แชร์

บทที่ 2

ผู้เขียน: อาจิ้งชอบกินผักชี
ลู่เจียจื๋อรีบปล่อยมือจากฉันทันทีราวกับโดนของร้อน ท่าทางลนลานเหมือนกับว่าฉันต่างหากที่เปิดเผยไม่ได้คนนั้น

ลู่อวิ๋นจวินกับลู่ถิงเฟิงพุ่งตัวเข้าไปหา สภาพราวกับลูกนกอ่อนแอไร้เรี่ยวแรงสองตัว

“ฮือๆ แม่ฮะ ถ้าแม่ยังไม่กลับมาอีก พวกเราคงโดนตีจนตายแน่ๆ เลย”

ซูลั่วชุนกอดพวกเขาเอาไว้แน่น เอ่ยปากตัดพ้อด้วยความใจสลาย

“เจียจื๋อ คุณเคยรับปากฉันไว้แล้วนี่คะว่า คุณจะไม่มีวันยอมให้ลูกต้องกล้ำกลืนฝืนทนแม้แต่น้อย แล้วทำไมคุณถึงได้กลับคำพูดแบบนี้ล่ะ!”

ต่อให้ปาเข้าไปวัยสามสิบกว่าแล้ว ซูลั่วชุนก็ยังคงดูใสซื่อบริสุทธิ์น่าทะนุถนอมอยู่ดี

ตอนนั้นทั้งคู่รักกันปานจะกลืนกิน คนหนึ่งเป็นถึงทายาทเศรษฐีรุ่นที่สองชื่อดังของเมืองเซี่ยงไฮ้ ส่วนอีกคนก็เป็นราชินีแห่งวงการนักแข่งรถที่ภายนอกดูอ่อนหวานแต่ภายในแกร่งกร้าว

ใครๆ ต่างก็เชียร์พวกเขากันทั้งนั้น แต่ซูลั่วชุนกลับเป็นฝ่ายบอกเลิกเพราะอยากทุ่มเทให้กับเรื่องงาน

ลู่เจียจื๋อเลยหันมาแต่งงานกับฉันแทน ตอนที่คุกเข่าขอแต่งงาน ดวงตาของเขาเหมือนบรรจุทั้งทางช้างเผือกเอาไว้เลย

“เหวินเหวิน คุณเป็นคนที่ทำให้ผมได้รู้ว่า ความรู้สึกของการมีครอบครัวมันเป็นยังไง”

แล้วฉันก็ดันเชื่อสนิทใจ

ทว่าต่อมาในตอนที่ฉันไปร่วมงานกาล่าเป็นเพื่อนเขา จู่ๆ ก็มีมือปืนยกปืนขึ้นสับไกยิงมาทางพวกเรา

ปฏิกิริยาตอบโต้ตามสัญชาตญาณของเขา กลับเป็นการพุ่งตัวเข้าไปเอาตัวบังและกดซูลั่วชุนที่อยู่ไม่ไกลลงกับพื้น

ในขณะที่ตัวฉันล้มลงจมกองเลือด ท่ามกลางสีแดงฉานของเลือดทั่วทุกแห่งหน มีเพียงเขาที่กำลังปกป้องคนในอ้อมอกอย่างไม่หวั่นเกรง

วันนั้น ฉันเสียเลือดไปมากเหลือเกิน

แต่สิ่งที่มันหลั่งไหลออกมามากกว่าเลือด ก็คือน้ำตาของฉันเอง

ลู่เจียจื๋อนิ่งเงียบไปพักใหญ่ และในตอนที่หันกลับมามองฉันนั่นเอง ฉันก็รู้ซึ้งถึงจุดจบของตัวเองทันที

“เหวินเหวิน ขอโทษซะ”

บางทีถ้าเป็นเมื่อก่อนฉันก็คงจะค้านหัวชนฝาเพื่อความถูกต้องไปแล้ว

แต่ตอนนี้ฉันแค่อยากให้เรื่องมันจบๆ ไป จากนั้นก็จะได้ไสหัวไปที

ฉันพูดกับซูลั่วชุนด้วยน้ำเสียงราบเรียบโดยไม่ลังเลเลยสักนิด “ขอโทษด้วยนะ ทั้งหมดมันเป็นความผิดของฉันเอง เพราะฉะนั้นครอบครัวนี้ ฉันคืนให้เธอก็แล้วกัน”

