Share

บทที่ 3

Penulis: อาจิ้งชอบกินผักชี
ฉันไม่ได้แสดงสีหน้าหรือตอบโต้อะไรกลับไป ปล่อยให้เขาทำตามใจอยาก

ก่อนจะก้าวขาออกจากบ้าน ลู่เจียจื๋อก็โน้มตัวลงมาจุมพิตที่ข้างแก้มของฉันเหมือนอย่างทุกที

ลู่เจียจื๋อขยับเข้ามาพูดกระซิบที่ข้างหูเบาๆ “เบบี๋ เดี๋ยวตอนขากลับผมจะซื้อเกี๊ยวน้ำของโปรดมาฝากคุณนะ”

ขอบตาร้อนผ่าวและรื้นน้ำตาขึ้นมาทันควัน พลันนึกย้อนไปถึงตอนที่พวกลูกๆ ยังเล็กอยู่

ทุกครั้งที่ลู่เจียจื๋อแอบซื้อเกี๊ยวน้ำมาฝากฉันเงียบ พวกเขาก็มักจะส่งเสียงเจี๊ยวจ๊าววิ่งเข้ามารุมล้อมเพื่อยื้อแย่งมันไป

“พ่อลำเอียง ซื้อให้แต่แม่คนเดียวเอง! ผมก็จะเอา ผมก็จะเอาด้วย!”

ลู่เจียจื๋อจะคอยเอาตัวบังฉันไว้ พลางหัวเราะแล้วพูดว่า “ก็แม่แกน่ะลำเอียงรักพวกแก พ่อก็ต้องลำเอียงรักแม่แกสิ ยุติธรรมดีแล้ว!”

ส่วนฉันก็ได้แต่ยิ้มละไม กินเกี๊ยวน้ำไปพลางมองดูพวกเขาหยอกล้อเล่นกันไปพลาง

ที่แท้ พวกเราก็เคยมีช่วงเวลาแห่งความสุขเหมือนกันสินะ

ทว่าภาพความทรงจำเหล่านั้นกลับเป็นเหมือนดั่งเมฆหมอกในอดีตที่สลายตัวไป พอโดนลมพัดกระโชกเข้าใส่เพียงทีเดียวก็กระจัดกระจายหายไปแล้ว

ลู่อวิ๋นจวินกับลู่ถิงเฟิงหันมามองฉันแวบหนึ่ง สีหน้าดูเหมือนจะรู้สึกผิดกับคำพูดที่พูดใส่ฉันเมื่อครู่

แต่ในจังหวะที่กำลังจะก้าวขาเดินเข้ามาหาฉัน ซูลั่วชุนก็เอื้อมมือมากระชากตัวพวกเขาเอาไว้จากทางด้านหลังอย่างแรง

แววตาที่ตวัดกลับมามองฉัน มันเต็มไปด้วยความอิจฉาริษยาและเกลียดชัง

หลังจากที่พวกเขาจากไป ฉันก็เริ่มเก็บสัมภาระ

จนกระทั่งสายตาเหลือบไปเห็นผ้าพันคอที่วางอยู่ตรงหัวเตียง การเคลื่อนไหวของฉันก็ชะงักกึกขึ้นมาทันที

ฉันหยิบมันขึ้นมาลูบเบาๆ สองสามที ก่อนจะยื่นส่งให้ป้าจางที่ยืนอยู่ข้างๆ

“ป้าจางคะ ถ้าป้าไม่รังเกียจ เอาผ้าพันคอนี้ไปให้ลูกสาวป้าเถอะค่ะ วัยรุ่นใส่สีชมพูแบบนี้ดูสวยดี”

หางตาของป้าจางแดงระเรื่อขึ้นมาทันควัน พลางเอ่ยปากขึ้นด้วยน้ำเสียงแผ่วเบา

“คุณผู้หญิงคะ นี่เป็นผ้าพันคอที่คุณชายถักให้คุณตั้งเป็นเดือนเลยนะคะ ปกติคุณหวงแหนมาก ฉันรับไว้ไม่ได้หรอกค่ะ”

