Todos los capítulos de สยบรักตัวร้าย...ทะลุมิติมาได้สามีธงแดงที่คลั่งรักเพียงข้า: Capítulo 41 - Capítulo 50

54 Capítulos

บทที่ 41

เยี่ยนอู๋จี๋ส่ายหน้าช้าๆ น้ำเสียงของเขาสั่นเครือ "ไอ้เด็กโง่นี่มันฝืนทะลวงจุดมรณะจนธาตุไฟแตกซ่านขั้นวิกฤต เส้นชีพจรหลักขาดสะบั้น พลังมารกำลังกัดกินหัวใจของมัน... ข้าช่วยมันไม่ได้ พลังของข้ามีแต่จะยิ่งไปกระตุ้นให้พิษมารกำเริบเร็วขึ้น"​ "ท่านหมายความว่าอย่างไร ข้ามีโอสถมากมาย ต้องมียาสักตัวที่ช่วยเขาได้สิ!" ลั่วลั่วละล่ำละลัก มือเล็กๆ สั่นเทาขณะพยายามปาดเลือดออกจากใบหน้าของเขา​ "เปล่าประโยชน์" เยี่ยนอู๋จี๋หลับตาลงด้วยความเจ็บปวด "เว้นเสียแต่จะได้ บัวหิมะเก้าสวรรค์ ที่เติบโตบนยอดเขาคุนหลุนมาสกัดเป็นยาชำระไขกระดูก มิเช่นนั้น... ภายในครึ่งชั่วยาม มันต้องสิ้นใจอย่างแน่นอน"​ บัวหิมะเก้าสวรรค์! สมุนไพรในตำนานที่ไม่มีผู้ใดเคยพบเห็นมานับร้อยปี​ ลั่วลั่วมองใบหน้าที่บิดเบี้ยวด้วยความทรมานของฉู่จวินเหยา ดวงตาหมาป่าของเขาปิดสนิท ลมหายใจแผ่วเบาจนแทบไม่รู้สึก เขาจวนจะแหลกสลายไปต่อหน้านางเพราะความปรารถนาที่จะแข็งแกร่งเพื่อปกป้องนาง​"ข้าไม่ยอม... ข้าไม่ยอมให้ท่านตายเด็ดขาด!" ลั่วลั่วกัดฟันกรอด นางหลับตาลงและเรียกหน้าจอระบบขึ้นมาในห้วงความคิดด้วยความรวดเร
Leer más

บทที่ 42

ในขณะเดียวกัน ดวงตาหมาป่าของฉู่จวินเหยาก็ค่อยๆ ปรือขึ้น เขาผ่านพ้นขุมนรกและกลับมาพร้อมกับเส้นชีพจรที่ถูกขัดเกลาจนบริสุทธิ์ยิ่งกว่าเดิม พลังปราณมารในร่างถูกผสานเข้ากับโอสถสวรรค์จนกลายเป็นพลังที่ลึกล้ำยากจะหยั่งถึง​ สิ่งแรกที่เขามองเห็นคือใบหน้าซีดเผือดไร้สีเลือดของหลี่ลั่วลั่ว นางกำลังนั่งหอบหายใจอยู่ข้างๆ เขา ดวงตากลมโตที่เคยสุกใสบัดนี้ดูอ่อนล้าจนแทบจะปิดลง​ "ลั่วลั่ว..." จวินเหยายันตัวลุกขึ้น เขารู้สึกถึงพลังที่เปี่ยมล้นในร่าง ทว่าเมื่อสัมผัสถึงความอ่อนแอของนาง หัวใจของเขากลับหล่นวูบ "เกิดอะไรขึ้นกับเจ้า ทำไมเจ้าถึง..."​ ลั่วลั่วฝืนยิ้ม นางยกมือที่สั่นเทาขึ้นแตะแก้มของเขาเบาๆ​ "ข้าไม่เป็นไรเจ้าค่ะ พี่จวินเหยา ข้าแค่เหนื่อย... เหนื่อยมากๆ" นางกระซิบเสียงแผ่วเบา "ยาวิเศษนั่น... ข้าใช้โชคลาภและของวิเศษทั้งหมดที่ข้ามีในชีวิตนี้ แลกมันมาเพื่อช่วยท่าน"​ จวินเหยานิ่งอึ้ง เขาสัมผัสได้ว่ากลิ่นอายความลึกลับและพลังประหลาดที่เคยล้อมรอบตัวนางบัดนี้ได้อันตรธานหายไปจนสิ้น นางกลายเป็นเพียงเด็กผู้หญิงธรรมดาที่เปราะบางและบอบช้ำ​ "
Leer más

