เข้าสู่ระบบ"เม่ยเหนียง" แม่เล้าผู้ถูกคนรักทรยศจนตาย เวียนว่ายมาเข้าร่าง "หลินซูเหยา" คุณหนูรองขี้โรคผู้ถูกรังแก เมื่อจิ้งจอกเจ้าเล่ห์คืนชีพ บัญชีแค้นสิบปีจึงถูกขุดขึ้นมาสะสาง! สตรีโฉดบุรุษชั่วต้องลงนรก! แม้แต่สามีชาตินี้อย่างแม่ทัพ "เซียวจ้านเฉิง" ที่เคยดูแคลน ก็ต้องยอมสยบติดบ่วงเสน่หาจนดิ้นไม่หลุด!
ดูเพิ่มเติมหลายเดือนผ่านไปเซียวจ้านเฉิงหาได้ซักไซ้ไล่เลียงถึงเหตุผลที่ภรรยาลุกขึ้นมาจัดการเรื่องราวเหล่านั้นด้วยตัวเองไม่ ทว่าเขากลับเลือกที่จะตามใจนางในทุกย่างก้าว หากนางปรารถนาจะทำสิ่งใดเขาก็พร้อมจะยินดีสนับสนุนยืนตระหง่านอยู่เบื้องหลังราวกับเป็นปราการปกป้องนางก็เสมอแม้กระทั่งยามที่นางเอ่ยปากว่าอยากจะเปิดโรงเตี๊ยมคณิกา เขาก็หาได้คัดค้านห้ามปรามหรือหวาดกลัวว่าชื่อเสียงแม่ทัพผู้เกรียงไกรจะถูกทำลายจนย่อยยับไม่ กลับกัน...ยามใดที่เขาต้องเข้าประชุมในท้องพระโรงร่วมกับเหล่าขุนนาง เซียวจ้านเฉิงยังมิวายช่วยภรรยาป่าวประกาศกิจการอย่างออกหน้าออกตา!จากท่านแม่ทัพหนุ่มผู้เกรียงไกรก็กลับกลายเป็นพ่อค้าปากเอกที่ช่วยภรรยาทำการค้าขายกิจการได้อย่างหน้าตาเฉย!ยามนี้โรงเตี๊ยมจิ่นเม่ยที่เคยถูกเปลี่ยนเป็นลู่อี๋ได้ผลัดเปลี่ยนเจ้าของและนามใหม่เป็นโรงเตี๊ยมฝูหยวนที่สื่อถึงวาสนามั่งคั่งเพราะกลับมาครานี้…นางจะต้องเป็นเศรษฐีณีที่ร่ำรวยที่สุดในเมืองหลวงและดูท่าก็เป็นเช่นนั้นจริงๆ เมื่อขายดีเป็นเทน้ำเทท่าแขกเหรื่อต่างพากันหลั่งไหลเข้ามาคับคั่งจนแน่นขนัดเต็มไปด้วยผู้คนจนแทบภายในโรงเตี๊ยมไม่มีทางเดิมขายดิบขายดีราวกับว่าสุรา
แม้คราแรกเม่ยเหนียงจะปรารถนาเพียงคร่าชีวิตบุรุษผู้นี้ให้ดับสิ้น แต่ยามนี้การหยิบยื่นความตายให้ในทันทีนั้นกลับดูเป็นความเมตตาที่มากเกินไปสำหรับคนสารเลวเช่นเสิ่นอี้!การยื่นคมดาบปลิดชีพเพียงครั้งเดียวช่างไร้รสชาตินัก...หลินซูเหยาหาได้ต้องการความรวดเร็วเช่นนั้นไม่นางปรารถนาจะใช้มีดสั้นค่อยๆ กรีดลงบนเนื้อหนังของมันอย่างช้าๆ ให้ได้ลิ้มรสความทรมานก่อนจะสิ้นลมหายใจไปพร้อมกับความสิ้นหวัง ถ้อยคำพูดวิงวอนร้องขอความเมมตาที่พ่นออกมาจนน้ำลายเปรอะเปื้อนนั้น หาได้มีค่าให้นางชายตาแลแม้เพียงนิดไม่ใช่นางไม่อยากให้มันตาย ทว่าความตายนั้น...มันช่างง่าย ดายเกินไปสำหรับคนอย่างมัน!