ฉันส่ายหน้าไปมา แล้วไม่พูดอะไรอีก

เอาแต่ก้มหน้าก้มตาจัดเสื้อผ้าของตัวเอง

ในข่าว ภาพครอบครัวสี่คนของลู่เจียจื๋อขึ้นพาดหัวหน้าหนึ่ง

“ข่าวฮอต! ครอบครัวสี่คนกลับมาพร้อมหน้าพร้อมตากันอีกครั้ง ขาเตียงตระกูลลู่ส่อแววสั่นคลอน”

“เฉินอี้เหวิน สาวงามแห่งยุคถูกเขี่ยทิ้งอย่างไร้เยื่อใย ชีวิตคู่ใกล้พังเต็มที!”

พวกแอนตี้แฟนที่เคยจองล้างจองผลาญกันมาก่อนหน้านี้ก็ไม่ต่างอะไรกับฝูงปลิงกระหายเลือด พากันแห่เข้ามาคอมเมนต์ใต้โพสต์กันให้แซ่ด

“ยัยเฉินอี้เหวินน่ะเหรอ! ก็แค่ของเหลือเดนที่มีชื่อเสียงโด่งดัง ลำพังแค่เรื่องพวกนั้นที่หล่อนเคยทำไว้ในอดีต โดนเฉดหัวทิ้งก็ไม่เห็นจะแปลกนี่!”

“จริงด้วย บางทีหล่อนอาจหาคนใหม่ไว้ตั้งนานแล้วก็ได้ เลิกไปกังวลแทนคนเขาสักทีเถอะ!”

“แต่งงานมาตั้งสิบปีก็ไม่เคยคลอดลูกเลยสักคน ร่างกายคงเล่นจนพังไปตั้งนานแล้วมั้ง มิน่าล่ะถึงโดนเฉดหัวทิ้ง!”

“มิน่าล่ะถึงได้กำพร้าไม่มีทั้งพ่อทั้งแม่ สมน้ำหน้าแล้วล่ะ ขนาดเบื้องบนยังทนดูคนพรรค์นี้ไม่ได้เลย!”

......

พอต้องมานั่งมองถ้อยคำอันแสนร้ายกาจพวกนี้ ฉันก็ยังคงอดไม่ได้ที่จะตัวสั่นเทา

การที่พ่อกับแม่ประสบอุบัติเหตุทางรถยนต์จนเสียชีวิตตั้งแต่ฉันยังเด็ก มันเป็นความเจ็บปวดที่อยู่ในใจของฉันมาโดยตลอด

หลังจากที่ฉันกับน้องสาวกอดคอสู้ชีวิตไปด้วยกันจนเติบโตขึ้นมา จู่ๆ เธอก็มาล้มป่วยเป็นโรคร้ายแรง

และก็เพราะได้แม่สามียื่นมือเข้าช่วยเหลือพอดี ฉันถึงได้ตกลงแต่งให้ลู่เจียจื๋อ

แต่คิดไม่ถึงเลยว่า อดีตอันแสนเจ็บปวดรวดร้าวของฉัน จะถูกพวกเขาเอามาเป็นอาวุธแหลมคมไว้ทำร้ายฉัน

โทรศัพท์ในมือสั่นครืดขึ้นมาทีหนึ่ง แม่สามีส่งข้อความเข้ามาหาฉันกะทันหัน

“เหวินเหวิน ใบหย่าจัดการทำเรื่องอนุมัติเรียบร้อยแล้วนะ พ้นวันพรุ่งนี้ไป เจียจื๋อจะไม่มีวันตามหาหนูเจออีกต่อไป”

