All Chapters of สยบรักตัวร้าย...ทะลุมิติมาได้สามีธงแดงที่คลั่งรักเพียงข้า: Chapter 1 - Chapter 10

54 Chapters

บทที่ 1

ลมเหมันต์พัดกระหน่ำรุนแรงราวกับเสียงก่นด่าของปีศาจ หิมะสีขาวโพลนร่วงหล่นลงมาปกคลุมทั่วบริเวณจวนตระกูลหลี่อันกว้างใหญ่และวิจิตรตระการตา ทว่าลึกเข้าไปในสุดเขตจวนหลังกำแพงสูงตระหง่าน กลับมีกระท่อมไม้ผุพังซอมซ่อหลังหนึ่งตั้งอยู่อย่างโดดเดี่ยว สภาพของมันเอนเอียงคล้ายจะพังครืนลงมาได้ทุกเมื่อหากถูกลมพัดแรงอีกเพียงระลอกเดียว​ ภายในกระท่อมมืดมิดและอับชื้น กลิ่นเหม็นอับของฟางแห้งผสมผสานกับกลิ่นคาวเลือดจางๆ ลอยคละคลุ้ง บนกองฟางที่แทบไม่เหลือความอบอุ่น ร่างเล็กจ้อยของเด็กหญิงวัยห้าขวบนอนขดตัวสั่นสะท้านอยู่ภายใต้ผ้าห่มผืนบางที่เต็มไปด้วยรอยปะชุน ผิวพรรณที่ควรจะขาวผ่องอมชมพูตามวัยกลับซีดเผือดไร้สีเลือด ริมฝีปากแห้งผากแตกเป็นขุย ลมหายใจรวยรินแผ่วเบาจนแทบไม่อาจสัมผัสได้​ หลี่ลั่วลั่ว คุณหนูเก้าแห่งจวนตระกูลหลี่ ผู้เกิดมาพร้อมกับคำทำนายของนักพรตเฒ่าว่าเป็นตัวกาลกิณีที่จะนำพาความพินาศมาสู่ตระกูล มารดาของนางสิ้นใจทันทีที่คลอดนางออกมา บิดาผู้เป็นถึงเสนาบดีกรมพิธีการจึงรังเกียจเดียดฉันท์ สั่งให้คนนำนางมาทิ้งไว้ที่กระท่อมท้ายจวนตั้งแต่ยังเป็นทารก ปล่อยให้เติบโตมาตามยถากร
Read more

บทที่ 2

​"ท่านพี่ ท่านต้องตัดสินใจเด็ดขาดแล้วนะเจ้าคะ ปล่อยนังตัวกาลกิณีไว้ในจวนต่อไป มีแต่จะทำให้ตระกูลหลี่ตกต่ำลง เมื่อวานฮ่องเต้ก็เพิ่งตำหนิฎีกาของท่าน หากเป็นเช่นนี้ต่อไป ตำแหน่งเสนาบดีของท่านอาจจะสั่นคลอนได้นะเจ้าคะ"​            น้ำเสียงหวานหยดย้อยทว่าแฝงไปด้วยความอำมหิตนั้น ลั่วลั่วจำได้ดีจากความทรงจำ มันคือเสียงของ ซุนรุ่ยเซียง แม่เลี้ยงผู้แสนดีต่อหน้าผู้คน แต่ลับหลังกลับหาทางกำจัดนางทุกวิถีทาง​            "ข้าก็ไม่ได้อยากเก็บมันไว้! แต่ถ้าข้าส่งลูกสาวแท้ๆ ไปตาย ผู้คนจะครหาว่าข้าหลี่จงเหวินเป็นบิดาที่ไร้เมตตา" เสียงทุ้มต่ำที่ตอบกลับมาเต็มไปด้วยความหงุดหงิดและรำคาญใจ นั่นคือบิดาบังเกิดเกล้าของร่างนี้​            "ใครบอกให้ท่านพี่ส่งนางไปตายเล่าเจ้าคะ" ซุนรุ่ยเซียงหัวเราะเบาๆ "เราก็แค่บอกคนภายนอกว่า ส่งคุณหนูเก้าไปถือศีลภาวนาที่ศาลเจ้าบนยอดเขาจิ่วหลงเพื่อปัดเป่าเคราะห์กรรมให้ตระกูล ศาลเจ้านั้นอยู่ห่า
Read more

