อดีตเมื่อขบวนเสด็จของพระองค์พิชัยเคลื่อนลับตาไปจากเรือนกิตติภัทร บรรยากาศในเรือนกิตติภัทรก็กลับคืนสู่ความสงบ ทว่าไม่ทันไรบ่าวไพร่ก็ต้องพากันแปลกใจ เมื่อเห็นคุณหลวงฤทธิ์สั่งให้บ่าวไพร่สองสามคนช่วยกันหอบหิ้วฟูกหมอนและมุ้งขาวสะอาด เดินดุ่มๆ ข้ามฟากจากเรือนพำนักของเขามายังเรือนของคุณหญิงกลีบลำดวน และจัดการปูที่นอนลงกลางชานเรือนอย่างหน้าตาเฉย จนคุณหญิงกลีบลำดวนที่กำลังจะเข้าห้องนอนถึงกับชะงักฝีเท้า ยืนเท้าแขนมองลูกด้วยความฉงน“อ้าวพ่อฤทธิ์ ทำไมไม่เข้าไปนอนในห้องดีดีเล่า จะมานอนกลางเรือนทำไมกัน” คุณหญิงเอ่ยถามพลางขมวดคิ้ว“คุณแม่ขอรับ อย่าดุลูกนักเลย ลูกแค่อึดอัดอยากนอนที่โล่งๆ เท่านั้นเองขอรับ” หลวงฤทธิ์เอ่ยตอบหน้าตาย ทั้งที่ใจนั้นรู้อยู่เต็มอกว่าเหตุผลจริงๆ หาใช่อากาศธาตุไม่ แต่นึกเป็นห่วงใครบางคนที่ห้องหับอยู่ถัดไปไม่กี่ก้าวต่างหาก“เฮ้อ แม่ขี้เกียจบ่นให้เจ้าแล้ว อยากนอนตรงไหนก็นอนไปเถิดพ่อเอ๊ยย งั้นแม่เข้านอนก่อนละ” คุณหญิงส่ายหน้าอย่างอ่อนอกอ่อนใจกับความรั้นของลูก ก่อนจะสะบัดชายสไบเดินเข้าห้องนอนไปท่ามกลางความเงียบสงัดของยามวิกาล แสงจันทร์นวลผ่องทอฉาบลงบนชานเรือนไม้สักจนเป็นสีเงินยวง
Read more