สยบรักตัวร้าย...ทะลุมิติมาได้สามีธงแดงที่คลั่งรักเพียงข้า

สยบรักตัวร้าย...ทะลุมิติมาได้สามีธงแดงที่คลั่งรักเพียงข้า

last updateTerakhir Diperbarui : 2026-05-04
Bahasa: Thai
goodnovel16goodnovel
9
1 Peringkat. 1 Ulasan
54Bab
1.2KDibaca
Baca
Tambahkan

Share:  

Lapor
Ringkasan
Katalog
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi

สำหรับศัตรูและคนทั้งแผ่นดิน เขาคือมารร้ายธงแดงที่โหดเหี้ยม อำมหิต และพร้อมจะฟาดฟันผู้คนเป็นผักปลา ทว่าสำหรับนางเพียงผู้เดียว... เขาคือบุรุษคลั่งรักที่ยอมสยบแทบเท้า และพร้อมจะเผาโลกทั้งใบเพื่อแลกกับรอยยิ้มของนาง! "ข้าไม่สนใจฮ่องเต้ ข้าไม่สนใจคุณธรรมใต้หล้า สิ่งเดียวที่ข้าสนใจคือเจ้า... ผู้ใดกล้าทำให้เจ้าขุ่นข้องหมองใจแม้แต่ปลายเล็บ ข้าจะสับมันเป็นหมื่นชิ้นแล้วโยนให้สุนัขกิน!" *** นางเอกสายสตรอง ฉลาด มีมิติวิเศษ เอาคืนพวกคนพาลแบบสะใจสุดๆ *** พระเอกธงแดงที่หมายความว่ารักแค่เธอคนเดียว *** พระเอกสายโบ้ สายเปย์ ปกป้อง ดุดันกับคนอื่น แต่อ่อนโยนกับเมียเพียงคนเดียว *** ไม่มีฮาเร็ม พระเอกไม่มีอนุ รักเมียคนเดียว มีเมียคนเดียว ไม่เคยชายตามองผู้หญิงคนไหน มอบพรหมจรรย์ให้นางเอกเพียงคนเดียว *** มีลูกแฝดแสนน่ารัก *** จบฟีลกู๊ด

Lihat lebih banyak

Bab 1

บทที่ 1

            ลมเหมันต์พัดกระหน่ำรุนแรงราวกับเสียงก่นด่าของปีศาจ หิมะสีขาวโพลนร่วงหล่นลงมาปกคลุมทั่วบริเวณจวนตระกูลหลี่อันกว้างใหญ่และวิจิตรตระการตา ทว่าลึกเข้าไปในสุดเขตจวนหลังกำแพงสูงตระหง่าน กลับมีกระท่อมไม้ผุพังซอมซ่อหลังหนึ่งตั้งอยู่อย่างโดดเดี่ยว สภาพของมันเอนเอียงคล้ายจะพังครืนลงมาได้ทุกเมื่อหากถูกลมพัดแรงอีกเพียงระลอกเดียว

​            ภายในกระท่อมมืดมิดและอับชื้น กลิ่นเหม็นอับของฟางแห้งผสมผสานกับกลิ่นคาวเลือดจางๆ ลอยคละคลุ้ง บนกองฟางที่แทบไม่เหลือความอบอุ่น ร่างเล็กจ้อยของเด็กหญิงวัยห้าขวบนอนขดตัวสั่นสะท้านอยู่ภายใต้ผ้าห่มผืนบางที่เต็มไปด้วยรอยปะชุน ผิวพรรณที่ควรจะขาวผ่องอมชมพูตามวัยกลับซีดเผือดไร้สีเลือด ริมฝีปากแห้งผากแตกเป็นขุย ลมหายใจรวยรินแผ่วเบาจนแทบไม่อาจสัมผัสได้

​            หลี่ลั่วลั่ว คุณหนูเก้าแห่งจวนตระกูลหลี่ ผู้เกิดมาพร้อมกับคำทำนายของนักพรตเฒ่าว่าเป็นตัวกาลกิณีที่จะนำพาความพินาศมาสู่ตระกูล มารดาของนางสิ้นใจทันทีที่คลอดนางออกมา บิดาผู้เป็นถึงเสนาบดีกรมพิธีการจึงรังเกียจเดียดฉันท์ สั่งให้คนนำนางมาทิ้งไว้ที่กระท่อมท้ายจวนตั้งแต่ยังเป็นทารก ปล่อยให้เติบโตมาตามยถากรรมโดยมีเพียงลุงฝู บ่าวชราขาเป๋ผู้ภักดีต่อนายหญิงคนเก่าคอยดูแลประคับประคอง

