ข้าขอนอนสักงีบเถิด

ข้าขอนอนสักงีบเถิด

last updateปรับปรุงล่าสุด : 2026-05-06
โดย:  กัญฉัตรอัปเดตเมื่อครู่นี้
ภาษา: Thai
goodnovel12goodnovel
คะแนนไม่เพียงพอ
8บท
2views
อ่าน
เพิ่มลงในห้องสมุด

แชร์:  

รายงาน
ภาพรวม
แค็ตตาล็อก
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป

ในสามภพภูมิ สี่คาบสมุทร หกดินแดน ล้วนมีเทพผู้มีฤทธิ์เดชกล้าแกร่ง เซียนผู้หลุดพ้น มนุษย์วีรบุรุษ และปีศาจดุร้าย ทว่า หลิวฟางซวง กลับแหวกทุกขนบธรรมเนียมอันพึงมีของเผ่าสวรรค์ เป็นเทพธิดาซึ่งขึ้นชื่อเรื่องขี้เกียจเป็นงานหลัก นอนหลับเป็นงานอดิเรก ด้วยเหตุนี้เมื่อโดนโทษทัณฑ์ให้ลงมาใช้กรรมบนโลกมนุษย์เป็นเวลาห้าร้อยปี นางจึงเผลอรับเด็กน้อยสามคนมาเลี้ยงดูหวังจะช่วยลดโทษให้เบาลง คนหนึ่ง คือมนุษย์ผู้กินของวิเศษเข้าไป อีกคนหนึ่ง คือครึ่งมนุษย์ครึ่งปีศาจงูขาว ส่วนคนสุดท้าย คือครึ่งมนุษย์ครึ่งเทพมังกร เทพธิดาแสนเอื่อยเฉื่อยต้องมารับหน้าที่เป็นพี่เลี้ยงจำเป็น โดยที่ไม่ได้เอะใจเลยสักนิดว่าที่มาของบทบาทนี้จะมีเบื้องหลังอันยิ่งใหญ่ นางเห็นชีวิตอันสงบสุขของตนกำลังจะถูกทำลาย จึงทำได้เพียงร้องตะโกนว่า... "ข้าขอนอนสักงีบเถิด!"

ดูเพิ่มเติม

บทที่ 1

1

序言

ภพชาติที่หนึ่ง เทพธิดาผู้แสนเกียจคร้าน

“อาซวง...”

          เสียงเล็กที่ร้องเรียกมาพร้อมกับแรงสะกิดบนไหล่บาง ปลุกให้ผู้ที่กำลังจมอยู่ในห้วงนิทราอันแสนสุขกดหัวคิ้วเข้าหากันน้อยๆ ริมฝีปากอวบอิ่มสีเปลือกลี่จือ[1] ขยับพลางครางออกมาอย่างขัดใจ “อื้อ...”

            “ท่านอาซวง ท่านอาซวง”

            ครานี้มิใช่แค่การสะกิด ทว่ายังพ่วงมาด้วยการเขย่าไหล่พลางส่งเสียงร้อนรนเป็นพิเศษ

หลิวฟางซวงซึ่งยังเหลือเค้าความงัวเงียสะบัดมือออกหนหนึ่ง เด็กชายร่างเล็กวัยเจ็ดขวบที่มาปลุกก็ถูกคลื่นพลังไร้รูปผลักจนหล่นตุ้บลงไปกองบนพื้นหญ้า

            “อย่ามากวนใจข้า ข้าขอนอนหลับอีกสักงีบ” นางกล่าวจบก็พลิกตัวนอนตะแคง หันหนีไปอีกทางอย่างไม่ใส่ใจ

เตียงไม้ขนาดใหญ่ปูรองด้วยขนแกะนุ่มสบายคล้ายก้อนเมฆาบนสรวงสวรรค์เสียสี่ส่วน แสงแดดรำไรสาดผ่านร่มไม้อุ่นนวลกำลังพอดี สายลมยามชุนเทียน[2] เย็นสบายพัดพาเอากลิ่นมวลบุปผาที่กำลังเบ่งบาน ส่งความฟุ้งหอมละมุนละไมเกลี่ยผ่านหมู่แมลงที่โอบล้อม

อา... หากนอนจำศีลสักประเดี๋ยวก็คงครบห้าร้อยปี

ร่างอรชรคิดพลางซุกใบหน้าลงกับหมอนนิ่มมากขึ้น หากพอเคลิ้มใกล้ผล็อยกลับ ก็ถูกเสียงเดิมกวนใจขึ้นมาอีกหน

            “ท่านอาซวง! อาจูกับอาหลงทะเลาะกันอีกแล้ว!”

