Todos los capítulos de สยบรักตัวร้าย...ทะลุมิติมาได้สามีธงแดงที่คลั่งรักเพียงข้า: Capítulo 31 - Capítulo 40

54 Capítulos

บทที่ 31

"ท่านพยุงศีรษะเขาขึ้นเล็กน้อย ข้าจะป้อนยาบำรุงโลหิตและยาถอนพิษให้เขาก่อน" ลั่วลั่วเปิดจุกขวดยาเม็ดสีแดงสดและยาเม็ดสีดำสนิทออก นางบีบกรามของบุรุษผู้นั้นให้อ้าออก แล้วยัดยาเม็ดทั้งสองลงไปในลำคอ ก่อนจะลูบตามหลอดลมเพื่อบังคับให้เขากลืนมันลงไปจากนั้นนางก็เปิดขวดยาสมานแผลแบบผง เทลงบนบาดแผลลึกที่หัวไหล่และหน้าอกของชายผู้นั้นอย่างไม่ตระหนี่ วินาทีที่ผงยาสัมผัสกับเลือดและเนื้อที่ฉีกขาด เสียงดังฉ่าก็ดังขึ้นเบาๆ ตามมาด้วยกลุ่มควันสีขาวบางเบา บาดแผลที่เคยกว้างและเลือดไหลทะลัก ค่อยๆ หยุดไหลและสมานตัวเข้าหากันด้วยความเร็วที่มองเห็นได้ด้วยตาเปล่าจวินเหยาจ้องมองภาพนั้นด้วยความตกตะลึงอีกครั้ง แม้เขาจะเคยเห็นสรรพคุณของยาแก้หิมะกัดมาแล้ว แต่ยาสมานแผลที่ต่อชีวิตคนใกล้ตายได้ภายในพริบตาเช่นนี้ มันเหนือล้ำเกินกว่าที่สติปัญญาของมนุษย์ทั่วไปจะจินตนาการถึง"แค่กๆ...!"เสียงไอเป็นเลือดดังขึ้นทำลายความเงียบ บุรุษชุดดำกระตุกตัวอย่างแรง ดวงตาที่ปิดสนิทเบิกโพลงขึ้นมาอย่างกะทันหัน แววตาคู่นั้นแดงก่ำและเกรี้ยวกราดดุจพยัคฆ์ร้ายที่กำลังบาดเจ็บเขายกมือขวาขึ้น คว้าหมับเข้าที่ลำคอเล็กๆ ของหลี่ลั่วลั่วด้วยความเร็วที่สาย
Leer más

บทที่ 32

บุรุษชุดดำหยุดหัวเราะ แววตาของเขาแปรเปลี่ยนเป็นความมืดมิดและเต็มไปด้วยความเคียดแค้น"ข้ามีนามว่า เยี่ยนอู๋จี๋... ประมุขพรรคเงาโลหิต" เขากล่าวเน้นทีละคำ ชื่อนี้หากเอ่ยในยุทธภพ ย่อมทำให้ผู้คนหวาดผวาจนหัวหด พรรคเงาโลหิตคือพรรคมารอันดับหนึ่งที่ลอบสังหารผู้คนมานับไม่ถ้วน ทว่าบัดนี้กลับเหลือเพียงชื่อ"เมื่อคืนก่อน พวกสำนักธรรมะจอมปลอมรวมหัวกับเกลือเป็นหนอนในพรรคของข้า ลอบวางยาพิษสลายปราณในสุรา แล้วบุกเข้ากวาดล้างพรรคเงาโลหิตจนพินาศสิ้น ลูกพรรคของข้าถูกฆ่าล้างบาง ข้าฝืนใช้พลังปราณเฮือกสุดท้ายทะลวงวงล้อมหนีรอดมาได้ ทว่าก็ถูกตามล่าจนต้องกระโดดหน้าผาหนีตาย และมาสลบอยู่ตรงนี้"เรื่องราวที่เยี่ยนอู๋จี๋เล่าออกมานั้นเต็มไปด้วยกลิ่นคาวเลือดและความอยุติธรรมของยุทธภพ ลั่วลั่วมองเห็นโอกาสที่จะผูกมัดชายผู้นี้ไว้กับพวกนางอย่างสมบูรณ์"ท่านประมุขเยี่ยน ในเมื่อพรรคของท่านล่มสลายแล้ว ท่านบาดเจ็บและถูกตามล่า หากออกไปปรากฏตัวในเมืองย่อมไม่พ้นถูกสังหาร" ลั่วลั่วก้าวออกมายืนเจรจาด้วยท่าทีผู้ใหญ่เกินวัย "ข้ามีข้อเสนอให้ท่านเจ้าค่ะ เรือนของข้ากว้างขวางและมิดชิดพอที่จะให้ท่านซ่อนตัวหลบภัย และข้ายังมียาชั้นเลิศที่จ
Leer más

