Tous les chapitres de : Chapitre 1 - Chapitre 8

8

บทที่ 1

คุณนายลู่นิ่งเงียบไปไม่กี่วินาที สุดท้ายก็ส่งเสียงตอบกลับ“อีกสามวัน หนูค่อยจากไปก็แล้วกัน”อย่างไรก็เป็นแม่สามีกับลูกสะใภ้กันมาตั้งสิบปี สุดท้ายน้ำเสียงเลยยังสั่นเครืออยู่บ้าง“เหวินเหวิน หลายปีมานี้ลำบากหนูแล้วนะ แม่รู้ว่าเธอทำดีที่สุดแล้ว”ฉันเหม่อไปแวบหนึ่ง คำว่าทำดีที่สุดแล้วเนี่ย หลายปีมานี้มีคนพูดกับฉันตั้งมากมายทั้งพวกที่เห็นใจ พวกที่ประชดประชัน หรือแม้แต่พวกที่รอเหยียบซ้ำแต่ฉันกลับไม่นึกเสียใจเลยสักนิดก็เพราะว่าทำดีที่สุดแล้ว ตอนที่จากไปถึงได้มีแต่ความโล่งใจพอวางสายแล้วเดินออกไป ลู่อวิ๋นจวินลูกชายคนโตก็เดินดิ่งมาชนฉันเข้าเต็มๆพอเห็นว่าเป็นฉัน หน้าเขาก็ดูลนลานขึ้นมาแวบหนึ่ง ก่อนจะพาลโมโหกลบเกลื่อนว่า “หล่อนตาบอดหรือไง!”“งานวันเกิดฉัน ทำไมหล่อนถึงไม่ไปดำเนินงาน มัวมาแอบอู้อะไรอยู่ตรงนี้!”ฉันขมวดคิ้ว ปกติแล้วทั้งเขากับลู่ถิงเฟิงต่างก็ไม่ชอบให้ฉันไปร่วมงานวันเกิดแท้ๆวันนี้ทำไมถึงได้ผิดปกติขนาดนี้ฉันไม่ได้คิดอะไรมาก แล้วก็ก้าวขาเดินออกไปเลยวินาทีถัดมา บนจอโปรเจกเตอร์ขนาดใหญ่ยักษ์ตรงกลางห้องนั่งเล่น ก็ปรากฏภาพถ่ายหวาบหวิวโชว์เนื้อหนังของฉันที่ดูยั่วยวนและหยาบ
Read More

บทที่ 2

ลู่เจียจื๋อรีบปล่อยมือจากฉันทันทีราวกับโดนของร้อน ท่าทางลนลานเหมือนกับว่าฉันต่างหากที่เปิดเผยไม่ได้คนนั้นลู่อวิ๋นจวินกับลู่ถิงเฟิงพุ่งตัวเข้าไปหา สภาพราวกับลูกนกอ่อนแอไร้เรี่ยวแรงสองตัว“ฮือๆ แม่ฮะ ถ้าแม่ยังไม่กลับมาอีก พวกเราคงโดนตีจนตายแน่ๆ เลย”ซูลั่วชุนกอดพวกเขาเอาไว้แน่น เอ่ยปากตัดพ้อด้วยความใจสลาย“เจียจื๋อ คุณเคยรับปากฉันไว้แล้วนี่คะว่า คุณจะไม่มีวันยอมให้ลูกต้องกล้ำกลืนฝืนทนแม้แต่น้อย แล้วทำไมคุณถึงได้กลับคำพูดแบบนี้ล่ะ!”ต่อให้ปาเข้าไปวัยสามสิบกว่าแล้ว ซูลั่วชุนก็ยังคงดูใสซื่อบริสุทธิ์น่าทะนุถนอมอยู่ดีตอนนั้นทั้งคู่รักกันปานจะกลืนกิน คนหนึ่งเป็นถึงทายาทเศรษฐีรุ่นที่สองชื่อดังของเมืองเซี่ยงไฮ้ ส่วนอีกคนก็เป็นราชินีแห่งวงการนักแข่งรถที่ภายนอกดูอ่อนหวานแต่ภายในแกร่งกร้าวใครๆ ต่างก็เชียร์พวกเขากันทั้งนั้น แต่ซูลั่วชุนกลับเป็นฝ่ายบอกเลิกเพราะอยากทุ่มเทให้กับเรื่องงานลู่เจียจื๋อเลยหันมาแต่งงานกับฉันแทน ตอนที่คุกเข่าขอแต่งงาน ดวงตาของเขาเหมือนบรรจุทั้งทางช้างเผือกเอาไว้เลย“เหวินเหวิน คุณเป็นคนที่ทำให้ผมได้รู้ว่า ความรู้สึกของการมีครอบครัวมันเป็นยังไง”แล้วฉันก็ดันเชื่อ
Read More