            หลิวฟางซวงมินำพาต่อน้ำเสียงร้อนรนของเด็กชายที่แว่วอยู่ข้างหู ดวงตายังคงปิดสนิทขณะที่โบกมือไปมาในอากาศอย่างเกียจคร้าน “เขาอยากจะตีกันก็ปล่อยให้เขาตีกันไป”

            ว่าแล้วก็เตรียมนอนต่อ...

“ท่านอาซวง! อาจูกลายร่างเปลี่ยนเป็นงูแล้วขอรับ!”

“ก็ปล่อยให้เปลี่ยนไป”

“อะ...อาหลงปะ...แปลงเป็นมังกรแล้ว!”

“ก็ดีแล้วนี่” นางพึมพำเสียงเนือย

“เขาจะพ่นไฟแล้ว จะพ่นไฟแล้ว!” คนพูดพยายามตะเกียกตะกายปีนขึ้นเตียงมาปลุกนางอีกครั้งด้วยความตื่นตระหนก ทว่าผู้ถูกปลุกกลับอ้าปากหาวพร้อมกับร่ายเวทมนตร์เพิ่มความสูงของเตียงให้มากขึ้นอีกครึ่งผิง[3]

ความสูงที่พุ่งขึ้นอย่างรวดเร็วส่งผลให้ร่างเล็กๆ หล่นตุบลงบนพื้นซ้ำรอยเดิม ความเจ็บที่ระบมมากกว่าเดิมทำเอาน้ำตาไหลอาบแก้มอย่างน่าสงสาร

มู่หรงอู่ลุกขึ้นยืนก่อนจะลูบก้นที่เจ็บป้อยๆ ครั้นแหงนหน้ามองขาเตียงที่พุ่งสูงขึ้นไปอย่างน่าอัศจรรย์ก็อ้าปากค้าง ในสุดแดนพงไพรแห่งนี้มีเพียงเด็กน้อยสามคนกับท่านอาหญิงซึ่งได้รับหน้าที่จากท่านผู้เฒ่าให้มาดูแลพวกเขาต่อ ดังนั้นหลังจากนี้พวกเขาจึงมีท่านอาหญิงเท่านั้นที่เป็นที่พึ่งเพียงหนึ่งเดียว

ตัวเขาหรือก็เป็นแค่มนุษย์ธรรมดาคนหนึ่ง ถ้าหากท่านอาหญิงไม่ยอมไปห้ามปรามหงหยางจูกับอี้เฟิงหลงแล้วไซร้ มีหวังผืนป่าแห่งนี้...

เด็กชายจินตนาการภาพในหัวแล้วลอบกลืนน้ำลาย ทันใดนั้นเองเสียงแหวกผ่านอากาศก็ดังกึกก้องขึ้น มู่หรงอู่หันขวับไปมองยังทิศทางดังกล่าวก่อนจะกรีดร้องเสียงหลง

“ว้ากๆๆ!”

            โครม!

ต้นไม้ที่หักโค่นล้มระเนระนาดปลุกให้หญิงสาวขี้เซาเปิดเปลือกตาขึ้นมาครึ่งหนึ่ง เห็นหางแหลมยาวที่เต็มไปด้วยเกล็ดขาวโบกสะบัดแหวกผ่านอากาศก็ยกมือปิดปากหาว

อา... หงหยางจูตัวใหญ่ขึ้นอีกแล้ว

หลิวฟางซวงหยัดกายจากท่านอนขึ้นมานั่ง เตรียมร่ายมนตร์ให้เตียงหดเล็กลงเหมือนเดิม ทว่ากลับหยุดมือเมื่ออุณหภูมิรอบกายร้อนระอุขึ้นอย่างกะทันหัน

“นี่มัน...”

ฟู่!