​            ทว่าเมื่อสามวันก่อน ลุงฝูทนเห็นคุณหนูของตนหิวโซจนหน้ามืดไม่ไหว จึงแอบเข้าไปในโรงครัวเพื่อขอเศษอาหาร แต่กลับถูกพ่อบ้านจับได้และกล่าวหาว่าขโมยของมีค่า ฮูหยินเอกคนปัจจุบันสั่งลงหวายบ่าวชราห้าสิบไม้ ลุงฝูทนพิษบาดแผลไม่ไหว สิ้นใจตายคาลานหน้าเรือนใหญ่ ทิ้งไว้เพียงหมั่นโถวแข็งๆ ครึ่งลูกที่กำแน่นอยู่ในมือเปื้อนเลือด ซึ่งท้ายที่สุดก็ถูกสุนัขในจวนคาบไปกิน

​            บัดนี้หลี่ลั่วลั่วเหลือเพียงตัวคนเดียว ร่างกายเล็กๆ นี้กำลังถูกไข้ป่าและภาวะขาดสารอาหารรุมเร้าอย่างหนัก สติสัมปชัญญะของเด็กหญิงเลือนรางลงทุกขณะ จนกระทั่งลมหายใจเฮือกสุดท้ายหลุดลอยไปพร้อมกับเกล็ดหิมะที่ปลิวลอดช่องหน้าต่างเข้ามาตกกระทบแก้มซูบตอบ

​ความเงียบสงัดเข้าปกคลุมกระท่อมร้าง ทว่าเพียงชั่วจิบชา ร่างที่แน่นิ่งไปแล้วกลับกระตุกเฮือกขึ้นมาอย่างแรง!

​            ดวงตากลมโตที่เคยเลื่อนลอยเบิกโพลงขึ้นท่ามกลางความมืด แววตาที่ฉายชัดถึงความอ่อนแอหวาดกลัวมลายหายไปจนสิ้น แทนที่ด้วยประกายตาคมกริบและเยือกเย็นราวกับมีดน้ำแข็ง

​            ปวดหัวชะมัด นี่ฉันยังไม่ตายอีกหรือ

​            หลี่ลั่วลั่วพยายามขยับตัว แต่ความเจ็บปวดร้าวลึกแล่นพล่านไปทั่วทุกอณูขุมขนจนนางต้องสูดปาก นางจำได้แม่นยำว่าตนเองคือนักเจรจาต่อรองและผู้เชี่ยวชาญด้านภาพลักษณ์องค์กรระดับดับโลก กำลังนั่งรถสปอร์ตคันหรูมุ่งหน้าไปเซ็นสัญญามูลค่าหลายหมื่นล้าน แต่กลับถูกรถบรรทุกปริศนาพุ่งชนประสานงาเข้าอย่างจัง สภาพรถพังยับเยินไม่มีชิ้นดี ร่างกายของนางถูกเหล็กเสียบทะลุจนพรุนไปหมด แล้วเหตุใดตอนนี้นางถึงมานอนหนาวสั่นอยู่บนกองฟางเหม็นๆ ในสภาพที่เหมือนเด็กขาดสารอาหารเช่นนี้ได้

​            ทันใดนั้น ความทรงจำมากมายที่ไม่ใช่ของตนเองก็ไหลบ่าเข้ามาในหัวราวกับเขื่อนแตก ทั้งภาพบิดาที่มองนางเหมือนขยะ ภาพแม่เลี้ยงที่สั่งโบยตี ภาพลุงฝูที่นอนจมกองเลือด และคำด่าทอสารพัดที่เรียกนางว่าตัวกาลกิณี

​            ลั่วลั่วหลับตาลงเพื่อย่อยข้อมูลทั้งหมด นางทะลุมิติมาอยู่ในร่างของเด็กหญิงวัยห้าขวบที่มีชื่อเดียวกัน แถมยังเป็นลูกชังที่ถูกทิ้งขว้างในยุคจีนโบราณที่ไม่มีอินเทอร์เน็ต ไม่มีกฎหมายคุ้มครองเด็ก และไม่มีแม้กระทั่งผ้าห่มอุ่นๆ

​            ติ๊ง!

