جميع فصول : الفصل -الفصل 30

30 فصول

๒๑ ลมหายใจสุดท้ายที่หวนคืนกลับมาทวง

เสิ่นอี้จ้องมองลึกเข้าไปในดวงตาของสตรีตรงหน้าหมายจะขุดหาความจริงบางอย่างที่นางซุกซ่อนไว้ ทว่านัยน์ตาคู่นั้น…กลับไม่มีแม้แต่แววหยอกล้อ หากแต่เต็มไปด้วยความสมเพชและความแค้นที่หยั่งรากลึกลงไปถึงกระดูกดำมิหนำซ้ำ นางมองเขาไม่ต่างจากเศษสวะไร้ค่าชิ้นหนึ่ง!ทันใดนั้นภาพในหัวของเสิ่นอี้ก็ผุดภาพของเม่ยเหนียงที่ถูกเขาจับร่างโยนลงทะเลสาบให้จมดิ่งลึกลงสู่ก้นบึ้งน้ำเย็นก็พลางแวบขึ้นมาอีกครั้ง ทั้งรอยยิ้มสุดท้ายที่นางมอบให้เขาก่อนสิ้นใจ...มันช่างคล้ายคลึงกับรอยยิ้มเยาะของสตรีตรงหน้าผู้นี้อย่างน่าขนลุก!ดวงตาคมกริบค่อยๆ เบิกโพลงกว้างขึ้นเรื่อยๆ“ชาติก่อน…งั้นหรือ” เสิ่นอี้พึมพำเสียงแผ่ว ใบหน้าของมันซีดเผือดจนไร้สีเลือดราวกับตกอยู่ในภวังค์ฝันร้าย“ท่านพี่! ไปฟังวาจาเพ้อเจ้อของนางทำไมเจ้าคะ!”ลู่เอ๋อร์ที่ถูกเสิ่นอี้คว้าข้อมือไว้เริ่มกรีดร้อง ก็พลางสัมผัสได้ถึงแรงสั่นเทิ้มที่ส่งผ่านมาจากมือของเสิ่นอี้ “นางก็แค่สตรีเสียสติฟั่นเฟื่อนที่ชอบพูดจาเลอะเทอะข่มขู่ผู้อื่นเท่านั้น!”หลินซูเหยาหาได้สนใจเสียงนกเสียงกาไม่นางจงใจก้าวเดินเข้าไปประชิดจนกลิ่นหอมจางๆ โชยเข้าสู่โสตประสาทของเสิ่นอี้ ทว่าหาใช่เพื่อยั่วยวน
اقرأ المزيد

๒๒ เอาใจสามีสามขวบ

ยามซวี (19.00-21.00 น.) เซียวฮูหยินไหนเลยที่จะยอมให้ปล่อยลูกสะใภ้รีบกลับจวนไปโดยง่าย ในเมื่อตอนก้าวขึ้นรถม้ากำลังออกจากตลาดมานั้น เวลาก็ล่วงเลยผ่านมาจนถึงยามน้ำชาพอดี นางจึงออกปากกล่าวชักชวน หรือจะเรียกว่าบังคับกลายๆ ก็ไม่ผิดนักให้ลูกสะใภ้แวะไปที่จวนของนางเสียก่อน ทว่าน้ำชายามบ่ายกลับยืดเยื้อกลายเป็นมื้อค่ำ เมื่อแม่สามีผู้อารมณ์ดีเห็นว่าเวลาใกล้จะมืดค่ำจึงใช้เล่ห์กลกึ่งอ้อนกึ่งบังคับเพื่อรั้งตัวสะใภ้ไว้ โดยอ้างเหตุผลสารพัดว่า หากนางกลับจวนไปทานมื้อค่ำที่จวนเพียงลำพังผู้เดียวคงเหงายิ่งนักในจวนกว้างใหญ่เช่นนั้น มิหนำซ้ำเซียวฮูหยินยังไม่วายค่อนขอดบุตรชายของตนเองที่ปล่อยให้ภรรยาต้องเดียวดายอยู่ในจวนเพียงลำพัง! หลินซูเหยามีหรือจะกล้าขัดใจแม่สามีที่รักและเอ็นดูนางถึงเพียงนี้ อีกทั้งหากกลับจวนไปยามนี้ นางก็หาได้มีเรื่องเร่งด่วนอันใดให้ทำนอกจากนั่งมองจันทราเพียงลำพัง นางจึงรั้งอยู่ทานมื้อค่ำและพูดคุยกับเซียวฮูหยินจนกระทั่งท้องฟ้าเปลี่ยนสีเป็นมืดมิดพอดี ก่อนจะนั่งรถม้ากลับจวนมาอย่างเหนื่อยล้า ดูท่าว่าความสัมพันธ์ระหว่างลูกสะใภ้กับแม่สามีของนางจะกลมเกลียวและดูเข้ากันได้ดียิ่งกว่าเซียวจ้านเ
اقرأ المزيد