นัยน์ตาเมล็ดซิ่งฉายแววแข็งกร้าวหลุบต่ำปรายมองร่างของบุรุษตรงหน้าที่ก้มแทบเท้า ร่างสั่นระริกราวกับลูกสุนัขตกน้ำ สภาพน่าสมเพชเช่นนี้ทำให้หลิาซูเหยาอยากจะจับมันมัดขึ้นรถม้าแล้วแห่ประจานให้ทั่วเมืองหลวงเสียจริง!ขณะที่เซียวจ้านเฉิงยังคงยืนนิ่ง…สายตาคมกริบเหลือบมองสตรีข้างกายด้วยความปั่นป่วนอยากยะอธิบายออกมาเป็นคำพูดได้แววตาที่แปรเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิงของนางล้วนบ่งบอกชัดว่ามีเบื้องหลังร้าวรานกับบุรุษผู้นี้ ทว่านางกลับเลือกที่จะนิ่ง
เสิ่นอี้วิ่งหนีหัวซุกหัวซุน ท่าทางที่ดูตื่นตูมและลนลานนั้นไม่ต่างจากคนเสียสติที่กำลังวิ่งหนีวิญญาณอาฆาตไปจริงๆดวงตาที่เคยฉายแววเจ้าเล่ห์และเสเพลยามนี้กลับเบิกโพลงกว้างจนมองเห็นตาขาวที่สั่นระริก ทั้งแขนขาอ่อนก็ยังแรงจนบังคับทิศทางไม่ได้เสิ่นอี้วิ่งชนเข้ากับต้นท้ออย่างจังจนกิ่งก้านสั่นไหวกลีบดอกร่วงกราวลงมาบดบังสายตาก็ยิ่งทำให้หวาดผวาคิดว่าเป็นมือของผีที่เอื้อมมาฉุดกระชาก ทันใดนั้นร่างสูงก็พลันสะดุดรากไม้จนล้มคะมำลงกับพื้นอย่างไร้สภาพ ดูน่าเวทนาไม่น้อยใบหน้าที่เคยหล่อเหลาซุกลงกับโคลนตมจนมอมแมมไร้ชิ้นดี ทว่าความเจ็บปวดทางกายไหนเลยจะสู้ความหวาดกลัวที่เกาะกินขั้วหัวใจ เสิ่นอี้รีบตะเกียกตะกายลุกขึ้นทั้งที่ร่างกายยังสั่นเทาท่าทางยามนี้ช่างดูน่าสมเพชเวทนาจนเหล่าทหารที่ล้อมจับอยู่ถึงกับขมวดคิ้วด้วยความเวทนาปนรังเกียจ“อย่าเข้ามา! เม่ยเหนียง...ปล่อยข้าไปเถิด ข้ากลัวแล้ว!”เสียงร้องโวยวายฟังไม่ได้ศัพท์ดังสะท้อนก้องไปทั่วสวนดอกท้อที่เงียบสงัดบรรยากาศยามรุ่งสางในจวนสกุลเซียวยามนี้เดือดพล่านดุจน้ำมันเดือดที่ถูกสาดด้วยน้ำเย็น เสิ่นอี้ในยามนี้หาได้หลงเหลือคราบของบุรุษเสเพลผู้ทะเยอทะยานไม่…มีเพีย
ณ จวนแม่ทัพเซียวเสียงกระทืบเท้าหนักแน่นสะท้อนก้องไปทั่วบริเวณบ่งบอกถึงโทสะที่คุกรุ่นของผู้เป็นเจ้าของร่างได้เป็นอย่างดีหลินซูเหยาเดินเชิดหน้าลงจากรถม้าด้วยท่าทางดื้อรั้นและเอาแต่ใจ นางย่ำเท้าเข้าจวนด้วยท่าทีที่ปั้นปึ่งอารมณ์ขุ่นมัว