All Chapters of แฟนออนไลน์ฉันเป็นเจ้านาย: Chapter 1 - Chapter 10

10 Chapters

บทที่ 1

ช่วงพักกลางวัน ฉันกำลังแอบอยู่ในโรงอาหารของบริษัท นั่งหั่นสเต๊กที่ตัวเองสั่งมาอย่างสบายอารมณ์พอคิดถึงหมอนั่นที่เมื่อก่อนมักจะบ่นเสมอว่ายุ่งจนไม่มีเวลากินข้าว ฉันก็เลยส่งข้อความไปเตือนความจำเขาสักหน่อย[ยุ่งแค่ไหนก็จำไว้ว่าต้องกินข้าวนะ เป็นเด็กดีที่ว่านอนสอนง่ายหน่อย]ไม่ถึงสิบนาที โทรศัพท์มือถือก็สว่างขึ้น[ที่รัก ผมกินมื้อเที่ยงอย่างว่าง่ายแล้วนะ รีบชมผมหน่อยสิ~]ด้านล่างยังมีรูปภาพแนบมาด้วยฉันกดเข้าไปดู มันคือสเต๊กเนื้อที่เพิ่งทอดเสร็จใหม่ ๆฉันเพิ่งจะเตรียมเอ่ยชมเขาสองสามประโยค แต่ยิ่งดูกลับยิ่งรู้สึกว่ามีบางอย่างผิดปกติหลังจากมองอยู่พักใหญ่ ในที่สุดฉันก็พบว่าความรู้สึกคุ้นเคยนั้นมาจากไหนขอบจานมีตัวอักษรสีแดงสดสี่ตัวพิมพ์เอาไว้—[ไมค์เทคโนโลยี]นี่มันบริษัทที่ฉันกำลังเหยียบอยู่ไม่ใช่หรือไงฉันก้มหน้ามองจานในมือตัวเอง สลับกับมองรูปภาพในโทรศัพท์มือถือจู่ ๆ สเต๊กเนื้อในปากก็ไร้รสชาติขึ้นมาทันทีโรงอาหารแห่งนี้เป็นของพนักงานโดยเฉพาะ คนนอกไม่มีทางเข้ามาได้เด็ดขาดนั่นก็หมายความว่า แฟนออนไลน์ของฉันคนนั้น มีความเป็นไปได้สูงมากที่จะอยู่ในอาคารสำนักงานเดียวกันนี้ทั้งร่
Read more

บทที่ 2

ถ้า “ที่รัก” ของฉันคือหนึ่งในพวกเขาจริง ๆ ฉันคงได้อยากแทรกแผ่นดินหนีตรงนั้นแน่ฉันเริ่มค้นประวัติการแชตอย่างบ้าคลั่งเพื่อหวังว่าจะพบเบาะแสอะไรบ้างแล้วฉันก็ค้นพบจริง ๆเดือนที่แล้วเขาไปเลือกซื้อกระบอกน้ำที่ห้างสรรพสินค้าแล้วก็ถ่ายรูปส่งมาให้ฉันเยอะแยะเลย[ที่รัก ผมกำลังเดินเล่นกับเพื่อนอยู่ อยากซื้อแก้วน้ำสวย ๆ สักใบ][ช่วยผมเลือกหน่อยสิว่าใบไหนสวยกว่ากัน ผมจะซื้อให้คุณใบหนึ่งด้วย]สุดท้ายฉันก็ช่วยเขาเลือกแก้วไทเทเนียมแท้เคลือบมาใบหนึ่งเพื่อหลีกเลี่ยงไม่ให้ที่อยู่ถูกเปิดเผย ตอนนั้นฉันจึงปฏิเสธของขวัญของเขาไป[ของที่ที่รักเลือกต้องดีที่สุดแน่นอน]เขาซื้อแก้วใบนั้นตรงนั้นทันทีดังนั้นขอแค่ดูว่าบนโต๊ะของใครมีแก้วใบนั้นวางอยู่ก็พอแล้วฉันเดินวนในโซนออฟฟิศอยู่หลายรอบแต่ก็หาแก้วใบนั้นไม่เจอเลยสักนิดฉันจึงลองส่งข้อความไปหยั่งเชิงดู:[คุณเอาแก้วใบนั้นมาใช้หรือยัง]เขาตอบกลับมาทันที[กำลังใช้อยู่เลย ดีมากเลย!]แถมเขายังส่งรูปแก้วที่วางอยู่บนโต๊ะมาให้ด้วยแต่ที่แปลกก็คือแก้วในรูปก็วางอยู่บนโต๊ะทำงานแท้ ๆ แต่ฉันกลับหาตัวคนไม่พบขณะที่ฉันกำลังสงสัย จู่ ๆ โปรแกรมแชตของที่ทำงานก็
Read more

