ฉินจื่อเว่ยได้ฟังดังนั้นก็ขมวดคิ้วจ้องมองเขาอยู่นาน พออวี่เฮ่าหมิงล้มตัวลงนอนข้างๆ นางก็ถามขึ้นว่า "ที่ท่านเอาหมอนมาให้ เพราะไม่อยากให้ข้าหนุนแขนท่านนอนแล้วหรือเจ้าคะ?" มือที่กำลังห่มผ้าของอวี่เฮ่าหมิงชะงักกึก ไม่รู้ว่านางสรุปเช่นนั้นออกมาได้อย่างไร ขณะที่ยังไม่รู้จะตอบอย่างไรดี ก็ได้ยินฉินจื่อเว่ยถามเสียงแผ่ว: "ข้าหนุนแขนท่านนอนไม่ได้หรือเจ้าคะ?" นางง่วงเต็มทีแล้ว น้ำเสียงนั้นฟังดูเหมือนคนกำลังจะเข้าสู่ห้วงนิทรา อวี่เฮ่าหมิงเบือนหน้ามองใบหน้าเล็กๆ ของนางที่ซุกอยู่ในผ้านวม ก่อนจะยอมแพ้แล้วยื่นแขนสอดเข้าไปใต้ลำคอนาง "ได้สิ" ดังนั้นในเช้าวันรุ่งขึ้น อวี่เฮ่าหมิงจึงต้องสะบัดแขนที่ถูกฉินจื่อเว่ยหนุนจนชาไปทั้งแถบเพื่อเข้าเฝ้าในราชสำนัก วันที่หนึ่งเดือนอ้าย เหล่าขุนนางต่างเข้าวังเพื่อกราบบังคมทูลถวายพระพรเนื่องในวันปีใหม่ อวี่เฮ่าหมิงเองก็เข้าวังตั้งแต่เช้าตรู่ ฉินจื่อเว่ยยังคงหลับสนิทเขาจึงไม่ได้ปลุกนาง เพียงทิ้งข้อความไว้ที่หัวเตียงแล้วจากไป องค์จักรพรรดิทรงเห็นใจอวี่เฮ่าหมิงที่เพิ่งแต่งงานใหม่ จึงทรงมีพระบัญชาให้เขาไม่ต้องยุ่งเกี่ยวกับงานยิบย่อยในช่วงไม่กี่วันนี้ ขบวนเสด็จและก
Leer más