LOGIN第二十章ท่านอากับความเปลี่ยนแปลงความจริงที่รับรู้... กลับไม่สร้างความตกใจให้แก่ผู้ฟังได้มากเท่าไรนักในบรรดาชายหนุ่มทั้งสามมีเพียงมู่หรงอู่ที่อ้าปากค้าง ส่วนหงหยางจูกลับยกมือเท้าคางพลางเลิกคิ้วไม่รู้สิ เขาแค่คิดว่า หากท่านอาเป็นเพียงเทพธิดาทั่วๆ ไปก็คงไม่คู่ควรให้เขาเคารพ ในทางกลับกัน การได้รู้ว่านางเป็น ‘ผู้รักษา’ ที่ว่า เขามองว่ามันเป็นเรื่องที่สมควรแล้วในใต้หล้านี้ หากมิใช่หลิวฟางซวงก็คงไม่มีผู้ใดอีกแล้วที่มีสามารถทำให้พวกเขายอมเปิดใจได้ความคิดของปีศาจหนุ่มไม่ได้ถือว่าเกินจริงแม้แต่น้อย และพวกเขาทั้งสามก็รู้ดีอยู่แก่ใจ“ข้ามีคำถามเพียงข้อเดียว” อี้เฟิงหลงซึ่งมีสีหน้าราบเรียบที่สุดในกลุ่มพวกเขากล่าวทำลายความเงียบอันแสนสั้น “เมื่อสงครามครั้งนี้จบลง จะเกิดอะไรขึ้นกับท่านอาซวง”เหอเหยาจวงคาดไม่ถึงว่าคนหนุ่มจะเลือกถามคำถามนี้สิ่งที่ชายชราคาดเดาเอาไว้มีมากมายไม่ว่าจะเป็นสาเหตุที่หลิวฟางซวงกลายเป็นศิษย์ของเขาสาเหตุที่หลิวฟางซวงจำโทษให้อยู่บนโลกมนุษย์หรือแม้กระทั่งสาเหตุที่เผ่าสวรรค์ปิดเรื่องของหลิวฟางซวงไว้เป็นความลับซึ่งน้อยคนจะได้รู้“มีความเป็นไปได้สองทาง” เหอเหยาจวงตอบคำถาม “หนึ่
เด็กชายทั้งสามได้ยินเสียงฉีกขาดของอาภรณ์สีสวมใส่ ครั้นหันมามองหน้ากันอีกครั้งก็ถึงกับผงะ พวกเขากลับคืนสู่ร่างที่แท้จริง ร่างของผู้ใหญ่! มิใช่เพียงเท่านั้น... พลังของพวกเขายังเพิ่มพูนกลับมาเหมือนร่างเดิม ราวกับพวกเขาไม่ได้โดนคำสาปของจอมมารอย่างไรอย่างนั้นเป็นไปได้อย่างไร ในเมื่อยามนี้ไม่มีท่านอาซวงอยู่ใกล้ๆ พวกเขา หรือว่าในป้ายหยกนี้จะมีพลังเดียวกับหญิงสาว พลังวารีพิสุทธิ์ที่แสนหายาก?อี้เฟิงหลง หงหยางจูกับมู่หรงอู่ต่างคิดเห็นไปในทางเดียวกัน แต่ก็ไม่มีโอกาสได้ไถ่ถามเมื่อเหอเหยาจวงผู้มีสีหน้าสงบเรียกผ้าคลุมขึ้นมาห่มร่างของพวกเขาแล้วเอ่ยปากอีกครั้ง “นานมาแล้ว ในช่วงเวลาที่สามพิภพและหกดินแดนเพิ่งถือกำเนิด ทั้งหมดต่างถูกขับเคลื่อนด้วยพลังสามอย่าง นั่นคือผู้สร้าง ผู้รักษาและผู้ทำลาย หลังจากที่ผู้สร้างได้สร้างพิภพทั้งสามเสร็จสิ้นดังที่หวังก็เข้าสู่การหลับใหล ปล่อยให้ผู้รักษาและผู้ทำลายคงสมดุลของพิภพทั้งสาม”ชายชราหยุดพักเพื่อผ่อนลมหายใจ แม้พยายามไม่แสดงออกทางน้ำเสียง ทว่าสีหน้าของเขากลับซีดเซียวลงเรื่อยๆ...เวลาของเขาเหลือน้อยลงทุกทีขอเวลาให้ข้าอีกสักหน่อยเถิด...ผู
