All Chapters of ระบบช่วยด้วย! ข้าถูกองค์ชายสุดห่วยคลั่งรักเสียแล้ว: Chapter 21 - Chapter 30

39 Chapters

บทที่ยี่สิบเอ็ด จรรยาบรรณของรุ่ยอ๋อง 18+

"ยะ... อย่าเข้ามานะ!"จ้าวหลินเฟยเบิกตากว้าง ถอยกรูดไปจนแผ่นหลังชิดขอบสระหินอ่อน สองมือยกขึ้นกอดอกปกปิดความอวบอิ่มที่กระเพื่อมไหวตามแรงหายใจ นางมองความยิ่งใหญ่ตระหง่านที่กำลังคุกคามเข้ามาใกล้ด้วยความตื่นตระหนก"อู๋จี้ ข้าไม่ไหวแล้วจริงๆ นะ! ขี่ม้าฝ่าพายุมาเป็นสิบวัน กระดูกข้าแทบจะแหลกเป็นผุยผงอยู่แล้ว หากท่านเคี้ยวข้ากินตอนนี้ ข้าได้ขาดใจตายคาคาอกท่านแน่ๆ!"นางโอดครวญเสียงหลง น้ำตาแทบเล็ดเมื่อนึกถึง 'ความดุดัน' ของเขาในคืนเข้าหอ ขืนโดนกระแทกกระทั้นตอนนี้ ร่างกายที่ร้าวระบมของนางต้องแหลกสลายไม่มีชิ้นดีแน่!เซียวอู๋จี้ชะงักฝีเท้าท่ามกลางไอน้ำสีขาวขุ่น เขาเลิกคิ้วมองท่าทางหวาดผวาของภรรยาตัวน้อย ก่อนจะหลุดเสียงหัวเราะทุ้มต่ำในลำคอ รอยยิ้มที่เคยวายร้ายแปรเปลี่ยนเป็นความอ่อนโยนอย่างหาที่สุดไม่ได้ เขาสืบเท้าเข้าไปใกล้ รวบร่างบางที่กำลังสั่นเทาเข้ามากอดไว้แนบอกกว้างอย่างทะนุถนอม"ภรรยาข้า... ท่านมองสวามีเป็นคนมักมากและหน้ามืดตามัวถึงเพียงนั้นเชียวหรือ"เขากระซิบชิดเรือนผมที่เปียกชื้นของนาง มือหนายกขึ้นลูบแผ่นหลังบอบบางอย่างแผ่วเบา "ข้ารู้ว่าท่านเหนื่อยล้าเพียงใดที่ต้องฝ่าพายุมาเพื่อข้า... ข้า
Read more

บทที่ยี่สิบสอง หากข้าจากไป

แสงแดดสะท้อนกับพื้นหิมะจนแสบตา ท่ามกลางเสียงโห่ร้องยินดีของราษฎรที่ได้รับข้าวต้มอุ่นๆ จ้าวหลินเฟยยืนคุมการแจกจ่ายอาหารอยู่หน้ากระโจมใหญ่ ทว่าสายตาของนางกลับไม่ได้อยู่ที่ชามข้าวตรงหน้า แต่มองตามแผ่นหลังสง่างามของเซียวอู๋จี้ที่กำลังเดินแยกตัวออกไปพร้อมกับผู้ว่าการเมืองเพื่อหารือเรื่องแผนผังการส่งเสบียงภาพของเขาในยามนี้ช่างดูห่างไกลเหลือเกิน... เขาสง่างาม ดูดี และเต็มไปด้วยบารมีที่น่าเกรงขาม จนแทบไม่เหลือเค้าโครงขององค์ชายขี้โรคที่นั่งสั่นเทาอยู่หลังโต๊ะไม้ในวันวาน ภาพนั้นชวนให้ใจหายไปพร้อมกับความภาคภูมิใจที่พุ่งพล่านอยู่ในอก‘อู๋จี้... ถ้าวันนั้นในวังหลวงไม่มีข้า ท่านจะเป็นอย่างไร... ท่านจะยังรอดมาได้ถึงวันนี้หรือไม่’หลินเฟยถามตัวเองในใจ ความคิดคำนึงถึงอดีตของเขาที่นางเคยได้รับรู้มา ทั้งความเจ็บปวดจากการถูกโบยตี ความหวาดกลัว และความเหงาเดียวดาย ทำให้นางเผลอใจสั่นไหว"ระบบ..." นางกระซิบถามในใจ แววตาว่างเปล่ามองไปยังความว่างเปล่าเบื้องหน้า "หากฉันทำภารกิจสำเร็จ... ฉันได้กลับโลกปัจจุบันแล้ว โลกนี้... ทุกคนที่นี่... จะหายไปเหมือนในเกมหรือนิยายไหม?"เสียงอิเล็กทรอนิกส์ของระบบดังขึ้นในหัว ท
Read more

