جميع فصول : الفصل -الفصل 50

72 فصول

บทที่ 27 ต่างอาชีพต่างจรรยาบรรณ (1)

ครบเวลาสามวันตามเงื่อนไขที่ซูเมิ่งหลานต่อรองไว้กับถูลี่อ๋อง ซูเมิ่งหลานขอให้เซี่ยเวยกลับไปก่อน ทว่าเขาดึงดันจะแฝงตัวอยู่กับนางให้ได้ ตอนนี้จึงลอบอยู่ต่อเพื่อสังเกตสถานการณ์ต่อไป กระทั่งอ๋องหนุ่มและองครักษ์ของอีกฝ่ายมาเยือน เซี่ยเวยก็รีบซ่อนตัวตนและลมปราณเอาไว้อย่างแยบยล“หมอซู เวลาของเจ้าหมดลงแล้ว บอกข้ามามั่นใจเพียงใดในการรักษาครั้งนี้”“เกินครึ่งเจ้าค่ะ” ซูเมิ่งหลานตอบอย่างไม่ลังเลปัง!“นี่เจ้ากำลังล้อข้าเล่นอยู่หรือ เวลาศึกษาก็ให้ไปแล้ว ซ้ำข้ายังไม่เคยให้ผู้ใดมารบกวนด้วย เจ้ายังกล้า…”“ท่านอ๋องอย่าเพิ่งโมโหสิเจ้าคะ อย่างไรการรักษาทุกอย่างย่อมมีความเสี่ยง นี่เป็นเรื่องปกติ หากท่านไม่เชื่อจะลองถามแพทย์ทหารแคว้นท่านดูก็ได้”“ช่างเถอะ ข้าไม่อยากเสียเวลา ว่ามาสิวิธีการรักษาของเจ้าเป็นเช่นไร” ถูลี่อ๋องสะบัดชายเสื้อ จากนั้นหย่อนกายลงนั่งซูเมิ่งหลานประสานมือค้อมกายเล็กน้อย “ท่านอ๋อง ท่านเคยได้ยินวิธีรักษาด้วยการผ่าตัดหรือไม่เจ้าคะ”“ผ่าตัด!” องครักษ์ทั้งสามประสานเสียงพวกเขาชักอาวุธคู่กายออกมาด้วยใบหน้าขึงขัง“เหลวไห
اقرأ المزيد

บทที่ 27 ต่างอาชีพต่างจรรยาบรรณ (2)

“แต่…”“ไม่ต้องมากความ ตกลงเป็นพวกเจ้าหรือข้ากันแน่ที่เป็นเจ้านาย” ถูลี่อ๋องเอ่ยเสียงแข็งองครักษ์ทั้งสามไม่กล้าโต้แย้งอีก พวกเขาน้อมรับด้วยความจำนน“มาเถอะหมอซู กู่แม่ลูกไม่เจ็บหรอก หากข้ารอดไปได้ข้าจะดูแลเจ้าอย่างดี”ซูเมิ่งหลานกลืนน้ำลายจนคอขยับ กู่แม่ลูกนางเองก็เคยศึกษามา นี่มันพิษคุณไสยที่ไร้ยาถอน เขาตั้งใจจะผูกติดชีวิตกับนางเลยหรือ แต่หากนางไม่ยินยอมก็เท่ากับตัดหนทางไว้วางใจจากถูลี่อ๋องไปสิ้น มิใช่ว่าที่ทุ่มเทวางแผนมาจะสูญเปล่าหรือซูเมิ่งหลานปรายตาไปยังมุมมืดไม่ใกล้ไม่ไกล ที่ตรงนั้นคล้ายจะมีไอสังหารพวยพุ่งออกมาจนร้อนวาบ นางลอบส่ายหน้าเพื่อเตือนสติเขาต่อให้เซี่ยเวยอยากวู่วามเขาก็ทำไม่ได้ นั่นเพราะซูเมิ่งหลานอาศัยจังหวะที่เขาไว้ใจนางฝังเข็มปิดชีพจรเคลื่อนไหว แม้ร่างกายเขานิ่งสนิทแต่ในใจคงเดือดพล่านจนแทบกระอักโลหิตแล้วที่ซูเมิ่งหลานทำเช่นนี้เพราะนางมีเหตุผล นิสัยเซี่ยเวยเป็นเช่นไรนางรู้ดีที่สุด หากเขาผลีผลามใช้อารมณ์ตัดสินปัญหา เขาอาจต้องเอาชีวิตมาทิ้งเปล่า อย่างไรที่นี่ก็เป็นถิ่นของศัตรู สองหมัดยากจะสู้สี่มือ ต่อให้เขารับมือได้
اقرأ المزيد