​            เสียงใสกังวานราวกับกระดิ่งแก้วดังขึ้นในโสตประสาท ตามมาด้วยหน้าจอโปร่งแสงสีฟ้าที่ปรากฏขึ้นตรงหน้า

​"ระบบแต้มบุญขัดเกลาตัวร้ายเริ่มต้นการทำงาน ตรวจพบโฮสต์อยู่ในภาวะวิกฤต ระดับพลังชีวิตเหลือเพียงร้อยละสาม ร่างกายติดเชื้อและขาดสารอาหารขั้นรุนแรง หากไม่ได้รับการรักษาภายในครึ่งชั่วยาม โฮสต์จะเสียชีวิตอย่างถาวร"

​            ลั่วลั่วจ้องมองหน้าจอตรงหน้าด้วยความนิ่งอึ้ง แม้นางจะเคยอ่านนิยายแนวนี้มาบ้างเพื่อพักผ่อนสมอง แต่การมาเจอกับตัวจริงๆ ก็แอบทำให้หงุดหงิดไม่น้อย

​            "ระบบ ถ้าฉันกำลังจะตายในอีกครึ่งชั่วโมง แล้วฉันจะเอาปัญญาที่ไหนไปหาแต้มบุญมาแลกยารักษา นี่นายจงใจส่งฉันมาตายซ้ำสองหรือไง" ลั่วลั่วบ่นอุบอิบด้วยเสียงแหบพร่าเหมือนเป็ดป่วย

​ระบบตอบกลับด้วยน้ำเสียงไร้อารมณ์ "ระบบมีแพ็กเกจของขวัญสำหรับผู้เริ่มต้น โฮสต์ต้องการเปิดใช้งานหรือไม่"

​            "เปิดสิ รอให้ยมบาลมาตัดริบบิ้นหรือไง"

​            "ติ๊ง! ยินดีด้วย โฮสต์ได้รับยาระงับอาการชั่วคราวหนึ่งเม็ด สามารถต่อลมหายใจได้สองชั่วยาม และได้รับแต้มบุญเริ่มต้นสิบแต้ม"

​            เม็ดยาสีขาวขนาดเล็กหล่นตุบลงมาบนฝ่ามือ ลั่วลั่วไม่รอช้า นางโยนมันเข้าปากแล้วกลืนลงคออย่างยากลำบาก ทันทีที่ยาตกถึงท้อง ความอบอุ่นสายหนึ่งก็แผ่ซ่านไปทั่วร่าง อาการสั่นสะท้านและความเจ็บปวดบรรเทาลงไปมาก แม้จะยังรู้สึกไร้เรี่ยวแรง แต่นางก็พอจะพยุงตัวลุกขึ้นนั่งพิงผนังไม้ได้แล้ว

​            "โฮสต์โปรดทราบ ภารกิจหลักของท่านคือการปกป้องและขัดเกลาฉู่จวินเหยา เป้าหมายระดับอันตรายสูงสุดของโลกใบนี้ เพื่อป้องกันไม่ให้เขากลายเป็นมหาเสนาบดีจอมโหดเหี้ยมที่ทำลายล้างทุกสิ่งในอนาคต ทุกครั้งที่ท่านสามารถเปลี่ยนแปลงโชคชะตาหรือเยียวยาจิตใจของเขาได้ ท่านจะได้รับแต้มบุญเพื่อนำไปแลกเปลี่ยนสิ่งของในร้านค้าระบบ"

​            ลั่วลั่วแค่นเสียงหัวเราะในลำคอ "ให้เด็กห้าขวบที่กำลังจะอดตาย ไปปกป้องว่าที่ตัวร้ายระดับบอส ระบบ นายประเมินความสามารถของร่างกายนี้สูงไปไหม"

​            ยังไม่ทันที่ระบบจะได้ตอบโต้ เสียงฝีเท้าหนักๆ หลายคู่ก็ดังย่ำหิมะใกล้เข้ามา ตามมาด้วยเสียงพูดคุยที่แว่วมาตามลม