บทที่ 43

สิบฝนสิบหนาวหมุนเวียนเปลี่ยนผ่าน กาลเวลากลืนกินอดีตและหล่อหลอมปัจจุบันขึ้นมาใหม่ใจกลางเมืองหลวงที่เคยมีเพียงร้านรวงธรรมดา บัดนี้ปรากฏหอสุราขนาดใหญ่ตระหง่านฟ้าสูงถึงห้าชั้น นามว่า หอสดับลม สถานที่แห่งนี้ตกแต่งด้วยไม้หอมสลักลายวิจิตรบรรจง โคมไฟสีแดงนับร้อยดวงส่องสว่างไสวในยามราตรี เป็นแหล่งรวมตัวของเหล่าขุนนาง คหบดี บัณฑิต และชาวยุทธ์มากหน้าหลายตา เบื้องหน้าคือหอสุราและโรงมหรสพที่เลื่องชื่อที่สุด ทว่าเบื้องหลัง... คือเครือข่ายข่าวกรองที่ทรงอิทธิพลที่สุดในแผ่นดิน ซึ่งครอบครองหูและตานับหมื่นคู่ไว้ในกำมือณ ชั้นบนสุดของหอสดับลม ซึ่งเป็นเขตหวงห้ามที่ผู้ใดก็ไม่อาจย่างกรายเข้าใกล้ กลิ่นหอมกำจายของชาอูหลงชั้นเลิศลอยอวลไปทั่วห้องโถงกว้างหลังม่านมุกระย้า ร่างระหงของดรุณีวัยสิบห้าปีนั่งเอนกายอยู่บนตั่งไม้บุผ้าไหมเนื้อนุ่ม หลี่ลั่วลั่วในวัยปักปิ่นเติบโตขึ้นเป็นโฉมสะคราญอันดับหนึ่งที่ความงามของนางอาจทำให้บ้านเมืองล่มสลายได้ ผิวพรรณขาวผ่องดุจหิมะแรกหลอมละลายรับกับริมฝีปากสีชาดจิ้มลิ้ม ดวงตากลมโตสีดำขลับที่เคยฉายแววซุกซนในวัยเยาว์ บัดนี้ลึกล้ำและเยือกเย็นราวกับสระน้ำไร้ก้นบ่อสิบปีที่ปราศจากระบบวิเ
Leer más