บทที่ 33

วสันตฤดูเริ่มย่างกรายเข้ามาเยือนเมืองหลวง เกล็ดหิมะที่เคยปกคลุมหลังคาเรือนเริ่มละลายกลายเป็นหยดน้ำ ทว่าอากาศยามเช้าตรู่ยังคงหลงเหลือความหนาวเย็นที่เสียดแทงไปถึงกระดูกณ ลานดินกว้างหลังเรือนร้างชานเมือง เสียงลมแหวกอากาศดังก้องเป็นจังหวะสม่ำเสมอ ร่างผอมบางของเด็กชายวัยแปดขวบในชุดผ้าฝ้ายสีดำสนิทกำลังร่ายรำกระบวนท่าแปลกประหลาด ท่วงท่าเหล่านั้นไม่ได้งดงามอ่อนช้อย ทว่าแฝงไปด้วยความดุดัน อำมหิต และมุ่งเน้นไปที่การปลิดชีพศัตรูในดาบเดียวเยี่ยนอู๋จี๋นั่งขัดสมาธิอยู่บนระเบียงไม้ ร่างกายของยอดฝีมือฟื้นฟูขึ้นมากด้วยยาวิเศษของหลี่ลั่วลั่ว ดวงตาคมกริบดุจเหยี่ยวจ้องมองศิษย์เอกเพียงคนเดียวของตนด้วยความเข้มงวด ในมือของเขามีกิ่งไม้หลิวเรียวยาว หากจังหวะเท้าของฉู่จวินเหยาผิดเพี้ยนไปแม้แต่นิ้วเดียว กิ่งไม้หลิวนั้นจะตวัดฟาดลงบนแผ่นหลังของเด็กชายอย่างไร้ความปรานีเพียะ!กิ่งไม้หลิวฟาดกระทบเนื้อจนเกิดรอยริ้วสีแดงเลือด ฉู่จวินเหยาสะดุ้งสุดตัว ทว่าเขาไม่เปล่งเสียงร้องออกมาแม้แต่ครึ่งคำ เด็กชายกัดฟันแน่นจนกรามปูดโปน หยาดเหงื่อไหลซึมลงมาตามไรผมผสมกับคราบฝุ่นดิน เขารีบปรับจุดศูนย์ถ่วงและร่ายรำกระบวนท่าต่อไปอย่าง
Leer más

บทที่ 34

ลั่วลั่วถลันเข้าไปหาเขาทันที นางเอื้อมมือไปจับแขนของเขา ทว่าผิวหนังของเขากลับร้อนจัดจนแทบลวกมือ ก่อนจะเปลี่ยนเป็นเย็นเฉียบสั่นสะท้านในเสี้ยววินาทีต่อมา"ระบบ! เกิดอะไรขึ้นกับเขา! ต้องใช้ยาอะไรแก้อาการนี้ ตอบมาเดี๋ยวนี้!" ลั่วลั่วตะโกนในใจด้วยความตื่นตระหนกขั้นสุด"ติ๊ง! ตรวจพบอาการลมปราณมารตีกลับและพิษแทรกซึมเข้าสู่หัวใจ เป็นผลข้างเคียงของการฝึกวิชาพรรคเงาโลหิตที่หนักหน่วงเกินกว่าสรีระของเด็กแปดขวบจะรับได้ โฮสต์ไม่สามารถใช้ยาถอนพิษทั่วไปได้ ต้องใช้พลังปราณบริสุทธิ์เพื่อกดทับและไออุ่นจากร่างกายเพื่อประคองชีพจรเท่านั้น"คำตอบของระบบทำให้นางใจหายวาบ นางไม่มีพลังปราณบริสุทธิ์ สิ่งเดียวที่นางทำได้ในตอนนี้คือการมอบไออุ่นและเป็นที่ยึดเหนี่ยวให้เขา"พี่จวินเหยา... ได้ยินข้าหรือไม่ มองหน้าข้าสิเจ้าคะ!" ลั่วลั่วปีนขึ้นไปบนเตียง นางไม่สนใจความร้อนหรือความเย็นที่แผ่ออกมาจากตัวเขา เด็กหญิงดึงร่างที่กำลังชักเกร็งเข้ามากอดไว้แน่นในอ้อมแขนเล็กๆ ของตนฉู่จวินเหยาในตอนนี้สูญเสียการรับรู้ไปกว่าครึ่ง ความเจ็บปวดทำให้ภาพตรงหน้าพร่ามัว ทว่ากลิ่นหอมอ่อนๆ ดุจดอกเหมยแรกแย้มและไออุ่นที่แผ่ซ่านมาจากร่างเล็กๆ นั
Leer más