พอพูดจบ ภายในห้องก็ตกอยู่ในความเงียบงันราวกับป่าช้าขึ้นมาทันที

ลู่เจียจื๋อที่ปกติมักจะเก็บอารมณ์เก่ง กลับหน้าถอดสีเป็นครั้งแรก

ทว่ายังไม่ทันที่เขาจะได้อ้าปากพูด ซูลั่วชุนก็น้ำตาร่วงเผาะลงมาเสียก่อน

“เฉินอี้เหวิน นี่เธอประชดฉันเหรอ? ทั้งๆ ที่ฉันก็ยอมหลีกทางสละตำแหน่งนี้ให้เธอไปตั้งนานแล้ว เธอยังจะมาบีบน้ำตาแกล้งทำเป็นน่าสงสารเพื่ออะไรอีก! เธอตั้งใจจะแทงใจดำฉันให้ตายเลยใช่ไหม!”

พอลู่ถิงเฟิงลูกชายคนเล็กเห็นเธอร้องไห้ ก็ตรงเข้ามาผลักฉันอย่างแรงด้วยท่าทางดุดันโมโหร้าย

ฉันที่สวมรองเท้าส้นสูงตั้งหกเซนติเมตรอยู่ เลยข้อเท้าพลิกทรุดลงไปกองกับพื้นในฉับพลัน

ความเจ็บปวดแล่นริ้วจากข้อเท้าบาดลึกเข้าไปถึงขั้วหัวใจทันที

ลู่ถิงเฟิงชะงักไปแวบหนึ่ง ก่อนจะแค่นเสียงหึออกมาคำหนึ่ง “สำออยชะมัด”

ลู่อวิ๋นจวินเองก็เหลือบมองฉันแค่สองวินาที จากนั้นก็หันไปปลอบซูลั่วชุนทันที

“แม่ไม่ต้องร้องไห้นะฮะ พวกเราช่วยแก้แค้นให้แม่แล้ว”

หัวใจของฉันเจ็บแปลบเหมือนโดนเข็มทิ่มแทง พอเห็นภาพเหตุการณ์นี้ ฉันก็ยังอดไม่ได้ที่จะนึกย้อนไปถึงเรื่องเมื่อเจ็ดปีก่อน

ซูลั่วชุนมองลูกทั้งสองคนแค่แวบเดียว ก่อนจะสะบัดก้นเดินจากไปอย่างไม่ใยดีพร้อมกับชู้รักที่กำลังหลงกันหัวปักหัวปำ

เจ้าตัวเล็กสองคนร้องไห้เสียน่าเวทนา พากันวิ่งตามท้ายรถของเธอไปพร้อมกับตะโกนลั่น

“แม่ฮะ แม่ อย่าไปเลยนะ ได้โปรดอย่าทิ้งพวกเราไปเลย”

ฉันเห็นแล้วรู้สึกใจสลาย เลยวิ่งไล่หลังเธอไปแทนพวกเขา วิ่งจนรองเท้าแตะหลุดหายไป ฝ่าเท้าทั้งสองข้างถูกบดขยี้จนเลือดนอง

สุดท้ายร่างกายประคองไว้ไม่ไหวจนล้มคว่ำลงกับพื้น

เจ้าตัวเล็กทั้งสองคนโผเข้ามาซบลงบนตัวฉัน แล้วร้องไห้สะอึกสะอื้นจนแทบจะหายใจไม่ทัน

“แม่ฮะ พวกเราไม่วิ่งตามแล้ว ผมจะไม่เอายัยคนนั้นอีกแล้ว ต่อไปนี้คุณคือแม่ของพวกเรานะฮะ”

ในตอนนั้นฉันน้ำตาไหลพราก คิดไปเองว่าในที่สุดความจริงใจจะซื้อใจได้จริงๆ

แต่ทว่าสามปีให้หลัง พอซูลั่วชุนทำผลงานการแข่งขันรายการใหญ่พังพินาศไม่เป็นท่า หล่อนก็เลยซมซานกลับมา

