เกิดใหม่เป็นคุณหนูผู้สูงศักดิ์ แต่ไฉนวิญญาณกลับแม่เล้าตัวแม่

เกิดใหม่เป็นคุณหนูผู้สูงศักดิ์ แต่ไฉนวิญญาณกลับแม่เล้าตัวแม่

last update最終更新日 : 2026-07-31
作家:  วอลจู完了
言語: Thai
goodnovel4goodnovel
評価が足りません
30チャプター
1.2Kビュー
読む
本棚に追加

共有:  

報告
あらすじ
カタログ
コードをスキャンしてアプリで読む

概要

ทะลุมิติ/ย้อนยุค/ย้อนเวลา

ความรักหวาน

ตามใจภรรยา

ปากร้าย

โอกาสครั้งที่สอง

เกิดใหม่สองคน

"เม่ยเหนียง" แม่เล้าผู้ถูกคนรักทรยศจนตาย เวียนว่ายมาเข้าร่าง "หลินซูเหยา" คุณหนูรองขี้โรคผู้ถูกรังแก เมื่อจิ้งจอกเจ้าเล่ห์คืนชีพ บัญชีแค้นสิบปีจึงถูกขุดขึ้นมาสะสาง! สตรีโฉดบุรุษชั่วต้องลงนรก! แม้แต่สามีชาตินี้อย่างแม่ทัพ "เซียวจ้านเฉิง" ที่เคยดูแคลน ก็ต้องยอมสยบติดบ่วงเสน่หาจนดิ้นไม่หลุด!

もっと見る

第1話

๑ ดอกท้ออาบยาพิษและคุณหนูผู้ฟื้นจากความตาย

แสงจันทรานวลตาที่สาดส่องลงมากระทบหลังคาโรงเตี๊ยมจิ่นเม่ย เดิมทีในค่ำคืนนี้ควรจะเป็นพยานให้แก่ความสำเร็จรุ่งโรจน์

บรรยากาศโดยรอบอบอวลด้วยกลิ่นกำยานหอมจางๆ สายลมเย็นพัดโชยมาพร้อมเสียงพิณแผ่วเบาที่คอยขับกล่อมแขกเหรื่อให้เคลิบเคลิ้มลุ่มหลง แต่น่าเสียดาย…ที่ความเย้ายวนทั้งหมดนั้น กลับกลายเป็นฉากหน้าของลานประหาร

เม่ยเหนียงผู้อยู่เบื้องหลังความยิ่งใหญ่ทอดมองความสำเร็จด้วยแววตาปลาบปลื้ม ทว่าความจริงกลับกลายเป็นฝันร้ายที่กรีดลึกถึงขั้วหัวใจ เมื่อเสิ่นอวี้สามีที่นางเพียรปั้นดินให้เป็นดาวทุ่มเททั้งเงินทองและแรงกายเชิดชูจนเขาได้ดี ยามนี้กลับเดินเข้ามาพร้อมรอยยิ้มอาบยาพิษ พร้อมในมือประคองจอกสุราดอกท้อสีหวานละมุนมาจ่อที่ริมฝีปากนาง

“ดื่มเสียเม่ยเหนียง ดื่มให้แก่ความโง่เขลาของเจ้าที่หลงเชื่อว่าคนอย่างข้าจะรักเจ้าจริง”

น้ำเสียงทุ้มนุ่มที่เคยพร่ำบอกรัก บัดนี้กลับเยือกเย็นเสียจนเชือดเฉือนขั้วหัวใจยิ่งกว่ายาพิษในจอก

เม่ยเหนียงเงยหน้าขึ้น สบตาชายคนรักด้วยความสับสน

ทว่ากว่าจะรู้ตัว สุรารสขมเฝื่อนที่มีฤทธิ์ร้อนแรงดั่งไฟแผดเผาก็ไหลลงสู่ลำคอไปเสียแล้ว

นางเป็นถึงเจ้าของโรงเตี๊ยมหอคณิกาโคมเขียว…กลับพลาดพลั้งพ่ายแพ้ให้แก่ความรักจนตามืดบอดอย่างโง่เขลา!

และเพียงครู่เดียวใต้หล้าทั้งใบของเม่ยเหนียงก็พลันพร่ามัว พร้อมกับของเหลวอุ่นที่คาวไหลทะลักออกตามโสตประสาทและมุมปากอย่างเวทนา

ร่างของนางทรุดฮวบลงแทบเท้าชายโฉดอย่างหมดทางสู้

ทว่าในห้วงสุดท้ายของลมหายใจแห่งความตาย…นางกลับต้องทนเห็นภาพที่อัปยศที่สุด!

เมื่อลู่เอ๋อร์สตรีคณิกาที่นางเคยชุบเลี้ยงด้วยความเมตตาจนกลายเป็นดาวเด่นอันดับหนึ่ง เดินนวยนาดเข้ามาออเซาะผัวชั่วด้วยสายตาดูแคลน

“นายหญิง...รีบจากไปอย่างสงบเถิดนะเจ้าคะ นับต่อจากนี้ของทุกอย่างของท่าน ข้าจะดูแลต่อให้เองรวมทั้งสามีของท่าน”

น้ำเสียงหัวเราะเยาะคิกคักของคนโฉดที่ดังเข้าโสนประสาทนั้นคือสิ่งสุดท้ายที่แว่วเข้าหู ก่อนที่ลมหายใจของนางจะขาดสะบั้นลงพร้อมกับความแค้นที่สลักลึกซึ้งถึงวิญญาณ...หากชาติหน้ามีจริง นางขอสาบานว่าย่อมต้องกลับมาทวงทุกอย่างคืนเป็นร้อยเท่าพัน!