ใบหน้าโฉมงามและนัยน์ตาดุจเมล็ดซิ่งฉายแววแข็งกร้าวจนไม่ปิดมิดขณะที่ด้านหลังนั้นมีเสียงฝีเท้าของเซียวจ้านเฉิงแม่ทัพหนุ่มผู้เกรียงไกรที่ยามนี้กลับเดินตามต่อยติดหลังภรรยาแจดูราวกับบิดาหวงบุตรสาวเขาถอนหายใจเฮือกใหญ่ก่อนจะเอ่ยรั้งด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำ“มิใช่ว่าข้าสั่งห้ามไม่ให้เจ้าไป ทว่าเรื่องสำคัญเช่นนี้ อย่างไรเสียก็ควรบอกกล่าวหรือส่งคนมาแจ้งข้าก่อนล่วงหน้า”ทว่ายังไม่ทันสิ้นประโยคดี น้ำเสียงหวานซึ่งแฝงความกราดเกรี้ยวของหลินซูเหยาก็ดังแทรกขึ้นทันควัน “เหอะ! เหตุใดต้องแจ้ง! ค่ายทหารของท่านหรือโรงเตี๊ยมนางคณิกากันแน่ แท้จริงแล้วที่ออกจากจวนตั้งแต่เช้าตรู่ยามที่ฟ้ายังไม่ทันสว่างดีและกว่าจะกลับจวนก็มืดค่ำ…แอบไปทำสิ่งใดลับหลังข้าอยู่กันแน่!”หลินซูเหยาร่ายยาวออกมาด้วยความอัดอั้น เดิมทีวันนี้นางอารมณ์ดีไม่น้อย อุตส่าห์บรรจงจัดเตรียมมื้อกลางวันเลิศรสไปให้ถึงค่ายทหา
วิธีการเป็นลูกสะใภ้ในจวนสกุลขุนนางใหญ่ที่สามีเป็นถึงแม่ทัพใหญ่ผู้กุมอำนาจเหนือทหารนับหมื่นแสนและชะตาชีวิตของผู้คนทั้งแคว้นนั้น…แท้จริงแล้วต้องทำอย่างไรกันยามที่นางยังเป็นแม่เล้าคุมหอคณิกาอยู่นั้น เม่ยเหนียงย่อมมักจะได้ยินเหล่าบุรุษผู้สูงศักดิ์พร่ำบ่นถึงภรรยาที่จวนให้ฟังบ่อยครั้งอยู่ไม่ขาดปาก ต่างก
รสจูบที่รุนแรงและดุดันราวกับต้องการประกาศอำนาจนั้นหาได้ทำให้เม่ยเหนียงสะทกสะท้าน แต่ตรงกันข้าม…นางกลับมีรู้สึกคุ้นเคยอย่างประหลาด ราวกับว่านี่คือสนามรบที่นางถนัดที่สุดในเมื่อเสือร้ายตัวนี้คิดจะขย้ำกระต่ายน้อย นางก็พร้อมจะใช้ความนุ่มนวลและเล่ห์กลกลืนกินมันลงไปทั้งตัวแทน!เม่ยเหนียงผ่อนลมหายใจเข้าช้
ภายหลังจากเสร็จสิ้นคำนับฟ้าดินและพิธีการแสนยาวนาน เม่ยเหนียงก็ถูกแม่สื่อพามาขังไว้ในห้องหอตามธรรมเนียม ปล่อยให้สามีหมาดๆ ของนางออกไปต้อนรับแขกเหรื่อร่ำสุราอย่างสำราญใจในขณะที่นางต้องนั่งอดทนต่อความหิวโหยมาเกือบทั้งวัน!แม้ชาติก่อนนางจะเคยผ่านบุรุษมานักต่อนักหรือเคยมีสามีมาแล้ว ทว่ากลับไม่เคยได้สวม
ถ้อยคำด่าทอพรั่งพรูที่นางเตรียมมาสารพัดกลับติดค้างอยู่ในลำคอราวกับจะกลืนก็ไม่เข้าจะคายก็ไม่ออกใบหน้าของหลินฮูหยินหน้าบิดเบี้ยวด้วยความโทสะจนร่างสั่นระริก นางไม่รู้จะสรรหาถ้อยคำใดมาเอ่ยตอกกลับได้ทันควัน ในเมื่อลูกเลี้ยงที่เคยกดขี่ข่มเหงมาตลอดสิบแปดปี บัดนี้กลับเปลี่ยนไปเป็นคนละคนเพียงชั่วพริบตา!หล











