All Chapters of ระบบช่วยด้วย! ข้าถูกองค์ชายสุดห่วยคลั่งรักเสียแล้ว: Chapter 11 - Chapter 20

39 Chapters

บทที่สิบเอ็ด หมากบนกระดาน

ควันธูปสีเทาหม่นลอยคลุ้งไปทั่วห้องโถงของอารามชีบนยอดเขา เสียงสวดมนต์ของแม่ชีนับสิบดังก้องประสานกันจนฟังไม่ได้ศัพท์ ทว่าสำหรับคนที่ถูกบังคับให้นั่งฟังอย่าง ‘จ้าวหลินเฟย’ มันคือเสียงที่ชวนให้ปวดหัวจนแทบระเบิด!หลังจากราชโองการสมรสถูกประกาศออกมา ฮูหยินจ้าวผู้เป็นมารดาก็แทบจะคลุ้มคลั่ง นางเชื่อหมดใจว่าลูกสาวหัวแก้วหัวแหวนถูก ‘ตัวอัปมงคล’ ทำคุณไสยใส่จนเสียสติ จึงสั่งให้บ่าวไพร่จับหลินเฟยมัดยัดใส่รถม้า ส่งตัวมายังอารามชีเก่าแก่บนภูเขาซึ่งห่างไกลจากเมืองหลวง เพื่อหวังจะใช้พุทธานุภาพชำระล้างมนตร์ดำ"โอม... สิ่งชั่วร้ายจงมลายหายไป คืนสติสัมปชัญญะให้บุตรีของข้าด้วยเถิด!"ฮูหยินจ้าวคุกเข่าร่ำไห้อยู่หน้าองค์พระประธาน สองมือพนมแน่น ร้องขอให้สิ่งศักดิ์สิทธิ์ช่วยหาหนทางยกเลิกงานแต่งงานที่กำลังจะเกิดขึ้นในอีกเจ็ดวัน ทว่าทำอย่างไรก็คิดหาทางออกไม่เจอ ราชโองการของฮ่องเต้เปรียบดั่งขุนเขา ผู้ใดกล้าขัดขืนมีแต่ต้องโทษประหารเจ็ดชั่วโคตรหลินเฟยที่ถูกจับมัดข้อมือข้อเท้าให้นั่งอยู่กลางวงล้อมของแม่ชี ลอบถอนหายใจยาวพรืด‘ท่านแม่นะท่านแม่ มนตร์ดำอะไรกันเล่า ลูกสาวท่านสติดีครบถ้วนทุกประการ แถมยังกำลังจะเป็นมหาเศรษ
Read more

บทที่สิบสอง อารามชี

สามวันต่อมา ณ อารามชีบนยอดเขาที่ห่างไกลความเจริญ บรรยากาศเงียบสงัดมีเพียงเสียงเคาะมู่ยวี๋ (ปลาไม้) และเสียงสวดมนต์ที่ดังแว่วมาตามสายลมหนาว ภายในอารามหลักที่ประดิษฐานองค์พระโพธิสัตว์องค์ใหญ่ จ้าวหลินเฟยในชุดสตรีสีพื้นเรียบง่าย ไร้ซึ่งเครื่องประดับใดๆ กำลังนั่งพับเพียบอยู่บนเบาะรองนั่งเบื้องหน้าโต๊ะเตี้ยๆ บนโต๊ะมีเพียงชามข้าวต้มธัญพืช ผัดผักกาดขาวจืดชืด และเต้าหู้ต้มซีอิ๊ว นี่คือ ‘ข้าวเจ’ อาหารมื้อที่เก้าของนางนับตั้งแต่ถูกส่งตัวมาดัดนิสัยที่นี่ "จืดชืด... จืดจนวิญญาณจะหลุดออกจากร่างอยู่แล้ว" หลินเฟยบ่นอุบอิบในลำคอ พลางใช้ตะเกียบเขี่ยเต้าหู้ในชามไปมา นางเป็นมนุษย์เงินเดือนที่ชื่นชอบชาบูหม่าล่าและหมูกระทะเป็นชีวิตจิตใจ การต้องมากินอาหารรสพระทำติดกันสามวันทำให้พยาธิในท้องประท้วงอย่างหนัก แต่ถึงกระนั้น นางก็ยังตักข้าวต้มเข้าปากเพื่อประทังชีวิต เพราะรู้ดีว่าอีกเพียงสี่วัน นางก็จะได้ออกจากที่นี่ไปเข้าพิธีแต่งงาน... และเข้าใกล้เงินพันล้านบาทไปอีกก้าว! แอ๊ด... เสียงบานประตูโบสถ์ถูกผลักเปิดออกเบาๆ หลินเฟยคิดว่าเป็นแม่ชีที่มาเก็บชามข้าว จึงไม่ได้เงยหน้าขึ้นมอง ทว่าเสียงฝีเท้าที่ก้าวเ
Read more

