บททั้งหมดของ ยอดชีวาชายาพระราชทาน: บทที่ 41 - บทที่ 50

57

ราชโองการเรียกเข้าวัง

เมื่อท่านอ๋องกลับมาถึงจวนก็นอนหลับเป็นตายหนึ่งวันหนึ่งคืนเต็ม ๆ จนช่วงบ่ายคล้อย จ้าวสวี่ต้องมาปลุกให้ท่านอ๋องได้ตื่นมาทานข้าวดื่มน้ำ และแจ้งข่าวว่ากองทัพได้เคลื่อนมาถึงเหลียนเซียวแล้ว รอให้ผู้บัญชาการไปตรวจทัพ ซึ่งเรื่องพวกนั้นเจิ้นเป่ยอ๋องก็ไหว้วานให้คนสนิทไปจัดการแทนแล้ว ในตอนนี้จึงลุกขึ้นมาอาบน้ำแต่งตัวเสียใหม่ แล้วทานข้าวมื้อแรกหลังจากกลับจวนอ๋องหลังจากไปตรากตรำอยู่กลางสนามรบ ได้กลับมาอยู่จวนก็รู้ซึ้งว่าความสุขสบายเป็นเช่นไร แต่ก่อนก็ใช้ชีวิตอย่างส่ง ๆ แบบขอไปที มาตอนนี้มีคนคอยใส่ใจเรื่องเล็ก ๆ น้อย ๆ จึงได้ตระหนักว่าการใช้ชีวิตให้ดีนั้นเป็นอย่างไร...ในตอนนี้แม้จ้าวสวี่มิได้กินอาหารด้วยเพราะล่วงเลยมานานแล้วนางมิอาจหิ้วท้องรอได้ แต่ก็ยังมานั่งเป็นเพื่อนกับกู้เหิง คอยคีบอาหารใส่ถ้วยข้าวให้ไม่มีขาด“วันนี้จะออกไปที่ใดหรือไม่เจ้าคะ”“ก็ต้องไปค่ายทหาร ต้องเขียนรายงานแล้วส่งเข้าวัง”“เช่นนั้นมื้อนี้ก็กินให้เยอะหน่อย” พูดจบก็คีบเนื้อใส่ถ้วยข้าวของกู้เหิงอีกหน คนที่ได้รับการปรนนิบัติก็ลอบยิ้ม ทว่าเมื่อพินิจใบหน้าของจ้าวสวี่รอยยิ้มก็พลันหาย วันที่กลับมานั้นมืดค่ำแล้ว ไม่มีเวลาให้พินิจให้
last updateปรับปรุงล่าสุด : 2026-05-30
อ่านเพิ่มเติม

เส้นทางที่เคยผ่านมาก่อน

 เมื่อมีราชโองการ เจิ้นเป่ยอ๋องและพระชายาก็น้อมรับราชโองการเร่งออกเดินทาง เพราะขันทีน้อยที่มามอบราชโองการกำชับนักกำชับหนาว่าให้เร่งเดินทางด้วยเกรงว่าจะไม่ทันงานเลี้ยงในวังหลวง เมื่อเป็นเช่นนั้นแล้วกู้เหิงและจ้าวสวี่จะทำอย่างไรได้เล่า นอกจากเร่งรีบเตรียมตัวแต่จะพูดแบบนั้นก็ไม่ถูกต้องนัก เพราะคนที่เร่งรีบก็เห็นว่าจะมีเพียงจ้าวสวี่เสียมากกว่า ท่านอ๋องยังคงไม่รีบร้อนและมองดูนางร้อนรนแล้วลอบขันท่าทีเช่นนี้หมายความว่าอะไรกัน“ท่านอ๋อง ไยไม่เตรียมตัวเล่าเจ้าคะ พรุ่งนี้ต้องเดินทางแล้ว”“เห็นเจ้าเตรียมแล้วข้าจะเข้าไปวุ่นวายอีกทำไม” เมื่อเห็นภรรยาเดินเข้ามาก็โอบรับนางให้มานั่งบนตัก มองใบหน้าที่ชวนฉงนก็ได้แต่ลอบยิ้ม“ก็...”“ไม่ต้องนำไปมากนักก็ได้ เอาไปแต่ของที่เจ้าจะเอาไปฝากท่านแม่เจ้าก็พอ ที่เหลือไปซื้อเอาในเมืองหลวง พกไปแต่เงินทอง ของจิปาถะขนไปก็เหนื่อยเปล่า”“ใช้เงินมือเติบไปหรือไม่เจ้าคะ ของมีอยู่แล้ว แต่จะไปซื้อใหม่แบ
last updateปรับปรุงล่าสุด : 2026-05-30
อ่านเพิ่มเติม