บทที่ 3

ในเมื่อมั่นใจถึงแปดส่วนแล้วว่าอีกฝ่ายคือฟู่อวิ๋นเซิน งั้นเรื่องด่วนที่สุดในตอนนี้ก็คือการตรวจสอบให้แน่ใจว่าเขาเหยียบเรือสองแคมจริงหรือไม่และอีกอย่าง "แก้วตาดวงใจ" ในโทรศัพท์ของเขาคนนั้นเป็นใครมาจากไหนกันแน่ถ้าฉันแค่คิดมากไปเองล่ะผ่านไปไม่นาน เขาก็ส่งข้อความเด้งขึ้นมาอีกหนึ่งข้อความ:[จริงสิที่รัก แบรนด์ V ออกคอลเล็กชันใหม่แล้ว คุณช่วยผมดูหน่อยสิว่าจะเลือกตัวไหนดี พรุ่งนี้จะใส่!][แนบรูปภาพ]ฉันนึกแผนการบางอย่างขึ้นมาได้ จึงตั้งใจเลือกเสื้อไหมพรมสีดำล้วนที่มีโลโก้ตรงหน้าอก เพราะเสื้อผ้าสไตล์นี้แค่มองแวบเดียวบนท้องถนนก็จำได้แล้วจริง ๆ ภายในใจของฉันยังคงหลงเหลือความหวังลม ๆ แล้ง ๆ อยู่นิดหน่อย: ถ้าพรุ่งนี้ฟู่อวิ๋นเซินไม่ได้ใส่เสื้อตัวนี้ นั่นก็พิสูจน์ได้ว่าฉันจำคนผิดถ้าเป็นแบบนั้น ฉันก็ไม่ต้องมานั่งคิดมากแล้วว่าเขาเป็นผู้ชายเฮงซวยหรือเปล่าเช้าตรู่วันต่อมา ฉันถือเอกสารที่แก้ไขเสร็จแล้วเดินเข้าไปในห้องทำงานของฟู่อวิ๋นเซินเขากำลังนั่งจิบชาอยู่บนโซฟาอย่างสบายอารมณ์ ส่วนเสื้อผ้าที่สวมอยู่บนร่างก็คือเสื้อไหมพรมสีดำตัวที่ฉันเป็นคนเลือกให้กับมือเมื่อวานนี้อย่างชัดเจนเป็นสีดำที่
Read more