บทที่สิบสาม ประเมินบอสผิดไปแล้ว 18+

เซียวอู๋จี้ยืนนิ่งงันอยู่กับที่ ลมหายใจของเขาหอบถี่รัวแรง หัวใจที่เคยเต้นอย่างเชื่องช้าในความมืดมิด บัดนี้กลับเต้นกระหน่ำอย่างบ้าคลั่งจนแทบจะทะลุออกมานอกอก!จิตสังหารที่เตรียมจะฉีกร่างองค์รัชทายาทมลายหายไปสิ้น แทนที่ด้วยความรู้สึกซาบซ่าน ร้อนรุ่ม และลุ่มหลงจนสติแทบจะหลุดลอยเขาไม่ได้โกรธที่นางกล้าต่อกรกับรัชทายาท แต่เขากำลัง... 'คลั่ง'‘กราบกรานแทบเท้าสามีของหม่อมฉัน...’คำว่า 'สามี' ที่เปล่งออกมาจากริมฝีปากอวบอิ่มของนาง ดังก้องสะท้อนไปมาในโสตประสาทของเขา มันหวานล้ำยิ่งกว่าน้ำผึ้งหยดใดในโลกหล้า รุนแรงยิ่งกว่ายาพิษทุกชนิดที่เขาเคยลิ้มลองนางปกป้องเขา... นางตบหน้าผู้ที่อยู่เหนือคนนับหมื่นเพียงเพื่อปกป้องเกียรติของเศษขยะอย่างเขา! นางประกาศกร้าวว่าจะผลักดันเขาขึ้นสู่จุดสูงสุด และเหยียบย่ำศัตรูของเขาให้จมดิน!เซียวอู๋จี้ยกมือที่สั่นสะท้านขึ้นปิดบังใบหน้าครึ่งล่างของตนเอง ทว่าไม่อาจปิดบังรอยยิ้มวิปลาสและดวงตาที่แดงก่ำไปด้วยความปรารถนาอันแรงกล้าได้เลย"ฮะ... ฮ่าๆๆ..." เขาหลุดเสียงหัวเราะแผ่วเบาในลำคอ เป็นเสียงหัวเราะที่ทั้งงดงามและน่าสะพรึงกลัว"เฟยเอ๋อร์... ภรรยาของข้า... ท่านช่างร้ายกาจและ
Read more

