หลินซูเหยาคลี่ยกยิ้มเย็นเนียบฉาบไปทั่วใบหน้า แต่นัยน์ตาที่จับจ้องเสิ่นอวี้กลับว่างเปล่าราวกับมองซากศพเน่าเปื่อยรอวันถูกฝัง นางโน้มกายลงจากรถม้าเล็กน้อย กลิ่นหอมจางๆ จากเรือนร่างลอยพุ่งปะทะแตะปลายจมูกของคนตรงหน้าอย่างไม่ทันตั้งตัวเสิ่นอวี้ที่ได้กลิ่นหอมหวานเย้ายวน นัยน์ตาก็เยิ้มด้วยความกระหายในเสน่ห์ที่ชวนหลงใหล“โรงเตี๊ยมลู่อี้งั้นหรือ...” นางทวนคำด้วยน้ำเสียงหวานแผ่วเบาแต่กลับฟังดูเยียบเย็นจนชวนขนลุก “ข้าได้ยินมาว่านายหญิงคนก่อนของโรงเตี๊ยมจิ่นเม่ย...ดินกลบฝังหน้ายังไม่ทันแห้งดีเสียด้วยซ้ำ ไฉนท่านถึงได้เร่งรีบผลัดเปลี่ยนทุกอย่างราวกับหวาดหวั่น หรือเกรงกลัววิญญาณของนางจะฟื้นตื่นลุกขึ้นมาจากหลุมเพื่อมาทวงถามหาความเป็นธรรมกันแน่”ถ้อยคำนั้นเอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงราบเรียบ หากทว่ากลับแฝงไปด้วยความกดดันจนมวลอากาศโดยรอบดูเย็นเยียบลงทันตาหลินซูเหยากัดฟันข่มโทสะจนเจ็บระบมไปทั้งใจ…นางหาได้ต้องเอื้อนเอ่ยวาจาใดให้สิ้นเปลื้องน้ำลายกับผู้ที่เคยลงมือสังหารนางอย่างเลือดเย็น มันช่างกระด้างปากชวนสะอิดสะเอียนที่สุดในชีวิตเหตุใดต้องอ้อมค้อมให้เสียเวลา?ไม่สู้นางชักดาบออกจากฝักแล้วตะบั่นคอคนชั่วตรงหน้าใ
اقرأ المزيد