ฉับพลันเปลวเพลิงจากมังกรดำร่างใหญ่ที่พ่นออกมาจากปากเผาผืนป่าพังพินาศไปแถบหนึ่ง ตามมาด้วยเสียงร้องโหยหวนของมู่หรงอู่ที่วิ่งหนีวิถีของไฟที่แผดเผาได้ทันอย่างหวุดหวิด

“อ้ากๆๆ! ท่านอาซวงช่วยข้าด้วย!”

            เทพธิดาสาวยกมือเสยเรือนผมดำขลับดั่งเส้นไหมล้ำค่าให้พ้นจากใบหน้าเรียวรูปไข่ทรงมน ดวงตาที่ลืมขึ้นอย่างเต็มที่เผยให้เห็นนัยน์ตาสีอำพันแวววาว งดงามประดุจหยาดน้ำค้างทองคำสะท้อนแสงตะวัน

            หญิงงามผู้มีอายุยืนยาวกว่าหมื่นปีเพ่งสมาธิไปที่ปลายนิ้วมือขวาทั้งห้า ยามที่สะบัดออกไปก็เกิดเป็นสายลมวูบใหญ่ พัดเอาเปลวไฟที่ลุกไหม้ให้ดับมอดลงทั้งหมดในคราวเดียว

            นางมองภาพเบื้องหน้าอย่างพึงพอใจ ก่อนจะยกมือขึ้นมาปิดปากที่หาวหวอดอีกครั้ง

หลับอีกสักหน่อย... ประเดี๋ยวค่อยตื่นมาเก็บกวาด

[1] ลี่จือ (荔枝) หมายถึง ลิ้นจี่

[2] ชุนเทียน (春天) หมายถึง ฤดูใบไม้ผลิ

[3] 1 ผิง มีค่าเท่ากับ 3.3 เมตร

แสดง
บทถัดไป
ดาวน์โหลด

บทล่าสุด

บทอื่นๆ
ไม่มีความคิดเห็น
8
1
序言ภพชาติที่หนึ่ง เทพธิดาผู้แสนเกียจคร้าน“อาซวง...” เสียงเล็กที่ร้องเรียกมาพร้อมกับแรงสะกิดบนไหล่บาง ปลุกให้ผู้ที่กำลังจมอยู่ในห้วงนิทราอันแสนสุขกดหัวคิ้วเข้าหากันน้อยๆ ริมฝีปากอวบอิ่มสีเปลือกลี่จือ[1] ขยับพลางครางออกมาอย่างขัดใจ “อื้อ...” “ท่านอาซวง ท่านอาซวง” ครานี้มิใช่แค่การสะกิด ทว่ายังพ่วงมาด้วยการเขย่าไหล่พลางส่งเสียงร้อนรนเป็นพิเศษหลิวฟางซวงซึ่งยังเหลือเค้าความงัวเงียสะบัดมือออกหนหนึ่ง เด็กชายร่างเล็กวัยเจ็ดขวบที่มาปลุกก็ถูกคลื่นพลังไร้รูปผลักจนหล่นตุ้บลงไปกองบนพื้นหญ้า “อย่ามากวนใจข้า ข้าขอนอนหลับอีกสักงีบ” นางกล่าวจบก็พลิกตัวนอนตะแคง หันหนีไปอีกทางอย่างไม่ใส่ใจเตียงไม้ขนาดใหญ่ปูรองด้วยขนแกะนุ่มสบายคล้ายก้อนเมฆาบนสรวงสวรรค์เสียสี่ส่วน แสงแดดรำไรสาดผ่านร่มไม้อุ่นนวลกำลังพอดี สายลมยามชุนเทียน[2] เย็นสบายพัดพาเอากลิ่นมวลบุปผาที่กำลังเบ่งบาน ส่งความฟุ้งหอมละมุนละไมเกลี่ยผ่านหมู่แมลงที่โอบล้อมอา... หากนอนจำศีลสักประเดี๋ยวก็คงครบห้าร้อยปีร่างอรชรคิดพลางซุกใบหน้าลงกับหมอนนิ่มมากขึ้น หากพอเคลิ้มใกล้ผล็อยกลับ ก็ถูกเสียงเดิมกวนใจขึ้นมา
last updateปรับปรุงล่าสุด : 2026-05-05
อ่านเพิ่มเติม
2