บทที่ 44

ยามห้าย ท้องฟ้ามืดสนิทไร้แสงดาว มีเพียงแสงจันทร์เสี้ยวที่สาดส่องลงมาอาบไล้เรือนชานเมืองซึ่งบัดนี้ถูกขยายอาณาเขตและสร้างกำแพงหินสูงตระหง่านล้อมรอบ ภายในเรือนตกแต่งอย่างเรียบง่ายทว่าแฝงไปด้วยค่ายกลและกับดักอันตรายนับไม่ถ้วนหลี่ลั่วลั่วในชุดผ้าไหมสีขาวบริสุทธิ์สวมทับด้วยเสื้อคลุมขนจิ้งจอกสีเงิน กำลังนั่งพิงขอบหน้าต่างห้องนอน ทอดสายตามองต้นท้อที่กำลังผลัดใบในลานกว้างสิบปีที่ระบบจำศีล นางนับวันรอคอยมาตลอด พรุ่งนี้คือวันครบรอบวันเกิดอายุครบสิบห้าปีของนาง และเป็นวันที่ระบบจะตื่นจากการหลับใหล ทว่าสิ่งที่ทำให้นางหัวใจเต้นแรงในคืนนี้ หาใช่การกลับมาของระบบวิเศษไม่ แต่เป็นใครบางคนที่นางเฝ้ารอมาตลอดสี่ปีต่างหากสายลมเย็นยะเยือกพัดวูบเข้ามาทางหน้าต่าง เปลวเทียนในห้องวูบไหวจนเกือบดับ กลิ่นคาวเลือดจางๆ ผสมผสานกับกลิ่นอายความเย็นชาที่คุ้นเคย แผ่ซ่านเข้ามาปกคลุมทั่วบริเวณลั่วลั่วไม่ได้หันไปมอง นางเพียงแค่คลี่ยิ้มงดงาม "ลอบเข้าห้องนอนสตรีในยามวิกาล ช่างผิดวิสัยวิญญูชนนักนะเจ้าคะ ท่านประมุขฉู่""สำหรับเจ้า ข้าไม่เคยเป็นวิญญูชนอยู่แล้ว"เสียงทุ้มต่ำแหบพร่าทว่าทรงเสน่ห์และเต็มไปด้วยอำนาจ ดังก้องขึ้นจากม
Leer más

บทที่ 45

ลั่วลั่วเบิกตากว้าง หยกโลหิตคืออัญมณีที่ประเมินค่ามิได้ในยุทธภพ เล่าลือกันว่าผู้ครอบครองจะแคล้วคลาดจากพิษร้ายทั้งปวง การจะได้มันมาย่อมต้องแลกด้วยเลือดเนื้อและการต่อสู้อย่างยากลำบาก"พรุ่งนี้คือวันเกิดวัยปักปิ่นของเจ้า ข้าไม่อาจปล่อยให้สตรีอื่นใดในแผ่นดินมีปิ่นที่งดงามเกินหน้าเจ้าได้"จวินเหยาเอ่ยด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำและจริงจัง เขาหยิบปิ่นหยกโลหิตขึ้นมา ปลายนิ้วหยาบกร้านจากการจับกระบี่สัมผัสเรือนผมสีดำขลับของนางอย่างแผ่วเบาทะนุถนอมที่สุด ราวกับกลัวว่านางจะแตกสลาย เขาบรรจงปักปิ่นลงบนมวยผมของนางอย่างช้าๆดวงตาคมกริบจ้องมองใบหน้างดงามที่บัดนี้ซับสีเลือดฝาดเล็กน้อย "ปิ่นนี้ทำจากหยกโลหิตที่ข้าไปช่วงชิงมาจากหุบเขาปีศาจ มันจะช่วยปกป้องเจ้าจากพิษร้าย ทว่าสิ่งที่สำคัญที่สุด..."เขาก้มหน้าลงไปใกล้จนปลายจมูกแทบจะชนกัน ลมหายใจอุ่นร้อนเป่ารดพวงแก้มเนียน "มันคือเครื่องหมายว่า เจ้าหลี่ลั่วลั่ว คือสตรีของฉู่จวินเหยาแต่เพียงผู้เดียว ผู้ใดกล้าแตะต้องเจ้าแม้เพียงปลายเล็บ ข้าจะสับมันเป็นหมื่นชิ้น"คำประกาศกร้าวที่แฝงไปด้วยความคลั่งรักและหวงแหนอย่างรุนแรง ทำให้หัวใจของลั่วลั่วเต้นผิดจังหวะไปชั่วขณะ ตลอดสิบปี
Leer más