บทที่ 3

ซุนรุ่ยเซียงเห็นสามีเริ่มมีอาการลังเล นางจึงรีบเดินเข้าไปเกาะแขนเขาแน่น "ท่านพี่ อย่าไปฟังนังเด็กผีสางนี่พูดนะเจ้าคะ นางกำลังใช้เล่ห์เหลี่ยมหลอกลวงท่านพี่ เด็กอายุแค่นี้จะไปรู้อะไร นางก็แค่แต่งเรื่องขึ้นมาเพื่อเอาตัวรอดเท่านั้น"​ ลั่วลั่วลอบมองหน้าจอระบบที่ลอยอยู่กลางอากาศ​ "ระบบ ฉันต้องการแลกแต้มบุญเพื่อสร้างเอฟเฟกต์สนับสนุนการเจรจา มีอะไรแนะนำบ้าง"​ "ติ๊ง! แนะนำไอเทมยันต์ภาพลวงตาและเสียงสะท้อนวิญญาณ ราคาห้าแต้มบุญ สามารถสร้างปรากฏการณ์เหนือธรรมชาติลวงตาเป้าหมายได้เป็นเวลาหนึ่งก้านธูป"​ "ซื้อเลย" ลั่วลั่วตอบตกลงทันที​ ทันใดนั้นเอง ลมเหมันต์ที่พัดอยู่ภายนอกก็ทวีความรุนแรงขึ้นจนหน้าต่างไม้สั่นกึกๆ ประตูที่หลุดไปแล้วกระแทกกับผนังเสียงดังปังใหญ่ แต่สิ่งที่ทำให้หลี่จงเหวินและซุนรุ่ยเซียงแทบจะหยุดหายใจ คือเงาดำสายหนึ่งที่วูบผ่านหน้าต่างไป พร้อมกับเสียงกระซิบเย็นเยียบที่ดังสะท้อนก้องไปทั่วกระท่อม​ "ผู้ใด... ทำร้าย... ลูกข้า... มันผู้นั้น... ต้องชดใช้..."​ เสียงนั้นแหบพร่าและยืดยาน ฟังดูคล้ายเสียงของผู้หญิงที
Read more

บทที่ 4

หิมะนอกหน้าต่างยังคงโปรยปรายลงมาอย่างหนักหน่วง ลมหนาวพัดกรีดผิวหนังจนเจ็บแปลบราวกับถูกใบมีดนับพันเล่มเฉือน ทว่าความหนาวเหน็บเหล่านั้นกลับไม่อาจเทียบได้กับความเย็นชาในดวงตาของเด็กชายวัยแปดขวบที่ยืนอยู่ท่ามกลางพายุหิมะ​ ฉู่จวินเหยาจ้องมองก้อนแป้งสีขาวอวบอ้วนในมือของเด็กหญิงตัวน้อย กลิ่นหอมกรุ่นของหมั่นโถวร้อนๆ ลอยมาปะทะจมูก กระตุ้นให้น้ำย่อยในกระเพาะอาหารที่ว่างเปล่ามาสองวันเต็มบีบรัดตัวอย่างรุนแรงจนเขาต้องนิ่วหน้า ทว่าส้นเท้าของเขากลับตอกตรึงอยู่กับที่ ไม่ยอมก้าวเข้าไปใกล้หน้าต่างบานนั้นแม้แต่ก้าวเดียว​ ในโลกที่เขาเติบโตมา ไม่มีสิ่งใดได้มาเปล่าๆ ความเมตตาคือยาพิษเคลือบน้ำตาลที่พร้อมจะปลิดชีพผู้หลงกลได้ทุกเมื่อ เมื่อวานนี้เขาเพิ่งถูกขอทานเฒ่าหลอกให้ไปขโมยของแลกกับเศษอาหารเปียกแฉะ แต่สุดท้ายกลับถูกหักหลังและปล่อยให้ถูกรุมซ้อมจนกระดูกซี่โครงแทบหัก รอยฟกช้ำบนใบหน้าและกลิ่นคาวเลือดที่ยังคลุ้งอยู่ในปากคือบทเรียนราคาแพงที่สอนให้เขารู้ว่า อย่าไว้ใจรอยยิ้มของใครทั้งสิ้น​หลี่ลั่วลั่วมองประเมินลูกหมาป่าตัวน้อยตรงหน้าอย่างเงียบๆ นางคือนักเจรจาระดับโลก จิตวิทยาพื้นฐานในการเ
Read more