บทที่ 35

วสันตฤดูพัดพาเอาความอบอุ่นมาเยือนเมืองหลวงอย่างเต็มตัว ดอกเหมยที่เคยเบ่งบานท้าหิมะเริ่มร่วงโรย ถูกแทนที่ด้วยใบไม้สีเขียวชอุ่มและดอกท้อสีชมพูสะพรั่ง​ ล่วงเลยมาเกือบสามเดือนแล้วนับตั้งแต่การตกลงเป็นพันธมิตรกับหอการค้าร้อยโอสถ เรือนร้างชานเมืองที่เคยเงียบเหงาบัดนี้ได้รับการปรับปรุงซ่อมแซมจนดูมีชีวิตชีวา หลังคาที่เคยรั่วถูกเปลี่ยนกระเบื้องใหม่ กำแพงถูกเสริมให้สูงขึ้นและแน่นหนากว่าเดิม​ ทว่าสิ่งที่เปลี่ยนแปลงไปมากที่สุด กลับเป็นฐานะทางการเงินของผู้อยู่อาศัย​ ภายในห้องโถงกลางเรือน หลี่ลั่วลั่วในชุดกระโปรงผ้าไหมสีฟ้าอ่อนเนื้อดี กำลังนั่งขัดสมาธิอยู่บนพรมขนสัตว์ผืนนุ่ม ตรงหน้านางมีหีบไม้ขนาดย่อมเปิดอ้าอยู่ ภายในบรรจุก้อนเงินแท่งละสิบตำลึงที่เรียงซ้อนกันเป็นระเบียบ แสงสะท้อนจากก้อนเงินทำเอาดวงตากลมโตของเด็กหญิงวัยห้าขวบเป็นประกายวิบวับราวกับดวงดาว​"หนึ่งร้อย สองร้อย สามร้อย... สวรรค์ นี่เรามีเงินเก็บถึงห้าร้อยตำลึงแล้วหรือนี่" ลั่วลั่วพึมพำด้วยความเบิกบานใจ มือเล็กๆ ลูบคลำก้อนเงินอย่างรักใคร่​ ยาแก้หิมะกัดและยาบำรุงโลหิตที่นางใช้ระบบแลกเปลี่ยนมา
Leer más

บทที่ 36

เด็กชายวัยสิบสองปีซึ่งดูจะเป็นหัวโจกของกลุ่ม กล้าหาญพอที่จะเอ่ยปากถามเสียงสั่น "นายจ้าง... ท่านจะให้พวกเราทำสิ่งใดหรือขอรับ พวกเราเป็นแค่ขอทาน ทำงานหนักไม่ไหวหรอกนะขอรับ"​ ลั่วลั่วยิ้มบางๆ นางไม่ได้ตอบคำถามในทันที แต่หันไปพยักหน้าให้จวินเหยา​ จวินเหยาเดินหายเข้าไปในครัว เพียงครู่เดียวก็กลับออกมาพร้อมกับถาดไม้ใบใหญ่ ภายในถาดเต็มไปด้วยหมั่นโถวลูกอวบอ้วนสีขาวจั๊วะที่ส่งควันร้อนกรุ่น และชามกระเบื้องใส่เนื้อหมูสามชั้นตุ๋นน้ำแดงที่ส่งกลิ่นหอมหวนยั่วน้ำลาย​ เสียงกลืนน้ำลายดังอึกอักดังระงมมาจากกลุ่มเด็กเร่ร่อน ดวงตาสิบดวงเบิกกว้างจ้องมองอาหารตรงหน้าราวกับเห็นทองคำ พวกเขาไม่ได้กินของอร่อยและอบอุ่นเช่นนี้มานานนับปีแล้ว บางคนถึงกับน้ำตาคลอเบ้าด้วยความหิวโหย​"ก่อนจะคุยเรื่องงาน กองทัพย่อมต้องเดินด้วยท้อง" ลั่วลั่วผายมือไปยังถาดอาหาร "ข้าให้เวลาพวกเจ้าหนึ่งก้านธูป จัดการอาหารพวกนี้ให้อิ่มหนำสำราญเสียก่อน แล้วเราค่อยมาคุยกัน"​สิ้นคำอนุญาต เด็กสิบคนก็พุ่งตัวเข้าหาถาดอาหารราวกับฝูงแร้งลงทึ้งซากสัตว์ พวกเขาแย่งกันยัดหมั่นโถวและเนื้อหมูเข้าปากอย่างตะกละตะกลาม ไม่สน
Leer más