第一章ท่านอาเป็นสตรีผู้เกียจคร้าน การนอนหลับอย่างเต็มอิ่มส่งผลให้ผู้ตื่นนอนมีสีหน้าสดชื่นแจ่มใส ท้องฟ้ายามเย็นแต่งแต้มด้วยฝูงวิหคโผบินกลับรังเสมือนภาพวาด หวนให้นึกถึงความสุขสงบของบ้านที่จากมา หลิวฟางซวงยืดแขนบิดขี้เกียจเพื่อขับไล่ความเมื่อยล้า ดวงหน้างามพริ้มดั่งหญิงสาววัยสิบแปดอาบแสงนวลสีแสดดูเปล่งปลั่งดั่งผลอิงเถา[1] เรือนผมยาวสลวยจนถึงข้อเท้าส่งกลิ่นอ่อนๆ ของเหลียนฮวา[2] อันเป็นกลิ่นหอมประจำตัวนางถือกำเนิดมาจากน้ำค้างบนกลีบเหลียวฮวา ตรงสระทิพย์หน้าพระราชวังตะวันตกบนสรวงสวรรค์ พระนางซิหวังหมู่[3] เป็นผู้ประทานชื่อ ‘ฟางซวง’ อันหมายถึงน้ำค้างซึ่งมีกลิ่นหอมให้แก่นาง อา... ว่าไปแล้วก็เริ่มนึกถึงเตียงใบบัวที่บ้านขึ้นมาแล้วสิเจ้าตัวคิดพลางถอนหายใจน้อยๆ สะบัดข้อมือเพื่อเก็บเตียงสำหรับนอนงีบหลับให้กลับไปอยู่ในถ้ำตามเดิม กวาดตามองสำรวจผืนป่าในบริเวณนี้ซึ่งมีชื่อเรียกในหมู่เทพเซียนว่า ‘สุดแดนพงไพร’บัดนี้ผืนป่าต้องห้ามมีสภาพไหม้เกรียมกลายเป็นสีดำไปแถบหนึ่ง ส่วนต้นไม้ก็มีหักโค่นเรียงรายไปเสียอีกแถบหนึ่งหากสภาพดังกล่าวกลับมิเป็นที่ติดใจของผู้ที่มองผ่าน ร่างอ
last updateปรับปรุงล่าสุด : 2026-05-05
อ่านเพิ่มเติม
3
หลิวฟางซวงเห็นสภาพดังกล่าวก็เลิกคิ้วขึ้นมาข้างหนึ่ง…ผู้ใดสั่งสอนให้เดินแก้ผ้ามาเยี่ยงนี้!มู่หรงอู่วิ่งไปหลบอยู่หลังร่างอรชรด้วยความเร็วปานสายฟ้าแลบ การต่อสู้อันดุเดือดยังสร้างความขนลุกขนพองให้เขาไม่สร่างซาการกระทำของเด็กมนุษย์ผิดกับหลิวฟางซวงที่กะพริบตาปริบๆ มองร่างที่กำลังย่ำเดินตรงมาหานางด้วยสีหน้าบูดบึ้ง สองมือของพวกเขากุมปิดจุดกึ่งกลางระหว่างขาเอาไว้อย่างระมัดระวังอย่างน้อยก็ยังดีที่พวกเขารู้จักปกปิดส่วนสงวนของตนเองเอาไว้บ้าง...ดวงตาสีอำพันกวาดมองพวกเขาอย่างละเอียดถี่ถ้วน เด็กชายคนแรกดูแล้วน่าจะอายุไม่เกินหกขวบ ดวงตาสีน้ำเงินเรืองแสงพร้อมกับม่านตาเรียวเล็ก ดูอย่างไรก็มิใช่มนุษย์ เรือนผมขาวยาวประบ่ายุ่งเหยิงมีรอยไหม้บางจุด บนผิวสีขาวซีดมีเกล็ดขาววาวขึ้นมาเป็นหย่อมๆ คล้ายงู หลิวฟางซวงรู้ได้ทันทีว่าเขาเป็นเด็กลูกครึ่งมนุษย์กับปีศาจงูขาว ชื่อว่า... ชื่อว่า...เทพธิดาสาวผู้ขี้เกียจใส่ใจในทีแรกแอบกระซิบถามมู่หรงอู่ซึ่งยืนหลบอยู่ด้านหลัง“คะ...คนผมขาวชื่อหงหยางจู ส่วนคนผมดำเหลือบเขียวชื่ออี้เฟิงหลงขอรับ” มู่หรงอู่กระซิบตอบนางพยักหน้าช้าๆ ก่อนจะหันไปถามเด็กชายทั้งสองที่กำลังวุ่นวายอ