บทที่ 3

ฉันไม่ได้แสดงสีหน้าหรือตอบโต้อะไรกลับไป ปล่อยให้เขาทำตามใจอยากก่อนจะก้าวขาออกจากบ้าน ลู่เจียจื๋อก็โน้มตัวลงมาจุมพิตที่ข้างแก้มของฉันเหมือนอย่างทุกทีลู่เจียจื๋อขยับเข้ามาพูดกระซิบที่ข้างหูเบาๆ “เบบี๋ เดี๋ยวตอนขากลับผมจะซื้อเกี๊ยวน้ำของโปรดมาฝากคุณนะ”ขอบตาร้อนผ่าวและรื้นน้ำตาขึ้นมาทันควัน พลันนึกย้อนไปถึงตอนที่พวกลูกๆ ยังเล็กอยู่ทุกครั้งที่ลู่เจียจื๋อแอบซื้อเกี๊ยวน้ำมาฝากฉันเงียบ พวกเขาก็มักจะส่งเสียงเจี๊ยวจ๊าววิ่งเข้ามารุมล้อมเพื่อยื้อแย่งมันไป“พ่อลำเอียง ซื้อให้แต่แม่คนเดียวเอง! ผมก็จะเอา ผมก็จะเอาด้วย!”ลู่เจียจื๋อจะคอยเอาตัวบังฉันไว้ พลางหัวเราะแล้วพูดว่า “ก็แม่แกน่ะลำเอียงรักพวกแก พ่อก็ต้องลำเอียงรักแม่แกสิ ยุติธรรมดีแล้ว!”ส่วนฉันก็ได้แต่ยิ้มละไม กินเกี๊ยวน้ำไปพลางมองดูพวกเขาหยอกล้อเล่นกันไปพลางที่แท้ พวกเราก็เคยมีช่วงเวลาแห่งความสุขเหมือนกันสินะทว่าภาพความทรงจำเหล่านั้นกลับเป็นเหมือนดั่งเมฆหมอกในอดีตที่สลายตัวไป พอโดนลมพัดกระโชกเข้าใส่เพียงทีเดียวก็กระจัดกระจายหายไปแล้วลู่อวิ๋นจวินกับลู่ถิงเฟิงหันมามองฉันแวบหนึ่ง สีหน้าดูเหมือนจะรู้สึกผิดกับคำพูดที่พูดใส่ฉันเมื่อ
Read More

บทที่ 4

แต่พอสิ้นเสียงพูด เธอที่แนบอยู่ข้างหูของฉันก็กดเสียงต่ำลงทันทีและพูดว่า "นังแพศยา ปล่อยให้แกคลั่งไป ฉันแค่อยากจะให้แกได้เห็นว่า ใครกันแน่คือคนที่พวกเขาทั้งสามคนรักมากที่สุด"พูดจบ เธอก็จับมือของฉันแล้วกดลงไปที่บาดแผลอย่างรวดเร็ว“กรี๊ด!”เธอกรีดร้องพลางล้มลงกับพื้น และในวินาทีต่อมา ผู้ชายทั้งสามต่างพุ่งเข้าไปหาเธอลู่เจียจื๋อกอดเธอไว้ในอ้อมอกทันทีส่วนลู่อวิ๋นจวินเหมือนนักรบคนหนึ่ง คอยขวางอยู่ข้างหน้าพวกเขาถึงแม้ว่าได้เตรียมใจไว้เป็นพันเป็นหมื่นครั้งแล้ว แต่เมื่อเห็นฉากนี้หัวใจก็ยังคงบีบรัดฉับพลันวินาทีถัดมา กรอบรูปอันหนึ่งก็กระแทกเข้าที่หัวของฉันอย่างกะทันหันตรงหน้ามืดสนิท เมื่อลืมตาขึ้นอีกครั้ง เลือดก็ไหลรินลงมาตามแก้มของฉันอย่างช้าๆถึงอย่างไรลู่ถิงเฟิงก็อายุยังน้อย หลังจากทำร้ายคนแล้วก็ยังคงมีความกลัวอยู่บ้าง“ห้ามหล่อนมาทำร้ายแม่ฉันอีกนะ”ฉันนิ่งเฉยไม่สะทกสะท้าน เอาแต่จ้องมองรูปถ่ายบนพื้นอย่างเหม่อลอยนั่นคือรูปที่ฉันลากพวกเขามาถ่ายด้วยกันในปีที่ห้าของการแต่งงานฉันโอบกอดลูกทั้งสองคนอย่างมีความสุข ลู่เจียจื๋อโอบกอดฉันจากทางด้านหลังตอนนั้นฉันคิดว่าเป็นจุดเริ่มต้นข
Read More