บทที่ 4

เขาสวมชุดสูทคอวีสีเข้ม ด้านในสวมทับด้วยเสื้อคอเต่ารัดรูปสีดำสัดส่วนกระชับแน่นที่เผยให้เห็นเลือนรางเต็มไปด้วยพลัง ทว่ากลับถูกเสื้อคลุมเก็บซ่อนเอาไว้ได้อย่างพอดีช่างเย้ายวนใจมากจริง ๆเขายกถ้วยชาขึ้นมาด้วยมือที่มีข้อนิ้วเรียวสวยคู่นั้น ก่อนจิบเบา ๆ อึกคำฉันถูกกลิ่นอายอันทรงพลังแบบนี้ข่มจนรู้สึกประหม่าอยู่นิดหน่อย จึงกลืนน้ำลายลงคอไปโดยอัตโนมัติฉันรายงานให้กู้เฉินโจวฟังอย่างฉะฉานภายใต้การเร่งเร้าของฟู่อวิ๋นเซินพอเข้าสู่ขอบเขตความเชี่ยวชาญของตัวเอง ฉันก็กลายเป็นคนที่มีความมั่นใจและคล่องแคล่วขึ้นมาทันทีเมื่อการนำเสนอจบลง ฟู่อวิ๋นเซินก็นำปรบมือก่อน“เจียงหวั่น พูดได้ดีมาก เฉินโจว นายช่วยประเมินหน่อยสิ”เราสองคนหันไปมองเขาพร้อมกัน ทว่ากู้เฉินโจวกลับเอาแต่จ้องคอของฉันตาไม่กะพริบจู่ ๆ เขาก็โพล่ง ๆ ขึ้นมา “คุณเจียง สร้อยคอคุณดูแปลกดีนะครับ”ฉันก้มหน้าลงมอง เสื้อคอเปิดที่ใส่มาวันนี้ค่อนข้างลึก จี้คริสตัลเส้นนั้นจึงโผล่ออกมาพอดีภายในใจของฉันกระตุกวูบขึ้นมา เพราะตอนซื้อสร้อยคอเส้นนี้ ฉันเคยส่งรูปถ่ายโคลสอัปไปให้ "เด็กดี" ดู[หมาน้อยดูสิ สร้อยคอเส้นใหม่ที่ฉันเพิ่งได้มา สวยไหม]
Read more

บทที่ 5

ฉันชำเลืองมองนาฬิกาข้อมือด้วยความกระอักกระอ่วน“ไม่เป็นไรครับ ผมมาถึงก่อนเอง คุณเจียง เชิญนั่งครับ”บนโต๊ะปูด้วยดอกกุหลาบสีสดใส ไม่ไกลนักยังมีคนกำลังเล่นเปียโนบรรยากาศแบบนี้ ดูยังไงก็เหมือนมาดูตัวชัด ๆกู้เฉินโจวเหมือนจะสังเกตเห็นความอึดอัดของฉันจึงอธิบายว่า“คุณเจียงอย่าคิดมากครับ ผมแค่ถูกใจอาหารร้านนี้”ฉันหัวเราะแห้ง ๆ ออกมาสองที ไม่ได้ตอบรับอะไรเขาดีดนิ้วหนึ่งครั้ง พนักงานเสิร์ฟก็ทยอยเดินกันเข้ามาเขาพลิกเมนูอาหารด้วยท่วงท่าสง่างาม สั่งอาหารจานเด็ดราคาแพงหูฉี่มาเต็มโต๊ะฟังชื่ออาหารเหล่านั้น ฉันก็ถึงกับชะงักไป ความทรงจำช่วงหนึ่งผุดขึ้นมาในเวลาที่ไม่เหมาะสมนักตอนนั้นฉันเคยแชร์โพสต์ของร้านอาหารนี้ให้แฟนออนไลน์[ที่รัก รอตอนเรานัดเจอกัน มาร้านนี้ดีไหม]ตอนนั้นเขาตอบกลับมาว่า: [ได้เลย ๆ ที่รักชอบกินอะไร เด็กดีจะจดลงสมุดเล่มเล็กไว้อย่างดีเลย]ฉันตอบว่า: [ล็อบสเตอร์บอสตัน กุ้งแดงเดเนีย คาเวียร์เกรดพรีเมียม...แต่มันแพงไปหน่อย ถึงตอนนั้นเราหารครึ่งกันนะ]เขาตอบว่า: [ไม่เป็นไรครับที่รัก กินให้อิ่มเลย เด็กดีจะพาคุณไปกินเอง (หัวใจ)]มาวันนี้ทุกอย่างเปลี่ยนไป คนที่นั่งอยู่ฝั่
Read more