บทที่ 46

ยามเว่ย แสงแดดเจิดจ้าสาดส่องลงมากระทบหลังคากระเบื้องเคลือบของหอสดับลม ทว่าภายในห้องรับรองพิเศษชั้นห้ากลับร่มรื่นและเย็นสบายด้วยก้อนน้ำแข็งที่ถูกจัดวางไว้ตามมุมห้อง กลิ่นหอมกำจายของกำยานดอกมู่หลานลอยอวล ช่วยผ่อนคลายจิตใจและพรางความตึงเครียดของการเจรจาธุรกิจนับร้อยพันที่เคยเกิดขึ้น ณ สถานที่แห่งนี้หลี่ลั่วลั่วนั่งหลังตรงอยู่บนตั่งไม้จันทน์หอมสลักลาย วันนี้นางสวมชุดผ้าไหมสีม่วงอ่อนปักดิ้นเงินเป็นลายเมฆามงคล เรือนผมสีดำสนิทถูกรวบขึ้นครึ่งศีรษะ ปักด้วยปิ่นหยกโลหิตรูปดอกท้อที่เปล่งประกายสีแดงอมชมพูขับเน้นให้ใบหน้างดงามนั้นดูทรงอำนาจและลึกลับมากยิ่งขึ้น ครึ่งล่างของใบหน้าถูกบดบังไว้ด้วยผ้าแพรผืนบางสีขาวขุ่น เหลือเพียงดวงตากลมโตที่เยือกเย็นดุจน้ำลึกด้านหลังตั่งไม้ ร่างสูงใหญ่ของฉู่จวินเหยายืนตระหง่านดุจปราการเหล็กกล้า เขาสวมชุดผ้าฝ้ายสีดำสนิท ไร้ซึ่งลวดลายประดับประดา ทว่ารังสีฆ่าฟันและกลิ่นอายอันตรายที่แผ่ออกมาจากตัวเขากลับทำให้ห้องทั้งห้องดูแคบลงไปถนัดตา ดวงตาหมาป่าคู่นั้นจ้องมองไปยังประตูไม้แกะสลักอย่างสงบนิ่ง ทว่าพร้อมที่จะบั่นคอผู้ใดก็ตามที่กล้ากระทำเรื่องโง่เขลาต่อหน้าสตรีของเขาเสียงเ
Leer más

บทที่ 47

ลั่วลั่วมองภาพบิดาบังเกิดเกล้าที่กำลังก้มหัวอ้อนวอนนางด้วยแววตาว่างเปล่า ไร้ซึ่งความเวทนาหรือความสะใจ มีเพียงความเย็นชาดุจน้ำแข็งพันปี สตรีผู้นี้ไม่มีหัวใจหลงเหลือให้ตระกูลหลี่อีกต่อไปแล้ว"หอสดับลมคือสถานที่ทำธุรกิจ มิใช่โรงทานแจกจ่ายความเมตตา" ลั่วลั่วเอ่ยเสียงเรียบ "ท่านต้องการเงินจำนวนเท่าใด""หะ... หนึ่งแสนตำลึงทองขอรับ" หลี่จงเหวินตอบเสียงตะกุกตะกักเงินจำนวนนี้มหาศาลมากพอจะซื้อเมืองเล็กๆ ได้ทั้งเมือง การที่เขาต้องการเงินมากถึงเพียงนี้ ย่อมหมายความว่าอัครเสนาบดีปังเหยียนกำลังขูดรีดขุนนางใต้บังคับบัญชาอย่างหนักเพื่อซ่องสุมกำลัง หรือไม่ก็เพื่อชดเชยอาวุธเถื่อนที่เพิ่งถูกพรรคเงาโลหิตเผาทำลายไปเมื่อคืนก่อนลั่วลั่วพยักหน้าให้เสี่ยวโก่ว ชายหนุ่มร่างกำยำรีบก้าวเข้ามารินชาให้เจ้านาย ก่อนจะหยิบม้วนกระดาษสัญญาที่เตรียมไว้ออกมากางลงบนโต๊ะตรงหน้าหลี่จงเหวิน พร้อมด้วยพู่กันและแท่นฝนหมึก"หนึ่งแสนตำลึงทอง ข้าสามารถให้ท่านกู้ยืมได้เดี๋ยวนี้" ลั่วลั่วกล่าว "ทว่ากฎของการกู้เงินก้อนใหญ่ในหอสดับลม ย่อมต้องมีสิ่งค้ำประกันที่สมน้ำสมเนื้อ และดอกเบี้ยร้อยละสามสิบต่อเดือน หากครบกำหนดสามเดือนแล้วท่านไม่
Leer más