last updateปรับปรุงล่าสุด : 2026-05-05
อ่านเพิ่มเติม
4
ผู้ฟังนิ่งไปพักหนึ่ง มองใบหน้าของทั้งสองสลับกันไปมา เริ่มคาดเดาอะไรได้บางส่วน “พวกเจ้าทะเลาะกันด้วยเรื่องนี้?”หงหยางจูยักคิ้วพลางป้องปากคล้ายกระซิบกับหญิงสาว “เจ้ามังกรหวงภาพพจน์อย่างกับอะไรดี...”“แล้วเหตุใดจึงกลับกันมาในสภาพเช่นนี้ได้” นางหมายถึงการเดินตัวเปล่ากลับมาที่นี่ทั้งที่เป็นช่วงชุนเทียนอากาศที่นี่ค่อนข้างเย็นในยามค่ำคืน ต่อให้พวกเขาจะเป็นครึ่งเทพกับครึ่งปีศาจ ทว่าร่างกายของเด็กน้อยก็ไม่ได้แข็งแรงทนทานถึงเพียงนั้นถามยังไม่ทันขาดคำ สายลมวูบใหญ่ก็พัดผ่านมาราวกับจะกลั่นแกล้ง อี้เฟิงหลงตัวสั่นเทาแต่ก็พยายามควบคุมท่าทางให้นิ่งเฉย ผิดกับเด็กชายลูกครึ่งปีศาจงูขาวที่ยกมือขึ้นมาปิดปากและจมูกที่จามออกมาหลิวฟางซวงหันหลังให้พวกเขาแทบไม่ทันเมื่อหงหยางจูมิได้ใช้มือปกปิดท่อนล่างไว้เหมือนเคย จังหวะต่อมาก็ได้ยินเสียงของเด็กชายผมขาว “พวกเราเปลี่ยนร่าง เสื้อผ้าเลยขาดหมดแล้ว”หญิงสาวดีดนิ้วเพียงครั้งเดียวก็เสกผ้าคลุมสองผืนให้ปรากฏขึ้นบนความว่างเปล่าเหนือร่างทั้งสอง เมื่อเรียบร้อยแล้วก็เดินนำพวกเขากลับเข้าถ้ำ“รีบตามมาเร็วเข้า”เด็กครึ่งปีศาจครึ่งเทพสองคนตีกันเพราะเย้าแหย่เรื่องฟันหลอ ส่วนเด็
last updateปรับปรุงล่าสุด : 2026-05-05
อ่านเพิ่มเติม
5
คิดพลางสะบัดมือเพื่อจุดเทียนไขในห้องให้สว่าง ทรุดกายลงนั่งบนเก้าอี้ไม้แล้วเรียกของสองสามสิ่งขึ้นมากองบนโต๊ะหินเบื้องหน้ามู่หรงอู่ทรุดกายลงนั่งเคียงข้างพร้อมชะเง้อคอมอง “ท่านอาซวงจะทำอันใด”“เย็บผ้า”ผู้ฟังกะพริบตาปริบๆ ปกติเขาเห็นท่านอาเสกโน่นเสกนี่มาโดยตลอด วันนี้ต้องมีวาระโอกาสพิเศษแน่ท่านอาซวงเป็นเทพธิดาผู้งดงาม ทว่าบางครั้งก็ดูห่างเหินจนมู่หรงอู่แอบหวั่นใจ ดังนั้นเขาจึงคอยมองและสังเกตนางอยู่ตลอด ด้วยเกรงว่าอีกฝ่ายอาจทอดทิ้งจากพวกเขาไปได้ทุกเมื่อ“เย็บผ้าทำไมหรือขอรับ”“เย็บชุดให้เอ่อ...” หญิงสาวย่นคิ้วเล็กน้อยเมื่อพยายามนึกชื่อ “อี้เฟิงหลงกับหงหยางจู ถ้าหากว่าต้องเสกชุดให้พวกเขาทุกครั้งที่เปลี่ยนร่าง มีหวังพลังของข้าคงเสื่อมเร็วขึ้นหลายสิบปี”คนผู้น้อยฟังคำอธิบายของอีกฝ่ายอย่างไม่เข้าใจนัก