๒๓ สามีอยู่ล่าง…ภรรยาเป็นใหญ่

เสียงบานประตูถูกกระแทกปิดลงดังสนั่นหวั่นไหว ทว่ายามประคองร่างบางของหลินซูเหยาลงบนเตียงกว้าง เซียวจ้านเฉิงกลับละเมียดละไมยิ่งนัก เขาวางอย่างเบามือและถนุถนอมราวกับว่าหากลงแรงเพียงนิด ของล้ำค่าชิ้นงามในอ้อมแขนจะบุบสลายไปเสียก่อนเซียวจ้านเฉิงไม่ปล่อยให้นางได้ทันตั้งตัว ร่างสูงใหญ่ก็พลันก้าวตามขึ้นมาคล่อมทาบทับ กักขังนางไว้ใต้ร่างเรือนกำยำแข็งแกร่งดุจหินผาราวกับไม่ยอมให้ขยับหนีไปได้แม้แต่ชั่วกระดิกนิ้วภายใต้แสงจันทราสลัวที่สาดส่องเล็ดลอดผ่านบานหน้าต่างเข้ามากระทบเข้ากับใบหน้าหล่อเหลาของเซียวจ้านเฉิงพอดี…ยามนี้จึงดูทั้งน่าเกรงขามและดุดันในคราเดียวกัน ดวงตาคมกริบจ้องเขม็งมองสตรีใต้ร่างฉายแววความหื่นกระหายหิวโหยออกมาอย่างฉายชัดบรรยากาศภายในห้องร้อนระอุขึ้นมาประหนึ่งเตาหลอมเลือดในกายของเซียวจ้านเฉิงแล่นพล่านไปทั่ว มุมปากหนาโค้งยกขึ้นยิ้มออกมาอย่างร้าย ดวงตาคมกริบเป็นประกายระยับเมื่อเห็นเหยื่อชิ้นงามนอนระทดระทวยอยู่ตรงหน้าแววตาของเขาหิวกระหายเสียจนดูเหมือนกับว่าจะกลืนกินนางเข้าไปทั้งตัวในคราเดียว“คืนนี้...อย่าหวังว่าลุกหนีไปไหนได้แม้แต่ก้าวเดียว”น้ำเสียงทุ้มต่ำเอ่ยขึ้นคล้ายข่มขู่พอสิ้นค
اقرأ المزيد