บทที่ 48

จวินเหยาเดินเข้ามาหยุดอยู่ข้างตั่งไม้ เขาทอดสายตามองโฉนดที่ดินในมือของนาง ก่อนจะทิ้งตัวลงนั่งเคียงข้าง แขนแกร่งวาดโอบเอวบางของนางไว้อย่างเป็นธรรมชาติและถือวิสาสะ"เจ้าตั้งใจจะยึดจวนของมันอยู่แล้วใช่หรือไม่" จวินเหยาเอ่ยถามพลางเกลี่ยปอยผมที่ปรกแก้มของนางออกอย่างเบามือ "ขุนนางที่พึ่งพาเงินกู้เพื่อรักษาตำแหน่ง ย่อมไม่มีปัญญาหาเงินต้นพร้อมดอกเบี้ยมหาโหดเช่นนี้มาคืนได้ภายในสามเดือนแน่นอน"ลั่วลั่วเอนศีรษะซบลงบนลาดไหล่กว้างของเขา สัมผัสได้ถึงกลิ่นอายความอบอุ่นที่แผ่ซ่านออกมาจากตัวเขา นางหลับตาลงอย่างผ่อนคลาย"ข้าคำนวณไว้หมดแล้วเจ้าค่ะ พี่จวินเหยา" ลั่วลั่วตอบเสียงนุ่ม "อีกไม่เกินหนึ่งเดือน อัครเสนาบดีปังเหยียนจะต้องดิ้นรนหาเงินมาอุดรอยรั่วจากการสูญเสียอาวุธ เขาจะต้องบีบบังคับขุนนางใต้บัญชาให้รีดไถภาษีประชาชนอย่างหนัก เมื่อความเดือดร้อนแผ่ขยาย องค์ชายรองที่เพิ่งกลับมาพร้อมกับหลักฐานบางอย่าง ย่อมต้องเคลื่อนไหวเพื่อเปิดโปงการทุจริต เมื่อถึงเวลานั้น ขั้วอำนาจในราชสำนักจะเกิดการสั่นคลอน และหลี่จงเหวินที่นำเงินกู้ไปมอบให้ปังเหยียน จะต้องตกเป็นแพะรับบาปในคดีฉ้อราษฎร์บังหลวงอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้"เ
Leer más