“เม่ยเหนียง...อย่าเพิ่งรีบปิดตา เจ้าดูเสียก่อน”

เสิ่นอวี้โน้มใบหน้าลงมาใกล้อย่างสมเพช

ก่อนกระซิบด้วยน้ำเสียงทุ้มนุ่มนวลแบบเดียวกับที่เคยพร่ำรัก แต่วันนี้มันกลับเชือดเฉือนยิ่งกว่าคมมีด รอยยิ้มที่เขาคลี่ออกมานั้นกว้างและเปิดเผยเสียจนน่ารังเกียจทั้งยังไร้ซึ่งความอาลัยอาวรณ์ต่อสตรีที่เคยร่วมเรียงเคียงหมอน

น้ำเสียงเยือกเย็นของเขากรีดลึกเข้าไปในจิตวิญญาณของเม่ยเหนียงที่กำลังสั่นสะท้าน “โรงเตี๊ยมที่เจ้าทุ่มเทสร้างมา เงินทุกอีแปะในหีบสมบัติ แม้กระทั่งชุดไหมชั้นดีที่เจ้าสวมใส่...ต่อจากนี้มันจะเป็นของลู่เอ๋อร์ทั้งหมด ส่วนเจ้านั้น…ก็เป็นได้เพียงซากศพไร้ชื่อที่ถูกหมกไว้ในห้องใต้นี้อย่างไร้ญาติ ขาดมิตรและไร้แม้ดินกลบหน้า”

ลู่เอ๋อร์...หญิงสาวที่เม่ยเหนียงเคยควักเงินก้อนโตไถ่ตัวจากพ่อเลี้ยงใจโฉดที่คิดเอาลูกเลี้ยงไปขายเป็นนางบำเรอนั้น…อีกฝ่ายก็พลางเดินนวยนาดเข้ามาใกล้ดสียจนรองเท้าปักลายดอกโบตั๋นที่ดูงดงามของนางเหยียบลงบนปลายนิ้วของเม่ยเหนียงที่กำลังพยายามไขว่คว้าหาอากาศหายใจ

นางจงใจบดขยี้มันแรงๆ จนกระดูกร้าวระบม พลางหัวเราะร่าด้วยความสะใจนัก

แต่นี่เขายังไม่ทันได้เริ่มด้วยฟซ้ำ

“นายหญิง...ไม่ต้องห่วงนะเจ้าคะ ข้าจะใช้สามีของท่านให้คุ้มค่ากับที่ข้าตรากตรำปั้นเขามากับมือ!” ลู่เอ๋อร์จีบปากจีบคอพูดอย่างจงใจ พลางอิงแอบแนบชิดเสิ่นอวี้อย่างไม่อายฟ้าดิน

และเห็นสาสตาสีดำขลับของเขา…บุรุษตรงหน้าเริ่มขุ่นมัว

“อ้อ...ลืมบอกไป ยาพิษในจอกนี้ ข้าเป็นคนเลือกเองกับมือเชียวนะ” ลู่เอ๋อร์กระซิบถ้อยคำที่เปรียบดั่งอาบยาพิษ จนเอาแต่โอ้อวดด้วยความดีใจ “แต่วางใจเถิด…ข้าจะทำให้เจ็บปวดราวกับมีเข็มนับพันเล่มทิ่มแทงหัวใจ แต่สมองจะยังแจ่มชัดไปจนวินาทีสุดท้าย... เพื่อให้สตรีตรงหน้าได้เห็นภาพและต้องจดจำความเจ็บปวดระหว่างนี้เอาไว้อย่างกลำกลืน”

น้ำเสียงของนางแผ่วลงเรื่อยๆ ก่อนที่ประโยคถัดมาจะดังดูแล้วภายในใจนั้น…อัดแน่นเจือไปด้วยความปวด

ลู่เอ๋อร์เอ่ยต่อ “นายหญิงจะได้เห็นข้ากับพี่เสิ่นอวี้นอนกอดกันกลมเกลียวบนร่วมเตียงอย่างเร่าร้อน ข้ารับรองได้ว่านายหญิงจะได้ไม่มีวันลืมเลือนแม้ตายไปแล้วแน่!”

เม่ยเหนียงไม่เหลือเรี่ยวแรงจะขยับกาย หากแต่ดวงตาของนางกลับเบิกโพลง จ้องมองลึกเข้าไปในดวงตาชั่วช้าของคนทั้งคู่ด้วยความเคียดแค้นอย่างถึงที่สุด ขณะที่เลือดสีแดงฉานทะลักออกจากมุมปาก ร่างกายของนางคล้ายกำลังแตกเป็นเสี่ยงๆ อย่างปวดร้าว

ทว่าจิตวิญญาณกลับลุกโชนด้วยเพลิงแค้น!!

นึกย้อนกลับไปถึงความโง่เขลาเมื่อห้าปีก่อน…วันที่นางควักเงินก้อนใหญ่เพื่อไถ่ตัวบัณฑิตตกยากนามว่าเสิ่นอวี้ ออกจากคุกมืด เพียงเพราะความเวทนาและสมเพชในชะตากรรมของเขา

ไฉนเลยยามนี้ ความเมตตาเหล่านั้นกลับกลายเป็นคมดาบที่ย้อนมาเชือดคอตัวเองได้...

ในเมื่อนางเป็นผู้ที่มอบชีวิตใหม่ให้แก่เขา…เช่นนั้นชีวิตนั้นก็ย่อมต้องเป็นของนาง!