บทที่ 28 โตแต่ตัว

วิธีรักษาถูลี่อ๋องแต่เดิมนับว่าเป็นการผ่าตัดใหญ่ ต้องใช้ความระมัดระวังเป็นอย่างสูง ทว่าซูเมิ่งหลานศึกษาและไตร่ตรองทุกอย่างมาหมดแล้ว ถ้าเป็นยุคของนางการฟื้นฟูสำหรับผ่าตัดเปิดกะโหลกระยะเวลาพักฟื้นจนร่างกายแข็งแรงสมบูรณ์เลยคือต้องใช้ชีวิตอย่างระมัดระวังถึงหนึ่งปีเต็มทว่าไม่อาจเทียบกับร่างกายของคนยุคโบราณได้ พวกเขามีสุขภาพที่แข็งแรง หนำซ้ำยังมีกำลังภายในมิได้อ่อนแอเฉกเช่นมนุษย์ในศตวรรษที่ยี่สิบเอ็ด เพราะคนในยุคสมัยที่นางจากมาส่วนใหญ่แล้วยึดติดกับความสบาย ออกกำลังกายน้อยมาก ถึงแม้มีคนที่ออกกำลังกายเป็นประจำแต่ก็มิได้ศึกษาวิชาลับพิสดารเช่นผู้คนในมิติแห่งนี้ ซูเมิ่งหลานยังมองว่านี่เป็นสิ่งมหัศจรรย์อย่างยิ่งดังนั้นตำราแขนงหนึ่งได้กล่าวไว้ว่า หากการรักษาเป็นไปอย่างสมบูรณ์แบบ ผู้ป่วยที่มีกำลังภายในสูงส่งสามารถใช้มันรักษาบาดแผลของตนได้ ฟื้นตัวเร็วสุดก็หนึ่งเดือน ช้าสุดก็สามเดือนในตอนนั้นซูเมิ่งหลานประหลาดใจอยู่ไม่น้อย นางไม่เชื่อด้วยซ้ำว่าเป็นไปได้ หากแต่นางอยู่กับเหล่าผู้คนที่มีกำลังภายในนานวันเข้าก็เข้าใจไปเอง ดูจากพละกำลังของถูลี่อ๋องและอายุที่เพิ่งย่างเข้ายี่สิบปีขอ
اقرأ المزيد

บทที่ 29 รอยยิ้มของคนเสียสติ (1)

เวลาทั้งคืนถูกใช้ไปในการผ่าตัด ขณะที่ซูเมิ่งหลานใช้สมาธิในการรักษา เซี่ยเวยมักสังเกตสีหน้าหญิงสาวอยู่ตลอด แม้เขาไม่พอใจอย่างถึงที่สุดที่นางกำลังทำการรักษาให้กับศัตรู ทว่าเขาก็อดชื่นชมนางไม่ได้อายุของนางไม่มาก แต่ความคิดของซูเมิ่งหลานดูโตกว่าเขาเสียอีก นางแยกแยะถูกผิดได้ นางรู้จักอะไรควรไม่ควร ไตร่ตรองดูแล้วที่นางทำไปล้วนเป็นจิตสำนึกของวิญญูชนที่พึงมีทั้งสิ้น คิดได้เช่นนั้นจิตใจของเซี่ยเวยจึงสงบลงมากเจ้าของร่างสูงเดินไปหยุดเคียงข้างหญิงสาว จากนั้นคว้าผ้าแพรผืนเล็กขึ้นมาซับเหงื่อให้นาง ซูเมิ่งหลานมิได้ตกใจ หากแต่นางประหลาดใจต่อท่าทีของชายหนุ่มที่พลิกเร็วยิ่งกว่าหนังสือเท่านั้น“ท่านไม่นั่งดี ๆ คิดจะทำอะไรเจ้าคะ”“ข้าว่าเจ้าทุ่มเทกับเขามากเกินไปหน่อยกระมัง” เซี่ยเวยประชดประชัน ซูเมิ่งหลานส่ายศีรษะเล็กน้อย นางเอือมระอากับนิสัยที่คล้ายเด็กถูกแย่งของเล่นชิ้นรักเช่นนี้ยิ่งนัก ดูเหมือนนางต้องหาวิธีเอาใจเขาเสียหน่อย ไม่เช่นนั้นงานของนางจะต้องเกิดอุปสรรคใหญ่แน่ “ท่านแม่ทัพ เชื่อหรือไม่ว่ากับท่านข้าทุ่มเทได้มากกว่านี้อีกเจ้าค่ะ”ผ้าที่ซับใบหน้า
اقرأ المزيد