บทที่ 5

ฉันมองแม่สามีด้วยความซาบซึ้ง จากนั้นก็ขึ้นรถที่เธอจัดเตรียมไว้ให้โดยไม่มีความอาลัยอาวรณ์เลยแม้แต่น้อยเนื่องจากร่างกายเจ็บปวดจนทนไม่ไหวจริงๆ ฉันจึงไปโรงพยาบาลในทันทีแต่ต่อให้รวดเร็วถึงขนาดนี้ ผลลัพธ์ก็ยังคงสายเกินไปอยู่ดี“ยื้อชีวิตไว้ไม่ได้แล้ว ตอนนี้จำเป็นต้องขูดมดลูกอย่างเร่งด่วน”ใบหน้าของฉันเกร็งแน่น จ้องเขม็งไปที่ท้องแวบหนึ่งอย่างไม่วางตาชีวิตนี้ได้สูญสลายไปแล้ว ในตอนที่ฉันยังไม่ทันจะได้รับรู้ถึงการมีอยู่ของแกด้วยซ้ำชาตินี้ ถูกลิขิตไว้แล้วว่าฉันกับลู่เจียจื๋อจะไม่มีลูกด้วยกันหลังจากเซ็นชื่อแล้ว ฉันก็ถูกเข็นเข้าห้องผ่าตัดหลังจากการผ่าตัดสิ้นสุดลง ผ่านไปสามชั่วโมง ฉันก็ขึ้นเครื่องบินทันทีสถานที่แห่งนี้ ฉันไม่อยากจะอยู่ต่อให้มากขึ้นอีกสักวินาทีคนที่รับรู้ถึงความผิดปกติได้เป็นคนแรกคือลู่อวิ๋นจวินเขามองคุณย่าที่มาถึงอย่างกะทันหัน แทบจะจับต้นชนปลายไม่ถูกเลยทีเดียว“คุณย่า ทำไมคุณย่าถึงมาล่ะครับ?”นายหญิงผู้เฒ่าลู่ยกมือขึ้นลูบหัวของเขา จากนั้นก็พูดกับเขาและลู่ถิงเฟิงอย่างช้าๆ ว่า“ขึ้นไปเล่นข้างบนสักพักเถอะ ย่ามีเรื่องจะพูดกับแม่ของพวกเธอ”ลู่อวิ๋นจวินกับน้องชายมอ
Read More

บทที่ 6

ซูลั่วชุนมีปฏิกิริยาตอบโต้รุนแรงมาก พลางหวีดร้องเสียงแหลมสั่งห้ามว่า“ห้ามเรียกหล่อนว่าคุณย่า นับจากนี้ไป ห้ามเรียกหล่อนว่าคุณย่าต่อหน้าฉันเด็ดขาด!”ลู่ถิงเฟิงสนิทสนมกับคุณย่ามาโดยตลอด จึงตกใจจนร้องไห้ออกมาทันทีลู่อวิ๋นจวินปลอบโยนเขาไปพลาง พูดด้วยความไม่เข้าใจไปพลางว่า “ทำไมล่ะฮะ? คุณย่าดีกับพวกเรามากเลยนะ”ซูลั่วชุนไม่ตอบคำถามอีก ได้แต่เดินวนไปวนมาอยู่ในบ้าน“แล้วพ่อของแกล่ะ? ทำไมถึงหายไปแล้ว?”“ไม่รู้ฮะ…”ลู่อวิ๋นจวินส่ายหัวซูลั่วชุนกดโทรออกทันที ตอนที่เสียงโทรศัพท์ดังขึ้น เธอได้พบเขาที่ห้องพักแขกบนชั้นหนึ่ง“เจียจื๋อ เจียจื๋อ ตื่นสิ!”สิบกว่าวินาทีต่อมา ลู่เจียจื๋อก็ค่อยๆ ฟื้นขึ้นมาซูลั่วชุนดีใจจนแทบบ้า โถมตัวเข้าสู่อ้อมกอดของเขาทันที“เจียจื๋อ ในที่สุดคุณก็ฟื้นแล้ว ทำเอาฉันตกใจแทบแย่เลย”แต่ลู่เจียจื๋อกลับผลักเธอออกด้วยสีหน้าเคร่งขรึม แล้วเดินตรงไปยังห้องใต้ดินแต่หลังจากไปถึงที่หมายแล้ว จะยังมีวี่แววของเฉินอี้เหวินอยู่ที่ไหนอีกเล่าซูลั่วชุนวิ่งไล่ตามมาจากทางด้านหลัง พูดออดอ้อนว่า“ยังจะไปหาหล่อนทำไมอีก หนีไปได้ก็หนีไปสิ คนแบบนั้น จบๆ ไปเสียได้ก็ดี วันข้างหน้าคร
Read More