บทที่ยี่สิบสาม หยั่งรู้ได้

ตลอดทั้งวันที่ผ่านมา จ้าวหลินเฟยใช้ความพยายามอย่างมหาศาลในการทำตัวเป็น 'ภรรยาที่แสนดีแต่เย็นชา' นางเดินหนีเขาเหมือนเห็นผี พยายามทำตัวให้ยุ่งที่สุดเพื่อจะได้ไม่ต้องสบตากับดวงตาสีรัตติกาลที่จ้องมองมาอย่างหิวกระหายทุกครั้งที่เผลอ นางไม่ได้รู้ตัวเลยว่า ความพยายามในการตีตัวออกห่างนั้น เปรียบเสมือนการเดินไปสะกิดหนวดพยัคฆ์ที่กำลังอดกลั้นอย่างสุดกำลัง! คืนแรกเมื่อเซียวอู๋จี้จะสอดวงแขนเข้ามากอด นางกลับพลิกตัวหันหลังให้ ทิ้งช่องว่างระหว่างกันไว้นานกว่าสามช่วงตัว! เซียวอู๋จี้ที่นอนนิ่งอยู่ด้านหลัง กัดกรามแน่นจนขากรรไกรขึ้นสันนูน มือของเขาคว้าอากาศว่างเปล่าอยู่หลายครั้ง แต่นางก็ไม่ยอมขยับเข้ามาหาเลยแม้แต่นิด คืนที่สอบเมื่อเขาสไลด์ตัวเข้ามาใกล้หวังจะซุกไซ้ซอกคอ นางกลับแสร้งทำเป็นละเมอ ดึงผ้าห่มขึ้นมาคลุมโปงเสียมิด! ความเงียบในห้องนอนทวีความกดดัน เซียวอู๋จี้มองดูห่อผ้าห่มที่สั่นน้อยๆ ของภรรยาด้วยนัยน์ตาที่มืดครึ้มขึ้นเรื่อยๆ เขาพยายามบอกตัวเองว่า 'นางเหนื่อย' แต่ความหวงแหนและตัณหาที่ถูกกักขังมันเริ่มจะล้นปรี่ คืนที่สามวันนี้หลินเฟยร้ายกาจกว่าเดิม นางรีบอาบน้ำเข้านอนตั้งแต่หัวค่ำ แล้วชิงหลับปุ
Read more