และวางใจเถอะ...นางจะไม่ยอมตายเพียงลำพังแน่

ต่อให้ต้องลากพวกเจ้าลงไปชดใช้กรรมในนรกขุมที่ลึกที่สุด ข้าก็จะทำ!

เม่ยเหนียงขยิบริมฝีปากพูดอย่างยากลำบาก เค้นเสียงที่สั่นพร่าและแหบแห้งออกมาเป็นคำสาปแช่งที่กรีดลึกไปถึงขุมนรก

“ข้าขอเอาชีวิตเป็นเดิมพัน…หากสวรรค์มีตาหรือนรกมีจริง ต่อให้ต้องกลายเป็นผีร้ายที่ไร้ซึ่งความปรานี ข้าจะฉีกทึ้งเนื้อพวกเจ้าออกเป็นชิ้นๆ ความรุ่งเรืองที่ข้าสร้างขึ้นมาด้วยหยาดเหงื่อและเลือดเนื้อ ข้าจะทำให้มันกลายเป็นกองเพลิงเผาผลาญพวกเจ้าให้มอดไหม้ไปพร้อมกับความโลภ และจำไว้ให้ดี…พวกเจ้าจะไม่มีวันได้ตายดี!”

ถ้อยคำโกรธแค้นเหล่านั้นถูกพึมพำพูดผ่านริมฝีปากที่เปื้อนเลือด ก่อนที่เสียงหัวเราะเยาะเย้ยของคนชั่วจะค่อยๆ จางหายไปในโสตประสาทที่ดับวูบคล้ายถูกความมืดมิดเข้ามากลืนกินทุกสรรพสิ่ง

ทว่าความร้อนรุ่มของแรงแค้นกลับยังพุ่งพล่าน สวนทางกับร่างกายที่ค่อยๆ เย็นเยียบลงจนถึงกระดูก

เฮือก!

ร่างบางบนเตียงไม้แกะสลักเนื้อดีพลันสะดุ้งเฮือกขึ้นมาสุดตัวราวกับถูกกระชาก ท่ามกลางกลิ่นหอมของกำยานฟุ้งที่ลอยคลุ้งตลบอบอวลทั่วทั้งห้องไม่ต่างจากกลิ่นสุราในโรงเตี๊ยม

ความเจ็บปวดรวดร้าวที่ถึงทรวงอกทำให้เม่ยเหนียงต้องยกมือกุมหน้าอกแน่น ก่อนจะพบว่าฝ่ามือที่กุมอยู่นั้นขาวซีด เรียวบาง และนุ่มนิ่มราวกับไม่เคยหยิบจับงานหนักมาก่อน

“คุณหนู! คุณหนูฟื้นแล้ว! สวรรค์คุ้มครอง!” เสียงร้องไห้โฮของเด็กสาวผู้หนึ่งดังขึ้นข้างเตียง

เม่ยเหนียงพยายามรวบรวมสติ หันมองไปที่เด็กสาวตัวเล็กในชุดคนสาวใช้ที่กำลังสะอื้นฮักจนตัวโยน

“เจ้า... คือใคร แล้วข้าอยู่ที่ไหน?”

น้ำเสียงหวานสั่นพร่าแหบแห้งเอ่ยถามด้วยความงุนงง

“โถ! คุณหนูของอาชิง ท่านนอนหลับไปนานตั้งสามชั่วยามหลังจากดื่มน้ำแกงที่ฮูหยินใหญ่เคี่ยวมาให้...อาชิงนึกว่าคุณหนูจะทิ้งกันไปเสียแล้ว” อาชิงสาวใช้คนสนิทเอ่ยขึ้นอย่างสะอื้น นางกอดขาสตรีบนเตียงเอาไว้แน่นราวกับกลัวว่าอีกฝ่ายจะหลับหนีไปอีก

เม่ยเหนียงได้ยินแล้วก็ขมวดคิ้วมุ่นแทบเป็นปมเชือก ก่อนที่จะมีความทรงจำสายหนึ่งแล่นเข้าสู่สมอง...หลินซูเหยา คุณหนูรองผู้อ่อนแอแห่งจวนเสนาบดีหลิน ที่ถูกพี่สาวต่างแม่และแม่เลี้ยงวางยาพิษในน้ำแกงเพื่อหวังให้นางตายในวันลองชุดแต่งงาน เพื่อที่จะสวมรอยแต่งกับแม่ทัพเซียวแทน!

“น้ำแกงงั้นหรือ...”

เม่ยเหนียงเค่นยิ้มเย็น แววตาที่เคยอ่อนแอของหลินซูเหยาเปลี่ยนเป็นแข็งกร้าวดุจหงส์เพลิงทันที

“ดูเหมือนข้าจะหนีพ้นยาพิษจากผัวชั่วพ้น แล้วต้องมาเจอยาพิษพี่สาวและมารดาสารเลวแทนสินะ”

ปัง!