บทที่ 5

ชายผู้เป็นหัวหน้าแสยะยิ้มชั่วร้าย มันก้าวอาดๆ เข้ามาในกระท่อมพร้อมกับตวัดสายตาเหี้ยมโหดมองไปรอบๆ ทว่าสิ่งที่พวกมันพบกลับไม่ใช่เด็กชายขอทานที่กำลังตามล่า แต่เป็นเด็กหญิงตัวเล็กจ้อยสวมชุดขาวซีด กำลังนั่งหันหลังให้พวกมันอยู่ที่มุมห้อง นางกำลังพึมพำอะไรบางอย่างกับกำแพงไม้ผุพังด้วยน้ำเสียงเย็นเยียบชวนขนลุก​ "ลุงฝู... นั่นลุงฝูใช่หรือไม่เจ้าคะ... ลุงฝูเจ็บมากไหม... เลือดเต็มตัวลุงฝูไปหมดเลย..."​ ชายฉกรรจ์ทั้งสามชะงักฝีเท้า บรรยากาศในกระท่อมที่หนาวเย็นอยู่แล้วดูเหมือนจะเย็นยะเยือกขึ้นไปอีกหลายเท่าตัว​"นี่มันตัวบ้าอะไรวะ เด็กหรือผี!" ลูกน้องคนหนึ่งสบถพรางก้าวถอยหลัง​ หัวหน้ากลุ่มพยายามทำใจดีสู้เสือ มันชี้ดาบไปที่แผ่นหลังเล็กๆ นั้น "เฮ้ย นังหนู! หันหน้ามาคุยกันเดี๋ยวนี้ เจ้าเห็นเด็กขอทานวิ่งผ่านมาทางนี้บ้างไหม ถ้าเจ้ากล้าโกหก ข้าจะสับเจ้าเป็นชิ้นๆ!"​ ลั่วลั่วค่อยๆ หมุนตัวกลับมาอย่างเชื่องช้า เส้นผมสีดำสนิทที่ยุ่งเหยิงปรกลงมาปิดบังใบหน้าครึ่งหนึ่ง ดวงตากลมโตของนางเบิกกว้าง ว่างเปล่า และจ้องมองทะลุร่างของชายฉกรรจ์เหล่านั้นไปที่ความว่างเปล่าด้านหลั
Read more

บทที่ 6

แสงอาทิตย์ยามรุ่งอรุณสาดส่องลอดผ่านรอยแตกของฝาผนังไม้เข้ามาภายในกระท่อมร้าง ท่ามกลางอากาศที่ยังคงหนาวเหน็บจนน้ำในอ่างจับตัวเป็นน้ำแข็ง ทว่าบนกองฟางที่มุมห้องกลับมีความอบอุ่นประหลาดสายหนึ่งแผ่ซ่านออกมา​ ฉู่จวินเหยาค่อยๆ ปรือตาขึ้นอย่างเชื่องช้า ความรู้สึกแรกที่สัมผัสได้คือความเบาสบาย ร่างกายที่เคยหนักอึ้งและปวดร้าวราวกับกระดูกถูกบดขยี้ บัดนี้กลับไม่หลงเหลือความเจ็บปวดแม้แต่น้อย เขาก้มลงมองหน้าอกและท่อนแขนของตนเอง รอยฟกช้ำดำเขียวและบาดแผลเปิดที่เคยมีเลือดซึม บัดนี้สมานตัวติดกันสนิทเหลือเพียงรอยแผลเป็นจางๆ ราวกับเวทมนตร์​ เด็กชายเบิกตากว้างด้วยความตกตะลึง ยาสมานแผลที่เด็กหญิงคนนั้นทาให้เขาเมื่อคืนคือยาต้มตุ๋นหรือยาวิเศษกันแน่ เหตุใดจึงมีสรรพคุณล้ำเลิศถึงเพียงนี้ ในแผ่นดินนี้ต่อให้เป็นหมอเทวดาในราชสำนักก็ไม่อาจรักษาบาดแผลฉกรรจ์ให้หายขาดได้ในชั่วข้ามคืน​ เขาหันขวับไปมองยังอีกฝั่งของกระท่อม หลี่ลั่วลั่วกำลังนั่งขัดสมาธิอยู่บนกองฟาง แผ่นหลังเล็กๆ ตั้งตรง เส้นผมสีดำขลับที่เคยยุ่งเหยิงถูกสางจนเรียบร้อยและมัดเป็นแกละสองข้างอย่างลวกๆ เด็กหญิงกำลังหลับตาพริ้ม ร
Read more