ตวนอ๋องหลี่เชียน

 เดินทางรอนแรมมาหลายวัน ในที่สุดก็มาถึงยังเมืองหลวงที่ครึกครื้น อาจเพราะอยู่ในช่วงที่มีงานฉลอง แขกมากมายล้วนตบเท้าเข้ามายังที่นี่ และเพราะมาในฐานะแขก เจิ้นเป่ยอ๋องและพระชายาจึงถูกต้อนรับเป็นอย่างดี ซึ่งทั้งคู่ก็อยู่ในความดูแลของตวนอ๋องหลี่เชียน ที่พอรู้ว่าขบวนของเจิ้นเป่ยอ๋องมาถึงก็เร่งให้คนไปเชิญมายังจวน และออกมาต้อนรับด้วยตัวเองพร้อมกับพระชายา“ท่านอ๋อง พระชายา เดินทางมาหลายวันคงเหนื่อยกันแล้ว จวนของข้าแม้ไม่ได้ใหญ่โตแต่ก็หน้าด้านขอต้อนรับพวกท่านทั้งสองแล้ว”“มิกล้า มิกล้า ข้ากับชายาก็มาจากต่างถิ่น ขอแค่ให้มีที่นอนก็พอแล้ว เป็นพวกข้าที่รบกวนท่านอ๋อง”“เช่นนั้นเชิญเถิดข้าให้คนเตรียมเรือนไว้รับรองพวกท่านแล้ว”กู้เหิงหันมองภรรยาแล้วพากันเข้าไปยังจวนตวนอ๋อง เมื่อมาถึงยังเรือนรับรองผู้เป็นเจ้าบ้านก็เว้นระยะห่างให้แขกได้พัก เพียงกำชับว่าวันนี้จะเลี้ยงต้อนรับท่านอ๋องและพระชายาง่าย ๆ ภายในจวน จึงรบกวนให้ทั้งคู่ไปร่วมโต๊ะสังสรรค์ด้วยกัน ซึ่งกู้เหิงก็รับปาก ก่อนจะให้คนของตนจัดแจงข้าวของ ส่วนตนและจ้าวสวี่ก็เข้าไปพัก
last updateปรับปรุงล่าสุด : 2026-05-30
อ่านเพิ่มเติม