บทที่สิบสี่ งานสมรส

"อ๊ะ... ยะ... หยุดนะ!" จ้าวหลินเฟยรวบรวมเรี่ยวแรงทั้งหมดที่มี ผลักแผงอกกว้างของบุรุษที่กำลังคุกคามนางออกสุดแรง ร่างบางหอบหายใจฮัก ใบหน้างดงามแดงซ่านลามไปถึงใบหูและลำคอ ริมฝีปากที่ถูกบดขยี้จนบวมเจ่อสั่นระริก นางถลึงตาใส่เซียวอู๋จี้ที่ยังคงยืนพิงต้นไม้ด้วยท่วงท่าเกียจคร้านทว่าอันตราย "จะ... จะบ้าหรือไง! นี่มันอารามชีนะ องค์พระประธานตั้งอยู่ห่างไปไม่กี่ก้าว ท่านกล้าทำเรื่องบัดสีเช่นนี้ได้อย่างไร!" เซียวอู๋จี้หัวเราะในลำคอ นัยน์ตาสีรัตติกาลยังคงวาวโรจน์ด้วยไฟตัณหา เขาเลียริมฝีปากตัวเองอย่างเชื่องช้า "ก็พระชายาประทานรางวัลให้ข้าก่อน ข้าก็เพียงแค่รับสนอง... หรือท่านไม่อยากให้ข้าทำต่อ?" "คนผีทะเล! ใครบอกให้ท่านทำต่อกันเล่า!" หลินเฟยตวาดแหว มือเรียวรีบดึงสาบเสื้อที่หลุดลุ่ยของตนเองให้กระชับ "ถะ... ถ้าจะทำเรื่องแบบนั้น... ก็ต้องรอให้ถึงวันเข้าหอก่อนสิ! ไปตามขั้นตอนน่ะเข้าใจไหม!" พูดจบ นางก็เผลอหลุบตาต่ำลงไปมองตามสัญชาตญาณ... ท่ามกลางแสงจันทร์สลัว นางเห็นชัดเจนเต็มสองตาว่า ภายใต้เนื้อผ้าสีดำสนิทบริเวณกึ่งกลางลำตัวของเขา มี ท่อนเนื้อแข็งขืน ขนาดมหึมาที่กำลังนูนเด่นดุนดันเนื้อผ้าออกมาจนแทบจะ
Read more

บทที่สิบห้า ระบบเตือนภัย! 18+

วงแขนแกร่งที่โอบรัดรอบเอวบางกระชับแน่นขึ้นจนแผ่นหลังของจ้าวหลินเฟยแนบสนิทไปกับแผงอกกว้าง ริมฝีปากร้อนผ่าวของเซียวอู๋จี้ที่เพิ่งประทับลงบนลาดไหล่ เริ่มลากไล้พรมจูบอย่างเชื่องช้าทว่าหนักหน่วงขึ้นเรื่อยๆ ลมหายใจที่เป่ารดต้นคอทำเอาร่างบางสะท้านเฮือก สองมือหนาที่เคยถือหวีไม้อย่างทะนุถนอม บัดนี้สอดลึกเข้าไปใต้สาบเสื้อคลุมมงคลสีแดงสด ปลายนิ้วหยาบกร้านเกี่ยวรั้งปมเชือกที่ผูกรัดอย่างชำนาญ เพียงไม่กี่อึดใจ อาภรณ์ชั้นนอกที่หนักอึ้งก็ถูกปลดเปลื้อง ร่วงหล่นลงไปกองกับพื้น เหลือเพียงเอี๊ยมตัวในสีชมพูอ่อนที่ปักลายหยวนยาง (เป็ดน้ำคู่) ซึ่งไม่อาจปกปิดความอวบอิ่มที่ซ่อนอยู่ภายในได้เลย "อ๊ะ... องค์ชาย..." หลินเฟยครางประท้วงเสียงแผ่ว สองมือพยายามจับข้อมือของเขาไว้ แต่กลับไร้เรี่ยวแรงต้านทาน เซียวอู๋จี้ไม่ปล่อยให้นางได้ปฏิเสธ เขาเลื่อนใบหน้าขึ้นมาขบเม้มติ่งหูขาวสะอาดของนางเบาๆ ก่อนจะสอดปลายลิ้นเข้าไปหยอกเย้าจนหลินเฟยขนลุกซู่ไปทั้งร่าง เสียงทุ้มต่ำแหบพร่ากระซิบชิดริมหูด้วยความคลั่งไคล้ "เรียกข้าว่าอู๋จี้... เฟยเอ๋อร์ของข้า... คืนนี้ท่านคือสตรีของข้าแต่เพียงผู้เดียว" พูดจบ เขาก็หมุนตัวนางให้หันกลับ
Read more