ทันใดนั้น เสียงผลักประตูเรือนดังขึ้นอย่างหยาบคาย พร้อมกับเงาร่างของสตรีผู้หนึ่งที่ปรากฏตัวในชุดผ้าไหมสีแดงเพลิงดุจหงส์สง่างาม

หลินหรงเฟยเดินกรีดกรายก้าวเข้ามาอย่างเชื่องช้า ใบหน้าโฉมงามสะคราญนั้นดูฉายแววผิดหวังออกมาอย่างปิดไม่มิดเมื่อเห็นคนบนเตียงยังหายใจอยู่ “ตายจริง...น้องหญิง เจ้ายังฟื้นขึ้นมาได้อีกหรือ!” น้ำเสียงเล็กแหลมร้องขึ้นด้วยความตกใจเจือเสแสร้ง

นางจีบปากจีบขอพูดเหน็บ “ข้านึกว่าป่านนี้เจ้าคงไปดื่มน้ำแกงยายเมิ่งแล้วเสียอีก”

เม่ยเหนียงชำเลืองมองสตรีตรงหน้าด้วยสายตาที่ทำให้หลินหรงเฟยถึงกับชะงัก นี่หาใช่สายตาหวาดกลัวเหมือนทุกครั้ง แต่เป็นสายตาของแม่เล้าตัวแม่ที่มองเห็นไส้เห็นพุงสตรีแพศยามานักต่อนัก

“พี่หญิงใหญ่” น้ำเสียงหวานแหบพร่าเอ่ยขึ้นอย่างอ่อนแรง

เม่ยเหนียงพลางพยามค่อยๆ ยันกายลุกขึ้นนั่ง จริตจะก้านในการขยับตัวดูเย้ายวนและหยิ่งทะนงอย่างน่าประหลาดแปลกจากเดิมที่เจ้าของร่างเคยเป็น

“น้ำแกงที่พี่หญิงและมารดาเคี่ยวให้รสชาติดีทีเดียว แตน่าเสียดายนัก...มันยังอ่อนไปนิด สำหรับคนที่เคยตายมาแล้วอย่างข้า”

พอได้ยินถ้อยคำนั้นหลุดออกมาจากปากของสตรีที่เคยเป็นเพียงเบี้ยล่าง ฝีเท้าของหลินหรงเฟยก็พลันหยุดชะงักกึกทันที ความมั่นใจที่เคยมีหายไปสิ้นก่อนแทนที่ด้วยความตื่นตระหนกแล่นพล่านไปทั่วร่าง ดวงตาคู่งามเบิกกว้างด้วยความตกใจอย่างปิดไม่มิด

นางไม่แน่ใจนัก ว่าความหวาดหวั่นที่เกาะกุมหัวใจในยามนี้ เกิดจากสิ่งใดกันแน่ เป็นเพราะความลับเรื่องยาพิษที่นางและมารดาร่วมกันวางแผนถูกเปิดโปงจนสิ้นซาก

หรือเป็นเพราะแววตาและท่าทีที่เปลี่ยนไปราวกับคนละคนของสตรีที่นั่งอยู่บนเตียงผู้นี้กันแน่

ความกดดันที่แผ่ซ่านออกมาจากร่างของหลินซูเหยานั้นทั้งเยือกเย็นและหนักอึ้งราวกับสตรีบนเตียงตรงหน้าหาใช่คนเดิมที่นางเคยกลั่นแกล้ง ทว่าเป็นวิญญาณร้ายที่ฟื้นคืนจากขุมนรกเพื่อมาทวงคืนทุกอย่างที่ถูกพรากไปต่างหาก!

“เจ้าพูดเรื่องอะไร!”

หลินหรงเฟยหน้าถอดสี “เสียสติไปแล้วหรือซูเหยา!”

เม่ยเหนียงยกยิ้มกว้าง ดวงตาคู่งามจ้องลึกเข้าไปในตาของพี่สาว น้ำเสียงหวานแหบพร่าเอ่ยขึ้นดังชัดถ้อยชัดคำจนชวนขนลุกซู่ “ข้าไม่ได้เสียสติ แต่ข้ากำลังจะบอกพี่หญิงต่างหากว่า...ตราบใดที่ข้ายังหายใจ ตำแหน่งฮูหยินแม่ทัพก็ยังคงเป็นของข้าส่วนคนที่ชอบแย่งสามีชาวบ้านอย่างพี่หญิง...กลับไปรอส่วนบุญที่เรือนเถอะ!”