พอได้เห็นรูปสมุดเล่มสีแดงนั่น ฉันก็โล่งอกขึ้นมาเป็นกองในพริบตา

แต่ในวินาทีถัดมา ประตูห้องกลับถูกเท้าข้างหนึ่งถีบจนเปิดออก

ลู่เจียจื๋อสามคนพ่อลูกยืนอยู่ตรงประตู แววตากำลังเดือดพล่านไปด้วยความเคียดแค้นอย่างมหาศาล

ฉันใจกระตุกวูบในฉับพลัน และยังไม่ทันที่จะได้อ้าปากพูดอะไรออกไป

ฝ่ามือหนึ่งฟาดเปรี้ยงใส่ฉันจนล้มคว่ำลงกับพื้น พร้อมกับความเจ็บปวดรวดร้าวราวกับหนังศีรษะจะฉีกขาดแล่นริ้วเข้ามา

ลู่เจียจื๋อจิกกระชากเส้นผมของฉันเอาไว้ พลางจ้องมองมาที่ฉันด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความผิดหวังอย่างถึงที่สุด

“เฉินอี้เหวิน คุณมันใจดำอำมหิตเกินไปแล้ว นี่ผมหลงไปรักผู้หญิงหน้าเนื้อใจเสือแบบคุณได้ยังไงกัน!”

ฉันปวดศีรษะเจียนตาย ได้แต่เค้นเสียงถามกลับไปด้วยความทรมานแสนสาหัสว่า “สรุปแล้วคุณกำลังพูดเรื่องบ้าอะไรอยู่กันแน่!”

ลู่อวิ๋นจวินกำหมัดแน่นจนเกิดเสียงลั่นกร๊อบ แววตาไหวระริกด้วยหยาดน้ำตาที่คลอเบ้า

“นับจากนี้เป็นต้นไป หล่อนไม่ต้องมาเสนอหน้าเป็นแม่ฉันอีก!”

ส่วนลู่ถิงเฟิงนั้นกลับร้องไห้ออกมาทันที

“แม่ฉันเป็นคนที่รักสวยรักงามขนาดนี้ หล่อนกลับจงใจทิ้งรอยแผลเป็นใหญ่ขนาดนี้ให้เธอ!”

พอเห็นฉันแสดงสีหน้าท่าทางงุนงงจับต้นชนปลายไม่ถูก

ลู่เจียจื๋อก็ตวัดฝ่ามือฟาดซ้ำลงมาอีกฉาดใหญ่

“จนถึงตอนนี้แล้ว คุณยังจะเสแสร้งแกล้งทำเป็นไม่รู้เรื่องอีก ชุดราตรีที่เธอสวมอยู่นั้นเป็นชุดของคุณ แล้วทำไมถึงได้มีใบมีดโกนอยู่ข้างในได้ฮะ!”

พูดจบก็กระชากฉันออกไป แล้วโยนลงแทบเท้าของซูลั่วชุน

ซูลั่วชุนขอบตาแดงเล็กน้อย ที่หัวไหล่พันผ้าก๊อซไว้รอบหนึ่ง

เธอมองฉันด้วยความน้อยเนื้อต่ำใจอย่างถึงที่สุด "อี้เหวิน ทำไมเธอต้องทำกับฉันแบบนี้ด้วย! ฉันไม่เคยคิดจะแย่งชิงครอบครัวนี้กับเธอเลย เธอเข้าใจฉันผิดจริงๆ!"

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • เมื่อรักเก่าจางหาย วันใหม่จึงเริ่มต้น   บทที่ 8