๒๔ ท่านแม่ทัพหน้ามืดตามัว

พักหลังมานี้ บรรยากาศภายในจวนแม่ทัพดูจะแปรเปลี่ยนไปอย่างเห็นได้ชัด เพราะอารมณ์ของผู้เป็นนายทั้งสองที่ดีขึ้นจนสาวใช้ต่างพากันแปลกใจไม่น้อยม่านหมอกบางเบาที่เคยขวางกั้นความสัมพันธ์ระหว่างทั้งคู่จนดูอึดอัดพลันหายไปสิ้น ทว่าความสงบเงียบที่เปลี่ยนจากหลังมือเป็นหน้ามือเช่นนี้…กลับดูน่าหวาดหวั่นนัก มิต่างจากท้องฟ้าที่ปลอดโปร่งเกินไปราวกับกำลังรอพายุห่าใหญ่ให้โหมซัดลงมาในคราเดียวดูเหมือนจะนับแต่…วันที่เซียวฮูหยินนั่งรถม้าเพื่อออกมารับลูกสะใภ้ด้วยตนเอง เหล่าสาวใช้ต่างก็ได้ยินเต็มสองหูว่าท่านแม่ทัพประกาศกร้าวจะลงโทษสั่งสอนฮูหยิน มิหนำซ้ำยังเห็นกับตาว่าโกรธเคืองจนใบหน้าถมึงทึงเพียงใดทว่าไฉนเลย...ภายในค่ำคืนนั้น กลับไม่มีผู้ใดได้ยินเสียงร้องขอความเมตตาจากฮูหยินอย่างที่คาดไว้ มีเพียงเสียงกระเส่าแผ่วเบาของแม่ทัพหนุ่มที่คล้ายยอมสยบราบคาบอยู่ใต้เรือนร่างนุ่มนิ่มแทน!ยามนี้เห็นชัดแจ้งแล้วว่า ในจวนแม่ทัพแห่งนี้...ผู้ใดกันแน่ที่เป็นใหญ่!คำตอบคือฮูหยิน!วันนี้ท้องฟ้าและอากาศปลอดโปร่ง มีแสงแดดสาดส่องทอประกายคลอเคลียไปกับสายลมเอื่อยที่พัดพาความเย็นสบายเฉื่อยๆ มาศลากลางน้ำ หลินซูเหยาเดินทอดน่องอย่างสำราญ
اقرأ المزيد

๒๕ เมื่อความตายมาเยือนถึงหน้าประตู

นับตั้งแต่วันนั้นมา…ไหนเลยเสิ่นอี้จะสามารถฝืนข่มตานอนหลับลงได้ เพราะถ้อยคำของสตรีผู้นั้นยังคงดังก้องสะท้อนอยู่ในโสตประสาทราวกับมีผู้มายืนกระซิบสั่งความอยู่ข้างหูซ้ำไปซ้ำมาไม่หยุดหย่อนถ้อยคำพูดของนางช่างน่าประหลาดนัก…พูดออกมาราวกับตาเห็น ราวกับว่านางร่วมอยู่ในเหตุการณ์วันนั้นด้วยตนเองทั้งที่ความจริงแล้วในยามนั้นมีเพียงตัวเขา ลู่เอ๋อร์ และเม่ยเหนียง เพียงสามคนเท่านั้นที่ล่วงรู้ความลับโสสมนี้!และเมื่อย้อนนึกไปถึงวันแรกที่ได้พบสตรีผู้นี้ จนกระทั่งครั้งล่าสุดที่พบพานกัน ไม่มีสักครั้งที่นางจะมองเขาด้วยสายตาว่างเปล่าหรือรังเกียจเฉกเช่นคนแปลกหน้าสักนิด ทว่าแววตาคู่นั้นกลับเจือไปด้วยความแค้นที่ฉายชัดเจนราวกับชาติก่อนเขาเคยลงมือสังหารนาง จนทำให้ไม่อาจผ่านเคราะห์กรรมไปเกิดได้มิหนำซ้ำ คำพูดที่หลุดออกมาจากปากของนางแต่ละคำยังเหน็บแนมและทิ่มแทงให้เจ็บแสบ ราวกับว่าหากในมือของนางมีคมดาบ นางคงไม่ลังเลที่จะหยิบมันขึ้นมาปาดคอเขาให้สิ้นใจไปเสียตรงนั้น!แม้ในยามที่เหนื่อยล้าจนตาแทบปิด เขาก็ไม่อาจข่มตานอนหลับได้สนิท เพราะมีภาพแววตาของสตรีผู้นั้นก่อนจะสิ้นลมหายใจที่จ้องเขม็งมองเขาอย่างแข็งกร้าวราวกับกำลั
اقرأ المزيد