もっと見る
次へ
ダウンロード

最新チャプター

続きを読む
コメントはありません
30 チャプター
๑ ดอกท้ออาบยาพิษและคุณหนูผู้ฟื้นจากความตาย
แสงจันทรานวลตาที่สาดส่องลงมากระทบหลังคาโรงเตี๊ยมจิ่นเม่ย เดิมทีในค่ำคืนนี้ควรจะเป็นพยานให้แก่ความสำเร็จรุ่งโรจน์บรรยากาศโดยรอบอบอวลด้วยกลิ่นกำยานหอมจางๆ สายลมเย็นพัดโชยมาพร้อมเสียงพิณแผ่วเบาที่คอยขับกล่อมแขกเหรื่อให้เคลิบเคลิ้มลุ่มหลง แต่น่าเสียดาย…ที่ความเย้ายวนทั้งหมดนั้น กลับกลายเป็นฉากหน้าของลานประหารเม่ยเหนียงผู้อยู่เบื้องหลังความยิ่งใหญ่ทอดมองความสำเร็จด้วยแววตาปลาบปลื้ม ทว่าความจริงกลับกลายเป็นฝันร้ายที่กรีดลึกถึงขั้วหัวใจ เมื่อเสิ่นอวี้สามีที่นางเพียรปั้นดินให้เป็นดาวทุ่มเททั้งเงินทองและแรงกายเชิดชูจนเขาได้ดี ยามนี้กลับเดินเข้ามาพร้อมรอยยิ้มอาบยาพิษ พร้อมในมือประคองจอกสุราดอกท้อสีหวานละมุนมาจ่อที่ริมฝีปากนาง“ดื่มเสียเม่ยเหนียง ดื่มให้แก่ความโง่เขลาของเจ้าที่หลงเชื่อว่าคนอย่างข้าจะรักเจ้าจริง”น้ำเสียงทุ้มนุ่มที่เคยพร่ำบอกรัก บัดนี้กลับเยือกเย็นเสียจนเชือดเฉือนขั้วหัวใจยิ่งกว่ายาพิษในจอกเม่ยเหนียงเงยหน้าขึ้น สบตาชายคนรักด้วยความสับสนทว่ากว่าจะรู้ตัว สุรารสขมเฝื่อนที่มีฤทธิ์ร้อนแรงดั่งไฟแผดเผาก็ไหลลงสู่ลำคอไปเสียแล้วนางเป็นถึงเจ้าของโรงเตี๊ยมหอคณิกาโคมเขียว…กลับพลาดพลั้งพ่
続きを読む
๒ น้ำแกงพิษปลดวิญญาณ
หลังจากไล่หลินหรงเฟยออกไปได้ เม่ยเหนียงก็ยังนั่งนิ่งอยู่บนเตียง นางมองสำรวจร่างใหม่ที่แสนบอบบางนี้ด้วยสายตาสังเกตทุกระเบียบนิ้ว ผิวพรรณนี้ขาวเนียนละเอียดราวหยกชั้นดี ใบหน้าที่สะสวยหมดจดดุจเทพธิดา แต่ทว่า...กลับไร้เรี่ยวแรง ราวกับเป็นร่างที่รอวันตายก็ไม่ปาน“คุณ…คุณหนู...คุณหนูเป็นอันใดไปหรือเจ้าคะ เหตุใดแววตาถึงดูเปลี่ยนไปเช่นนี้ หรือว่าคุณหนูถูกพิษในน้ำแกงทำร้ายจนเสียสติไปแล้ว!” อาชิงเหลือบมองสตรีบนเตียงอยู่นานสองนานอย่างชั่งใจ แววตาของเด็กสาวพลันวูบไหวด้วยความหวาดหวั่นปนสงสัยนางจ้องมองใบหน้าที่เคยอ่อนหวานและขลาดเขลาของผู้เป็นนายที่ยามนี้กลับดูเยือกเย็นจนน่าสะพรึงกลัว มือเล็กๆ ของนางกำชายเสื้อแน่นจนยับย่น ก่อนจะรวบรวมความกล้าเอ่ยถามออกมาด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ“เมื่อคราวก่อน…คุณหนูไม่เคยกล้าสบตาคุณหนูใหญ่เช่นนี้มาก่อนเลยนะเจ้าค่ะ” อาชิงเอ่ยถามด้วยความเคลือบแคลง ขณะที่หัวคิ้วทั้งสองของนางขมวดเข้าหากันจนเป็นปมนางหรี่สายตามองสตรีตรงหน้าอย่างสังเกตทุกระเบียบนิ้วด้วยความรู้สึกไม่น่าไว้วางใจนัก ไฉนเล่า...สตรีที่เคยอ่อนแอไร้เรี่ยว แรงและหวาดกลัวแม้กระทั่งนกบินผ่านถึงได้ดูเปลี่ยนไปราวกับเป็น
続きを読む
๓ หงส์เพลิงที่ถูกดูแคลน
ถ้อยคำด่าทอพรั่งพรูที่นางเตรียมมาสารพัดกลับติดค้างอยู่ในลำคอราวกับจะกลืนก็ไม่เข้าจะคายก็ไม่ออกใบหน้าของหลินฮูหยินหน้าบิดเบี้ยวด้วยความโทสะจนร่างสั่นระริก นางไม่รู้จะสรรหาถ้อยคำใดมาเอ่ยตอกกลับได้ทันควัน ในเมื่อลูกเลี้ยงที่เคยกดขี่ข่มเหงมาตลอดสิบแปดปี บัดนี้กลับเปลี่ยนไปเป็นคนละคนเพียงชั่วพริบตา!หลินฮูหยินสูดลมหายใจเข้าลึก คล้ายพยายามรวบรวมเศษเสี้ยวความอดทนที่หลงเหลืออยู่ก่อนเอ่ยรอดไรฟันออกมาด้วยความโกธรแค้น “หลินซูเหยา…เพียงแค่ฟื้นคืนจากความตายมาได้ไม่ทันไร ถึงกับกล้ากำเริบอวดดีกับข้าเชียวหรือ!”