    ลู่อวิ๋นจวินรับรู้ได้ถึงความผิดปกติ จึงหุบปากลงทันใดพาน้องชายเดินขึ้นชั้นบนไปซูลั่วชุนยังนึกว่าลู่เจียจื๋อเข้าข้างเธอ จึงแสดงอาการออดอ้อนอย่างกระหยิ่มใจ“คุณสามี ขอบคุณนะคะ…โอ๊ย!”ลู่เจียจื๋อจิกเส้นผมของเธอไว้ในมือเดียว สายตาที่เย็นยะเยือกน่ากลัวจ้องมองตรงมาที่เธอ“ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป หล่อนมาจากไหนก็ไสหัวกลับไปที่นั่นซะ ฟังเข้าใจไหม?”ฟันของซูลั่วชุนกระทบกันรัวๆ แววตาเต็มไปด้วยความรู้สึกเหลือเชื่อ“อะไรนะ? คุณจะไล่ฉันไปเหรอ?”“แต่ไหนแต่ไรมาหล่อนก็ไม่คู่ควรกับที่นี่อยู่แล้ว มีสิทธิ์อะไรมาอาศัยอยู่ที่นี่”ซูลั่วชุนไม่ยอมจำนน เธอแผดเสียงแหลมสูงขึ้นมาว่า “ก็อาศัยสิทธิ์ที่ฉันคลอดลูกให้คุณถึงสองคนไงล่ะ!”ลู่เจียจื๋อพยักหน้า บนใบหน้าไม่มีความเห็นอกเห็นใจเลยแม้แต่น้อย“งั้นหล่อนก็พากับพวกเขาไปสิ ดูซิว่าพวกเขาจะยอมไปด้วยไหม?”พอสิ้นเสียงพูด เด็กทั้งสองคนก็ร้องไห้โฮออกมาทันทีพลางวิ่งพรวดพราดลงมาจากชั้นบน“พ่อฮะ พวกเราไม่ยอมฮะ ไม่ยอม!”พร้อมหันหน้าไปแผดเสียงด้วยความรังเกียจใส่ซูลั่วชุนว่า “หล่อนรีบไสหัวไปเลยนะ! พวกเราไม่อยากเห็นหน้าหล่อนอีกแล้ว!”ซูลั่วชุนมุมปากกระตุก ด่าทออ

  • เมื่อรักเก่าจางหาย วันใหม่จึงเริ่มต้น   บทที่ 7

    ลู่เจียจื๋อนวดขมับด้วยความรู้สึกปวดหัวอยู่บ้าง น้ำเสียงแฝงไปด้วยความรู้สึกล้มเหลวหมดท่าอย่างที่ไม่ค่อยปรากฏให้เห็น“พ่อไม่รู้ว่าเธอไปที่ไหนแล้ว...”สิ้นเสียงพูด ในห้วงสมองของเขาพลันมีคนคนหนึ่งแวบผ่านเข้ามาหยิบกุญแจรถได้ก็เร่งรีบออกไปข้างนอกทันทีโดยไม่มีความลังเลเลยสักนิดภายใต้การเหยียบคันเร่งมิดเพียงครั้งเดียว เขาก็มาถึงบ้านเดิม“คุณแม่! คุณแม่ออกมาเถอะครับ!”แม่ลู่ค่อยๆ เดินออกมา หลังจากจิบชาเสร็จ ก็เอ่ยขึ้นอย่างไม่รีบร้อนว่า“แกจะทำอะไร? เอะอะโวยวายส่งเสียงดังรบกวนอยู่ได้”ลู่เจียจื๋อไม่พูดอ้อมค้อม“เฉินอี้เหวิน คุณแม่ปล่อยเธอไปใช่ไหมครับ?”“เป็นฉันแล้วมันจะทำไมล่ะ?”ลู่เจียจื๋อร้อนใจขึ้นมาแล้ว รีบถามไปในทันทีว่า “เธอไปที่ไหนแล้ว?”แม่ลู่ส่ายหัว “ฉันไม่บอกแกหรอก”“เธอเป็นเมียผม คุณแม่มีสิทธิ์อะไรมาทำแบบนี้!”“ไม่ใช่ตั้งนานแล้ว ฉันจัดการเรื่องใบหย่าให้พวกแกเรียบร้อยแล้ว”ลู่เจียจื๋อสมองตื้อไปแวบหนึ่ง ทิ้งก้นนั่งลงบนโซฟาอย่างแรงวินาทีต่อมา ความโกรธแค้นอันมหาศาลก็พวยพุ่งขึ้นมาจากก้นบึ้งของหัวใจแผดเสียงคำรามใส่คุณแม่ที่เขาเคารพรักเป็นอย่างยิ่งมาโดยตลอดว่า“คุณแม่เห็