๒๖ วสันตฤดูที่หนาวเหน็บถึงกระดูก

ท่ามกลางความเงียบงันที่กดทับลมหายใจนั้น เสิ่นอี้ที่เดิมทีขดตัวอยู่พื้นบัดนี้กลับค่อยๆ คืบคลานตามหลังลู่เอ๋อร์มาอย่างเงียบเชียบราวกับหนูที่หวาดระแวง เขาชะโงกหน้าข้ามไหล่ของนางเพื่อมองเข้าไปและเมื่อทันทีที่มีแสงจากตะเกียงสาดกระทบปิ่นปักผมไม้ชิ้นนั้น ดวงตาสั่นระริกคู่นั้นก็เบิกโพลงจนแทบถลนออกจากเบ้า“ปิ่นนั่น...ปิ่นของนาง!” น้ำเสียงของเขาแหบพร่าคล้ายคนขาดอากาศหายใจ สติที่เหลือเพียงน้อยนิดขาดสะบั้นลงทันทีเสิ่นอี้โผตรงเข้าหาพื้นดินแฉะชื้นตรงจุดนั้นอย่างไม่คิดชีวิต ใช้มือเปล่าๆ ตะกุยดินขึ้นมาอย่างคลุ้มคลั่ง จนเล็บทั้งสิบฉีกขาดทั้งมีเลือดซึมแต่กลับไม่รู้สึกเจ็บปวดสักนิด“ข้าเคยฝังไว้ที่นี่! ข้าโยนทิ้งลงน้ำไปแล้ว! เหตุใดจึงเหลือยังเพียงปิ่น! เม่ยเหนียง...ไสหัวออกมาซะ!” เสิ่นอี้แผดเสียงร้องโวยวายปนสะอื้นพลางกวาดดินออกไปรอบทิศทาง ราวกับจะขุดลึกลงไปให้ถึงขุมนรกเพื่อหาคำตอบก็ไม่ปานลู่เอ๋อร์ยืนชะงัก ร่างแข็งทื่อมองภาพตรงหน้านั้นด้วยความเย็นชาปนหวาดหวั่นในอกนางพยายามจะเอื้อมมือไปดึงเขา แต่เขากลับสะบัดตัวหลุดแล้ววิ่งพรวดพราดออกไปจากโรงเตี๊ยมท่ามกลางความมืดมิดทันที“เสิ่นอี้! กลับมาเดี๋ยวนี้!” น
اقرأ المزيد

๒๗ ไหน้ำส้มแตกกระจาย

ณ จวนแม่ทัพเซียวเสียงกระทืบเท้าหนักแน่นสะท้อนก้องไปทั่วบริเวณบ่งบอกถึงโทสะที่คุกรุ่นของผู้เป็นเจ้าของร่างได้เป็นอย่างดีหลินซูเหยาเดินเชิดหน้าลงจากรถม้าด้วยท่าทางดื้อรั้นและเอาแต่ใจ นางย่ำเท้าเข้าจวนด้วยท่าทีที่ปั้นปึ่งอารมณ์ขุ่นมัว ใบหน้าโฉมงามและนัยน์ตาดุจเมล็ดซิ่งฉายแววแข็งกร้าวจนไม่ปิดมิดขณะที่ด้านหลังนั้นมีเสียงฝีเท้าของเซียวจ้านเฉิงแม่ทัพหนุ่มผู้เกรียงไกรที่ยามนี้กลับเดินตามต่อยติดหลังภรรยาแจดูราวกับบิดาหวงบุตรสาวเขาถอนหายใจเฮือกใหญ่ก่อนจะเอ่ยรั้งด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำ“มิใช่ว่าข้าสั่งห้ามไม่ให้เจ้าไป ทว่าเรื่องสำคัญเช่นนี้ อย่างไรเสียก็ควรบอกกล่าวหรือส่งคนมาแจ้งข้าก่อนล่วงหน้า”ทว่ายังไม่ทันสิ้นประโยคดี น้ำเสียงหวานซึ่งแฝงความกราดเกรี้ยวของหลินซูเหยาก็ดังแทรกขึ้นทันควัน “เหอะ! เหตุใดต้องแจ้ง! ค่ายทหารของท่านหรือโรงเตี๊ยมนางคณิกากันแน่ แท้จริงแล้วที่ออกจากจวนตั้งแต่เช้าตรู่ยามที่ฟ้ายังไม่ทันสว่างดีและกว่าจะกลับจวนก็มืดค่ำ…แอบไปทำสิ่งใดลับหลังข้าอยู่กันแน่!”หลินซูเหยาร่ายยาวออกมาด้วยความอัดอั้น เดิมทีวันนี้นางอารมณ์ดีไม่น้อย อุตส่าห์บรรจงจัดเตรียมมื้อกลางวันเลิศรสไปให้ถึงค่ายทหา
اقرأ المزيد