หลินหรงเฟยที่ยืนฟังมารดาพร่ำพูดปะทะริมฝีปากอยู่นานจนเริ่มทนไม่ไหว นางก้าวออกมาข้างหน้าหนึ่งก้าว แววตาที่เคยฉาบไปด้วยความออดอ้อนพลันแปรเปลี่ยนเป็นความเหยียดหยามอย่างถึงที่สุด “ฝีปากกล้านัก…หลินซูเหยา”นางแค่นเสียงหัวเราะในลำคอ “คิดว่าการที่ได้แต่งเข้าจวนแม่ทัพแล้วข้าจะเกรงกลัวเจ้าหรือ คนอ่อนแอไร้เช่นเจ้าต่อให้ได้สวมชุดเจ้าสาวเดินเข้าจวนแม่ทัพไปสุดท้ายก็เป็นได้แค่ศพเน่าๆ”หลินหรงเฟยจ้องเขม็งสบตาหลินซูเหยาอย่างท้าทายนางหวังจะกดขี่ให้สตรีตรงหน้าต้องก้มหน้าต่ำหลบสายตาเหมือนเช่นทุกครา ทว่าในชั่วลม
続きを読む
๔ เสือร้ายหรือจะสู้จิ้งจอกร้อยเล่ห์
ภายหลังจากเสร็จสิ้นคำนับฟ้าดินและพิธีการแสนยาวนาน เม่ยเหนียงก็ถูกแม่สื่อพามาขังไว้ในห้องหอตามธรรมเนียม ปล่อยให้สามีหมาดๆ ของนางออกไปต้อนรับแขกเหรื่อร่ำสุราอย่างสำราญใจในขณะที่นางต้องนั่งอดทนต่อความหิวโหยมาเกือบทั้งวัน!แม้ชาติก่อนนางจะเคยผ่านบุรุษมานักต่อนักหรือเคยมีสามีมาแล้ว ทว่ากลับไม่เคยได้สวมชุดมงคลสีแดงชาดเช่นนี้มาก่อน...ไม่รู้ว่าควรจะกล่าวว่าเป็นเรื่องดีหรือร้ายกันแน่ดี...ที่นางไม่ต้องแต่งกับบุรุษชั่วช้าผู้นั้น!ทว่าก็น่าเสียดายนักที่เงินทองมากมายในชาติก่อนยังไม่ทันได้ใช้ปรนเปรอความสุขให้ตนเองแม้แต่น้อย หากนางรู้จะว่าต้องมาลงเอยเช่นนี้ เช่นนั้น ในหีบผ้าของนางก็ควรจะตัดชุดมงคลมาสวมใส่ให้คุ้มค่าเสียหน่อย!เม่ยเหนียงนั่งนิ่วเหยียดหลังตั้งตรงจนหลังขดหลังแข็งอยู่ในห้องที่หอเงียบเชียบเนิ่นนานเสียจนไม่รู้ว่ายามนี้ล่วงเข้าสู่ยามใดแล้วความสง่างามที่ต้องรักษาไว้เริ่มกลายเป็นภาระหนักอึ้งพอๆ กับเครื่องประดับบนศีรษะที่กดทับลงมา นางลอบถอนหายใจภายใต้ผ้าคลุมหน้าสีแดงชาดที่ถูกปิดไว้ตั้งแต่เช้าเมื่อตอนที่ก้างเข้าออกมาพลางนึกในใจว่าธรรมเนียมพวกนี้ช่างไร้ปนะโยชน์สิ้นดีหากเป็นที่หอคณิกา ป่านนี
続きを読む
๕ กลิ่นอายความร้อนแรงที่สลัดไม่หลุด
รสจูบที่รุนแรงและดุดันราวกับต้องการประกาศอำนาจนั้นหาได้ทำให้เม่ยเหนียงสะทกสะท้าน แต่ตรงกันข้าม…นางกลับมีรู้สึกคุ้นเคยอย่างประหลาด ราวกับว่านี่คือสนามรบที่นางถนัดที่สุดในเมื่อเสือร้ายตัวนี้คิดจะขย้ำกระต่ายน้อย นางก็พร้อมจะใช้ความนุ่มนวลและเล่ห์กลกลืนกินมันลงไปทั้งตัวแทน!เม่ยเหนียงผ่อนลมหายใจเข้าช้าๆ ก่อนจะใช้นิ้วเรียวเกี่ยวรั้งสาปคอเสื้อของเซียวจ้านเฉิงไว้แน่น มืออีกข้างลูบไล้ไปตามแผ่นหลังแกร่งที่เต็มไปด้วยมัดกล้ามสัมผัสที่แฝงไปด้วยความยั่วยวนนั้นปรุงเร้าอารมณ์จนทำให้แม่ทัพหนุ่มที่ความอดทนกำลังขาดสะบั้นต้องชะงักไปชั่วครู่เขาค่อนๆ ผละริมฝีปากออกเล็กน้อยอย่างอ้อยอิ่ง ใบหน้าคมคายขึ้นสีระเรื่อแดงก่ำด้วยความอดกลั้น ดวงตาคมกริบที่เคยแข็งกร้าวเย็นชายามนี้วาวโรจน์ไปด้วยความปรารถนาที่ยากจะกักขัง“หยุดเดี๋ยวนี้!” เสียงทุ้มแหบพร่าคล้ายคำรามอยู่ในลำคอ“จะให้ข้าหยุด...ในยามที่ท่านแม่ทัพเพิ่งจะเริ่มทำศึกเช่นนี้หรือเจ้าคะ” เม่ยเหนียงเอ่ยด้วยน้ำเสียงสั่นพร่า ยามที่นางขยับกายเบียดชิดจนเขาสัมผัสได้ถึงความนุ่มที่เคยถูกดูแคลนไว้ว่านิ่มจนย้วยเซียวจ้านเฉิงถึงกับกัดฟันกรอดขบกรามเป็นสัน เขาย่อมไม่เคยนึกม
続きを読む