บทที่ 29 รอยยิ้มของคนเสียสติ (2)

ชายหนุ่มสาวเท้ามาหยุดขนาบข้างเตียงนอน แม้องครักษ์ทั้งสามเริ่มตงิดใจกับลักษณะของแพทย์ทหารผู้นี้ ทว่าความห่วงใยเจ้านายกลับบดบังดวงตากระโจมแห่งนี้ป้องกันไว้อย่างแน่นหนา แม้แต่แมลงวันยังผ่านมาไม่ได้ ฉะนั้นทุกคนจึงพยักหน้าเป็นสัญญาณให้กันโดยพร้อมเพรียงซูเมิ่งหลานเหงื่อแตกพลั่ก หญิงสาวมองตามปลายนิ้วของชายหนุ่มที่จรดลงบนข้อมือของถูลี่อ๋องด้วยใจไหวระทึก ดูเหมือนนางจะกังวลมากเกินไป ท่าทางของเซี่ยเวยมิได้เผยพิรุธสักกระผีกริ้น หนำซ้ำการจับชีพจรของเขาก็ไม่ได้ทำส่งเดช‘เขาเองก็เป็นวิชาแพทย์หรือ’ซูเมิ่งหลานคิดทบทวนหลายเหตุการณ์ ที่แท้นางก็กำลังสอนจระเข้ว่ายน้ำ หากแต่เซี่ยเวยเป็นเพียงวิชาแพทย์ในยุคโบราณ ย่อมไม่คุ้นชินกับการผ่าตัดเพื่อรักษาและดูเหมือนว่าเขาจะค่อย ๆ ซึมซับจากการถูกปิดจุดบ่อยครั้ง ทำให้เขาเรียนรู้วิธีคลายจุดฝังเข็มนั้นได้เอง ดังนั้นจึงไม่ใช่เรื่องแปลกที่เซี่ยเวยสามารถคลายเข็มปิดจุดของนางได้เซี่ยเวยละมือออก “อาการท่านอ๋องคงที่แล้ว ไม่มีสิ่งใดน่าเป็นห่วง ทำตามที่หมอซูบอก ไม่นานก็จะกลับมาแข็งแรงดังเดิม”องครักษ์ที่หน้าอึมครึมต่างยิ้ม
اقرأ المزيد

บทที่ 30 แค้นฝังหุ่น

เวลาบ่ายคล้อยซูเมิ่งหลานเพิ่งรู้สึกตัว เซี่ยเวยก็ไม่อยู่ เมื่อคืนนางอ่อนเพลียมากจนเผลอหลับยาว ซูเมิ่งหลานจำได้เลือนรางว่าเมื่อคืนเซี่ยเวยจับมือของนางไว้ ไม่รู้ว่าเขาคิดทำสิ่งใดทว่าเพราะเหตุการณ์ไม่ชัดเจนทำให้ซูเมิ่งหลานรู้สึกใบหน้าร้อนผะผ่าวโดยไร้สาเหตุ ฝ่ามือเรียวยกขึ้นประคองแก้มทั้งสองเอาไว้ ไฉนใจของนางถึงเต้นเร็วนัก“เขาหายไปไหนแล้วนะ”ดวงตากลมโตกวาดมองไปทั่วทั้งกระโจมแต่ก็ไม่พบร่องรอยของชายหนุ่มอย่างไรที่นี่ก็เป็นถิ่นของศัตรู หากเขารั้งอยู่ก็ยิ่งอันตราย เซี่ยเวยจากไปในเวลานี้ย่อมดีที่สุด แต่เหตุใดซูเมิ่งหลานถึงได้ผิดหวังเช่นนี้ก็หารู้ได้“เขาไปแล้วหรือ ไปแล้วก็ดี รอข้าเอาพิษกู่นี่ออกก่อนไว้ถึงตอนนั้นค่อยกลับไปก็คงไม่สาย” ซูเมิ่งหลานลดสายตามองท่อนแขนของตนเพ่งพิศไปมาก็ต้องพบกับความฉงน “เอ๊ะ แปลก ๆ นะ ทำไมรอยช้ำหายไปแล้วล่ะ”ซูเมิ่งหลานทบทวนเรื่องเมื่อคืนอีกครั้ง ใคร่ครวญอยู่นานท้ายที่สุดนางก็นึกออก“จำได้ว่าพิษกู่นี่ฝังลงไปแล้วแก้ไม่ได้ หากเอาออกมาจนร่างของมันแห้งตายคนที่โดนฝังพิษก็จะตายไปด้วย แม้เอาออกโดยตรงไม่ได้ แต่สามา
اقرأ المزيد

