบดีมีเวรยามแน่นหนาแค่ไหนท่านก็รู้ ต่อให้ท่านเข้าไปถึงตัวนางได้ แต่ท่านก็หนีไม่พ้นหรอก และถึงท่านจะฆ่านางสำเร็จ ข้าก็ยังกลายเป็นขโมยที่ถูกทางการหมายหัวอยู่ดี การฆ่าคนไม่ได้ช่วยล้างมลทินให้ข้าเลยนะ!"คำพูดที่เปี่ยมไปด้วยเหตุผลของเด็กหญิงทำให้จวินเหยาชะงักเท้า เขาก้มลงมองใบหน้าเล็กๆ ที่กำลังกอดเขาไว้แน่น ความโกรธแค้นในใจค่อยๆ สงบลง ทว่าความกังวลกลับเพิ่มพูนขึ้นเป็นทวีคูณ"แล้วเราจะทำอย่างไร หากเราหนีออกจากเมืองหลวงตอนนี้ ก็เท่ากับยอมรับผิด หากเราถูกจับ เจ้าก็ต้องตาย" น้ำเสียงของเขาสั่นพร่า เขาเพิ่งจะพบความสุขได้ไม่ถึงข้ามวัน สวรรค์ก็ใจร้ายส่งบททดสอบสุดโหดมาให้พวกเขาอีกแล้วลั่วลั่วปล่อยมือจากเอวของเขา นางถอยหลังออกมาหนึ่งก้าว ดวงตากลมโตที่เคยไร้เดียงสาบัดนี้ฉายแววของนักหมากรุกที่กำลังมองกระดานอย่างทะลุปรุโปร่ง รอยยิ้มเย็นเยียบปรากฏขึ้นที่มุมปาก"เราจะไม่หนี และเราก็จะไม่ยอมถูกจับเจ้าค่ะ" ลั่วลั่วเอ่ยด้วยน้ำเสียงเด็ดขาด "ในเมื่อนางกล้าใช้ไข่มุกรา
Leer más

บทที่ 20

รัตติกาลเข้าปกคลุมเมืองหลวงด้วยม่านสีหมึกที่หนาวเหน็บ ลมเหมันต์หวีดหวิวลอดผ่านรอยแตกของบานหน้าต่างไม้ในโรงเตี๊ยมชั้นเลิศ ทว่าภายในห้องพักหรูหรานั้นกลับคุกรุ่นไปด้วยบรรยากาศของการวางแผนที่เดิมพันด้วยชีวิตหลี่ลั่วลั่วนั่งอยู่ริมหน้าต่าง ดวงตากลมโตเหม่อมองไปยังทิศทางของจวนเสนาบดีหลี่ที่อยู่ห่างออกไปหลายช่วงถนน นางไม่ได้มีความหวาดกลัวแม้แต่น้อย ทว่าในสมองกลับกำลังหมุนวนเป็นลูกคิด ประมวลผลทุกความเป็นไปได้ที่จะเกิดขึ้นในแผนการยืมดาบฆ่าคนครั้งนี้ฉู่จวินเหยายืนพิงเสาเตียงอยู่ไม่ไกล สายตาของเขายังคงจับจ้องไปที่ร่างเล็กจ้อยของเด็กหญิงด้วยความกังวลที่ปิดไม่มิด มือที่ซ่อนอยู่ในแขนเสื้อกำแน่นจนข้อปูดขาว เขาไม่เคยรู้สึกไร้กำลังเท่านี้มาก่อน ในฐานะพี่ชาย เขาควรจะเป็นผู้ปกป้องนางจากอันตรายทั้งปวง แต่ตอนนี้นางกลับบอกว่านางจะเข้าไปในถ้ำเสือเพียงลำพัง"พี่จวินเหยา ท่านไม่ต้องทำหน้าเหมือนโลกจะถล่มเช่นนั้นหรอกเจ้าค่ะ" ลั่วลั่วหันมายิ้มบางๆ พยายามลดทอนความตึงเครียด "ข้าบอกท่านแล้วอย่างไรเล่าว่าข้ามีของวิเศษ อีกอย่าง ตัวข้าเล็กเพียงเท่านี้ มุดรูกำแพงเข้าออกง่ายยิ่งกว่าหนูเสียอีก ยามในจวนหลี่ล้วนแต่ขี้เกีย
Leer más
ANTERIOR
123456
ESCANEA EL CÓDIGO PARA LEER EN LA APP
DMCA.com Protection Status