บทที่ 7

"ท่านนักพรต นั่นอย่างไรเล่าเจ้าคะ ตัวกาลกิณีที่นำพาความโชคร้ายมาสู่ตระกูลหลี่ของเรา" ซุนรุ่ยเซียงชี้พัดจันทน์หอมมาที่ลั่วลั่วซึ่งนั่งนิ่งอยู่บนกองฟาง "ก่อนหน้านี้วิญญาณร้ายที่สิงสู่ในตัวนางถึงขั้นแผลงฤทธิ์ สร้างภาพหลอกหลอนท่านเสนาบดีจนแทบจับไข้ หากปล่อยไว้อาจเป็นภัยต่อชาวเมืองได้นะเจ้าคะ"​ นักพรตกำมะลอลูบเคราตัวเองเบาๆ ทำตาดุขึงขัง "อมิตาพุทธ ไอชั่วร้ายรุนแรงยิ่งนัก! นังมารร้าย เจ้าจงยอมจำนนแต่โดยดี มิเช่นนั้นกระบี่ไม้ท้อของข้าจะฟาดฟันวิญญาณของเจ้าให้แหลกสลาย!"​ ลั่วลั่วมองการแสดงปาหี่ตรงหน้าด้วยสายตาว่างเปล่า นางค่อยๆ ยันตัวลุกขึ้นยืน ร่างเล็กจ้อยที่สวมเพียงชุดบางๆ สั่นเทาอย่างน่าสงสาร ทว่าสิ่งที่ทำให้นางดูน่าเวทนาที่สุดคือดวงตากลมโตที่เอ่อล้นไปด้วยน้ำตาใสกระจ่างหยดหมับลงมาอาบสองแก้ม​ "ท่านแม่รอง... ลั่วลั่วทำผิดอันใดหรือเจ้าคะ เหตุใดท่านต้องพานักพรตมาจับลั่วลั่วด้วย ลั่วลั่วหนาว ลั่วลั่วหิว ลั่วลั่วไม่ได้เป็นปีศาจนะเจ้าคะ" เสียงสะอื้นไห้ที่ปะปนกับความหวาดกลัวดังระงมไปทั่วบริเวณ​ ชาวบ้านที่มุงดูอยู่เริ่มซุบซิบนินทา หลายคนเกิดความสงสารเม
Read more

บทที่ 8

ซุนรุ่ยเซียงทนรับสายตาประณามไม่ไหว นางกัดฟันกรอด หันไปตวาดใส่บ่าวไพร่ที่เหลือ "พวกเจ้าตายกันไปหมดแล้วหรือ! ไอ้สุนัขรับใช้ตัวนี้มันเป็นบ้าไปแล้ว รีบเอาก้อนผ้าอุดปากมันแล้วลากตัวไปขังไว้ที่คอกม้าเดี๋ยวนี้!"​ บ่าวชายสองสามคนรีบกรูเข้าไปจับตัวพ่อบ้านจางที่ยังคงแหกปากสารภาพบาปไม่หยุด พวกมันใช้เศษผ้ายัดใส่ปากและลากตัวมันออกไปอย่างทุลักทุเล​ นักพรตกำมะลอเห็นสถานการณ์พลิกผันก็รู้ตัวว่าขืนอยู่ต่อคงโดนชาวบ้านรุมประชาทัณฑ์แน่ จึงรีบเก็บข้าวของแล้วเดินแกมวิ่งหนีออกไปทางหลังจวนทันที​ซุนรุ่ยเซียงสูดลมหายใจเข้าลึก พยายามปั้นหน้าให้กลับมาสงบนิ่ง นางตวัดสายตาอาฆาตมาที่หลี่ลั่วลั่วที่กำลังแสร้งทำเป็นตัวสั่นงันงก​ "ฝากไว้ก่อนเถิด นังมารหัวขน วันนี้เจ้าดวงแข็งนัก แต่คราวหน้าข้าไม่ปล่อยเจ้าไว้แน่!" นางเค้นเสียงลอดไรฟัน ก่อนจะสะบัดแขนเสื้อและเดินกระแทกส้นเท้าจากไปอย่างรวดเร็ว ทิ้งบ่าวไพร่ให้วิ่งตามกันอย่างระส่ำระสาย​เมื่อกลุ่มคนร้ายจากไปจนหมด เสียงก่นด่าของชาวบ้านก็ค่อยๆ ซาลงและสลายตัวกันไป กระท่อมร้างกลับเข้าสู่ความเงียบสงบอีกครั้ง​ ลั่วลั่วใช้หลังมือปาดน้
Read more