บทที่ 6

ภายในพื้นที่อันคับแคบ บรรยากาศเงียบจนผิดปกติเพื่อทำลายความน่าอึดอัด ฉันจึงหาเรื่องชวนคุย “เปิดเพลงฟังหน่อยสิคะ”จากนั้นท่วงทำนองอันแสนเศร้าก็ดังแว่วออกมาจากเครื่องเสียง“เขาไม่เข้าใจหัวใจเธอแสร้งทำเป็นใจเย็น~”……“เรื่องความรักไม่ปริปากเอ่ยสักคำ~”“ทำเธอร้องไห้จนตาแดงช้ำ~”“เขาพูดคำโกหกได้น่าฟังขนาดนั้น~”……ฉันรู้สึกประหลาดใจอยู่บ้าง บอสใหญ่ที่ดูเย็นชาราวกับน้ำแข็งคนนี้เปิดเพลงเศร้าแบบนี้วนไปวนมา“ประธานกู้คะ ดูไม่ออกเลยจริง ๆ ว่าคุณก็ชอบเพลงนี้ด้วย”เขาเอ่ยด้วยเสียงทุ้มต่ำ “ช่วงนี้เปิดวนอยู่ตลอดเลยครับ”ฉันแปลกใจมาก “หืม หรือว่าช่วงนี้ประธานกู้มีเรื่องกวนใจอะไรเหรอคะ”“ครับ เพิ่งอกหักน่ะครับ”กู้เฉินโจวปรายตามองฉันแวบหนึ่ง ก่อนจะจู่ ๆ ก็เอ่ยขึ้น“คุณเจียง ผมขอปรึกษาอะไรคุณสักเรื่องสิครับ”“คุณพูดมาได้เลยค่ะ”“ถ้ามีคนเข้าใจผิดคุณมาก ๆ มาโวยวายจะเลิกกัน คุณจะทำยังไงครับ”ฉันหัวเราะ “เรื่องแค่นี้เอง ก็ปรับความเข้าใจกันก็สิ้นเรื่องแล้วไม่ใช่เหรอคะ”“จะปรับยังไงล่ะครับ”“ก็ไปป้วนเปี้ยนอยู่ตรงหน้าเธอบ่อย ๆ ให้เธอได้มีโอกาสทำความรู้จักคุณใหม่อีกครั้ง จะได้รู้ว่าคุณไม่ได
Read more

บทที่ 7

“ได้เลยค่ะ พูดแล้วไม่คืนคำนะคะ!”ตกกลางคืน พวกเราทั้งสี่คนก็มารวมตัวกินข้าวด้วยกันมื้อหนึ่งนี่เป็นครั้งแรกที่ฉันได้เจอกับเซี่ยหวั่นเยว่เธอมีนิสัยตรงไปตรงมาและเข้ากับฉันได้ดีมากแต่พอคิดถึงฟู่อวิ๋นเซิน ฉันก็ไม่อาจคบหาเป็นเพื่อนกับเธอได้อย่างสนิทใจระหว่างที่คุยเล่นกันฉันก็ได้รู้ว่าพวกเขาคบหากันมานานถึงสามปีแล้วพอมาลองคำนวณดู ในความรักออนไลน์ครั้งนี้ฉันกลับกลายเป็น “มือที่สาม” ที่ไร้เดียงสาที่สุดไปเสียได้ฉันคิดว่าขอแค่ฉันไม่พูดออกไป ขอแค่ฟู่อวิ๋นเซินทำดีกับเธอได้ในวันข้างหน้า ฉันจะเอาความลับนี้ติดตัวลงโลงไปด้วยก็ยังได้กู้เฉินโจวสังเกตเห็นว่าฉันอารมณ์ไม่ค่อยดีจึงเอ่ยถามเสียงเบา“ดูใจลอยจัง เป็นอะไรไปครับ”ฉันส่ายหน้าเขามองคู่รักที่อยู่ตรงข้ามอย่างครุ่นคิด ราวกับมองสถานการณ์ออกเขาหันไปพูดกับฟู่อวิ๋นเซิน “พรุ่งนี้เราแยกย้ายกันไปเถอะ”ฟู่อวิ๋นเซินทำหน้าไม่พอใจ “ทำไมล่ะ ไปเที่ยวด้วยกันสี่คนออกจะครึกครื้น”กู้เฉินโจวทิ้งคำพูดแข็งทื่อไว้สองคำ “ไม่ดี”ฟู่อวิ๋นเซินยักไหล่ “ก็ได้ เอาตามที่นายว่าเลย”เซี่ยหวั่นเยว่ขยับเข้ามาชนไหล่ของฉันพลางกระซิบเสียงเบา“เจียงหวั่น ฉันรู้สึ
Read more