ท่านอ๋องหารือกัน ชายาท่านอ๋องก็ไม่ต่างกัน

“ทั้งสองน่ะเป็นสหายกันมาตั้งแต่ยังเยาว์ แต่คนรู้กันไม่มาก เพราะในตอนนั้นไม่มีใครสนใจพวกเขา คนหนึ่งเป็นบุตรชายของอ๋องต่างแซ่ที่อยู่ไกลถึงเจิ้นเป่ย มาอยู่ในเมืองหลวงก็ไม่ต่างอะไรกับตัวประกัน อีกคนก็ยังเป็นเพียงโอรสที่ไม่ได้สลักสำคัญใดในราชวงศ์”“เป็นเช่นนี้เอง ข้าถึงรู้สึกว่าท่านอ๋องทั้งสองคล้ายจะรู้จักมักคุ้นกันมาก่อน”จ้าวสวี่ขานรับการบอกเล่าของจางหยาหรง พระชายาของตวนอ๋องที่มานั่งคุยเล่นกับนาง ในขณะที่พวกบุรุษไปหารือกันในห้องตำรา นางจึงได้รู้ว่าท่านอ๋องทั้งสองนั้นเป็นสหายเก่ากันมาก่อน“เจิ้นเป่ยอ๋องมิได้บอกพระชายาเรื่องนี้หรือ”จ้าวสวี่ส่ายหน้าพร้อมรอยยิ้มเซียว ส่วนสตรีที่ได้ยินก็จิ๊ปาก“ผู้ชายพวกนี้ก็เหลือเกิน มีอะไรก็ชอบซุกเอาไว้ แต่พอไม่ได้ดั่งใจก็คอตกกลับจวน”เมื่อได้ยินคนบ่นสามี จ้าวสวี่ก็ยิ้มขัน แต่ก็เห็นด้วยกับนาง บุรุษพวกนี้น่ะคิดว่าต่อให้ท้องฟ้าถล่มลงมาก็จะแบกรับมันไว้เพียงลำพัง เรื่องใดที่มีเบื้องลึกเบื้องหลังหากไม่จำเป็นก็ไม่พูดให้ได้ยินแม้ครึ่งคำนั่งคุยกันได้ครู่หนึ่ง ท่านอ๋องทั้งสองก็เดินเข้ามาหาด้วยใบหน้าที่ประดับรอยยิ้มไว้จาง ๆ อาจเพราะมีแต่คนกันเองจึงไม่แสร้งทำขรึมให้
last updateปรับปรุงล่าสุด : 2026-05-31
อ่านเพิ่มเติม

มีแต่เรื่องน่ารำคาญใจ

เมื่อเข้าเมืองหลวงมาได้เพียงสองวัน ก็มีราชโองการให้เจิ้นเป่ยอ๋องเข้าท้องพระโรงได้ นับว่าเป็นเรื่องที่หาได้ยากยิ่ง กู้เหิงจำได้ว่าเคยเข้าท้องพระโรงอยู่เพียงครั้งหรือสองครั้ง เพื่อเข้ามารายงานการศึกครั้งใหญ่ ไม่ก็มารายงานตัวเพื่อเข้าร่วมรบกับกองทัพใหญ่ของต้าจิ้น ครั้งนี้ก็คงเป็นครั้งที่สามเห็นจะได้ซึ่งเมื่อได้รับราชโองการ ตวนอ๋องก็อาสาจะไปส่งถึงในวัง ส่วนพระชายาก็รับปากว่าจะอยู่เป็นเพื่อนจ้าวสวี่ และจะไปจัดแจงเตรียมของฝากให้กับอาจารย์กง เมื่อเห็นว่าไม่มีอะไรน่ากังวล อ๋องทั้งสองจึงได้มุ่งหน้าเข้าวังหลวง“ข้าเข้าท้องพระโรงไม่ได้ เกรงว่าจะส่งเจ้าได้แค่หน้าวัง”“รู้แล้ว ใช่ว่าข้าไม่เคยเข้าวัง” กู้เหิงพูดให้คนที่กังวลไปเรื่อยได้ตระหนักว่าอย่างไรเสียนอกจากฐานะของอ๋องแห่งเจิ้นเป่ย กู้เหิงก็ถือว่าเป็นขุนนางคนหนึ่ง ส่วนสหายของตนนั้นแม้มีตำแหน่งอ๋องแต่ก็ไม่ได้มีหน้าที่ใดเป็นหลัก เว้นเสียแต่มีเรื่องที่จะไหว้วาน ฮ่องเต้จึงจะเห็นความสำคัญสักครั้งแต่นั่นไม่ใช่ประเด็น ประเด็นที่สำคัญคือวันนี้ในท้องพระโรงจะมีอะไรเกิดขึ้นบ้างต่างหากซึ่งเมื่อเจิ้นเป่ยอ๋องสวมชุดขุนนางเดินเข้าไปในท้องพระโรง เหล่าขุนนางก
last updateปรับปรุงล่าสุด : 2026-06-01
อ่านเพิ่มเติม