บทที่สิบหก เริ่มวางแผน

ยามสาย ณ พระที่นั่งไท่เหอ วังหลวง หลังค่ำคืนวสันต์อันแสนดุเดือด จ้าวหลินเฟยและเซียวอู๋จี้ต้องตื่นแต่เช้าตรู่ สวมชุดเครื่องแบบเต็มยศเพื่อเข้าวังมาทำพิธียกน้ำชาและร่วมงานเลี้ยงต้อนรับพระชายาองค์ใหม่ตามธรรมเนียมราชสำนัก ทว่า... คำว่า 'งานเลี้ยง' ดูจะเป็นคำที่หรูหราเกินไปสำหรับสิ่งที่พวกเขาต้องเผชิญ ทันทีที่ก้าวเข้ามาในโถงพระที่นั่ง บรรยากาศก็เต็มไปด้วยความเย็นชาและสายตาเหยียดหยาม ไม่มีผู้ใดออกมารับหน้า ไม่มีขันทีขานชื่อ ฮ่องเต้และฮองเฮาประทับอยู่บนบัลลังก์ทองคำ พูดคุยสรวลสันต์กับเหล่าองค์ชายและพระสนมองค์อื่นๆ อย่างออกรส ราวกับมองไม่เห็นการมีอยู่ของรุ่ยอ๋องและพระชายา ที่นั่งที่ถูกจัดเตรียมไว้ให้พวกเขานั้น ช่างน่าอดสูยิ่งนัก! มันคือโต๊ะไม้ตัวเล็กๆ ที่ตั้งอยู่รั้งท้ายสุดของงาน ติดกับประตูทางออกที่เปิดรับลมหนาวพัดโกรกเข้ามาตลอดเวลา ห่างไกลจากศูนย์กลางอำนาจจนแทบจะมองไม่เห็นพระพักตร์ฮ่องเต้ อาหารบนโต๊ะก็มีเพียงกับข้าวพื้นๆ ที่เย็นชืด ไร้ซึ่งสุรารสเลิศหรืออาหารมงคลชั้นดีเหมือนโต๊ะขององค์รัชทายาทหรือองค์ชายสี่ ไม่มีผู้ใดหันมาทักทาย ไม่มีใครไถ่ถามถึงชีวิตหลังแต่งงาน พวกเขาถูกปฏิบัติราวกับเ
Read more

บทที่สิบเจ็ด หาจุดยืน

ทันทีที่รถม้าแล่นกลับมาจอดเทียบหน้าจวนรุ่ยอ๋อง จ้าวหลินเฟยก็ไม่รอช้า นางรีบดึงแขนเซียวอู๋จี้ให้ก้าวเท้ายาวๆ ตรงดิ่งเข้าไปในห้องนอน ปิดบานประตูไม้และลงกลอนอย่างแน่นหนา ทิ้งให้เสี่ยวเถาและพ่อบ้านยืนงงอยู่ด้านนอกหลินเฟยลากสวามีตัวโตให้มานั่งลงบนตั่งไม้ ก่อนที่นางจะยืนเท้าสะเอวอยู่เบื้องหน้า ดวงตาหงส์ทอประกายวาววับด้วยความมุ่งมั่น"อู๋จี้ ฟังข้าให้ดีนะ ข้าตัดสินใจแล้ว ข้าจะเจียดสินสอดของข้าออกมาเพื่อนำไปกว้านซื้อเสบียง ข้าวสาร ยารักษาโรค และเสื้อผ้ากันหนาวจากตลาดค้าส่งที่หัวเมืองรอบนอกให้เกลี้ยง!"เซียวอู๋จี้ชะงัก รอยยิ้มบนใบหน้าค่อยๆ จางหายไปแทนที่ด้วยความตื่นตะลึง "สินสอดของท่าน? แปดร้อยกว่าหาบนั่นคือสมบัติส่วนตัวที่ตระกูลจ้าวมอบให้ท่านไว้เป็นหลักประกันชีวิตเชียวนะ ท่านจะเอามาละลายกับเรื่องนี้หรือ?""หลักประกันชีวิตอะไรกัน หากสามีข้าไม่ได้เป็นใหญ่ สมบัติพวกนี้สักวันก็ต้องถูกรัชทายาทรังแกริบไปอยู่ดี!"หลินเฟยเชิดหน้าขึ้น เอ่ยแผนการที่คิดไว้อย่างเป็นฉากๆ "ท่านฟังนะ! ขบวนเสบียงหลวงของรัชทายาทมีขนาดใหญ่เทอะทะ แถมยังต้องทำตามพิธีการมากมาย กว่าจะเคลื่อนทัพได้ก็ตั้งห้าวัน ข้าคำนวณดูแล้ว (ถามร
Read more