บทที่ 8

“ต้องหวั่นไหวอยู่แล้ว อย่างน้อยฉันก็ถูกใจมากเลย”ฉันแทบอยากจะกัดลิ้นตัวเองทันทีที่พูดออกไป ก่อนจะยกมือปิดปากด้วยความกระดากอายกู้เฉินโจวมีรอยยิ้มพาดผ่านแววตา “แค่คุยเล่น ๆ คุณเจียงอย่าเกร็งขนาดนั้นเลยครับ”ภายในสวนสนุกนีออนพัลส์คนเบียดเสียดกันมากเพื่อให้ประธานกู้เที่ยวเล่นได้อย่างเต็มที่ ฉันจึงซื้อตั๋วแบบพาสวีไอพีถึงอย่างไรค่าใช้จ่ายก้อนนี้ สุดท้ายก็ต้องไปเบิกกับฟู่อวิ๋นเซินอยู่ดีพวกเราพุ่งตรงไปยังรถไฟเหาะจักรกลที่ดูไฮเทคสุด ๆ เป็นอย่างแรกก่อนออกเดินทางฉันเคยดูรีวิวมา เขาว่ากันว่าคนขวัญอ่อนอาจจะตกใจจนสลบได้คาที่ต่อให้เป็นคนใจกล้า นั่งเสร็จก็ยังต้องอกสั่นขวัญแขวนแม้ฉันจะอยากเล่นมาก แต่จริง ๆ ฉันเป็นพวกขี้ขลาดตาขาวฉันหน้าซีดเผือดลงทันทีที่นั่งลงเรียบร้อย เอ่ยถามด้วยน้ำเสียงสั่นเครือว่า“ประธานกู้คะ ฉันเปลี่ยนใจลงตอนนี้ยังทันไหมคะ”กู้เฉินโจวมีสีหน้าเรียบเฉย เอ่ยหยอกล้อฉันว่า “ขึ้นเรือโจรมาแล้ว ไม่รับคืนตั๋วทุกกรณีครับ”“ถ้ากลัวจริง ๆ ก็จับมือผมไว้แน่น ๆ นะครับ”ฉันกระอักกระอ่วนอยู่บ้าง “แบบนี้...ไม่เหมาะมั้งคะ คุณมีแฟนแล้วไม่ใช่เหรอ”“เลิกกันแล้วครับ”“อีกอย่าง เธอ
Read more