บทที่ 31 ความโกรธบังตา

หนึ่งเดือนผันผ่านอาการของถูลี่อ๋องหายสนิทตามที่คาดไว้ ช่วงที่ผ่านมาเพลิงสงครามยังคงปะทุอย่างหนัก ราษฎรทั้งสองฝ่ายต่างเดือดร้อนกันถ้วนทั่วซูเมิ่งหลานอยู่ทางนี้ลอบฟังข่าวของเซี่ยเวยจากคนของถูลี่อ๋องอยู่เสมอ วันนี้นางลอบได้ยินมาว่าแม่ทัพคู่หลางพลาดท่าให้เซี่ยเวย อาการสาหัสเป็นตายเท่ากันในฐานะผู้ตรวจการกองทัพถูลี่อ๋องประเมินสถานการณ์ด้วยสีหน้าเคร่งเครียด ตอนนี้แคว้นจงเจียนกำลังได้เปรียบ หากฝืนรับมือต่อย่อมมิใช่เรื่องดี แต่หากเขาถอยตอนนี้ก็เท่ากับแพ้หมดรูป“ท่านอ๋องจะทำเช่นไรต่อดีขอรับ”“รับมือตามสถานการณ์ เตรียมกำลังพลให้พร้อม เราจะปิดศึกสุดท้ายในอีกสามวัน”“ขอรับ”ถูลี่อ๋องผินหน้าไปยังกระโจมใกล้เคียง ไม่นานมานี้เขาเพิ่งสืบทราบเรื่องระหว่างซูเมิ่งหลานและเซี่ยเวย ดูเหมือนความสัมพันธ์ของคนทั้งสองจะลึกซึ้งมากกว่าที่เขาคิดหากไม่เพราะเขาระแคะระคายว่าเหตุใดเซี่ยเวยจึงรู้ทุกเส้นทางของที่เก็บเสบียงหนนั้น อ๋องอย่างเขาคงกลายเป็นคนโง่ให้อีกฝ่ายหัวเราะเยาะเล่น“ไปตามหมอซูมาพบข้า”“ขอรับ”ผ่านไปไม่นานองครักษ์ของเขาก็พาซูเมิ่งหล
اقرأ المزيد

บทที่ 32 แสดงความจริงใจ (1)

ขบวนทัพในวันนี้มีถูลี่อ๋องเป็นผู้บัญชาการสูงสุด แม้ทหารหลายนายเสียขวัญไปบ้างแต่ก็ยังยืนหยัดทำตามหน้าที่ เจ้าของร่างองอาจนั่งบนหลังม้าด้วยใบหน้าสงบเยือกเย็น“เจ้ามานี่”ถูลี่อ๋องกวักมือเรียกซูเมิ่งหลานสายตาของบุรุษทั้งกองทัพต่างก็มองมาที่นางเป็นตาเดียว วันนี้ถูลี่อ๋องเอ่ยปากว่าจะปิดจบศึกที่ยืดเยื้อมานาน แต่กลับไม่มีผู้ใดล่วงรู้ว่าเขามีแผนการเช่นใดแม้แต่แม่ทัพคู่หลางผู้เจนสนามยังไม่อาจทำได้ ไม่รู้เช่นกันว่าถูลี่อ๋องที่อายุน้อยหยิ่งทระนงเอาความมั่นใจมาจากที่ใดซูเมิ่งหลานขยับเท้าเข้าใกล้ด้วยความประหม่า สายตาของถูลี่อ๋องเยือกเย็นสงบนิ่งจนนางเองก็เดาความคิดเขาไม่ถูก กระทั่งหญิงสาวมาหยุดไม่ห่างจากม้าของเขา ชายหนุ่มก็คว้าเอาร่างระหงมานั่งพาดร่างเบื้องหน้าของตนซูเมิ่งหลานตะลึงลาน “ท่านจะทำอะไร”“ในเมื่อเจ้าชอบเขามากข้าก็จะพาไปพบเขา”“ไปทั้งที่ท่านกำลังจะทำสงครามกันนี่หรือ” ที่จริงซูเมิ่งหลานเองก็อยากพบเซี่ยเวยมาก หากแต่ประเมินสถานการณ์แล้ว ถูลี่อ๋องต้องมีแผนในใจแน่ริมฝีปากได้รูปยกยิ้มหนึ่งฝั่ง ครั้นเห็นแววตาวาวระยับของหญิงสา
اقرأ المزيد