Tampilkan Lebih Banyak
Bab Selanjutnya
Unduh

Bab terbaru

Bab Lainnya

Ulasan-ulasan

นิด’ ดด
นิด’ ดด
ชอบมากสนุกดี
2026-06-19 22:53:43
1
0
54 Bab
บทที่ 1
ลมเหมันต์พัดกระหน่ำรุนแรงราวกับเสียงก่นด่าของปีศาจ หิมะสีขาวโพลนร่วงหล่นลงมาปกคลุมทั่วบริเวณจวนตระกูลหลี่อันกว้างใหญ่และวิจิตรตระการตา ทว่าลึกเข้าไปในสุดเขตจวนหลังกำแพงสูงตระหง่าน กลับมีกระท่อมไม้ผุพังซอมซ่อหลังหนึ่งตั้งอยู่อย่างโดดเดี่ยว สภาพของมันเอนเอียงคล้ายจะพังครืนลงมาได้ทุกเมื่อหากถูกลมพัดแรงอีกเพียงระลอกเดียว​ ภายในกระท่อมมืดมิดและอับชื้น กลิ่นเหม็นอับของฟางแห้งผสมผสานกับกลิ่นคาวเลือดจางๆ ลอยคละคลุ้ง บนกองฟางที่แทบไม่เหลือความอบอุ่น ร่างเล็กจ้อยของเด็กหญิงวัยห้าขวบนอนขดตัวสั่นสะท้านอยู่ภายใต้ผ้าห่มผืนบางที่เต็มไปด้วยรอยปะชุน ผิวพรรณที่ควรจะขาวผ่องอมชมพูตามวัยกลับซีดเผือดไร้สีเลือด ริมฝีปากแห้งผากแตกเป็นขุย ลมหายใจรวยรินแผ่วเบาจนแทบไม่อาจสัมผัสได้​ หลี่ลั่วลั่ว คุณหนูเก้าแห่งจวนตระกูลหลี่ ผู้เกิดมาพร้อมกับคำทำนายของนักพรตเฒ่าว่าเป็นตัวกาลกิณีที่จะนำพาความพินาศมาสู่ตระกูล มารดาของนางสิ้นใจทันทีที่คลอดนางออกมา บิดาผู้เป็นถึงเสนาบดีกรมพิธีการจึงรังเกียจเดียดฉันท์ สั่งให้คนนำนางมาทิ้งไว้ที่กระท่อมท้ายจวนตั้งแต่ยังเป็นทารก ปล่อยให้เติบโตมาตามยถากร
Baca selengkapnya
บทที่ 2
​"ท่านพี่ ท่านต้องตัดสินใจเด็ดขาดแล้วนะเจ้าคะ ปล่อยนังตัวกาลกิณีไว้ในจวนต่อไป มีแต่จะทำให้ตระกูลหลี่ตกต่ำลง เมื่อวานฮ่องเต้ก็เพิ่งตำหนิฎีกาของท่าน หากเป็นเช่นนี้ต่อไป ตำแหน่งเสนาบดีของท่านอาจจะสั่นคลอนได้นะเจ้าคะ"​            น้ำเสียงหวานหยดย้อยทว่าแฝงไปด้วยความอำมหิตนั้น ลั่วลั่วจำได้ดีจากความทรงจำ มันคือเสียงของ ซุนรุ่ยเซียง แม่เลี้ยงผู้แสนดีต่อหน้าผู้คน แต่ลับหลังกลับหาทางกำจัดนางทุกวิถีทาง​            "ข้าก็ไม่ได้อยากเก็บมันไว้! แต่ถ้าข้าส่งลูกสาวแท้ๆ ไปตาย ผู้คนจะครหาว่าข้าหลี่จงเหวินเป็นบิดาที่ไร้เมตตา" เสียงทุ้มต่ำที่ตอบกลับมาเต็มไปด้วยความหงุดหงิดและรำคาญใจ นั่นคือบิดาบังเกิดเกล้าของร่างนี้​            "ใครบอกให้ท่านพี่ส่งนางไปตายเล่าเจ้าคะ" ซุนรุ่ยเซียงหัวเราะเบาๆ "เราก็แค่บอกคนภายนอกว่า ส่งคุณหนูเก้าไปถือศีลภาวนาที่ศาลเจ้าบนยอดเขาจิ่วหลงเพื่อปัดเป่าเคราะห์กรรมให้ตระกูล ศาลเจ้านั้นอยู่ห่า
Baca selengkapnya
บทที่ 3
