LOGINทุกครั้งที่คนในเซี่ยงไฮ้พูดถึงสาวงามแห่งยุคคนนั้น ทุกคนมักจะหัวเราะขึ้นมาพร้อมกันโดยไม่ได้นัดหมายว่า “ไม่ใช่แค่สวยนะ แต่ยังใจกว้างเป็นแม่น้ำเลยล่ะ! ขนาดลูกของชู้สามียังเลี้ยงตั้งสองคนแล้ว!” ดังนั้นเมื่อฉันเอ่ยปากขอหย่า จึงไม่มีใครเห็นเป็นเรื่องจริงจังเลยสักคน ลู่เจียจื๋อไม่แม้แต่จะกะพริบตา เขาโยนเช็คใบหนึ่งให้ฉันส่งๆ “หยุดงี่เง่าได้แล้ว ไปซื้อกระเป๋าเอาเองสักสองใบไป” ลูกชายคนโตเอาแต่เล่นเกม “อย่ามาเซ้าซี้พ่อดิ ถ้าจะไปก็รีบไป จะมาเล่นตัวทำซากอะไรวะ” ส่วนลูกชายคนรองก็โทรหาแม่แท้ๆ ทันที “ยัยแม่มดนั่นเหมือนจะไปแล้วนะ แม่เตรียมตัวให้พร้อมเลย!” กระทั่งพวกคนใช้ยังพากันส่ายหน้า แล้วบอกให้ฉันเลิกใช้วิธีแกล้งทำเป็นถอยเพื่อเรียกร้องความสนใจเสียที แต่เมื่อต้องเผชิญหน้ากับความกังขาของทุกคน ฉันกลับไม่ได้รู้สึกเสียใจและไม่ได้โกรธแค้นเลยแม้แต่น้อย เพียงแค่กดโทรออกไปยังหมายเลขที่ฉันจำได้ขึ้นใจด้วยความสงบนิ่ง “คุณนายลู่คะ สัญญาข้อตกลงสิบปีครบกำหนดแล้ว บุญคุณที่คุณเคยช่วยชีวิตน้องสาวฉันไว้ ฉันตอบแทนให้หมดสิ้นแล้วค่ะ”
View Moreลู่อวิ๋นจวินรับรู้ได้ถึงความผิดปกติ จึงหุบปากลงทันใดพาน้องชายเดินขึ้นชั้นบนไปซูลั่วชุนยังนึกว่าลู่เจียจื๋อเข้าข้างเธอ จึงแสดงอาการออดอ้อนอย่างกระหยิ่มใจ“คุณสามี ขอบคุณนะคะ…โอ๊ย!”ลู่เจียจื๋อจิกเส้นผมของเธอไว้ในมือเดียว สายตาที่เย็นยะเยือกน่ากลัวจ้องมองตรงมาที่เธอ“ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป หล่อนมาจากไหนก็ไสหัวกลับไปที่นั่นซะ ฟังเข้าใจไหม?”ฟันของซูลั่วชุนกระทบกันรัวๆ แววตาเต็มไปด้วยความรู้สึกเหลือเชื่อ“อะไรนะ? คุณจะไล่ฉันไปเหรอ?”“แต่ไหนแต่ไรมาหล่อนก็ไม่คู่ควรกับที่นี่อยู่แล้ว มีสิทธิ์อะไรมาอาศัยอยู่ที่นี่”ซูลั่วชุนไม่ยอมจำนน เธอแผดเสียงแหลมสูงขึ้นมาว่า “ก็อาศัยสิทธิ์ที่ฉันคลอดลูกให้คุณถึงสองคนไงล่ะ!”ลู่เจียจื๋อพยักหน้า บนใบหน้าไม่มีความเห็นอกเห็นใจเลยแม้แต่น้อย“งั้นหล่อนก็พากับพวกเขาไปสิ ดูซิว่าพวกเขาจะยอมไปด้วยไหม?”พอสิ้นเสียงพูด เด็กทั้งสองคนก็ร้องไห้โฮออกมาทันทีพลางวิ่งพรวดพราดลงมาจากชั้นบน“พ่อฮะ พวกเราไม่ยอมฮะ ไม่ยอม!”พร้อมหันหน้าไปแผดเสียงด้วยความรังเกียจใส่ซูลั่วชุนว่า “หล่อนรีบไสหัวไปเลยนะ! พวกเราไม่อยากเห็นหน้าหล่อนอีกแล้ว!”ซูลั่วชุนมุมปากกระตุก ด่าทออ
ลู่เจียจื๋อนวดขมับด้วยความรู้สึกปวดหัวอยู่บ้าง น้ำเสียงแฝงไปด้วยความรู้สึกล้มเหลวหมดท่าอย่างที่ไม่ค่อยปรากฏให้เห็น“พ่อไม่รู้ว่าเธอไปที่ไหนแล้ว...”สิ้นเสียงพูด ในห้วงสมองของเขาพลันมีคนคนหนึ่งแวบผ่านเข้ามาหยิบกุญแจรถได้ก็เร่งรีบออกไปข้างนอกทันทีโดยไม่มีความลังเลเลยสักนิดภายใต้การเหยียบคันเร่งมิดเพียงครั้งเดียว เขาก็มาถึงบ้านเดิม“คุณแม่! คุณแม่ออกมาเถอะครับ!”แม่ลู่ค่อยๆ เดินออกมา หลังจากจิบชาเสร็จ ก็เอ่ยขึ้นอย่างไม่รีบร้อนว่า“แกจะทำอะไร? เอะอะโวยวายส่งเสียงดังรบกวนอยู่ได้”ลู่เจียจื๋อไม่พูดอ้อมค้อม“เฉินอี้เหวิน คุณแม่ปล่อยเธอไปใช่ไหมครับ?”