สำนักไร้นามมิได้ยิ่งใหญ่โอ่อ่า มิได้หรูหรางดงาม หากกลับแฝงไปด้วยพลังสูงส่งน่าเลื่อมใสมู่หรงอู่กวาดสายตามองไปรอบๆ มิอาจปกปิดความรู้สึกตื่นเต้นในยามที่ตนเดินตามเด็กชายอีกสองคนไปยังห้องโถงกว้างที่คาดว่าใช้เป็นสถานที่รับแขก“เข้ามาเถิด”เสียงแหบเมตตาดังขึ้นทั้งที่พวกเขายังเดินไปไม่ถึง บานประตูที่ปิดสนิทคล้ายถูกมนตราเสกสรร มันเปิดออกกว้างต้อนรับแขกผู้มาเยือนก่อนจะปิดลงเมื่อคนทั้งสามเดินผ่านเข้าไปภายในห้องโถงที่ปิดกั้นด้วยผ้าม่านสีทึม แสงจากเทียนไขร้อยเล่มส่องสว่างดุจหิ่งห้อยอี้เฟิงหลงเหลือบสายตาเห็นเบาะรองนั่งสามที่ตรงข้ามกับโต๊ะเตี้ยซึ่งอยู่ตรงมุมห้อง ใกล้กับชั้นหนังสือ ร่างของชายชรายืนอยู่มิไกล เขาส่งยิ้มน้อยๆ พร้อมกับผายมือให้พวกเขาอย่างเชื้อเชิญนี่เป็นครั้งแรกที่ผู้มีสายเลือดมังกรได้พบกับเหอเหยาจวงในสงครามครั้งก่อนเขาเคยได้ยินชื่อและเห็นฝีมือของศิษย์เอกคนแรกของเขาในสนามรบ ประกอบกับการปรากฏตัวของหลี่ลู่ที่มุทะลุดุดัน เดิมทีเขาคิดว่าอีกฝ่ายคงมีกลิ่นอายน่าเกรงขามและภาคภูมิเหมือนกับบิดาของตนแต่ความจริงมันไม่ใช่เช่นนั้นเลย...ผู้ที่อยู่เบื้องหน้าเขายามนี้ดูเป็นชายชราที่ใช้ชีวิตอย่างเร
“ข้าขอนอนสักงีบเถิด”เทพธิดาหลับตาพร้อมกับทิ้งตัวลงบนเตียงด้วยสีหน้าที่สดใสมากกว่าเดิม ปล่อยให้มู่หรงอู่กะพริบตาแล้วยกมือขึ้นมาปิดแก้มที่ร้อนผ่าว“ท่านอาบอกว่าดีใจที่ได้พบพวกเรา” เด็กชายคลี่ยิ้มอย่างน่ารักและไร้เดียงสา “หากอาจูกับอาหลงมาได้ยินเข้าต้องดีใจมากแน่ๆ”“ได้ยินอะไร”“หือ!” มู่หรงอู่อุทานด้วยความตกใจ หันขวับไปมองที่มาของเสียงเมื่อครู่ห้องที่มืดสลัวมีแสงสาดผ่านช่องประตูที่เปิดออก ผู้ที่เดินเข้ามาคือหงหยางจูที่ยังคงมีสีหน้าหงุดหงิดเหมือนตอนที่ถูกเฉียนอวี่นำตัวไปเด็กชายร่างเล็กกระโดดลงจากเตียงพลางวิ่งมาหาเขาอย่างตื่นเต้น “อาจู เมื่อครู่นี้ท่านอาเขา...”