บทที่ 37

แสงตะวันยามบ่ายคล้อยเริ่มทอประกายสีส้มอมแดง สาดส่องลงมากระทบผืนหลังคากระเบื้องเคลือบของเมืองหลวง ท่ามกลางความคึกคักของตลาดย่านตะวันออก ไม่มีผู้ใดสังเกตเห็นเด็กชายในชุดปะชุนมอซอผู้หนึ่งที่กำลังวิ่งลัดเลาะไปตามตรอกซอกซอยด้วยความเร็วอันน่าทึ่ง​ เสี่ยวโก่ว หนึ่งในสายลับรุ่นแรกของหอสดับลม วิ่งกระหืดกระหอบมาจนถึงหลังเรือนชานเมือง เขากระดกนิ้วเคาะประตูด้านหลังเป็นจังหวะสั้นสลับยาวตามรหัสลับที่ถูกฝึกฝนมา เพียงชั่วอึดใจ ประตูไม้ก็แง้มออก เผยให้เห็นใบหน้าคมคายดุดันของฉู่จวินเหยา​"มีเรื่องอันใด ด่วนหรือ" จวินเหยาเอ่ยถามเสียงเรียบ ทว่าสายตากวาดมองไปรอบด้านเพื่อตรวจตราความปลอดภัย​ เสี่ยวโก่วสูดลมหายใจลึกก่อนจะรีบรายงาน "เรียนท่านรองประมุข ขบวนรถม้าลึกลับที่สายของเราจับตาดูอยู่เมื่อช่วงบ่าย บัดนี้เกิดเรื่องแล้วขอรับ! รถม้าคันนั้นไม่ได้มุ่งหน้าเข้าสู่วังหลวง แต่วิ่งลัดเลาะเข้าไปในตรอกต้นหลิวฝั่งเหนือ และตอนนี้กำลังถูกกลุ่มคนชุดดำนับสิบคนลอบโจมตี ผู้คุ้มกันล้มตายไปหลายคนแล้วขอรับ!"​ จวินเหยาขมวดคิ้วแน่น ตรอกต้นหลิวฝั่งเหนือเป็นย่านที่อยู่อาศัยของคหบดีเก่าที่รกร้าง
Leer más

บทที่ 38

เบื้องล่าง จ้าวอวี่เฉินพลาดท่าถูกคมดาบของนักฆ่าเฉือนเข้าที่หัวไหล่ เลือดสีแดงสดไหลทะลัก ทว่าเขายังคงกัดฟันตวัดกระบี่แทงสวนกลับไป นักฆ่าที่เป็นหัวหน้าแสยะยิ้มเหี้ยมเกรียม มันเงื้อดาบเล่มใหญ่ขึ้นสูงหมายจะบั่นคอองค์ชายรองให้หลุดกระเด็นในดาบเดียว​"ตอนนี้แหละ!" ลั่วลั่วตะโกนในใจ พร้อมกับปาระเบิดควันกัมปนาทลงไปกลางวงล้อมอย่างสุดแรงเกิด​ ตูม!​ เสียงระเบิดดังกึกก้องกังวานราวกับอสนีบาตฟาดลงมากลางตรอกแคบๆ พื้นดินสั่นสะเทือน นักฆ่าทุกคนสะดุ้งสุดตัวและชะงักการโจมตีโดยสัญชาตญาณ ทันใดนั้น ควันสีขาวหนาทึบก็พวยพุ่งออกมาราวกับคลื่นยักษ์ กลืนกินทุกสิ่งทุกอย่างในรัศมีสิบจั้งให้จมมิด​ "อ๊าก! ตาข้า! แสบเหลือเกิน!"​ "น้ำตาข้าไหลไม่หยุด! ใครก็ได้ช่วยด้วย!"​ เสียงกรีดร้องและเสียงไอสำลักของเหล่านักฆ่าดังระงม พวกมันทิ้งอาวุธและยกมือขึ้นขยี้ตาอย่างบ้าคลั่ง ฤทธิ์ของควันม่านน้ำตารุนแรงจนต่อให้เป็นยอดฝีมือก็ไม่อาจลืมตาขึ้นมาได้​ จ้าวอวี่เฉินเองก็ได้รับผลกระทบเช่นกัน เขารู้สึกแสบตาจนต้องหลับตาลง ทว่าในวินาทีที่เขากำลังสับสน ร่างของใครบางคนก็พุ
Leer más