“เป็นฉันแล้วมันจะทำไมล่ะ?”ลู่เจียจื๋อร้อนใจขึ้นมาแล้ว รีบถามไปในทันทีว่า “เธอไปที่ไหนแล้ว?”แม่ลู่ส่ายหัว “ฉันไม่บอกแกหรอก”“เธอเป็นเมียผม คุณแม่มีสิทธิ์อะไรมาทำแบบนี้!”“ไม่ใช่ตั้งนานแล้ว ฉันจัดการเรื่องใบหย่าให้พวกแกเรียบร้อยแล้ว”ลู่เจียจื๋อสมองตื้อไปแวบหนึ่ง ทิ้งก้นนั่งลงบนโซฟาอย่างแรงวินาทีต่อมา ความโกรธแค้นอันมหาศาลก็พวยพุ่งขึ้นมาจากก้นบึ้งของหัวใจแผดเสียงคำรามใส่คุณแม่ที่เขาเคารพรักเป็นอย่างยิ่งมาโดยตลอดว่า“คุณแม่เห็
ซูลั่วชุนมีปฏิกิริยาตอบโต้รุนแรงมาก พลางหวีดร้องเสียงแหลมสั่งห้ามว่า“ห้ามเรียกหล่อนว่าคุณย่า นับจากนี้ไป ห้ามเรียกหล่อนว่าคุณย่าต่อหน้าฉันเด็ดขาด!”ลู่ถิงเฟิงสนิทสนมกับคุณย่ามาโดยตลอด จึงตกใจจนร้องไห้ออกมาทันทีลู่อวิ๋นจวินปลอบโยนเขาไปพลาง พูดด้วยความไม่เข้าใจไปพลางว่า “ทำไมล่ะฮะ? คุณย่าดีกับพวกเรามากเลยนะ”ซูลั่วชุนไม่ตอบคำถามอีก ได้แต่เดินวนไปวนมาอยู่ในบ้าน“แล้วพ่อของแกล่ะ? ทำไมถึงหายไปแล้ว?”“ไม่รู้ฮะ…”ลู่อวิ๋นจวินส่ายหัวซูลั่วชุนกดโทรออกทันที ตอนที่เสียงโทรศัพท์ดังขึ้น เธอได้พบเขาที่ห้องพักแขกบนชั้นหนึ่ง“เจียจื๋อ เจียจื๋อ ตื่นสิ!”สิบกว่าวินาทีต่อมา ลู่เจียจื๋อก็ค่อยๆ ฟื้นขึ้นมาซูลั่วชุนดีใจจนแทบบ้า โถมตัวเข้าสู่อ้อมกอดของเขาทันที“เจียจื๋อ ในที่สุดคุณก็ฟื้นแล้ว ทำเอาฉันตกใจแทบแย่เลย”แต่ลู่เจียจื๋อกลับผลักเธอออกด้วยสีหน้าเคร่งขรึม แล้วเดินตรงไปยังห้องใต้ดินแต่หลังจากไปถึงที่หมายแล้ว จะยังมีวี่แววของเฉินอี้เหวินอยู่ที่ไหนอีกเล่าซูลั่วชุนวิ่งไล่ตามมาจากทางด้านหลัง พูดออดอ้อนว่า“ยังจะไปหาหล่อนทำไมอีก หนีไปได้ก็หนีไปสิ คนแบบนั้น จบๆ ไปเสียได้ก็ดี วันข้างหน้าคร
ฉันมองแม่สามีด้วยความซาบซึ้ง จากนั้นก็ขึ้นรถที่เธอจัดเตรียมไว้ให้โดยไม่มีความอาลัยอาวรณ์เลยแม้แต่น้อยเนื่องจากร่างกายเจ็บปวดจนทนไม่ไหวจริงๆ ฉันจึงไปโรงพยาบาลในทันทีแต่ต่อให้รวดเร็วถึงขนาดนี้ ผลลัพธ์ก็ยังคงสายเกินไปอยู่ดี“ยื้อชีวิตไว้ไม่ได้แล้ว ตอนนี้จำเป็นต้องขูดมดลูกอย่างเร่งด่วน”ใบหน้าของฉันเกร็งแน่น จ้องเขม็งไปที่ท้องแวบหนึ่งอย่างไม่วางตาชีวิตนี้ได้สูญสลายไปแล้ว ในตอนที่ฉันยังไม่ทันจะได้รับรู้ถึงการมีอยู่ของแกด้วยซ้ำชาตินี้ ถูกลิขิตไว้แล้วว่าฉันกับลู่เจียจื๋อจะไม่มีลูกด้วยกันหลังจากเซ็นชื่อแล้ว ฉันก็ถูกเข็นเข้าห้องผ่าตัดหลังจากการผ่าตัดสิ้นสุดลง ผ่านไปสามชั่วโมง ฉันก็ขึ้นเครื่องบินทันทีสถานที่แห่งนี้ ฉันไม่อยากจะอยู่ต่อให้มากขึ้นอีกสักวินาทีคนที่รับรู้ถึงความผิดปกติได้เป็นคนแรกคือลู่อวิ๋นจวินเขามองคุณย่าที่มาถึงอย่างกะทันหัน แทบจะจับต้นชนปลายไม่ถูกเลยทีเดียว“คุณย่า ทำไมคุณย่าถึงมาล่ะครับ?”นายหญิงผู้เฒ่าลู่ยกมือขึ้นลูบหัวของเขา จากนั้นก็พูดกับเขาและลู่ถิงเฟิงอย่างช้าๆ ว่า“ขึ้นไปเล่นข้างบนสักพักเถอะ ย่ามีเรื่องจะพูดกับแม่ของพวกเธอ”ลู่อวิ๋นจวินกับน้องชายมอ