บทที่ 7

ลู่เจียจื๋อนวดขมับด้วยความรู้สึกปวดหัวอยู่บ้าง น้ำเสียงแฝงไปด้วยความรู้สึกล้มเหลวหมดท่าอย่างที่ไม่ค่อยปรากฏให้เห็น“พ่อไม่รู้ว่าเธอไปที่ไหนแล้ว...”สิ้นเสียงพูด ในห้วงสมองของเขาพลันมีคนคนหนึ่งแวบผ่านเข้ามาหยิบกุญแจรถได้ก็เร่งรีบออกไปข้างนอกทันทีโดยไม่มีความลังเลเลยสักนิดภายใต้การเหยียบคันเร่งมิดเพียงครั้งเดียว เขาก็มาถึงบ้านเดิม“คุณแม่! คุณแม่ออกมาเถอะครับ!”แม่ลู่ค่อยๆ เดินออกมา หลังจากจิบชาเสร็จ ก็เอ่ยขึ้นอย่างไม่รีบร้อนว่า“แกจะทำอะไร? เอะอะโวยวายส่งเสียงดังรบกวนอยู่ได้”ลู่เจียจื๋อไม่พูดอ้อมค้อม“เฉินอี้เหวิน คุณแม่ปล่อยเธอไปใช่ไหมครับ?”“เป็นฉันแล้วมันจะทำไมล่ะ?”ลู่เจียจื๋อร้อนใจขึ้นมาแล้ว รีบถามไปในทันทีว่า “เธอไปที่ไหนแล้ว?”แม่ลู่ส่ายหัว “ฉันไม่บอกแกหรอก”“เธอเป็นเมียผม คุณแม่มีสิทธิ์อะไรมาทำแบบนี้!”“ไม่ใช่ตั้งนานแล้ว ฉันจัดการเรื่องใบหย่าให้พวกแกเรียบร้อยแล้ว”ลู่เจียจื๋อสมองตื้อไปแวบหนึ่ง ทิ้งก้นนั่งลงบนโซฟาอย่างแรงวินาทีต่อมา ความโกรธแค้นอันมหาศาลก็พวยพุ่งขึ้นมาจากก้นบึ้งของหัวใจแผดเสียงคำรามใส่คุณแม่ที่เขาเคารพรักเป็นอย่างยิ่งมาโดยตลอดว่า“คุณแม่เห็
Read More

บทที่ 8

ลู่อวิ๋นจวินรับรู้ได้ถึงความผิดปกติ จึงหุบปากลงทันใดพาน้องชายเดินขึ้นชั้นบนไปซูลั่วชุนยังนึกว่าลู่เจียจื๋อเข้าข้างเธอ จึงแสดงอาการออดอ้อนอย่างกระหยิ่มใจ“คุณสามี ขอบคุณนะคะ…โอ๊ย!”ลู่เจียจื๋อจิกเส้นผมของเธอไว้ในมือเดียว สายตาที่เย็นยะเยือกน่ากลัวจ้องมองตรงมาที่เธอ“ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป หล่อนมาจากไหนก็ไสหัวกลับไปที่นั่นซะ ฟังเข้าใจไหม?”ฟันของซูลั่วชุนกระทบกันรัวๆ แววตาเต็มไปด้วยความรู้สึกเหลือเชื่อ“อะไรนะ? คุณจะไล่ฉันไปเหรอ?”“แต่ไหนแต่ไรมาหล่อนก็ไม่คู่ควรกับที่นี่อยู่แล้ว มีสิทธิ์อะไรมาอาศัยอยู่ที่นี่”ซูลั่วชุนไม่ยอมจำนน เธอแผดเสียงแหลมสูงขึ้นมาว่า “ก็อาศัยสิทธิ์ที่ฉันคลอดลูกให้คุณถึงสองคนไงล่ะ!”ลู่เจียจื๋อพยักหน้า บนใบหน้าไม่มีความเห็นอกเห็นใจเลยแม้แต่น้อย“งั้นหล่อนก็พากับพวกเขาไปสิ ดูซิว่าพวกเขาจะยอมไปด้วยไหม?”พอสิ้นเสียงพูด เด็กทั้งสองคนก็ร้องไห้โฮออกมาทันทีพลางวิ่งพรวดพราดลงมาจากชั้นบน“พ่อฮะ พวกเราไม่ยอมฮะ ไม่ยอม!”พร้อมหันหน้าไปแผดเสียงด้วยความรังเกียจใส่ซูลั่วชุนว่า “หล่อนรีบไสหัวไปเลยนะ! พวกเราไม่อยากเห็นหน้าหล่อนอีกแล้ว!”ซูลั่วชุนมุมปากกระตุก ด่าทออ
Read More
Scanner le code pour lire sur l'application
DMCA.com Protection Status