  • เมื่อรักเก่าจางหาย วันใหม่จึงเริ่มต้น   บทที่ 6

    ซูลั่วชุนมีปฏิกิริยาตอบโต้รุนแรงมาก พลางหวีดร้องเสียงแหลมสั่งห้ามว่า“ห้ามเรียกหล่อนว่าคุณย่า นับจากนี้ไป ห้ามเรียกหล่อนว่าคุณย่าต่อหน้าฉันเด็ดขาด!”ลู่ถิงเฟิงสนิทสนมกับคุณย่ามาโดยตลอด จึงตกใจจนร้องไห้ออกมาทันทีลู่อวิ๋นจวินปลอบโยนเขาไปพลาง พูดด้วยความไม่เข้าใจไปพลางว่า “ทำไมล่ะฮะ? คุณย่าดีกับพวกเรามากเลยนะ”ซูลั่วชุนไม่ตอบคำถามอีก ได้แต่เดินวนไปวนมาอยู่ในบ้าน“แล้วพ่อของแกล่ะ? ทำไมถึงหายไปแล้ว?”“ไม่รู้ฮะ…”ลู่อวิ๋นจวินส่ายหัวซูลั่วชุนกดโทรออกทันที ตอนที่เสียงโทรศัพท์ดังขึ้น เธอได้พบเขาที่ห้องพักแขกบนชั้นหนึ่ง“เจียจื๋อ เจียจื๋อ ตื่นสิ!”สิบกว่าวินาทีต่อมา ลู่เจียจื๋อก็ค่อยๆ ฟื้นขึ้นมาซูลั่วชุนดีใจจนแทบบ้า โถมตัวเข้าสู่อ้อมกอดของเขาทันที“เจียจื๋อ ในที่สุดคุณก็ฟื้นแล้ว ทำเอาฉันตกใจแทบแย่เลย”แต่ลู่เจียจื๋อกลับผลักเธอออกด้วยสีหน้าเคร่งขรึม แล้วเดินตรงไปยังห้องใต้ดินแต่หลังจากไปถึงที่หมายแล้ว จะยังมีวี่แววของเฉินอี้เหวินอยู่ที่ไหนอีกเล่าซูลั่วชุนวิ่งไล่ตามมาจากทางด้านหลัง พูดออดอ้อนว่า“ยังจะไปหาหล่อนทำไมอีก หนีไปได้ก็หนีไปสิ คนแบบนั้น จบๆ ไปเสียได้ก็ดี วันข้างหน้าคร