คำพูดที่เหลือเงียบหายไปเมื่อผู้พูดสังเกตเห็นใครอีกคนหนึ่งทางด้านหลัง“อาหลง เจ้ามาแล้ว!”ผู้ที่ยืนถัดไปทางด้านหลังหงหยางจูคืออี้เฟิงหลง นัยน์ตาสีมรกตมองผ่านร่างของมู่หรงอู่เข้าไปด้านในห้องอย่างสำรวจ ยามเห็นหญิงสาวกำลังนอนหลับอยู่บนเตียง สีหน้าที่เรียบเฉยตั้งแต่เมื่อครู่ก็เกิดรอยย่นอันเกิดจากการขมวดคิ้ว“นางยังไม่หายดีหรือ”“ท่านอาซวงแค่ขอนอนพักสักครู่” มู่หรงอู่อธิบาย“แล้วเจ้าก็อยู่กับนางในห้องมืดตามลำพัง”มู่หรงอู่เอียงคอคล้าย
ปึง!อะไรบางอย่างที่กระแทกประตูจากทางด้านนอก ส่งผลให้มู่หรงอู่ที่เกือบผลอยหลับระหว่างนั่งรอถึงกับสะดุ้งสุดตัวคนตัวเล็กเอามือลูบอกคล้ายต้องการปลอบขวัญตนเอง เขาคงเหน็ดเหนื่อยจากเหตุการณ์มากมายที่เกิดขึ้นในวันนี้จึงได้มีอาการดังกล่าว นี่เป็นครั้งแรกที่เขาเลียนแบบพฤติกรรมของท่านอาซวงจอมขี้เซา“ท่านอาซวง”ครั้นตื่นตัวอย่างเต็มที่ มู่หรงอู่ก็ร้องหาเจ้าของกลิ่นกายหอมกรุ่นเป็นอันดับแรก ร่างเล็กๆ หย่อนตัวลงจากเก้าอี้นวลภายในห้องที่ปิดม่านจนมืดสลัว เดินไปยังเตียงใหญ่ภายในห้องนอน เลิกผ้าโปร่งที่คลุมอยู่เพื่อให้มองเห็นหญิงสาวได้อย่างถนัดตานับตั้งแต่ท่านอาซวงกลับมาจากการพูดคุยกับอาจารย์ของนาง เทพธิดาสาวก็เอาแต่นอนอยู่บนเตียงเหอเหยาจวงบอกกับเขาว่าเขายังต้องเตรียมการอีกหลายอย่างเพื่อเตรียมพร้อมสำหรับการถ่ายเทพลังตบะให้แก่ท่านอาซวงมู่หรงอู่จะไม่เข้าใจนักว่าสถานการณ์ตอนนี้มีที่มาที่ไปอย่างไร หากเขาก็ดูออกว่าหลิวฟางซวงน่าจะเสียใจเรื่องอายุขัยของเหอเหยาจวงที่ใกล้หมดลงจะมีคนตายอีกแล้ว...เด็กชายร่างเล็กเขยิบตัวขึ้นมานั่งที่ปลายเตียงพร้อมกับทอดสายตามองเปลวเทียนที่เต้นระริกอย่างเหม่อลอยเขาจำภาพที่มาร
第十九章ท่านอากับฐานะที่แท้จริง กรร...เสียงคำรามของสัตว์ป่าหลากหลายชนิดแฝงด้วยจิตสังหารอันโหดเหี้ยมนับแต่พวกเขาย้ายมาอยู่ในป่าแห่งนี้ อี้เฟิงหลงไม่เคยทราบมาก่อนว่ามีสัตว์ป่าอาศัยอยู่มากมายจนกระทั่งวันนี้ปกติแล้วพอพวกมันได้กลิ่นสาบจากหงหยางจูและเขา