บทที่ 9

ข่าวลือเรื่องความอำมหิตของฮูหยินเอกแห่งจวนเสนาบดีหลี่แพร่สะพัดไปทั่วเมืองหลวงรวดเร็วยิ่งกว่าไฟลามทุ่ง เพียงไม่ถึงครึ่งชั่วยามหลังกลุ่มชาวบ้านแยกย้ายกันไป เรื่องราวของพ่อบ้านจางที่ถูกวิญญาณบ่าวชราเข้าสิงจนต้องสารภาพบาปกลางแจ้ง ก็ถูกแต่งเติมเสริมแต่งและเล่าขานกันไปตามโรงเตี๊ยมและตลาดสดทุกหัวระแหง​ ภายในกระท่อมท้ายจวนที่เคยหนาวเหน็บ บรรยากาศกลับเงียบสงบอย่างประหลาด หลี่ลั่วลั่วนั่งกอดเข่าอยู่บนกองฟาง สายตาจับจ้องไปยังเศษหิมะที่ปลิวร่วงลงมาจากหลังคาที่ชำรุดทรุดโทรม สมองอันปราดเปรื่องของนางกำลังประมวลผลถึงผลลัพธ์ที่จะตามมาจากการกระทำอันอุกอาจเมื่อครู่​ ฉู่จวินเหยาที่นั่งอยู่ไม่ไกลลอบสังเกตใบหน้าจิ้มลิ้มนั้นเงียบๆ เด็กหญิงวัยห้าขวบผู้นี้มีดวงตาที่ลึกล้ำเกินวัย ในยามที่นางร้องไห้อ้อนวอนเมื่อครู่นางดูเหมือนลูกนกที่รอความตาย ทว่าในยามนี้นางกลับสงบนิ่งเยือกเย็นราวกับแม่ทัพที่กำลังวางหมากกระดานต่อไป​ "เจ้าทำเรื่องใหญ่ลงไปแล้ว รู้ตัวหรือไม่" ฉู่จวินเหยาเอ่ยทำลายความเงียบ น้ำเสียงของเขาแหบพร่าทว่าแฝงความกังวลอย่างปิดไม่มิด "การทำให้ฮูหยินเอกอับอายต่อหน้าธารกำนัล
Read more

บทที่ 10

​"ท่านพ่อพูดยกยอข้าเกินไปแล้ว ข้าเป็นเพียงเด็กห้าขวบที่วันๆ เอาแต่นอนจับไข้รอความตายอยู่ในกระท่อมผุพัง ข้าจะเอาปัญญาที่ไหนไปสร้างเรื่องหลอกลวงพ่อบ้านจางผู้เก่งกาจได้เล่าเจ้าคะ สิ่งที่พ่อบ้านจางพูดออกมา ล้วนเป็นความจริงที่อัดอั้นอยู่ในใจเขาต่างหาก ชาวบ้านมีตาก็มองเห็น มีหูก็ได้ยิน หากท่านพ่อคิดว่าสิ่งที่ข้าพูดเป็นคำลวง เหตุใดท่านไม่ลองส่งคนไปสืบดูที่ห้องของลุงฝูเล่า อาจจะเจอป้ายหยกทองคำที่ถูกนำไปซ่อนไว้จริงๆ ก็ได้"​ซุนรุ่ยเซียงได้ยินดังนั้นก็หน้าถอดสี นางรีบก้าวออกมายืนเคียงข้างสามี "ท่านพี่ อย่าไปฟังคำแก้ตัวของนังเด็กปีศาจนี่นะเจ้าคะ! นางมีเวทมนตร์มนต์ดำ นางใช้คาถาทำร้ายบ่าวไพร่ของเรา ท่านพี่ต้องรีบส่งนางไปให้พ้นจากจวนเดี๋ยวนี้ หากปล่อยไว้นานกว่านี้ เกรงว่าตำแหน่งขุนนางของท่านพี่อาจจะได้รับผลกระทบนะเจ้าคะ!"​ คำว่าตำแหน่งขุนนางจี้จุดอ่อนของหลี่จงเหวินเข้าอย่างจัง สำหรับเขาแล้ว อำนาจและหน้าตาสำคัญยิ่งกว่าชีวิตของสายเลือด เขาหันมาจ้องลั่วลั่วด้วยสายตาเหี้ยมเกรียม ตัดสินใจเด็ดขาดแล้วว่าจะกำจัดตัวกาลกิณีผู้นี้ให้พ้นทาง​ "รุ่ยเซียงพูดถูก ข้าไม่น่าใจอ่อนเก็บเจ้าไว้ตั
Read more
PREV
123456
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status