ซุนรุ่ยเซียงเห็นสามีเริ่มมีอาการลังเล นางจึงรีบเดินเข้าไปเกาะแขนเขาแน่น "ท่านพี่ อย่าไปฟังนังเด็กผีสางนี่พูดนะเจ้าคะ นางกำลังใช้เล่ห์เหลี่ยมหลอกลวงท่านพี่ เด็กอายุแค่นี้จะไปรู้อะไร นางก็แค่แต่งเรื่องขึ้นมาเพื่อเอาตัวรอดเท่านั้น"​ ลั่วลั่วลอบมองหน้าจอระบบที่ลอยอยู่กลางอากาศ​ "ระบบ ฉันต้องการแลกแต้มบุญเพื่อสร้างเอฟเฟกต์สนับสนุนการเจรจา มีอะไรแนะนำบ้าง"​ "ติ๊ง! แนะนำไอเทมยันต์ภาพลวงตาและเสียงสะท้อนวิญญาณ ราคาห้าแต้มบุญ สามารถสร้างปรากฏการณ์เหนือธรรมชาติลวงตาเป้าหมายได้เป็นเวลาหนึ่งก้านธูป"​ "ซื้อเลย" ลั่วลั่วตอบตกลงทันที​ ทันใดนั้นเอง ลมเหมันต์ที่พัดอยู่ภายนอกก็ทวีความรุนแรงขึ้นจนหน้าต่างไม้สั่นกึกๆ ประตูที่หลุดไปแล้วกระแทกกับผนังเสียงดังปังใหญ่ แต่สิ่งที่ทำให้หลี่จงเหวินและซุนรุ่ยเซียงแทบจะหยุดหายใจ คือเงาดำสายหนึ่งที่วูบผ่านหน้าต่างไป พร้อมกับเสียงกระซิบเย็นเยียบที่ดังสะท้อนก้องไปทั่วกระท่อม​ "ผู้ใด... ทำร้าย... ลูกข้า... มันผู้นั้น... ต้องชดใช้..."​ เสียงนั้นแหบพร่าและยืดยาน ฟังดูคล้ายเสียงของผู้หญิงที
Baca selengkapnya
บทที่ 4
หิมะนอกหน้าต่างยังคงโปรยปรายลงมาอย่างหนักหน่วง ลมหนาวพัดกรีดผิวหนังจนเจ็บแปลบราวกับถูกใบมีดนับพันเล่มเฉือน ทว่าความหนาวเหน็บเหล่านั้นกลับไม่อาจเทียบได้กับความเย็นชาในดวงตาของเด็กชายวัยแปดขวบที่ยืนอยู่ท่ามกลางพายุหิมะ​ ฉู่จวินเหยาจ้องมองก้อนแป้งสีขาวอวบอ้วนในมือของเด็กหญิงตัวน้อย กลิ่นหอมกรุ่นของหมั่นโถวร้อนๆ ลอยมาปะทะจมูก กระตุ้นให้น้ำย่อยในกระเพาะอาหารที่ว่างเปล่ามาสองวันเต็มบีบรัดตัวอย่างรุนแรงจนเขาต้องนิ่วหน้า ทว่าส้นเท้าของเขากลับตอกตรึงอยู่กับที่ ไม่ยอมก้าวเข้าไปใกล้หน้าต่างบานนั้นแม้แต่ก้าวเดียว​ ในโลกที่เขาเติบโตมา ไม่มีสิ่งใดได้มาเปล่าๆ ความเมตตาคือยาพิษเคลือบน้ำตาลที่พร้อมจะปลิดชีพผู้หลงกลได้ทุกเมื่อ เมื่อวานนี้เขาเพิ่งถูกขอทานเฒ่าหลอกให้ไปขโมยของแลกกับเศษอาหารเปียกแฉะ แต่สุดท้ายกลับถูกหักหลังและปล่อยให้ถูกรุมซ้อมจนกระดูกซี่โครงแทบหัก รอยฟกช้ำบนใบหน้าและกลิ่นคาวเลือดที่ยังคลุ้งอยู่ในปากคือบทเรียนราคาแพงที่สอนให้เขารู้ว่า อย่าไว้ใจรอยยิ้มของใครทั้งสิ้น​หลี่ลั่วลั่วมองประเมินลูกหมาป่าตัวน้อยตรงหน้าอย่างเงียบๆ นางคือนักเจรจาระดับโลก จิตวิทยาพื้นฐานในการเ
Baca selengkapnya
บทที่ 5