เยี่ยมเยียน

ในวันที่ไม่ได้มีนัดหมายใด กู้เหิงก็พาจ้าวสวี่ไปคำนับอาจารย์กง อาจารย์ที่ช่วยเหลือตนไม่น้อยในตอนยังเยาว์หรือแม้แต่ตอนนี้ก็ตาม เดิมทีอาจารย์เป็นราชครูของอดีตฮ่องเต้ ทว่าเมื่อฮ่องเต้องค์ปัจจุบันขึ้นครองบัลลังก์ก็ลาออกแล้วเลือกรับศิษย์มาสั่งสอนบ่มเพาะแทน ซึ่งก็มีเพียงไม่กี่คน และนับว่ากู้เหิงโชคดีที่ได้เป็นลูกศิษย์ของอาจารย์กงอาจารย์ก็ยังคงเป็นอาจารย์ สั่งสอนกู้เหิงที่แต่งภรรยาว่าให้รู้จักให้เกียรติและทะนุถนอม พร้อมกับอวยพรให้ชีวิตครอบครัวราบรื่น มีทายาทสืบสกุลในเร็ววัน ซึ่งเมื่อคู่สามีภรรยาได้ยินก็พากันขวยเขินรีบเปลี่ยนเรื่องพูดคุย จากนั้นทั้งสองก็ขอตัวลา เพราะยังต้องไปเยี่ยมบ้านภรรยาอีก มิอาจรั้งอยู่ต่อได้ ซึ่งอาจารย์ก็ไม่คิดขัด ส่งสองสามีภรรยากลับด้วยตัวเองแม้ว่าจะเข้าไปคำนับอาจารย์ด้วยรอยยิ้ม ทว่าเมื่อถึงจวนอันเล่อโหวรอยยิ้มที่เคยมีก็ค่อย ๆ หายไปสำหรับกู้เหิงที่นี่ก็ไม่ได้นับว่าสำคัญอะไร คนที่ตนอยากพบหาใช่อันเล่อโหว แต่เป็นแม่ของภรรยาต่างหาก...“สวี่เอ๋อร์” กู้เหิงกุมมือภรรยาที่นั่งเงียบตั้งแต่ออกมาจากจวนอาจารย์กง “มีข้าอยู่ไม่มีอะไรต้องกลัว หากใครกล้าดูแคลนเจ้า...ข้าไม่ปล่อยคนผู้น
last updateปรับปรุงล่าสุด : 2026-06-03
อ่านเพิ่มเติม

ชื่อเสียงของเจิ้นเป่ยอ๋องที่ไม่ได้มีแต่เรื่องแย่ ๆ

เพราะเร่งรีบเดินทางมาจึงมาถึงก่อนงานฉลองหลายวัน ต่อให้จัดการเรื่องไปมากแล้วก็ยังมีเวลาอีกมาก เจิ้นเป่ยอ๋องจึงพาภรรยาเที่ยวชมเมืองหลวงด้วยเห็นว่านางไม่เคยได้ใช้ชีวิตในเมืองหลวงเหมือนคุณหนูจวนขุนนางอื่น ๆ กับเขา ซึ่งนางก็กระตือรือร้น หลังจากได้เจอมารดาแล้วก็คล้ายว่านางจะคลายกังวลไปได้บ้างท่านแม่ของนางโรยราตามวัย และเพราะใช้แรงงานมานานหลายสิบปี ทว่าในตอนนี้อย่างน้อยอันเล่อโหวก็ยังรักษาคำพูด ไม่ให้นางต้องทำงานหนัก ต่อให้อยู่ไม่ได้สบายนักแต่ก็ดีกว่าเมื่อก่อนมากแล้ว อีกอย่างต่อให้กู้เหิงปรารถนาจะรับตัวนางมาอยู่กับภรรยาก็เป็นไปได้ยากสตรีแต่งให้ใครแล้วก็ถือว่าเป็นคนของตระกูลนั้น ๆ จ้าวสวี่เองก็แต่งออกมาแล้ว จึงพูดมากไม่ได้ แต่จ้าวสวี่เองก็เข้าใจสถานการณ์ นางได้เห็นว่ามารดาอยู่ดีกินดีกว่าเมื่อก่อนนี้ก็ดีใจมากแล้ว ระหว่างที่ยังอยู่ในเมืองหลวงก็จะเทียวไปหาบ่อย ๆ ซึ่งกู้เหิงก็ไม่คิดขัดทว่าการพาภรรยาเที่ยวเล่นไปทั่วเมืองกลับมีคำเล่าลือใหม่พูดต่อกันเป็นทอด ๆ ขึ้นมาว่าเจิ้นเป่ยอ๋องหน้าตาหล่อเหลา คำกล่าวที่ว่าโหดเหี้ยมอำมหิตนั้นไม่จริง เพราะเห็นว่าประคองภรรยาไว้กลางฝ่ามืออย่างประคบประหงมลบชื่อเสี
last updateปรับปรุงล่าสุด : 2026-06-05
อ่านเพิ่มเติม