  • เมื่อรักเก่าจางหาย วันใหม่จึงเริ่มต้น   บทที่ 5

    ฉันมองแม่สามีด้วยความซาบซึ้ง จากนั้นก็ขึ้นรถที่เธอจัดเตรียมไว้ให้โดยไม่มีความอาลัยอาวรณ์เลยแม้แต่น้อยเนื่องจากร่างกายเจ็บปวดจนทนไม่ไหวจริงๆ ฉันจึงไปโรงพยาบาลในทันทีแต่ต่อให้รวดเร็วถึงขนาดนี้ ผลลัพธ์ก็ยังคงสายเกินไปอยู่ดี“ยื้อชีวิตไว้ไม่ได้แล้ว ตอนนี้จำเป็นต้องขูดมดลูกอย่างเร่งด่วน”ใบหน้าของฉันเกร็งแน่น จ้องเขม็งไปที่ท้องแวบหนึ่งอย่างไม่วางตาชีวิตนี้ได้สูญสลายไปแล้ว ในตอนที่ฉันยังไม่ทันจะได้รับรู้ถึงการมีอยู่ของแกด้วยซ้ำชาตินี้ ถูกลิขิตไว้แล้วว่าฉันกับลู่เจียจื๋อจะไม่มีลูกด้วยกันหลังจากเซ็นชื่อแล้ว ฉันก็ถูกเข็นเข้าห้องผ่าตัดหลังจากการผ่าตัดสิ้นสุดลง ผ่านไปสามชั่วโมง ฉันก็ขึ้นเครื่องบินทันทีสถานที่แห่งนี้ ฉันไม่อยากจะอยู่ต่อให้มากขึ้นอีกสักวินาทีคนที่รับรู้ถึงความผิดปกติได้เป็นคนแรกคือลู่อวิ๋นจวินเขามองคุณย่าที่มาถึงอย่างกะทันหัน แทบจะจับต้นชนปลายไม่ถูกเลยทีเดียว“คุณย่า ทำไมคุณย่าถึงมาล่ะครับ?”นายหญิงผู้เฒ่าลู่ยกมือขึ้นลูบหัวของเขา จากนั้นก็พูดกับเขาและลู่ถิงเฟิงอย่างช้าๆ ว่า“ขึ้นไปเล่นข้างบนสักพักเถอะ ย่ามีเรื่องจะพูดกับแม่ของพวกเธอ”ลู่อวิ๋นจวินกับน้องชายมอ

  • เมื่อรักเก่าจางหาย วันใหม่จึงเริ่มต้น   บทที่ 4

    แต่พอสิ้นเสียงพูด เธอที่แนบอยู่ข้างหูของฉันก็กดเสียงต่ำลงทันทีและพูดว่า "นังแพศยา ปล่อยให้แกคลั่งไป ฉันแค่อยากจะให้แกได้เห็นว่า ใครกันแน่คือคนที่พวกเขาทั้งสามคนรักมากที่สุด"พูดจบ เธอก็จับมือของฉันแล้วกดลงไปที่บาดแผลอย่างรวดเร็ว“กรี๊ด!”เธอกรีดร้องพลางล้มลงกับพื้น และในวินาทีต่อมา ผู้ชายทั้งสามต่างพุ่งเข้าไปหาเธอลู่เจียจื๋อกอดเธอไว้ในอ้อมอกทันทีส่วนลู่อวิ๋นจวินเหมือนนักรบคนหนึ่ง คอยขวางอยู่ข้างหน้าพวกเขาถึงแม้ว่าได้เตรียมใจไว้เป็นพันเป็นหมื่นครั้งแล้ว แต่เมื่อเห็นฉากนี้หัวใจก็ยังคงบีบรัดฉับพลันวินาทีถัดมา กรอบรูปอันหนึ่งก็กระแทกเข้าที่หัวของฉันอย่างกะทันหันตรงหน้ามืดสนิท เมื่อลืมตาขึ้นอีกครั้ง เลือดก็ไหลรินลงมาตามแก้มของฉันอย่างช้าๆถึงอย่างไรลู่ถิงเฟิงก็อายุยังน้อย หลังจากทำร้ายคนแล้วก็ยังคงมีความกลัวอยู่บ้าง“ห้ามหล่อนมาทำร้ายแม่ฉันอีกนะ”ฉันนิ่งเฉยไม่สะทกสะท้าน เอาแต่จ้องมองรูปถ่ายบนพื้นอย่างเหม่อลอยนั่นคือรูปที่ฉันลากพวกเขามาถ่ายด้วยกันในปีที่ห้าของการแต่งงานฉันโอบกอดลูกทั้งสองคนอย่างมีความสุข ลู่เจียจื๋อโอบกอดฉันจากทางด้านหลังตอนนั้นฉันคิดว่าเป็นจุดเริ่มต้นข