๒๘ สุนัขจนตรอก

เสิ่นอี้วิ่งหนีหัวซุกหัวซุน ท่าทางที่ดูตื่นตูมและลนลานนั้นไม่ต่างจากคนเสียสติที่กำลังวิ่งหนีวิญญาณอาฆาตไปจริงๆดวงตาที่เคยฉายแววเจ้าเล่ห์และเสเพลยามนี้กลับเบิกโพลงกว้างจนมองเห็นตาขาวที่สั่นระริก ทั้งแขนขาอ่อนก็ยังแรงจนบังคับทิศทางไม่ได้เสิ่นอี้วิ่งชนเข้ากับต้นท้ออย่างจังจนกิ่งก้านสั่นไหวกลีบดอกร่วงกราวลงมาบดบังสายตาก็ยิ่งทำให้หวาดผวาคิดว่าเป็นมือของผีที่เอื้อมมาฉุดกระชาก ทันใดนั้นร่างสูงก็พลันสะดุดรากไม้จนล้มคะมำลงกับพื้นอย่างไร้สภาพ ดูน่าเวทนาไม่น้อยใบหน้าที่เคยหล่อเหลาซุกลงกับโคลนตมจนมอมแมมไร้ชิ้นดี ทว่าความเจ็บปวดทางกายไหนเลยจะสู้ความหวาดกลัวที่เกาะกินขั้วหัวใจ เสิ่นอี้รีบตะเกียกตะกายลุกขึ้นทั้งที่ร่างกายยังสั่นเทาท่าทางยามนี้ช่างดูน่าสมเพชเวทนาจนเหล่าทหารที่ล้อมจับอยู่ถึงกับขมวดคิ้วด้วยความเวทนาปนรังเกียจ“อย่าเข้ามา! เม่ยเหนียง...ปล่อยข้าไปเถิด ข้ากลัวแล้ว!”เสียงร้องโวยวายฟังไม่ได้ศัพท์ดังสะท้อนก้องไปทั่วสวนดอกท้อที่เงียบสงัดบรรยากาศยามรุ่งสางในจวนสกุลเซียวยามนี้เดือดพล่านดุจน้ำมันเดือดที่ถูกสาดด้วยน้ำเย็น เสิ่นอี้ในยามนี้หาได้หลงเหลือคราบของบุรุษเสเพลผู้ทะเยอทะยานไม่…มีเพีย
اقرأ المزيد