ชายผู้เป็นหัวหน้าแสยะยิ้มชั่วร้าย มันก้าวอาดๆ เข้ามาในกระท่อมพร้อมกับตวัดสายตาเหี้ยมโหดมองไปรอบๆ ทว่าสิ่งที่พวกมันพบกลับไม่ใช่เด็กชายขอทานที่กำลังตามล่า แต่เป็นเด็กหญิงตัวเล็กจ้อยสวมชุดขาวซีด กำลังนั่งหันหลังให้พวกมันอยู่ที่มุมห้อง นางกำลังพึมพำอะไรบางอย่างกับกำแพงไม้ผุพังด้วยน้ำเสียงเย็นเยียบชวนขนลุก​ "ลุงฝู... นั่นลุงฝูใช่หรือไม่เจ้าคะ... ลุงฝูเจ็บมากไหม... เลือดเต็มตัวลุงฝูไปหมดเลย..."​ ชายฉกรรจ์ทั้งสามชะงักฝีเท้า บรรยากาศในกระท่อมที่หนาวเย็นอยู่แล้วดูเหมือนจะเย็นยะเยือกขึ้นไปอีกหลายเท่าตัว​"นี่มันตัวบ้าอะไรวะ เด็กหรือผี!" ลูกน้องคนหนึ่งสบถพรางก้าวถอยหลัง​ หัวหน้ากลุ่มพยายามทำใจดีสู้เสือ มันชี้ดาบไปที่แผ่นหลังเล็กๆ นั้น "เฮ้ย นังหนู! หันหน้ามาคุยกันเดี๋ยวนี้ เจ้าเห็นเด็กขอทานวิ่งผ่านมาทางนี้บ้างไหม ถ้าเจ้ากล้าโกหก ข้าจะสับเจ้าเป็นชิ้นๆ!"​ ลั่วลั่วค่อยๆ หมุนตัวกลับมาอย่างเชื่องช้า เส้นผมสีดำสนิทที่ยุ่งเหยิงปรกลงมาปิดบังใบหน้าครึ่งหนึ่ง ดวงตากลมโตของนางเบิกกว้าง ว่างเปล่า และจ้องมองทะลุร่างของชายฉกรรจ์เหล่านั้นไปที่ความว่างเปล่าด้านหลั
Baca selengkapnya
บทที่ 6
แสงอาทิตย์ยามรุ่งอรุณสาดส่องลอดผ่านรอยแตกของฝาผนังไม้เข้ามาภายในกระท่อมร้าง ท่ามกลางอากาศที่ยังคงหนาวเหน็บจนน้ำในอ่างจับตัวเป็นน้ำแข็ง ทว่าบนกองฟางที่มุมห้องกลับมีความอบอุ่นประหลาดสายหนึ่งแผ่ซ่านออกมา​ ฉู่จวินเหยาค่อยๆ ปรือตาขึ้นอย่างเชื่องช้า ความรู้สึกแรกที่สัมผัสได้คือความเบาสบาย ร่างกายที่เคยหนักอึ้งและปวดร้าวราวกับกระดูกถูกบดขยี้ บัดนี้กลับไม่หลงเหลือความเจ็บปวดแม้แต่น้อย เขาก้มลงมองหน้าอกและท่อนแขนของตนเอง รอยฟกช้ำดำเขียวและบาดแผลเปิดที่เคยมีเลือดซึม บัดนี้สมานตัวติดกันสนิทเหลือเพียงรอยแผลเป็นจางๆ ราวกับเวทมนตร์​ เด็กชายเบิกตากว้างด้วยความตกตะลึง ยาสมานแผลที่เด็กหญิงคนนั้นทาให้เขาเมื่อคืนคือยาต้มตุ๋นหรือยาวิเศษกันแน่ เหตุใดจึงมีสรรพคุณล้ำเลิศถึงเพียงนี้ ในแผ่นดินนี้ต่อให้เป็นหมอเทวดาในราชสำนักก็ไม่อาจรักษาบาดแผลฉกรรจ์ให้หายขาดได้ในชั่วข้ามคืน​ เขาหันขวับไปมองยังอีกฝั่งของกระท่อม หลี่ลั่วลั่วกำลังนั่งขัดสมาธิอยู่บนกองฟาง แผ่นหลังเล็กๆ ตั้งตรง เส้นผมสีดำขลับที่เคยยุ่งเหยิงถูกสางจนเรียบร้อยและมัดเป็นแกละสองข้างอย่างลวกๆ เด็กหญิงกำลังหลับตาพริ้ม ร
Baca selengkapnya
บทที่ 7