บทที่สิบแปด หิมะถล่ม

ค่ำคืนนั้น หลังจากพันธสัญญาเหนือทะเลเลือดถูกประทับตราด้วยจูบอันแสนเร่าร้อน เซียวอู๋จี้ก็พิสูจน์ให้จ้าวหลินเฟยเห็นว่า... เขาไม่มีวันยอมให้สตรีที่เขารักต้องควักกระเป๋าตัวเองเพื่อเขาแม้แต่แดงเดียว!แทนที่จะใช้สินสอดของนาง เขาเลือกที่จะเรียกองค์รักษ์เตรียมรถม้ากลางดึกและเดินทางไปยังหุบเขาเร้นลับนอกเมืองหลวง ซึ่งเป็นที่ตั้งของฐานที่มั่นใหญ่แห่ง 'หอเงาโลหิต’เมื่อไปถึง จ้าวหลินเฟยก็ถึงกับเบิกตากว้างจนแทบถลนออกจากเบ้า!เบื้องหน้าของนางไม่ใช่ค่ายโจรซอมซ่อ แต่เป็นป้อมปราการหินขนาดมหึมาที่ซ่อนตัวอยู่ในหุบเขา ภายในมีกองกำลังเงาสังหารนับพันนายที่ผ่านการฝึกฝนมาอย่างเหี้ยมโหด ยืนเรียงรายทำความเคารพเซียวอู๋จี้อย่างพร้อมเพรียงณ ที่แห่งนั้น เซียวอู๋จี้ได้โชว์ป้ายหยกหมาป่าหิมะ และเปิดเผยความจริงทั้งหมดให้นางฟัง เรื่องที่มารดาของเขาคือองค์หญิงแดนเหนือ และเขาคือทายาทสายตรงเพียงคนเดียวของท่านข่าน กองกำลังและขุมทรัพย์มหาศาลเหล่านี้ คือสิ่งที่ตาของเขาส่งมาปูทางให้หลานชาย!‘โอ้โห... นี่ฉันไม่ได้แต่งงานกับอ๋องตกอับ แต่ฉันแต่งงานกับประธานบริษัทข้ามชาติที่มีกองทัพส่วนตัวชัดๆ!’ หลินเฟยกลืนน้ำลายเอื๊อก สินสอดแปด
Read more