บทที่ 49

ลานประลองหลวงแห่งเมืองหลวงกว้างใหญ่สุดลูกหูลูกตา ปูลาดด้วยหินแกรนิตสีเทาเข้มที่ถูกขัดจนเรียบกริบ ธงทิวสีแดงสดปักดิ้นทองลายมังกรเหินหาวโบกสะบัดไปตามสายลมวสันตฤดู เสียงกลองศึกดังกึกก้องเป็นจังหวะหนักหน่วง สะท้อนก้องไปถึงชั้นฟ้า บ่งบอกถึงความศักดิ์สิทธิ์และยิ่งใหญ่ของงานในวันนี้การประลองคัดเลือกองครักษ์เสื้อแพร หน่วยรบพิเศษที่ขึ้นตรงต่อองค์ฮ่องเต้แต่เพียงผู้เดียว จะจัดขึ้นเพียงหนึ่งครั้งในรอบสามปี ผู้ที่สามารถก้าวขึ้นเป็นองครักษ์เสื้อแพรได้ ย่อมหมายถึงการมีอำนาจล้นฟ้าในการสืบสวน จับกุม และลงดาบขุนนางกังฉินโดยไม่ต้องผ่านการไต่สวนจากศาลอาญา เป็นตำแหน่งที่ทั้งราชสำนักต่างหวาดผวาและปรารถนาที่จะส่งคนของตนเองเข้าไปแทรกซึมณ พลับพลาหยกขาวด้านทิศเหนือซึ่งเป็นจุดที่สูงที่สุด องค์ฮ่องเต้ในชุดฉลองพระองค์สีเหลืองทองประทับอยู่บนบัลลังก์มังกร พระพักตร์ที่เริ่มมีริ้วรอยตามกาลเวลาฉายแววเคร่งขรึมและเบื่อหน่าย เบื้องซ้ายและเบื้องขวาคือเหล่าขุนนางชั้นผู้ใหญ่ รวมถึงอัครเสนาบดีฝ่ายขวาปังเหยียน ผู้มีใบหน้าอวบอูมทว่าซ่อนเร้นความเจ้าเล่ห์และเหี้ยมโหดไว้มิดชิดถัดลงมาไม่ไกล จ้าวอวี่เฉิน องค์ชายรองผู้มีรูปโฉมหล่
Leer más

บทที่ 50

จวินเหยาไม่ได้โต้ตอบสิ่งใด เขาเพียงแค่ยืนนิ่ง ประสานมือคารวะไปยังพลับพลาหยกขาวตามธรรมเนียม "ข้าน้อย เหยียนจวิน จอมยุทธ์พเนจรไร้สังกัด ขอท้าประลอง"นาม เหยียนจวิน คือชื่อที่ลั่วลั่วและเขาร่วมกันตั้งขึ้น โดยนำแซ่ของอาจารย์มาผสานกับชื่อกลางของเขา เพื่อซ่อนเร้นตัวตนที่แท้จริงฮ่องเต้ทอดพระเนตรมองบุรุษชุดน้ำเงินด้วยความสนพระทัย พระองค์ทรงโปรดปรานผู้ที่มีความกล้าหาญ "ดี! ในเมื่อมีผู้ท้าชิง ก็เริ่มการประลองได้!"สิ้นเสียงกลองศึก สวีหู่ไม่รอช้า มันพุ่งตัวเข้าหาจวินเหยาด้วยความเร็วที่ขัดกับรูปร่างใหญ่โต กระบองเหล็กยักษ์ที่มีน้ำหนักกว่าร้อยชั่งถูกเหวี่ยงเข้าใส่ศีรษะของคู่ต่อสู้อย่างรุนแรง หมายจะบดขยี้ให้กะโหลกแหลกเหลวในคราเดียวลมกระโชกแรงจากแรงเหวี่ยงกระบองพัดจนชายเสื้อของจวินเหยาปลิวไสว ทว่าเขากลับไม่หลบหลีกและไม่ชักกระบี่ออกจากฝักในเสี้ยววินาทีที่กระบองเหล็กกำลังจะกระทบเป้าหมาย ร่างของจวินเหยาก็เบี่ยงหลบไปด้านข้างด้วยความเร็วที่มองเห็นเพียงภาพติดตา เขาใช้การเคลื่อนไหวที่เรียบง่ายทว่าแม่นยำไร้ที่ติ หลบพ้นการโจมตีอันดุดันได้อย่างหมดจด"หนอย! เก่งแต่หลบหนีหรือไอ้ลูกเต่า!" สวีหู่ตวาดด้วยความหงุ
Leer más
ANTERIOR
123456
ESCANEA EL CÓDIGO PARA LEER EN LA APP
DMCA.com Protection Status