"ท่านนักพรต นั่นอย่างไรเล่าเจ้าคะ ตัวกาลกิณีที่นำพาความโชคร้ายมาสู่ตระกูลหลี่ของเรา" ซุนรุ่ยเซียงชี้พัดจันทน์หอมมาที่ลั่วลั่วซึ่งนั่งนิ่งอยู่บนกองฟาง "ก่อนหน้านี้วิญญาณร้ายที่สิงสู่ในตัวนางถึงขั้นแผลงฤทธิ์ สร้างภาพหลอกหลอนท่านเสนาบดีจนแทบจับไข้ หากปล่อยไว้อาจเป็นภัยต่อชาวเมืองได้นะเจ้าคะ"​ นักพรตกำมะลอลูบเคราตัวเองเบาๆ ทำตาดุขึงขัง "อมิตาพุทธ ไอชั่วร้ายรุนแรงยิ่งนัก! นังมารร้าย เจ้าจงยอมจำนนแต่โดยดี มิเช่นนั้นกระบี่ไม้ท้อของข้าจะฟาดฟันวิญญาณของเจ้าให้แหลกสลาย!"​ ลั่วลั่วมองการแสดงปาหี่ตรงหน้าด้วยสายตาว่างเปล่า นางค่อยๆ ยันตัวลุกขึ้นยืน ร่างเล็กจ้อยที่สวมเพียงชุดบางๆ สั่นเทาอย่างน่าสงสาร ทว่าสิ่งที่ทำให้นางดูน่าเวทนาที่สุดคือดวงตากลมโตที่เอ่อล้นไปด้วยน้ำตาใสกระจ่างหยดหมับลงมาอาบสองแก้ม​ "ท่านแม่รอง... ลั่วลั่วทำผิดอันใดหรือเจ้าคะ เหตุใดท่านต้องพานักพรตมาจับลั่วลั่วด้วย ลั่วลั่วหนาว ลั่วลั่วหิว ลั่วลั่วไม่ได้เป็นปีศาจนะเจ้าคะ" เสียงสะอื้นไห้ที่ปะปนกับความหวาดกลัวดังระงมไปทั่วบริเวณ​ ชาวบ้านที่มุงดูอยู่เริ่มซุบซิบนินทา หลายคนเกิดความสงสารเม
Baca selengkapnya
บทที่ 8
ซุนรุ่ยเซียงทนรับสายตาประณามไม่ไหว นางกัดฟันกรอด หันไปตวาดใส่บ่าวไพร่ที่เหลือ "พวกเจ้าตายกันไปหมดแล้วหรือ! ไอ้สุนัขรับใช้ตัวนี้มันเป็นบ้าไปแล้ว รีบเอาก้อนผ้าอุดปากมันแล้วลากตัวไปขังไว้ที่คอกม้าเดี๋ยวนี้!"​ บ่าวชายสองสามคนรีบกรูเข้าไปจับตัวพ่อบ้านจางที่ยังคงแหกปากสารภาพบาปไม่หยุด พวกมันใช้เศษผ้ายัดใส่ปากและลากตัวมันออกไปอย่างทุลักทุเล​ นักพรตกำมะลอเห็นสถานการณ์พลิกผันก็รู้ตัวว่าขืนอยู่ต่อคงโดนชาวบ้านรุมประชาทัณฑ์แน่ จึงรีบเก็บข้าวของแล้วเดินแกมวิ่งหนีออกไปทางหลังจวนทันที​ซุนรุ่ยเซียงสูดลมหายใจเข้าลึก พยายามปั้นหน้าให้กลับมาสงบนิ่ง นางตวัดสายตาอาฆาตมาที่หลี่ลั่วลั่วที่กำลังแสร้งทำเป็นตัวสั่นงันงก​ "ฝากไว้ก่อนเถิด นังมารหัวขน วันนี้เจ้าดวงแข็งนัก แต่คราวหน้าข้าไม่ปล่อยเจ้าไว้แน่!" นางเค้นเสียงลอดไรฟัน ก่อนจะสะบัดแขนเสื้อและเดินกระแทกส้นเท้าจากไปอย่างรวดเร็ว ทิ้งบ่าวไพร่ให้วิ่งตามกันอย่างระส่ำระสาย​เมื่อกลุ่มคนร้ายจากไปจนหมด เสียงก่นด่าของชาวบ้านก็ค่อยๆ ซาลงและสลายตัวกันไป กระท่อมร้างกลับเข้าสู่ความเงียบสงบอีกครั้ง​ ลั่วลั่วใช้หลังมือปาดน้
Baca selengkapnya
บทที่ 9