งานเลี้ยงอันจอมปลอม

เมื่อฤกษ์ดีมาถึง งานเลี้ยงฉลองอันโอ่อ่าในวังหลวงก็คลาคล่ำไปด้วยผู้คน เหล่าขุนนาง เชื้อพระวงศ์ และแขกต่างบ้านต่างเมืองล้วนเข้าวังหลวงมาพร้อมกับฮูหยิน เช่นเดียวกับเจิ้นเป่ยอ๋องที่เดินเคียงมากับชายา แต่ด้วยกฎเกณฑ์ของวังหลวงการจัดเลี้ยงบุรุษและสตรีต้องแยกกัน เมื่อเป็นเช่นนั้นจ้าวสวี่จึงถูกส่งตัวให้กับจางหยาหรง ส่วนคนเป็นสามีก็ได้แต่มองตามจนสุดสายตา“ท่านอ๋องสำรวมกิริยาด้วย”สหายที่ได้เห็นสายตาละห้อยของเจิ้นเป่ยอ๋องก็ป้องปากเอ่ยปราม ส่วนคนที่ถูกปรามก็หันมองคนข้าง ๆ ตาเขียว แล้วเดินไปตามทางเดิน โดยมีตวนอ๋องเดินตามไม่ห่าง“นายอำเภออู๋ออกเดินทางไปเหลียนเซียวแล้ว”“ก็ยังถือว่ามีหัวคิดอยู่บ้าง”“เขาพูดไปทั่วว่าท่านอ๋องมีคำสั่งให้เร่งไปยังเหลียนเซียว”สองขาที่ก้าวยาว ๆ ก็พลันชะงัก หันมองสหายที่รายงานเรื่องพวกนี้ “...ข้าแค่ชี้แนะ แต่กล้าพูดเด็ดขาดเช่นนั้นเชียวหรือ”หลี่เชียนไหวไหล่อย่างไม่รู้จะตอบอย่างไร กู้เหิงที่เห็นท่าทีเช่นนั้นก็เลิกซักไซ้ คนผู้นั้นไปเหลียนเซียวแล้วก็ดี อย่างไรเหลียนเซียวก็ไม่ควรไร้ผู้ปกครอง ตนอยู่ที่นี่ หากมีนายอำเภอคอยดูแลก็น่าจะเบาใจไปได้บ้าง แม้ว่าคนพวกนั้นจะไร้ประโยชน์มา
last updateปรับปรุงล่าสุด : 2026-06-08
อ่านเพิ่มเติม