แค่คำว่ามีเหตุจำเป็นคำเดียว ลูกทั้งสองคนก็ยอมเปิดใจรับหล่อนกลับมาอย่างง่ายดาย แล้วหันมามองฉันเป็นศัตรูคู่อาฆาตแทน

ความพยายามตลอดสิบปีของฉัน มันเทียบไม่ได้เลยกับคำแก้ตัวว่ามีเหตุจำเป็นนั่นเพียงคำเดียวจากปากของเธอ

จู่ๆ ร่างก็ลอยหวือขึ้นเหนือพื้น ลู่เจียจื๋อหยิบก้อนน้ำแข็งมาประคบตรงบริเวณข้อเท้าให้ฉัน

“เฉินอี้เหวิน คุณจะพูดจาจิกกัดประชดประชันอย่างนี้ไปเพื่ออะไร อดทนสักนิดเรื่องมันก็ผ่านไปแล้วไม่ใช่หรือไง?”

ปลายนิ้วสั่นสะท้านเบาๆ ฉันนึกไปเองว่าเขากำลังเป็นห่วงเป็นใยฉันอยู่ ทว่าในวินาทีถัดมา ความเป็นจริงกลับทำลายความคิดอันน่าขันของฉันจนสิ้น

“สภาพแบบนี้จะไปร่วมงานเลี้ยงยังไงไหว คนอื่นเห็นคุณเดินกะเผลกๆ คงได้คิดว่าผมทำร้ายตบตีคุณพอดี”

ฉันหลุบตาลงต่ำ แล้วเอ่ยปากตอบกลับไปด้วยน้ำเสียงที่แสนจะสงบนิ่งว่า

“ถ้าอย่างนั้นฉันไม่ไปแล้วค่ะ”

เพราะถึงไป ก็มีแต่จะไปเป็นตัวตลกให้ใครๆ รุมหัวเราะเยาะเปล่า ๆ

ใครๆ ที่เจอหน้าฉันมักจะพูดว่า “คุณนายลู่ช่างโชคดีจริงๆ เลยนะคะ! มีลูกชายที่หล่อเหลาขนาดนี้ตั้งสองคนแน่ะ!”

แต่พอคล้อยหลังกลับพากันถากถางเหน็บแนมว่า “หล่อนก็แค่แม่เลี้ยงจะได้ใจอะไรนักหนา อีกไม่นานก็คงโดนไล่ตะเพิดออกไปแล้ว”

ในขณะที่ซูลั่วชุนซึ่งกำลังแอบกระหยิ่มยิ้มย่องอยู่ในใจ กลับทำท่าบีบน้ำตา

“เป็นเพราะฉันหรือเปล่า? อี้เหวิน ฉันไม่เคยคิดจะมาแทนที่เธอเลยนะ เธอไม่เห็นจำเป็นต้องพูดจาเหน็บแนมประชดประชันบอกใบ้ฉันแบบนี้เลย”

พูดไปพลาง ปล่อยมือจากลูกทั้งสองคนแล้วหันหลังทำท่าจะเดินออกไปข้างนอก

ลู่อวิ๋นจวินกับลู่ถิงเฟิงตื่นตระหนกตกใจขึ้นมาทันที ความหวาดกลัวในวัยเด็กที่เคยถูกทิ้งขว้างวกกลับมาเล่นงานพวกเขาจนตัวสั่น

พวกเขารีบวิ่งไปรั้งตัวซูลั่วชุนไว้ ก่อนจะหันมาจ้องมองฉันด้วยแววตาจงเกลียดจงชัง แล้วตะโกนลั่นว่า

“ยัยแม่มดใจร้าย! หล่อนมีสิทธิ์อะไรมาไล่เธอไป เธอต่างหากที่เป็นแม่แท้ๆ ของพวกเรา!”

ลู่เจียจื๋อหันไปตวาดใส่พวกเขา “หุบปากนะ! ใครสั่งใครสอนให้พวกแกด่าทอคนอื่นแบบนี้!”