บทที่ 9

“ของที่นี่ กินได้จริง ๆ เหรอครับ”“รับรองว่าคุณกินเสร็จแล้วยังอยากกินอีกแน่นอนค่ะ”ฉันยื่นเนื้อแกะเสียบไม้ที่มันจนเป็นเงาวับให้เขาหนึ่งไม้ตอนแรกเขายังค่อนข้างต่อต้าน แต่พอเห็นฉันกินจนน้ำมันเลอะเต็มปาก ท้ายที่สุดก็อดชิมไปคำหนึ่งไม่ได้พอได้ชิมก็หยุดไม่อยู่แล้วเราชนแก้วผลัดกันดื่ม เขาเล่าเรื่องการหลอกลวงหักหลังในแวดวงธุรกิจให้ฉันฟัง ฉันก็คุยเรื่องน่าอายตอนเด็กให้เขาฟังผ่านไปไม่นานนัก เหล้าหลายขวดก็หมดเกลี้ยงฉันดื่มจนมึนหัวเดินโซเซ ตะเบ็งเสียงร้องตะโกนว่า“เถ้าแก่ เอามาอีกสี่ขวด!”“คุณเจียง คุณเมาแล้ว ดื่มต่อไม่ได้แล้วครับ”“ไม่ต้องมายุ่งค่ะ!”จากนั้นฉันก็ภาพตัดไปทันที ได้ยินเสียงพึมพำอย่างน้อยใจแว่วมาท่ามกลางสติที่เลือนรางว่า“ที่รัก คุณจะไม่ให้เด็กดียุ่งจริง ๆ เหรอ”พอลืมตาขึ้นมาอีกทีก็เป็นช่วงสายของวันรุ่งขึ้นแล้วตามแผนที่วางไว้ วันนี้ต้องนั่งเครื่องบินกลับแล้วฉันรื้อกระเป๋าหาทุกซอกทุกมุมก็ยังหาพาวเวอร์แบงก์ไม่เจอส่งข้อความหากู้เฉินโจว: [ประธานกู้ เห็นพาวเวอร์แบงก์ของฉันไหมคะ]เขาตอบกลับมาในวินาทีต่อมา: [อยู่ที่ผมครับ จะให้ผมเอาไปให้ไหม][ไม่รบกวนหรอกค่ะ ฉันไปเ
Read more

บทที่ 10

ฟู่อวิ๋นเซินเผ่นหนีไปแบบจ๋อย ๆ ...ฉันยังไม่ทันได้สติกลับมาจากจุดหักมุมอันใหญ่หลวงนี้เลยมีบางเรื่องที่ฉันต้องถามให้รู้เรื่อง ฉันมองเขาแบบงอน ๆ พลางเอ่ย “แล้วแก้วน้ำของคุณล่ะ”กู้เฉินโจวเอ่ยด้วยท่าทางน่าสงสาร “แก้วน้ำผมก็วางไว้ที่ห้องทำงานตลอดเลยนะ วันนั้นผมยังตั้งใจถ่ายรูปให้คุณดูด้วยนี่นา”เขาเปิดอัลบั้มรูปขึ้นมา ซึ่งมันก็คือรูปที่ส่งมาให้ฉันจริง ๆ“แล้วเสื้อล่ะ วันนั้นที่เจอคุณ คุณก็ไม่ได้ใส่ตัวนี้นี่นา”“นั่นเป็นเสื้อซับใน ผมใส่ไว้ข้างในเสื้อสูทอีกที...”ฉันพอลองคิดดูดี ๆ ก็เป็นแบบนั้นจริง ๆ วันนั้นด้านในเสื้อสูทของเขาเป็นเสื้อคอเต่าสีดำจริง ๆ แค่โลโก้ถูกบังเอาไว้เท่านั้น“แล้วทำไมคุณถึงไปกินข้าวที่โรงอาหารของเราได้ล่ะ”“ฟู่อวิ๋นเซินขอร้องให้ผมไปคุยเรื่องลงทุน ผมก็เลยถือโอกาสจัดการมื้อเที่ยงที่นั่นซะเลยครับ”ฉันหงุดหงิดจนอยากจะเอาหัวโขกกำแพง “วุ่นวายอยู่ตั้งนานที่แท้ฉันก็ปรักปรำคนดีนี่เอง ในเมื่อคุณจำฉันได้แล้ว ทำไมถึงไม่ยอมอธิบายล่ะ”กู้เฉินโจวร้อนรนจนน้ำตาแทบจะร่วง เขาชี้มาที่สร้อยคอของฉัน“ผมเห็นสร้อยคอเส้นนี้แวบแรกก็จำคุณได้เลย”“แต่ผมกลัวว่าคุณจะบล็อกผมเพราะเกลียด
Read more
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status