บทที่ 32 แสดงความจริงใจ (2)

“แม่ทัพเซี่ย ท่านเก็บอารมณ์ได้ดีกว่าที่ข้าคิดเสียอีก” ถูลี่อ๋องเย้ยหยันเพราะอยากกระตุ้นเซี่ยเวยอีกหน่อย ชายหนุ่มจึงใช้มือบีบปลายคางโค้งมนไว้“ปล่อยนางไปซะ!”ซูเมิ่งหลานสั่นส่ายศีรษะเพื่อให้เซี่ยเวยสงบใจ นางรู้ดีว่านี่เป็นเพียงการยั่วโมโหของถูลี่อ๋องเท่านั้น หากเซี่ยเวยชักอาวุธออกมา ธนูที่ง้างไว้ทางเบื้องหลังคงถูกปลดกลไกปลิดชีพเขาทันที“เรื่องเจรจาสงบศึกก็ช่างมันเถิด ข้าก็แค่อยากต่อรองกับท่านเท่านั้น ได้ยินมาว่าแม่ทัพเซี่ยยังไม่เคยพ่ายแพ้ให้กับศึกใดเลย ฮ่องเต้ยังต้องเกรงใจความสามารถท่าน เช่นนั้นวันนี้มิสู้เรามาประลองกันดีหรือไม่”เซี่ยเวยแค่นยิ้ม “แน่ใจหรือว่าอยากประลองกับข้า”“แน่นอนว่าข้าอยาก หากแต่ข้าอ่อนประสบการณ์กว่าท่าน เช่นนั้นมิสู้ท่านแสดงความจริงใจออกมาดีหรือไม่”เซี่ยเวยคิ้วกระตุก “มีสิทธิ์อะไรให้ข้าแสดงความจริงใจ ทั้งที่ท่านก็ไม่มีความจริงใจให้ผู้อื่น”ถูลี่อ๋องหัวเราะร่วน “ข้าย่อมมีสิทธิ์อยู่แล้ว ในเมื่อคนของท่านแม่ทัพอยู่ในมือของข้า หากอยากได้นางกลับไป ก่อนประลองกัน ท่านช่วยแทงตัวเองสามดาบหกบาดแผลเป็นอย่างไร”
اقرأ المزيد

บทที่ 33 พลั้งปากด้วยอารมณ์ (1)

“พี่หญิงซูท่านไม่เป็นไรนะขอรับ”หว่างคิ้วงามขมวดมุ่น ไฉนเสียงนี้จึงคุ้นหูนัก ใบหน้าเกลี้ยงเกลาแหงนขึ้นแช่มช้า “เสี่ยวเป้ย! เหตุใดเป็นเจ้า”เด็กชายพลิกตัวลงจากม้า เขาผ่อนหายใจโล่งอก “โชคดีที่ข้ามาทัน”เปลือกตาบางกะพริบถี่ เพราะเครื่องแต่งกายที่เด็กชายสวมใส่ไม่คุ้นตา ส่วนใหญ่ตัดเย็บด้วยหนังสัตว์ ทั้งยังเป็นการร้อยลูกปัดและหินหลากสีลงบนเนื้อผ้าอย่างประณีต ซึ่งมันคล้ายกับชุดที่อยู่บนร่างถูลี่อ๋องไม่ผิดเพี้ยน “เสี่ยวเป้ย... นี่เจ้าคงไม่ใช่คนตงเสียกระมัง”“พี่หญิงซู เรื่องนี้ข้าจะค่อย ๆ อธิบายให้ท่านฟังคราวหลังนะขอรับ”ซูเมิ่งหลานพยักหน้าหงึกหงัก จากนั้นช่วยพยุงเซี่ยเวยเอาไว้ ส่วนเด็กชายหันกลับไปมองถูลี่อ๋อง เขาถลันไปช่วยอีกฝ่ายไว้เช่นกัน“ท่านพี่ เป็นอย่างไรบ้าง”ถูลี่อ๋องยืนไม่ติดพื้น ร่างสูงโงนเงน เขาคว้าลมหายใจเข้าเต็มปอด “เจ้าเด็กนี่... เจ้าหายหัวไปที่ใดมา”“ท่านพี่หรือ?” ซูเมิ่งหลานพึมพำเซี่ยเวยกระซิบ “เด็กคนนี้ก็คือรัชทายาทแคว้นตงเสีย นามของเขาคือ ถูเข่อหาน”หญิงสาวคล้ายสติเลื่อนลอยไปชั
اقرأ المزيد
السابق
1
...
345678
امسح الكود للقراءة على التطبيق
DMCA.com Protection Status