พอสิ้นเสียงตวาด เขาก็หันกลับมามองฉันอีกครั้ง

“ไหนๆ ก็เจ็บตัวแล้ว งั้นคุณก็พักผ่อนอยู่บ้านให้ดีๆ เถอะนะ”

ทว่ากระแสอารมณ์ที่ซ่อนอยู่ลึกในดวงตาของเขานั้น มันไม่ใช่ความสงสารเห็นใจที่มีต่อฉัน แต่กลับเป็นความดีใจเนื้อเต้นที่จะได้มีโอกาสได้ใกล้ชิดกับซูลั่วชุนต่างหาก

อ่านหนังสือเล่มนี้ต่อได้ฟรี
สแกนรหัสเพื่อดาวน์โหลดแอป

บทล่าสุด

  • เมื่อรักเก่าจางหาย วันใหม่จึงเริ่มต้น   บทที่ 8

    ลู่อวิ๋นจวินรับรู้ได้ถึงความผิดปกติ จึงหุบปากลงทันใดพาน้องชายเดินขึ้นชั้นบนไปซูลั่วชุนยังนึกว่าลู่เจียจื๋อเข้าข้างเธอ จึงแสดงอาการออดอ้อนอย่างกระหยิ่มใจ“คุณสามี ขอบคุณนะคะ…โอ๊ย!”ลู่เจียจื๋อจิกเส้นผมของเธอไว้ในมือเดียว สายตาที่เย็นยะเยือกน่ากลัวจ้องมองตรงมาที่เธอ“ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป หล่อนมาจากไหนก็ไสหัวกลับไปที่นั่นซะ ฟังเข้าใจไหม?”ฟันของซูลั่วชุนกระทบกันรัวๆ แววตาเต็มไปด้วยความรู้สึกเหลือเชื่อ“อะไรนะ? คุณจะไล่ฉันไปเหรอ?”“แต่ไหนแต่ไรมาหล่อนก็ไม่คู่ควรกับที่นี่อยู่แล้ว มีสิทธิ์อะไรมาอาศัยอยู่ที่นี่”ซูลั่วชุนไม่ยอมจำนน เธอแผดเสียงแหลมสูงขึ้นมาว่า “ก็อาศัยสิทธิ์ที่ฉันคลอดลูกให้คุณถึงสองคนไงล่ะ!”ลู่เจียจื๋อพยักหน้า บนใบหน้าไม่มีความเห็นอกเห็นใจเลยแม้แต่น้อย“งั้นหล่อนก็พากับพวกเขาไปสิ ดูซิว่าพวกเขาจะยอมไปด้วยไหม?”พอสิ้นเสียงพูด เด็กทั้งสองคนก็ร้องไห้โฮออกมาทันทีพลางวิ่งพรวดพราดลงมาจากชั้นบน“พ่อฮะ พวกเราไม่ยอมฮะ ไม่ยอม!”พร้อมหันหน้าไปแผดเสียงด้วยความรังเกียจใส่ซูลั่วชุนว่า “หล่อนรีบไสหัวไปเลยนะ! พวกเราไม่อยากเห็นหน้าหล่อนอีกแล้ว!”ซูลั่วชุนมุมปากกระตุก ด่าทออ