๖ แม่สามีและลูกสะใภ้แม่เล้า
วิธีการเป็นลูกสะใภ้ในจวนสกุลขุนนางใหญ่ที่สามีเป็นถึงแม่ทัพใหญ่ผู้กุมอำนาจเหนือทหารนับหมื่นแสนและชะตาชีวิตของผู้คนทั้งแคว้นนั้น…แท้จริงแล้วต้องทำอย่างไรกันยามที่นางยังเป็นแม่เล้าคุมหอคณิกาอยู่นั้น เม่ยเหนียงย่อมมักจะได้ยินเหล่าบุรุษผู้สูงศักดิ์พร่ำบ่นถึงภรรยาที่จวนให้ฟังบ่อยครั้งอยู่ไม่ขาดปาก ต่างก็พูดเป็นเสียงเดียวกันเพื่อระบายความอัดอั้นว่าการเป็นสะใภ้ในจวนขุนนางใหญ่นั้นช่างน่าเบื่อหน่ายและไร้ชีวิตชีวาเพียงใดในสายตาของคนเหล่านั้น ภรรยาที่ดีจะต้องลืมตาตื่นตั้งแต่ยามเหมา (05.00-07.00 น.) เพื่อลุกขึ้นรีบมาปรนนิบัติแม่สามีเป็นอันดับแรกและจัดแจงงานบ้านงานเรือนให้เสร็จสรรพทั้งที่ความจริงแล้วเวลานี้ควรเป็นช่วงเวลาที่ได้นอนข้างตระกองกอดกับสามีอยู่บนเตียงอย่างสำราญใจทว่าสตรีเหล่านั้นกลับต้องฝืนดีดตัวลุกขึ้นมาจากเตียงเพื่อรีบทำทุกอย่างตามหน้าที่ลูกสะใภ้ยอดกตัญญูให้แล้วเสร็จทั้งยังต้องเข้าครัวจัดแจงมื้อเช้าอย่างพิถีพิถันให้ถูกปากคนทั้งจวน คอยเอาอกเอาใจแม่สามีจนสายตัวแทบขาดและกว่าที่ทุกอย่างจะแล้วสิ้นได้มีเวลาหันมานึกถึงอาภรณ์ของสามีตนเอง หรือได้สบตาเขาเพียงชั่วครู่ก่อนออกจากจวนนั้นงานรับใช
続きを読む
๗ ภรรยาผู้นี้ช่างยั่วนัก
เซียวจ้านเฉิงย่อมรู้ว่าดีมารดาของตนเองนั้นมีนิสัยเด็ดขาด เข้มงวดกวดขัดยึดถือกฎธรรมเนียมเคร่งครัดมากเพียงใด ทันทีที่เขาก้าวเท้าออกจากเรือนนอน พ่อบ้านจวนที่ยืนรออยู่หน้าระเบียงเรือนก็รีบสาวก้าวเข้ามาเอ่ยรายงานด้วยน้ำเสียงตื่นตระหนกว่า…เซียวฮูหยินตื่นตั้งแต่รุ่งสางเพื่อรอรับน้ำชาจากสะใภ้ใหม่พอเซียวจ้านเฉิงได้ยินแล้วอดไม่ได้ที่จะเลิกคิ้วขึ้นด้วยความสนใจ พลางนึกสนุกในใจว่ามารดาที่ร้ายกาจราวกับแม่เสือเช่นนั้น…จะจัดการกับสตรีเจ้าเล่ห์ผู้นั้นได้อย่างไรกันหรือคุณหนูหลินผู้จืดชืดคนนั้นจะถูกมารดาของเขาเคี้ยวจนแทบไม่เหลือซากเสียแล้ว?ทว่าคำรายงานถัดมาภายหลังจากนั้นของพ่อบ้านชรากลับทำให้แม่ทัพหนุ่มต้องชะงักงัน “เรียนท่านแม่ทัพ...ยามนี้เซียวฮูหยินกับฮูหยินกำลังนั่งจิบน้ำชาสนทนากันอย่างออกรสออกชาติ ราวกับเป็นแม่ลูกที่พลัดพรากจากกันมานานแสนนานที่ห้องโถงขอรับ!”เซียวจ้านเฉิงที่ได้ยินดังนั้นก็นิ่งงันไปครู่หนึ่ง ปลายพู่กันในมือที่กำลังตวัดเขียนอักษรถึงกับชะงักค้างกลางอากาศ หยดน้ำหมึกสีนิลค่อยๆ ซึมแผ่ขยายออกเป็นวงกว้างบนกระดาษคล้ายความรู้สึกบางอย่างที่ค่อยๆ ซึมซับในอกอย่างไม่รู้ตัวตลอดชีวิตที่ผ่านมา
続きを読む
๘ กลิ่นน้ำส้มสายชูคลุ้งทั่วตลาด
ยามบ่ายคล้อยหลายวันมานี้ ร่างกายของหลินซูเหยาได้รับพักฟื้นจนเต็มที่ และนั่นก็มากเกินพอแล้ว!นางกวาดสายตามองออกไปนอกหน้าต่างด้วยแววตาที่เย็นเยียบ ภายในใจร้อนรุ่มประหนึ่งกับถูกไฟแผดเผาจนเพลิงลุกโชน ไม่รู้ว่าป่านนี้โรงเตี๊ยมจิ่นเม่ยที่ฟูมฟักมากับมือราวกับลูกในไส้นั้นจะตกอยู่ในสภาพเช่นไร…จะพินาศย่อยยับไปแล้วหรือว่าจะถูกไอ้สามีชั่วผู้นั้นผลาญเงินจนเกลี้ยงบัญชีไปหมดสิ้นแล้วกันแน่!เพียงแค่คิดถึงน้ำพักน้ำแรงที่ถูกคนทรยศแย่งชิงไปนั้น….ความโกรธแค้นที่พุ่งพล่านในอกก็แทบจะอดทนไม่ไหวปะทุออกมาอย่างยากจะอดกลั้นด้วยความแค้นและโกรธเกรี้ยวทว่าน่าเสียดายนัก...