บทที่สิบเก้า เป็นห่วง

สิบวันเก้าคืน... คือระยะเวลาอันยาวนานและทรมานราวกับตกอยู่ในขุมนรกน้ำแข็งจ้าวหลินเฟยและองครักษ์เงาทั้งสี่ ควบม้าฝ่าพายุเหมันต์ที่โหมกระหน่ำอย่างไม่คิดชีวิต นางแทบไม่ได้หยุดพัก ไม่ได้หลับตาลงอย่างเต็มตื่น อาศัยเพียงการเคี้ยวเสบียงแห้งและจิบน้ำที่เย็นเฉียบประทังความหิวโหย ความเหน็บหนาวกัดกินทะลุเสื้อคลุมขนสัตว์จนถึงกระดูก ทว่าความร้อนรนในใจกลับแผดเผาจนนางไม่ยอมหยุดพักม้าแม้แต่ครึ่งชั่วยามและในที่สุด เบื้องหน้าของพวกเขาก็ปรากฏแสงคบเพลิงสลัวๆ จาก 'โรงเตี๊ยมตีนเขา' ซึ่งเป็นจุดพักม้าก่อนข้ามช่องเขาหลงซานที่ถูกหิมะถล่มทับ!"อู๋จี้!"ทันทีที่ม้าหยุดฝีเท้า หลินเฟยก็ทิ้งตัวลงจากหลังม้าอย่างเร่งรีบ ร่างกายที่เหนื่อยล้าถึงขีดสุดทำให้ขาทั้งสองข้างอ่อนระทวยจนทรุดฮวบลงกับพื้นหิมะ ทว่านางไม่สนใจ สองขาพยายามตะเกียกตะกายลุกขึ้นและวิ่งกระหืดกระหอบเข้าไปในโรงเตี๊ยมทันที"อู๋จี้! เซียวอู๋จี้! ท่านอยู่ที่นี่หรือไม่!"เสียงหวานที่บัดนี้แหบแห้งตะโกนลั่น ฝ่ามือทั้งสองข้างของนางที่พ้นออกมาจากชายเสื้อ... บัดนี้ไม่มีเค้าความขาวเนียนนุ่มนิ่มของบุตรีเสนาบดีอีกต่อไป มันเต็มไปด้วยรอยแตกปริจนเลือดสีสดไหลซึมออกมาจับต
Read more

บทที่ยี่สิบ หมู่บ้านผิงอัน

หลังจากน้ำตาแห่งความหวาดหวั่นและคำสารภาพรักท่ามกลางพายุหิมะผ่านพ้นไป เซียวอู๋จี้ก็ปฏิเสธเสียงแข็ง ไม่ยอมให้จ้าวหลินเฟยเดินกลับไปที่จุดพักม้าด้วยตนเองแม้แต่ก้าวเดียว!"หิมะกัดเท้าท่านจนแดงไปหมดแล้ว ยังจะอวดเก่งเดินเองอีกหรือ อยู่นิ่งๆ ให้สามีอุ้มท่านเถิด"เขาบ่นพึมพำด้วยความปวดใจ ก่อนจะตวัดวงแขนช้อนร่างที่เหนื่อยล้าของนางขึ้นแนบอก ใช้เสื้อคลุมขนสัตว์ตัวหนาของตนเองห่อหุ้มร่างบางจนมิดชิดมิดคอ ราวกับกลัวว่าสายลมหนาวจะพัดพานางปลิวหายไป พยัคฆ์หนุ่มก้าวยาวๆ อย่างมั่นคง ฝ่าดงสนกลับมายังโรงเตี๊ยมตีนเขา ท่ามกลางสายตาตกตะลึงของเหล่าองครักษ์เงาที่เพิ่งเคยเห็น 'นายท่าน' ทะนุถนอมผู้ใดถึงเพียงนี้เมื่อกลับมาถึงห้องพักที่อุ่นที่สุด หลินเฟยที่ตรากตรำไม่ได้นอนมาสิบวันเก้าคืน ก็หลับสนิทไปในอ้อมกอดของเขาทันทีที่หัวถึงหมอน นางหลับลึกยาวนานถึงสามชั่วยาม (ประมาณ 6 ชั่วโมง) โดยมีเซียวอู๋จี้นั่งเฝ้าอยู่ข้างเตียงไม่ห่าง เขาใช้ยาสมานแผลชั้นเลิศทาลงบนฝ่ามือที่ปริแตกของนางอย่างเบามือที่สุด นัยน์ตาสีรัตติกาลทอประกายลุ่มลึกและหวงแหนอย่างหาที่สุดไม่ได้สามชั่วยามผ่านไป ท้องฟ้าเริ่มสาง หิมะที่เคยถล่มปิดทางเริ่มถูกเคล
Read more
PREV
1234
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status