ย่อมเป็นธรรมดาที่สัตว์เดรัจฉานจะมิกล้าเฉียดเข้ามาใกล้ตามสัญชาตญาณแต่สำหรับสัตว์ที่มีนัยน์ตาแดงก่ำจากการถูกหมู่มารสิงสู่เหล่านี้คงถือเป็นข้อยกเว้นอี้เฟิงหลงซึ่งอยู่ในเรือนไม้กับผู้เฒ่าจางกั๋วเหล่ามองท่าทีคุกคามของสัตว์เป่าเหล่านั้นก็ปิดเปลือกตาลงครึ่งหนึ่งหลังสิ้นเสียงระฆังและกลองเปิดศึกจากภพสวรรค์ อี้ปั๋วซึ่งได้ฟังเรื่องราวทุกอย่างจากบุตรชายก็เร่งรุดกลับทะเลตงไห่ ส่วนอี้เฟิงหลงยืนกรานว่าสภาพของเขายามนี้มิอาจเข้าร่วมสงครามจึงอยู่ต่อเพื่อปรึกษาหารือเรื่องสำคัญกับจางกั๋วเหล่า...นึกไม่ถึงว่าจู่ๆ จะมีสัตว์ใหญ่น้อยซึ่งถูกไอมารแทรกซึมบุกเข้ามาโจมตีพวกเขาอย่างบ้าคลั่ง!“ที่สุดแดนพงไพรก็หนหนึ่งแล้ว” อี้เฟิงหลงขมวดคิ้ว พยายามหาสาเหตุที่เหล่ามารเลือกโจมตีป่าลึกที่ไม่มีความสำคัญอะไรไม่นานนัก เด็กชายก็นึกออก“พวกมันตามพลังวารีพิสุทธิ์ของ
ผู้ฟังนิ่งไปพักหนึ่ง มองใบหน้าของทั้งสองสลับกันไปมา เริ่มคาดเดาอะไรได้บางส่วน “พวกเจ้าทะเลาะกันด้วยเรื่องนี้?”หงหยางจูยักคิ้วพลางป้องปากคล้ายกระซิบกับหญิงสาว “เจ้ามังกรหวงภาพพจน์อย่างกับอะไรดี...”“แล้วเหตุใดจึงกลับกันมาในสภาพเช่นนี้ได้” นางหมายถึงการเดินตัวเปล่ากลับมาที่นี่ทั้งที่เป็นช่วงชุนเทียน
หลิวฟางซวงเห็นสภาพดังกล่าวก็เลิกคิ้วขึ้นมาข้างหนึ่ง…ผู้ใดสั่งสอนให้เดินแก้ผ้ามาเยี่ยงนี้!มู่หรงอู่วิ่งไปหลบอยู่หลังร่างอรชรด้วยความเร็วปานสายฟ้าแลบ การต่อสู้อันดุเดือดยังสร้างความขนลุกขนพองให้เขาไม่สร่างซาการกระทำของเด็กมนุษย์ผิดกับหลิวฟางซวงที่กะพริบตาปริบๆ มองร่างที่กำลังย่ำเดินตรงมาหานางด้วยส
第一章ท่านอาเป็นสตรีผู้เกียจคร้าน การนอนหลับอย่างเต็มอิ่มส่งผลให้ผู้ตื่นนอนมีสีหน้าสดชื่นแจ่มใส ท้องฟ้ายามเย็นแต่งแต้มด้วยฝูงวิหคโผบินกลับรังเสมือนภาพวาด หวนให้นึกถึงความสุขสงบของบ้านที่จากมา หลิวฟางซวงยืดแขนบิดขี้เกียจเพื่อขับไล่ความเมื่อยล้า ดวงหน้างามพริ้มดั่งหญิงสาววัยสิบแ
序言ภพชาติที่หนึ่ง เทพธิดาผู้แสนเกียจคร้าน“อาซวง...” เสียงเล็กที่ร้องเรียกมาพร้อมกับแรงสะกิดบนไหล่บาง ปลุกให้ผู้ที่กำลังจมอยู่ในห้วงนิทราอันแสนสุขกดหัวคิ้วเข้าหากันน้อยๆ ริมฝีปากอวบอิ่มสีเปลือกลี่จือ[1] ขยับพลางครางออกมาอย่างขัดใจ “อื้อ...” “ท่านอาซวง ท่านอาซวง” คร