  • เมื่อรักเก่าจางหาย วันใหม่จึงเริ่มต้น   บทที่ 3

    ฉันไม่ได้แสดงสีหน้าหรือตอบโต้อะไรกลับไป ปล่อยให้เขาทำตามใจอยากก่อนจะก้าวขาออกจากบ้าน ลู่เจียจื๋อก็โน้มตัวลงมาจุมพิตที่ข้างแก้มของฉันเหมือนอย่างทุกทีลู่เจียจื๋อขยับเข้ามาพูดกระซิบที่ข้างหูเบาๆ “เบบี๋ เดี๋ยวตอนขากลับผมจะซื้อเกี๊ยวน้ำของโปรดมาฝากคุณนะ”ขอบตาร้อนผ่าวและรื้นน้ำตาขึ้นมาทันควัน พลันนึกย้อนไปถึงตอนที่พวกลูกๆ ยังเล็กอยู่ทุกครั้งที่ลู่เจียจื๋อแอบซื้อเกี๊ยวน้ำมาฝากฉันเงียบ พวกเขาก็มักจะส่งเสียงเจี๊ยวจ๊าววิ่งเข้ามารุมล้อมเพื่อยื้อแย่งมันไป“พ่อลำเอียง ซื้อให้แต่แม่คนเดียวเอง! ผมก็จะเอา ผมก็จะเอาด้วย!”ลู่เจียจื๋อจะคอยเอาตัวบังฉันไว้ พลางหัวเราะแล้วพูดว่า “ก็แม่แกน่ะลำเอียงรักพวกแก พ่อก็ต้องลำเอียงรักแม่แกสิ ยุติธรรมดีแล้ว!”ส่วนฉันก็ได้แต่ยิ้มละไม กินเกี๊ยวน้ำไปพลางมองดูพวกเขาหยอกล้อเล่นกันไปพลางที่แท้ พวกเราก็เคยมีช่วงเวลาแห่งความสุขเหมือนกันสินะทว่าภาพความทรงจำเหล่านั้นกลับเป็นเหมือนดั่งเมฆหมอกในอดีตที่สลายตัวไป พอโดนลมพัดกระโชกเข้าใส่เพียงทีเดียวก็กระจัดกระจายหายไปแล้วลู่อวิ๋นจวินกับลู่ถิงเฟิงหันมามองฉันแวบหนึ่ง สีหน้าดูเหมือนจะรู้สึกผิดกับคำพูดที่พูดใส่ฉันเมื่อ

  • เมื่อรักเก่าจางหาย วันใหม่จึงเริ่มต้น   บทที่ 2

    ลู่เจียจื๋อรีบปล่อยมือจากฉันทันทีราวกับโดนของร้อน ท่าทางลนลานเหมือนกับว่าฉันต่างหากที่เปิดเผยไม่ได้คนนั้นลู่อวิ๋นจวินกับลู่ถิงเฟิงพุ่งตัวเข้าไปหา สภาพราวกับลูกนกอ่อนแอไร้เรี่ยวแรงสองตัว“ฮือๆ แม่ฮะ ถ้าแม่ยังไม่กลับมาอีก พวกเราคงโดนตีจนตายแน่ๆ เลย”ซูลั่วชุนกอดพวกเขาเอาไว้แน่น เอ่ยปากตัดพ้อด้วยคว

  • เมื่อรักเก่าจางหาย วันใหม่จึงเริ่มต้น   บทที่ 1

    คุณนายลู่นิ่งเงียบไปไม่กี่วินาที สุดท้ายก็ส่งเสียงตอบกลับ“อีกสามวัน หนูค่อยจากไปก็แล้วกัน”อย่างไรก็เป็นแม่สามีกับลูกสะใภ้กันมาตั้งสิบปี สุดท้ายน้ำเสียงเลยยังสั่นเครืออยู่บ้าง“เหวินเหวิน หลายปีมานี้ลำบากหนูแล้วนะ แม่รู้ว่าเธอทำดีที่สุดแล้ว”ฉันเหม่อไปแวบหนึ่ง คำว่าทำดีที่สุดแล้วเนี่ย หลายปีมาน

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status