๒๙ ชดใช้หนี้แค้น…ให้มันจบชาตินี้

แม้คราแรกเม่ยเหนียงจะปรารถนาเพียงคร่าชีวิตบุรุษผู้นี้ให้ดับสิ้น แต่ยามนี้การหยิบยื่นความตายให้ในทันทีนั้นกลับดูเป็นความเมตตาที่มากเกินไปสำหรับคนสารเลวเช่นเสิ่นอี้!การยื่นคมดาบปลิดชีพเพียงครั้งเดียวช่างไร้รสชาตินัก...หลินซูเหยาหาได้ต้องการความรวดเร็วเช่นนั้นไม่นางปรารถนาจะใช้มีดสั้นค่อยๆ กรีดลงบนเนื้อหนังของมันอย่างช้าๆ ให้ได้ลิ้มรสความทรมานก่อนจะสิ้นลมหายใจไปพร้อมกับความสิ้นหวัง ถ้อยคำพูดวิงวอนร้องขอความเมมตาที่พ่นออกมาจนน้ำลายเปรอะเปื้อนนั้น หาได้มีค่าให้นางชายตาแลแม้เพียงนิดไม่ใช่นางไม่อยากให้มันตาย ทว่าความตายนั้น...มันช่างง่าย ดายเกินไปสำหรับคนอย่างมัน!นัยน์ตาเมล็ดซิ่งฉายแววแข็งกร้าวหลุบต่ำปรายมองร่างของบุรุษตรงหน้าที่ก้มแทบเท้า ร่างสั่นระริกราวกับลูกสุนัขตกน้ำ สภาพน่าสมเพชเช่นนี้ทำให้หลิาซูเหยาอยากจะจับมันมัดขึ้นรถม้าแล้วแห่ประจานให้ทั่วเมืองหลวงเสียจริง!ขณะที่เซียวจ้านเฉิงยังคงยืนนิ่ง…สายตาคมกริบเหลือบมองสตรีข้างกายด้วยความปั่นป่วนอยากยะอธิบายออกมาเป็นคำพูดได้แววตาที่แปรเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิงของนางล้วนบ่งบอกชัดว่ามีเบื้องหลังร้าวรานกับบุรุษผู้นี้ ทว่านางกลับเลือกที่จะนิ่ง
اقرأ المزيد

๓๐ พยัคฆ์สยบแทบเท้าหงส์

หลายเดือนผ่านไปเซียวจ้านเฉิงหาได้ซักไซ้ไล่เลียงถึงเหตุผลที่ภรรยาลุกขึ้นมาจัดการเรื่องราวเหล่านั้นด้วยตัวเองไม่ ทว่าเขากลับเลือกที่จะตามใจนางในทุกย่างก้าว หากนางปรารถนาจะทำสิ่งใดเขาก็พร้อมจะยินดีสนับสนุนยืนตระหง่านอยู่เบื้องหลังราวกับเป็นปราการปกป้องนางก็เสมอแม้กระทั่งยามที่นางเอ่ยปากว่าอยากจะเปิดโรงเตี๊ยมคณิกา เขาก็หาได้คัดค้านห้ามปรามหรือหวาดกลัวว่าชื่อเสียงแม่ทัพผู้เกรียงไกรจะถูกทำลายจนย่อยยับไม่ กลับกัน...ยามใดที่เขาต้องเข้าประชุมในท้องพระโรงร่วมกับเหล่าขุนนาง เซียวจ้านเฉิงยังมิวายช่วยภรรยาป่าวประกาศกิจการอย่างออกหน้าออกตา!จากท่านแม่ทัพหนุ่มผู้เกรียงไกรก็กลับกลายเป็นพ่อค้าปากเอกที่ช่วยภรรยาทำการค้าขายกิจการได้อย่างหน้าตาเฉย!ยามนี้โรงเตี๊ยมจิ่นเม่ยที่เคยถูกเปลี่ยนเป็นลู่อี๋ได้ผลัดเปลี่ยนเจ้าของและนามใหม่เป็นโรงเตี๊ยมฝูหยวนที่สื่อถึงวาสนามั่งคั่งเพราะกลับมาครานี้…นางจะต้องเป็นเศรษฐีณีที่ร่ำรวยที่สุดในเมืองหลวงและดูท่าก็เป็นเช่นนั้นจริงๆ เมื่อขายดีเป็นเทน้ำเทท่าแขกเหรื่อต่างพากันหลั่งไหลเข้ามาคับคั่งจนแน่นขนัดเต็มไปด้วยผู้คนจนแทบภายในโรงเตี๊ยมไม่มีทางเดิมขายดิบขายดีราวกับว่าสุรา
اقرأ المزيد
السابق
123
امسح الكود للقراءة على التطبيق
DMCA.com Protection Status