  • เมื่อรักเก่าจางหาย วันใหม่จึงเริ่มต้น   บทที่ 7

    ลู่เจียจื๋อนวดขมับด้วยความรู้สึกปวดหัวอยู่บ้าง น้ำเสียงแฝงไปด้วยความรู้สึกล้มเหลวหมดท่าอย่างที่ไม่ค่อยปรากฏให้เห็น“พ่อไม่รู้ว่าเธอไปที่ไหนแล้ว...”สิ้นเสียงพูด ในห้วงสมองของเขาพลันมีคนคนหนึ่งแวบผ่านเข้ามาหยิบกุญแจรถได้ก็เร่งรีบออกไปข้างนอกทันทีโดยไม่มีความลังเลเลยสักนิดภายใต้การเหยียบคันเร่งมิดเพียงครั้งเดียว เขาก็มาถึงบ้านเดิม“คุณแม่! คุณแม่ออกมาเถอะครับ!”แม่ลู่ค่อยๆ เดินออกมา หลังจากจิบชาเสร็จ ก็เอ่ยขึ้นอย่างไม่รีบร้อนว่า“แกจะทำอะไร? เอะอะโวยวายส่งเสียงดังรบกวนอยู่ได้”ลู่เจียจื๋อไม่พูดอ้อมค้อม“เฉินอี้เหวิน คุณแม่ปล่อยเธอไปใช่ไหมครับ?”“เป็นฉันแล้วมันจะทำไมล่ะ?”ลู่เจียจื๋อร้อนใจขึ้นมาแล้ว รีบถามไปในทันทีว่า “เธอไปที่ไหนแล้ว?”แม่ลู่ส่ายหัว “ฉันไม่บอกแกหรอก”“เธอเป็นเมียผม คุณแม่มีสิทธิ์อะไรมาทำแบบนี้!”“ไม่ใช่ตั้งนานแล้ว ฉันจัดการเรื่องใบหย่าให้พวกแกเรียบร้อยแล้ว”ลู่เจียจื๋อสมองตื้อไปแวบหนึ่ง ทิ้งก้นนั่งลงบนโซฟาอย่างแรงวินาทีต่อมา ความโกรธแค้นอันมหาศาลก็พวยพุ่งขึ้นมาจากก้นบึ้งของหัวใจแผดเสียงคำรามใส่คุณแม่ที่เขาเคารพรักเป็นอย่างยิ่งมาโดยตลอดว่า“คุณแม่เห็

  • เมื่อรักเก่าจางหาย วันใหม่จึงเริ่มต้น   บทที่ 6

    ซูลั่วชุนมีปฏิกิริยาตอบโต้รุนแรงมาก พลางหวีดร้องเสียงแหลมสั่งห้ามว่า“ห้ามเรียกหล่อนว่าคุณย่า นับจากนี้ไป ห้ามเรียกหล่อนว่าคุณย่าต่อหน้าฉันเด็ดขาด!”ลู่ถิงเฟิงสนิทสนมกับคุณย่ามาโดยตลอด จึงตกใจจนร้องไห้ออกมาทันทีลู่อวิ๋นจวินปลอบโยนเขาไปพลาง พูดด้วยความไม่เข้าใจไปพลางว่า “ทำไมล่ะฮะ? คุณย่าดีกับพวกเรามากเลยนะ”ซูลั่วชุนไม่ตอบคำถามอีก ได้แต่เดินวนไปวนมาอยู่ในบ้าน“แล้วพ่อของแกล่ะ? ทำไมถึงหายไปแล้ว?”“ไม่รู้ฮะ…”ลู่อวิ๋นจวินส่ายหัวซูลั่วชุนกดโทรออกทันที ตอนที่เสียงโทรศัพท์ดังขึ้น เธอได้พบเขาที่ห้องพักแขกบนชั้นหนึ่ง“เจียจื๋อ เจียจื๋อ ตื่นสิ!”สิบกว่าวินาทีต่อมา ลู่เจียจื๋อก็ค่อยๆ ฟื้นขึ้นมาซูลั่วชุนดีใจจนแทบบ้า โถมตัวเข้าสู่อ้อมกอดของเขาทันที“เจียจื๋อ ในที่สุดคุณก็ฟื้นแล้ว ทำเอาฉันตกใจแทบแย่เลย”แต่ลู่เจียจื๋อกลับผลักเธอออกด้วยสีหน้าเคร่งขรึม แล้วเดินตรงไปยังห้องใต้ดินแต่หลังจากไปถึงที่หมายแล้ว จะยังมีวี่แววของเฉินอี้เหวินอยู่ที่ไหนอีกเล่าซูลั่วชุนวิ่งไล่ตามมาจากทางด้านหลัง พูดออดอ้อนว่า“ยังจะไปหาหล่อนทำไมอีก หนีไปได้ก็หนีไปสิ คนแบบนั้น จบๆ ไปเสียได้ก็ดี วันข้างหน้าคร

