第二章ท่านอานอนละเมอกลิ่นอาหารหอมฉุยปลุกให้ผู้ที่แอบงีบหลับบนตั่งยาวสูดหายใจเข้าลึก ครั้นลืมตาตื่นขึ้นมาก็เห็นร่างสามร่างซึ่งผูกผ้ากันเปื้อนไว้ครึ่งตัวกำลังง่วนกันอยู่ในครัว พวกเขาล้วนต้องใช้เก้าอี้ต่อขายืนเรียงกันไปเพื่อเพิ่มความสูง แลดูน่าขันและน่าเอ็นดูไปในเวลาเดียวกันความจริงเด็กเหล่านี้ก็น่ารักอยู่หรอก หากไม่ติดตรงที่ว่า...“อาหลง ไฟอ่อนแล้ว” ร่างเล็กๆ ของมู่หรงอู่กระโดดลงจากเก้าอี้พร้อมกับเอียงหน้ามองเตาฟืนที่เริ่มริบหรี่หงหยางจู่ได้ยินดังนั้นก็หยุดมือที่กำลังหั่นผัก เคลื่อนนัยน์ตาสีน้ำเงินไปยังผู้ที่กำลังนั่งแกะเปลือกผลเหอเถา[1] ไว้รอกินเป็นของว่างอยู่ไม่ใกล้ไม่ไกล “เฟิงหลง เจ้าก็พ่นไฟเติมให้เสียสิ”เด็กชายผู้มีใบหูแหลมยาวผ่อนลมหายใจอย่างเบื่อหน่าย “หากไฟอ่อนก็ให้เติมฟืน ไม่ใช่เติมไฟ”“อ้อ... แล้วเวลาเจ้าหิวต้องกินข้าวหรือว่ากินฟืนเล่า”“แล้วงูอย่างเจ้าต้องกินข้าวหรือกินหนูกับกบ?”หลิวฟางซวงหยัดตัวลุกขึ้นยืนพลางบิดขี้เกียจ ชายเสื้อตวัดพลิ้วครั้งหนึ่งขณะเสกให้ท่อนฟืนซึ่งวางเรียงอยู่อีกฟากหนึ่งของถ้ำลอยเรียงต่อกันไปหามู่หรงอู่ ปากก็เอ่ยกับลูกครึ่งเทพและปีศาจที่ยังคงหาโอกาสกัดกัน
Last Updated : 2026-05-07 Read more