ผู้คนที่เสแสร้งแกล้งทำ

จ้าวสวี่ไม่เคยมางานเลี้ยงพวกนี้ ต่อให้เหลียนเซียวนางเคยไปร่วมงานที่จวนนั้นบ้างจวนนี้บ้างแต่งานพวกนั้นก็เทียบไม่ได้กับงานในวังหลวง หากข้างกายไม่มีชายาของตวนอ๋องก็ไม่รู้ว่านางจะวางตัวอย่างไรโชคดีที่มีจางหยาหรงนางจึงไม่ต้องนั่งอึดอัดทนสายตาที่จับจ้องมาแบบนี้“เป็นอะไรไป”แต่ถึงอย่างไรนางก็อดไม่ได้ที่แสดงท่าทีอึดอัดยากจะบรรยายจนจางหยาหรงต้องหันมาถาม นางเองก็ทำได้แค่มองหน้าสตรีข้างกายด้วยใบหน้ากล้ำกลืน“มีแต่คนมองข้า”“เป็นธรรมดา เจ้ากับท่านอ๋องล้วนเป็นที่พูดถึงไปทั่ว ย่อมมีคนอยากรู้อยากเห็น”ถูกพูดถึงในแง่ไหนกันหนอถึงได้จ้องนางราวกับจะพินิจให้ถ้วนถี่ตั้งแต่ศีรษะจรดปลายเท้า“อย่างน้อยก็คงอยากจะเห็นว่าสตรีที่ครองใจเจิ้นเป่ยอ๋องได้เป็นเช่นไร”เมื่อได้ยินคำเย้าแหย่จ้าวสวี่ก็พอจะยิ้มออกมาได้ แต่นอกจากคำพูดเย้าแหย่ ก็ยังมีคำพูดลอย ๆ ที่ลอยมาเข้าหูนางเป็นเนือง ๆอาจเพราะต่อให้นางเป็นคนสกุลจ้าว แต่ก็ใช่คุณหนูสกุลจ้าวที่พวกนางคุ้นเคย งานในวันนี้นอกจากอันเล่อโหวแล้วก็มีนางที่เป็นคนสกุลจ้าวที่ได้มางานในวันนี้คุณหนูคนอื่น ๆ เพียบพร้อมกว่านาง แต่กลับไม่ได้เข้าร่วมงาน แต่นางที่ไม่มีอะไรเทียบเทียมได้เ
last updateปรับปรุงล่าสุด : 2026-06-14
อ่านเพิ่มเติม

มาครั้งนี้ถูกกำหนดเอาไว้แล้ว

  เมื่อสิ้นเรื่องในเมืองหลวงก็ถึงคราวต้องกลับเหลียนเซียว เจิ้นเป่ยอ๋องและชายาจึงเก็บเกี่ยวช่วงเวลาสองวันที่เหลือในเมืองหลวงให้สมใจ โดยที่จ้าวสวี่เลือกที่ใช้เวลาที่เหลือโดยส่วนใหญ่กับผู้เป็นมารดา ซึ่งกู้เหิงก็ไม่คิดขัดแต่ทุกอย่างย่อมมีวันเลิกรา เมื่อถึงเวลาก็ต้องกล่าวคำลาต่อกัน จ้าวสวี่ลามารดา โดยมารดาของนางก็ยังคงอวยพรให้นางมีความสุข ครองคู่กับท่านอ๋องได้อย่างราบรื่น ท่านอ๋องเองก็รับปากว่าตราบใดที่ตนยังอยู่ ก็ไม่มีวันปล่อยให้จ้าวสวี่ต้องลำบากและเมื่อทุกอย่างเรียบร้อยก็เตรียมตัวออกจากเมืองหลวง ร่ำลาสหายที่ให้ที่พักพิงในช่วงที่ผ่านมาอย่างใจกว้าง ซึ่งเรื่องพวกนี้ตวนอ๋องและพระชายาก็ถือว่าเป็นเรื่องเล็กน้อย ไม่อาจถือเป็นน้ำใจอะไรได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งความสัมพันธ์ระหว่างพระชายาทั้งสองที่สนิทสนมดั่งพี่น้องยิ่งทำให้จางหยาหรงมีสีหน้าเศร้าสลดเมื่อต้องกล่าวคำลา“ไม่รู้ว่าเมื่อใดจะได้เจอกันอีก”“อย่างไรก็ต้องได้เจอกัน อย่าได้กังวลไปเลยเจ้าค่ะ” จ้าวสวี่ปลอบจางหยาหรง ก่อนจ
last updateปรับปรุงล่าสุด : 2026-06-14
อ่านเพิ่มเติม
ก่อนหน้า
123456
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป
DMCA.com Protection Status