  • เมื่อรักเก่าจางหาย วันใหม่จึงเริ่มต้น   บทที่ 5

    ฉันมองแม่สามีด้วยความซาบซึ้ง จากนั้นก็ขึ้นรถที่เธอจัดเตรียมไว้ให้โดยไม่มีความอาลัยอาวรณ์เลยแม้แต่น้อยเนื่องจากร่างกายเจ็บปวดจนทนไม่ไหวจริงๆ ฉันจึงไปโรงพยาบาลในทันทีแต่ต่อให้รวดเร็วถึงขนาดนี้ ผลลัพธ์ก็ยังคงสายเกินไปอยู่ดี“ยื้อชีวิตไว้ไม่ได้แล้ว ตอนนี้จำเป็นต้องขูดมดลูกอย่างเร่งด่วน”ใบหน้าของฉันเกร็งแน่น จ้องเขม็งไปที่ท้องแวบหนึ่งอย่างไม่วางตาชีวิตนี้ได้สูญสลายไปแล้ว ในตอนที่ฉันยังไม่ทันจะได้รับรู้ถึงการมีอยู่ของแกด้วยซ้ำชาตินี้ ถูกลิขิตไว้แล้วว่าฉันกับลู่เจียจื๋อจะไม่มีลูกด้วยกันหลังจากเซ็นชื่อแล้ว ฉันก็ถูกเข็นเข้าห้องผ่าตัดหลังจากการผ่าตัดสิ้นสุดลง ผ่านไปสามชั่วโมง ฉันก็ขึ้นเครื่องบินทันทีสถานที่แห่งนี้ ฉันไม่อยากจะอยู่ต่อให้มากขึ้นอีกสักวินาทีคนที่รับรู้ถึงความผิดปกติได้เป็นคนแรกคือลู่อวิ๋นจวินเขามองคุณย่าที่มาถึงอย่างกะทันหัน แทบจะจับต้นชนปลายไม่ถูกเลยทีเดียว“คุณย่า ทำไมคุณย่าถึงมาล่ะครับ?”นายหญิงผู้เฒ่าลู่ยกมือขึ้นลูบหัวของเขา จากนั้นก็พูดกับเขาและลู่ถิงเฟิงอย่างช้าๆ ว่า“ขึ้นไปเล่นข้างบนสักพักเถอะ ย่ามีเรื่องจะพูดกับแม่ของพวกเธอ”ลู่อวิ๋นจวินกับน้องชายมอ

  • เมื่อรักเก่าจางหาย วันใหม่จึงเริ่มต้น   บทที่ 4

    แต่พอสิ้นเสียงพูด เธอที่แนบอยู่ข้างหูของฉันก็กดเสียงต่ำลงทันทีและพูดว่า "นังแพศยา ปล่อยให้แกคลั่งไป ฉันแค่อยากจะให้แกได้เห็นว่า ใครกันแน่คือคนที่พวกเขาทั้งสามคนรักมากที่สุด"พูดจบ เธอก็จับมือของฉันแล้วกดลงไปที่บาดแผลอย่างรวดเร็ว“กรี๊ด!”เธอกรีดร้องพลางล้มลงกับพื้น และในวินาทีต่อมา ผู้ชายทั้งสามต่างพุ่งเข้าไปหาเธอลู่เจียจื๋อกอดเธอไว้ในอ้อมอกทันทีส่วนลู่อวิ๋นจวินเหมือนนักรบคนหนึ่ง คอยขวางอยู่ข้างหน้าพวกเขาถึงแม้ว่าได้เตรียมใจไว้เป็นพันเป็นหมื่นครั้งแล้ว แต่เมื่อเห็นฉากนี้หัวใจก็ยังคงบีบรัดฉับพลันวินาทีถัดมา กรอบรูปอันหนึ่งก็กระแทกเข้าที่หัวของฉันอย่างกะทันหันตรงหน้ามืดสนิท เมื่อลืมตาขึ้นอีกครั้ง เลือดก็ไหลรินลงมาตามแก้มของฉันอย่างช้าๆถึงอย่างไรลู่ถิงเฟิงก็อายุยังน้อย หลังจากทำร้ายคนแล้วก็ยังคงมีความกลัวอยู่บ้าง“ห้ามหล่อนมาทำร้ายแม่ฉันอีกนะ”ฉันนิ่งเฉยไม่สะทกสะท้าน เอาแต่จ้องมองรูปถ่ายบนพื้นอย่างเหม่อลอยนั่นคือรูปที่ฉันลากพวกเขามาถ่ายด้วยกันในปีที่ห้าของการแต่งงานฉันโอบกอดลูกทั้งสองคนอย่างมีความสุข ลู่เจียจื๋อโอบกอดฉันจากทางด้านหลังตอนนั้นฉันคิดว่าเป็นจุดเริ่มต้นข