ข่าวลือเรื่องความอำมหิตของฮูหยินเอกแห่งจวนเสนาบดีหลี่แพร่สะพัดไปทั่วเมืองหลวงรวดเร็วยิ่งกว่าไฟลามทุ่ง เพียงไม่ถึงครึ่งชั่วยามหลังกลุ่มชาวบ้านแยกย้ายกันไป เรื่องราวของพ่อบ้านจางที่ถูกวิญญาณบ่าวชราเข้าสิงจนต้องสารภาพบาปกลางแจ้ง ก็ถูกแต่งเติมเสริมแต่งและเล่าขานกันไปตามโรงเตี๊ยมและตลาดสดทุกหัวระแหง​ ภายในกระท่อมท้ายจวนที่เคยหนาวเหน็บ บรรยากาศกลับเงียบสงบอย่างประหลาด หลี่ลั่วลั่วนั่งกอดเข่าอยู่บนกองฟาง สายตาจับจ้องไปยังเศษหิมะที่ปลิวร่วงลงมาจากหลังคาที่ชำรุดทรุดโทรม สมองอันปราดเปรื่องของนางกำลังประมวลผลถึงผลลัพธ์ที่จะตามมาจากการกระทำอันอุกอาจเมื่อครู่​ ฉู่จวินเหยาที่นั่งอยู่ไม่ไกลลอบสังเกตใบหน้าจิ้มลิ้มนั้นเงียบๆ เด็กหญิงวัยห้าขวบผู้นี้มีดวงตาที่ลึกล้ำเกินวัย ในยามที่นางร้องไห้อ้อนวอนเมื่อครู่นางดูเหมือนลูกนกที่รอความตาย ทว่าในยามนี้นางกลับสงบนิ่งเยือกเย็นราวกับแม่ทัพที่กำลังวางหมากกระดานต่อไป​ "เจ้าทำเรื่องใหญ่ลงไปแล้ว รู้ตัวหรือไม่" ฉู่จวินเหยาเอ่ยทำลายความเงียบ น้ำเสียงของเขาแหบพร่าทว่าแฝงความกังวลอย่างปิดไม่มิด "การทำให้ฮูหยินเอกอับอายต่อหน้าธารกำนัล
Baca selengkapnya
บทที่ 10
​"ท่านพ่อพูดยกยอข้าเกินไปแล้ว ข้าเป็นเพียงเด็กห้าขวบที่วันๆ เอาแต่นอนจับไข้รอความตายอยู่ในกระท่อมผุพัง ข้าจะเอาปัญญาที่ไหนไปสร้างเรื่องหลอกลวงพ่อบ้านจางผู้เก่งกาจได้เล่าเจ้าคะ สิ่งที่พ่อบ้านจางพูดออกมา ล้วนเป็นความจริงที่อัดอั้นอยู่ในใจเขาต่างหาก ชาวบ้านมีตาก็มองเห็น มีหูก็ได้ยิน หากท่านพ่อคิดว่าสิ่งที่ข้าพูดเป็นคำลวง เหตุใดท่านไม่ลองส่งคนไปสืบดูที่ห้องของลุงฝูเล่า อาจจะเจอป้ายหยกทองคำที่ถูกนำไปซ่อนไว้จริงๆ ก็ได้"​ซุนรุ่ยเซียงได้ยินดังนั้นก็หน้าถอดสี นางรีบก้าวออกมายืนเคียงข้างสามี "ท่านพี่ อย่าไปฟังคำแก้ตัวของนังเด็กปีศาจนี่นะเจ้าคะ! นางมีเวทมนตร์มนต์ดำ นางใช้คาถาทำร้ายบ่าวไพร่ของเรา ท่านพี่ต้องรีบส่งนางไปให้พ้นจากจวนเดี๋ยวนี้ หากปล่อยไว้นานกว่านี้ เกรงว่าตำแหน่งขุนนางของท่านพี่อาจจะได้รับผลกระทบนะเจ้าคะ!"​ คำว่าตำแหน่งขุนนางจี้จุดอ่อนของหลี่จงเหวินเข้าอย่างจัง สำหรับเขาแล้ว อำนาจและหน้าตาสำคัญยิ่งกว่าชีวิตของสายเลือด เขาหันมาจ้องลั่วลั่วด้วยสายตาเหี้ยมเกรียม ตัดสินใจเด็ดขาดแล้วว่าจะกำจัดตัวกาลกิณีผู้นี้ให้พ้นทาง​ "รุ่ยเซียงพูดถูก ข้าไม่น่าใจอ่อนเก็บเจ้าไว้ตั
Baca selengkapnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status