บทที่ 39

เพียงไม่ถึงอึดใจ ความรู้สึกร้อนรุ่มและปวดร้าวที่แผดเผาอยู่ภายในอกก็ค่อยๆ มลายหายไปราวกับหิมะที่ถูกแสงแดดแผดเผา เลือดสีคล้ำที่เคยไหลซึมจากบาดแผลเปลี่ยนกลับเป็นสีแดงสด พลังปราณที่เคยตีรวนเริ่มกลับมาไหลเวียนอย่างสงบอีกครั้ง​ จ้าวอวี่เฉินเบิกตากว้างด้วยความตกตะลึง ยาถอนพิษที่สามารถถอนพิษร้ายแรงได้ในพริบตาเช่นนี้ บนโลกใบนี้มีเพียงปรมาจารย์แพทย์โอสถสวรรค์ในตำนานเท่านั้นที่ปรุงได้!​ เขามองเด็กหญิงตรงหน้าด้วยสายตาที่เปลี่ยนจากความประหลาดใจเป็นความเลื่อมใสอย่างแท้จริง นางไม่ใช่แค่เด็กที่ฉลาด มีเครือข่ายข่าวกรองล้ำเลิศ แต่ยังมีเบื้องหลังที่ลึกล้ำเกินหยั่งถึง​"ข้า... เป็นหนี้ชีวิตเจ้าจริงๆ" จ้าวอวี่เฉินยันตัวลุกขึ้นยืน แม้จะยังอ่อนเพลีย แต่สีหน้าของเขากลับมามีเลือดฝาดอีกครั้ง เขาปลดป้ายหยกสีขาวบริสุทธิ์ที่สลักลวดลายพยัคฆ์เหินหาว ซึ่งเป็นตราสัญลักษณ์ประจำตัวขององค์ชายรอง ออกจากเอว​เขายื่นป้ายหยกนั้นให้แก่หลี่ลั่วลั่วด้วยท่าทางที่ให้เกียรติอย่างสูงสุดข้าจ้าว…ข้ากู้เฉินขอสลักความกล้าหาญและน้ำใจของพวกเจ้าไว้ในใจ ป้ายหยกชิ้นนี้คือสิ่งแทนคำสัญญา หากวันใดที่เจ้าต้องการความช่ว
Leer más

บทที่ 40

กาลเวลาหมุนเวียนเปลี่ยนผ่านอย่างรวดเร็วราวกับสายน้ำที่ไม่เคยไหลย้อนกลับ ใบไม้สีเขียวชอุ่มของฤดูร้อนถูกแทนที่ด้วยใบเมเปิลสีแดงฉานของฤดูร่วง ล่วงเลยมาเกือบครึ่งปีแล้วนับตั้งแต่เหตุการณ์ลอบสังหารในตรอกต้นหลิว หอสดับลมของหลี่ลั่วลั่วขยายเครือข่ายครอบคลุมไปทั่วทุกหัวระแหงในเมืองหลวง ไม่ว่าจะเป็นเรื่องซุบซิบในหอชุนเฟิงหรือความเคลื่อนไหวในจวนขุนนางใหญ่ ล้วนไม่อาจรอดพ้นสายตาของสายลับวัยเยาว์ไปได้​ ทว่าความสงบสุขที่ดูเหมือนจะราบรื่น กลับเป็นเพียงคลื่นใต้น้ำที่รอวันปะทุ​ณ ลานหินหลังเรือนชานเมือง เสียงลมปราณที่ปะทะกันดังกึกก้องประดุจฟ้าคำราม ร่างผอมบางของเด็กชายวัยแปดขวบกำลังร่ายรำเพลงกระบี่ด้วยความเร็วที่ดวงตาคนธรรมดาไม่อาจมองทัน รังสีสังหารสีดำทะมึนแผ่ซ่านออกมาจากร่างของเขา เคลือบคมกระบี่ไม้จนดูคมกริบยิ่งกว่าเหล็กกล้า​ ฉู่จวินเหยากำลังเร่งรีบ เขาบีบคั้นตนเองอย่างหนักหน่วงนับตั้งแต่วันที่ได้พบกับองค์ชายรอง ความรู้สึกไร้กำลังเมื่อต้องเผชิญหน้ากับยอดฝีมือที่แท้จริง เป็นเสมือนแส้ที่คอยเฆี่ยนตีจิตใจของเขา หากเขาอยากจะปกป้องหลี่ลั่วลั่วให้พ้นจากเงื้อมมือของผู้มีอำนาจล้นฟ้า เ
Leer más
ANTERIOR
123456
ESCANEA EL CÓDIGO PARA LEER EN LA APP
DMCA.com Protection Status