อะไรคือพลังเสื่อม... เป็นเทพธิดามีพลังเสื่อมด้วยหรือมู่หรงอู่ยกมือเกาคางก่อนจะย้ายไปเกาที่ศีรษะ ตัดสินใจเปลี่ยนเรื่องขณะที่มองอีกฝ่ายสอดด้ายลอดห่วงเข็ม “ท่านคิดว่าอาจูกับอาหลงเกลียดกันหรือไม่”“พวกเขาแค่ชอบทะเลาะกัน ไม่ได้เกลียดกันหรอก” หลิวฟางซวงวิเคราะห์ คนเกลียดกันจะเดินกลับมาด้วยกันได้อย่
last updateปรับปรุงล่าสุด : 2026-05-06
อ่านเพิ่มเติม
6
“อ้อ... เจ้าพูดถึงท่านผู้เฒ่าขึ้นมาก็ดีแล้ว” เสียงหวานปานระฆังแก้วยืดยานกว่าปกติเล็กน้อย แสดงให้เห็นถึงความง่วงงุนที่เริ่มเข้ามาจับจองพื้นที่ในจิตใต้สำนึก “ข้ายังไม่รู้เลยว่าพวกเจ้ามาอยู่ที่นี่ได้อย่างไร”“ท่านอาซวงอยากรู้หรือขอรับ” มู่หรงอู่ถาม ดวงตาเปล่งประกายระยิบระยับราวกับมีดวงดารานับพันดวงอยู่ในนั้นนี่ถือเป็นครั้งแรกที่หลิวฟางซวงแสดงท่าทีสนใจพวกเขาทั้งสามนับตั้งแต่รับช่วงต่อจากท่านผู้เฒ่า“ก็นิดหน่อย...” นางเอ่ยพลางยกมือขึ้นมาปิดปากหาว เตียงหลังนี้ราวกับถูกร่ายมนตร์ไว้อย่างไรอย่างนั้น... แรงดึงดูดของมันมากมายมหาศาลจนน่าตกใจดวงตาสีอำพันเริ่มปรือใกล้จะดำดิ่งเข้าสู่ห้วงนิทราอันแสนสุขอยู่รอมร่อ ผิดกับเด็กชายบนเก้าอี้หน้าโต๊ะตัวใหญ่ที่กระดิกเท้าที่ห้อยไปมาอย่างกระตือรือร้น“ข้าถูกพามาที่นี่เป็นคนแรกขอรับ ต่อมาท่านผู้เฒ่าก็พาอาจูมา ครึ่งปีหลังจากนั้นอาหลงก็ถูกพามาเป็นคนสุดท้าย” มู่หรงอู่เว้นจังหวะเพื่อเกาคางที่เริ่มคันอากาศที่เย็นลงทำให้ผิวที่แห้งและบอบบางของเจ้าตัวเริ่มแตก ทว่าหลิวฟางซวงผู้กำเนิดเป็นเทพธิดาไม่เคยสังเกตอะไรเช่นนี้เพราะตนไม่เคยมีประสบการณ์มาก่อน ยามนี้คางของเด็กชายจ
last updateปรับปรุงล่าสุด : 2026-05-06
อ่านเพิ่มเติม
7
คำถามของหงหยางจูช่างตรงข้ามกับการกระทำโดยสิ้นเชิง แม้เขาจะพูดเหมือนขออนุญาต หากร่างมันวาวที่ห่อหุ้มไปด้วยเกล็ดขาวยวงสีงาช้างกลับเลื้อยเข้ามานอนขดอยู่ใกล้ๆ ลำคอเจ้าของเตียงอย่างถือวิสสาสะนางกระถดคอหนีเพราะรู้สึกจั๊กจี้ “แล้วมังกรอย่างอี้เฟิงหลงจะหนาวด้วยอีกคนหรือไม่” แม้จะไม่ค่อยอยากถือสาเด็ก ทว่าถ้าต้องนอนร่วมเตียงกับงูตัวหนึ่งและมังกรอีกตัวหนึ่งก็คงให้ความรู้สึกพิลึกอยู่ไม่ใช่น้อยหงหยางจูพ่นลมหายใจ “เจ้านั่นพ่นไฟได้ ดูแล้วไม่น่าจะหนาว”“หากเจ้าไปนอนกับเขาก็น่าจะอุ่นกว่านอนกับข้านะ” นางกล่าวทีเล่นทีจริง รู้ดีว่าคนทั้งสองเพิ่งจะตีกันมาแต่ก็อดที่จะแกล้งไม่ได้อีกฝ่ายเชิดคอขึ้น หากมีแม่เบี้ยคงแผ่ไปแล้ว “ไม่เอาด้วยหรอก” กล่าวจบก็ทิ้งตัวลงบนเตียงอย่างเหยาะแหยะราวกับร่างไร้กระดูก ความอบอุ่นจากร่างของหญิงสาวช่วยให้ความหนาวยะเยือกเริ่มทุเลา ดวงตาคู่งามคล้ายอัญมณีปิดลงครึ่งหนึ่ง สบายตัวใกล้จะเคลิ้มหลับเต็มที“แล้วมู่หรงอู่เล่า”“ข้าไม่ชอบนอนร่วมเตียงกับบุรุษ”หลิวฟางซวงเลิกคิ้วสูงอย่างไม่อยากเชื่อ เด็กผู้นี้อายุเพียงแค่หกขวบกลับพูดจาแก่แดดแก่ลม สายเลือดปีศาจที่ไหลเวียนในร่างนี่ดูเบามิได้เลยจ
last updateปรับปรุงล่าสุด : 2026-05-06
อ่านเพิ่มเติม
8
เสียงของมู่หรงอู่งึมงำในลำคอจนนางได้ยินไม่ถนัด ครั้นตั้งใจเงี่ยหูฟังให้ดี ก็ถูกขัดจังหวะขึ้นมาด้วยเสียงของใครบางคน“ข้าหิวข้าว”หลิวฟางซวงเลิกคิ้ว ดวงตาสีอำพันเบนไปยังเจ้าของเสียงแหบเล็กที่ยืนนิ่งอยู่ที่หน้าห้องนอนซึ่งอยู่ใกล้สุด รอยยิ้มบางเบาปรากฏขึ้นที่มุมปากเมื่อประสานสายตาเข้ากับเด็กชายในชุดสีดำสนิท ขับผิวสีขาวและดวงตาสีมรกตอี้เฟิงหลงมองดูรอยยิ้มงดงามของเทพธิดาอย่างหวาดระแวง รู้สึกครั่นเนื้อครั่นตัวอย่างประหลาด “ยิ้มทำไม”“ก็เจ้ามิได้เป็นใบ้แล้ว ข้าย่อมต้องดีใจเป็นธรรมดา”“หึ!” บุตรชายเทพมังกรเชิดคอสูงก่อนจะสะบัดหน้าเดินออกจากถ้ำไปท่านผู้เฒ่าพาพวกเขามาอยู่ในสุดแดนพงไพรก็จริงอยู่ ทว่าหากเดินเลยถ้ำแห่งนี้ไปทางทิศทักษิณเพียงครึ่งลี้[1] ก็จะพบกับแปลงผักและสวนผลไม้มากมายที่ผู้เฒ่าจางกั๋วเหล่าปลูกไว้ให้พวกเขาได้เก็บเกี่ยวเอามากินได้“ท่านอาซวง...” เด็กน้อยร้องครางเมื่อถูกหญิงสาวละความสนใจไปชั่วขณะหนึ่งพอเจ้าของดวงหน้างามรู้สึกตัวก็หันหน้ากลับมา “มู่หรงอู่ เจ้าหิวแล้วหรือยัง”คำถามของหลิวฟางซวงเรียกให้มู่หรงอู่เบนสายตาไปมองผลส้มที่ตกอยู่ที่พื้นอย่างแสนเสียดาย“ข้า...”โครกๆๆ...นางได้
last updateปรับปรุงล่าสุด : 2026-05-06
อ่านเพิ่มเติม
สำรวจและอ่านนวนิยายดีๆ ได้ฟรี
เข้าถึงนวนิยายดีๆ จำนวนมากได้ฟรีบนแอป GoodNovel ดาวน์โหลดหนังสือที่คุณชอบและอ่านได้ทุกที่ทุกเวลา
อ่านหนังสือฟรีบนแอป
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป
DMCA.com Protection Status