  • เมื่อรักเก่าจางหาย วันใหม่จึงเริ่มต้น   บทที่ 3

    ฉันไม่ได้แสดงสีหน้าหรือตอบโต้อะไรกลับไป ปล่อยให้เขาทำตามใจอยากก่อนจะก้าวขาออกจากบ้าน ลู่เจียจื๋อก็โน้มตัวลงมาจุมพิตที่ข้างแก้มของฉันเหมือนอย่างทุกทีลู่เจียจื๋อขยับเข้ามาพูดกระซิบที่ข้างหูเบาๆ “เบบี๋ เดี๋ยวตอนขากลับผมจะซื้อเกี๊ยวน้ำของโปรดมาฝากคุณนะ”ขอบตาร้อนผ่าวและรื้นน้ำตาขึ้นมาทันควัน พลันนึกย้อนไปถึงตอนที่พวกลูกๆ ยังเล็กอยู่ทุกครั้งที่ลู่เจียจื๋อแอบซื้อเกี๊ยวน้ำมาฝากฉันเงียบ พวกเขาก็มักจะส่งเสียงเจี๊ยวจ๊าววิ่งเข้ามารุมล้อมเพื่อยื้อแย่งมันไป“พ่อลำเอียง ซื้อให้แต่แม่คนเดียวเอง! ผมก็จะเอา ผมก็จะเอาด้วย!”ลู่เจียจื๋อจะคอยเอาตัวบังฉันไว้ พลางหัวเราะแล้วพูดว่า “ก็แม่แกน่ะลำเอียงรักพวกแก พ่อก็ต้องลำเอียงรักแม่แกสิ ยุติธรรมดีแล้ว!”ส่วนฉันก็ได้แต่ยิ้มละไม กินเกี๊ยวน้ำไปพลางมองดูพวกเขาหยอกล้อเล่นกันไปพลางที่แท้ พวกเราก็เคยมีช่วงเวลาแห่งความสุขเหมือนกันสินะทว่าภาพความทรงจำเหล่านั้นกลับเป็นเหมือนดั่งเมฆหมอกในอดีตที่สลายตัวไป พอโดนลมพัดกระโชกเข้าใส่เพียงทีเดียวก็กระจัดกระจายหายไปแล้วลู่อวิ๋นจวินกับลู่ถิงเฟิงหันมามองฉันแวบหนึ่ง สีหน้าดูเหมือนจะรู้สึกผิดกับคำพูดที่พูดใส่ฉันเมื่อ

  • เมื่อรักเก่าจางหาย วันใหม่จึงเริ่มต้น   บทที่ 1

    คุณนายลู่นิ่งเงียบไปไม่กี่วินาที สุดท้ายก็ส่งเสียงตอบกลับ“อีกสามวัน หนูค่อยจากไปก็แล้วกัน”อย่างไรก็เป็นแม่สามีกับลูกสะใภ้กันมาตั้งสิบปี สุดท้ายน้ำเสียงเลยยังสั่นเครืออยู่บ้าง“เหวินเหวิน หลายปีมานี้ลำบากหนูแล้วนะ แม่รู้ว่าเธอทำดีที่สุดแล้ว”ฉันเหม่อไปแวบหนึ่ง คำว่าทำดีที่สุดแล้วเนี่ย หลายปีมาน

บทอื่นๆ
สำรวจและอ่านนวนิยายดีๆ ได้ฟรี
เข้าถึงนวนิยายดีๆ จำนวนมากได้ฟรีบนแอป GoodNovel ดาวน์โหลดหนังสือที่คุณชอบและอ่านได้ทุกที่ทุกเวลา
อ่านหนังสือฟรีบนแอป
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป
DMCA.com Protection Status