หากชาตินั้นนางตายไปแล้วจริงๆ ก็คงไม่ยอมไปผุดไปเกิดเป็นแน่ เพราะวิญญาณของนางคงจะวนเวียนอยู่ไม่ห่าง เพื่อคอยหลอกหลอนไอ้ผัวชั่วและแม่ดอกบัวขาวในโคลนตมคู่นั้นให้สติฟั่นเฟือนจนไม่เหลือชิ้นดีเสียก่อนถึงจะตายตาหลับ!แต่สวรรค์ช่างมีตา...ที่ส่งนางกลับมาในร่างนี้ เพื่อให้นางได้เห็นวันล่มจมของคนพวกนั้นด้วยตาของตนเองอีกครั้ง!โรงเตี๊ยมจิ่นเม่ยคือลมหายใจ คือความภาคภูมิใจและคือสิ่งที่นางลงแรวสร้างขึ้นมาด้วยหยาดเหงื่อ ในเมื่อได้ชีวิตใหม่ในร่างของคุณหนูผู้สูงศ
続きを読む
๙ บทลงโทษ...บนรถม้า
“ในเมื่อข้าคือคนแรกและบุรุษผู้เดียวของคุณหนูหลิว...”เซียวจ้านเฉิงเค้นพูดน้ำเสียงทุ้มต่ำสั่นพร่าใกล้ชิดใบหูหงส์ที่เต็มไปด้วยความรู้สึกปั่นป่วนพุ่งพล่านจนยากจะดับลงได้ “เช่นนั้นก็กลับไปทบทวนความทรงจำให้ชัดแจ้งเดี๋ยวกันเถิอะ ข้าอยากรู้นักว่าภรรยายังจะจำสัมผัสของบุรุษอื่นได้อีกหรือไม่ หากสามีอย่างข้าฝากรอยประทับไว้ทั่วร่างจนไม่มีที่ว่าง!”ทันทีที่สิ้นคำนั้น เซียวจ้านเฉิงจึงโน้มใบหน้าลงไปขบเม้มใบหูขาวเนียนอย่างแรงด้วยความเหลืออดปนปราถนาจนหลินซูเหยาก็พลันสะดุ้งเฮือก จนร่างกายสั่นสะท้านด้วยความรู้สึกปั่นป่วนที่มวนขึ้นมาในท้องอย่างไม่อาจควบคุม ความร้อนผ่าวแล่นพล่านไปทั่วทุกขุมขนจนนางรู้สึกขนลุกซู่ไปทั้งตัวสัมผัสที่จงใจหยอกล้อแต่แฝงไปด้วยความดิบเถื่อนนั้นพลันทำให้เม่ยเหนียงที่เคยคิดว่านางเจ้าเล่ห์ถึงกับลมหายใจติดขัด สมองที่เคยฉลาดเฉลียวขาวโพลนไปชั่วขณะและพอรู้ตัวอีกทีแผ่นหลังของนางก็ถูกดันจนชิดติดกับผนังรถม้า โดยมีร่างกำยำของแม่ทัพหนุ่มกดทับลงมาอย่างรุกราน…และก็ไม่ได้รู้ตัวสักนิดว่าถูกพากลับมาที่รถม้ารั้งแต่เมื่อใดภายในรถม้าที่คับแคบ ทว่าบรรยากาศกลับร้อนระอุยิ่งกว่าเปลวแดดด้านนอก เซียวจ้าน
続きを読む
๑๐ กลิ่นอายความตายที่คุ้นเคย
ตามธรรมเนียมนั้นหลังแต่งงานครบสามวัน บุตรสาวที่ออกเรือนย่อมต้องกลับไปเยี่ยมเยียนบ้านเดิม ทว่าหลินซูเหยากลับไม่ได้รู้สึกอาลัยอาวรณ์หรือมีความผูกพันใดๆ ต่อผู้คนในจวนสกุลหลินแม้เพียงเศษเสี้ยว ในความทรงจำของเจ้าของร่างเดิมที่ยังคงตกค้างอยู่ มีเพียงป้ายวิญญาณของมารดาเท่านั้นเป็นที่พึ่งพิงใจเพียงหนึ่งเดียวหลินซูเหยาเป็นบุตรสาวของฮูหยินรอง กล่าวให้ชัดนางคือบุตรของสตรีคณิกาที่มีบิดาผู้เป็นขุนนางใหญ่ไปติดพันยามแวะเวียนเข้าออกโรงน้ำชาจนหลงทางกลับจวน มารดาของนางในเวลานั้นแม้จะเป็นสตรีในหอคณิกาแต่กลับใสซื่อและถูกคำหวานล่อลวงจนหลงกลตกลงปลงใจไปกับนายท่านหลินผู้นั้น ทั้งที่รู้อยู่เต็มอกว่าเขาเป็นบุรุษเจ้าเล่ห์เพทุบายมีภรรยาและบุตรสาวคอยท่าอยู่ที่จวนแล้วและยามที่มารดาของหลินซูเหยายอมก้าวเข้าจวนสกุลหลินในฐานะฮูหยินรอง ด้วยความที่นายท่านหลินลุ่มหลงในตัวนางอย่างหนัก ทั้งยังอ่อนเยาว์และงดงามกว่าหลินฮูหยินเอกอยู่มากนัก ความอิจฉาจึงโหมกระพือขึ้นราวกับไฟป่านายท่านหลินที่ไม่เพียงแต่จะพาสตรีจากหอคณิกาเข้าจวน แต่ยังมอบฐานะฮูหยินรองอย่างออกหน้าออกตา!มิหนำซ้ำ ยังเชิดชูราวกับเป็นเมียแต่ง ทั้งหมดนี้ถือเป็นการห
続きを読む
無料で面白い小説を探して読んでみましょう
GoodNovel アプリで人気小説に無料で!お好きな本をダウンロードして、いつでもどこでも読みましょう!
アプリで無料で本を読む
コードをスキャンしてアプリで読む
DMCA.com Protection Status