บทพิเศษ

หลังจากที่องค์รัชทายาทเซียวจิ่งเซวียนไปพักผ่อน บรรยากาศในหมู่บ้านผิงอันก็กลับมาคึกคักและอบอวลไปด้วยรอยยิ้มอีกครั้ง ชาวบ้านต่างพากันเข้ามารุมล้อมขอบคุณรุ่ยอ๋องและพระชายาประดุจเทพเซียนลงมาโปรดตลอดช่วงบ่าย นางเอาแต่เดินเลี่ยงเซียวอู๋จี้ไปมา หากเขาเดินไปทางซ้าย นางจะหมุนตัวไปทางขวา หากเขาพยายามจะยื่นมือมาช่วยนางตักข้าวต้มแจกชาวบ้าน นางก็จะรีบเดินหนีไปดื้อๆ เสียอย่างนั้น!เหตุผลน่ะหรือ?‘ระบบ... แกเงียบไปเลยนะ! แกดูสายตาที่เขามองฉันสิ มันหวานเยิ้มจนหิมะจะละลายกลายเป็นน้ำเชื่อมอยู่แล้ว! ขืนฉันอยู่ใกล้เขามากกว่านี้ ฉันต้องสติแตก เผลอใจเต้นแรงจนลืมเรื่องเงินพันล้านแน่ๆ ฉันต้องดึงสติ! ฉันคือนักทำภารกิจมืออาชีพ ไม่ใช่สาวน้อยคลั่งรัก!’ หลินเฟยตะโกนเถียงกับระบบในใจ เพื่อพยายามสร้างกำแพงน้ำแข็งขึ้นมาปกป้องหัวใจที่เริ่มจะหวั่นไหวของตนเอง นางรู้ตัวดีว่าหากภารกิจจบลง นางต้องจากโลกนี้ไป การปล่อยให้ความรู้สึกถลำลึกย่อมไม่ใช่เรื่องดีเมื่อเห็นว่าสายตาของชาวบ้านเริ่มหันไปสนใจเสบียงใหม่ หลินเฟยจึงอาศัยจังหวะชุลมุน แอบปลีกตัวเดินลัดเลาะออกจากลานหมู่บ้าน มุ่งหน้าไปยังป่าสนทึบทางด้านหลังซึ่งเป็นที่ผูกม้าของ
Read more

บทที่ยี่สิบสี่ ก่อนปิดฉาก

สองเดือนต่อมา ลมหนาวที่เคยบาดผิวจนแทบขาดใจเริ่มอ่อนกำลังลง ไออุ่นแห่งวสันตฤดูแผ่ซ่านเข้ามาแทนที่ ขบวนเดินทางของรุ่ยอ๋องและพระชายาเคลื่อนตัวเข้าสู่เมืองหลวง ทว่าสิ่งที่เดินทางมาถึงก่อนตัวพวกเขากลับเป็นกระแสความเลื่อมใสที่แพร่สะพัดไปทั่วทุกหย่อมหญ้าณ ตลาดสดที่คลาคล่ำไปด้วยผู้คน แม่ค้าขายผักเช็ดน้ำตาขณะเอ่ยกับสหาย "หากไม่ได้รุ่ยอ๋อง ข้ากับลูกชายคงตายแข็งอยู่กลางหิมะแล้ว"ณ โรงเตี๊ยม พ่อค้าคาราวานตบโต๊ะฉาดใหญ่ "ได้ยินว่าพระชายาจ้าวถึงกับเอาเครื่องประดับทองคำทั้งหีบไปแลกข้าวสารต้มแจกชาวบ้าน พระนางคือโพธิสัตว์จำแลงโดยแท้!"ทว่า ประโยคอันตรายที่สุดกลับหลุดออกมาจากปากของราษฎรผู้ขัดสน "รัชทายาทส่งเสบียงมาไม่ถึงครึ่ง แต่รุ่ยอ๋องกลับช่วยคนได้ทั้งเมือง... สวรรค์ย่อมมีตา!"คำพูดเหล่านี้ ดุจประกายไฟที่ถูกจุดขึ้นกลางคลังดินปืน และมันได้ลุกลามเข้าไปแผดเผาถึงท้องพระโรงอันศักดิ์สิทธิ์อย่างรวดเร็วบรรยากาศในท้องพระโรงหนักอึ้งจนขุนนางน้อยใหญ่แทบไม่กล้าหายใจแรง ฮ่องเต้ประทับอยู่บนบัลลังก์มังกรด้วยพระพักตร์ที่ดำมืดทะมึน เบื้องหน้าคือเหล่าขุนนางฝ่ายรัชทายาทที่เรียงแถวกันออกมายื่นฎีกา"ฝ่าบาท! บัดนี้ชื่อเสี
Read more

บทที่ยี่สิบห้า ภารกิจหลักในปัจจุบัน... ดำเนินมาถึง 99%

แอ๊ด...จู่ๆ บานหน้าต่างห้องนอนก็ถูกเปิดออกอย่างเงียบเชียบ ลมหนาวและละอองฝนปะทะเข้ากับแสงเทียนจนดับวูบ ร่างสูงใหญ่ของบุรุษในชุดนักโทษที่ขาดวิ่น ก้าวข้ามธรณีหน้าต่างเข้ามาในห้องที่มืดสนิทเขาคือเซียวอู๋จี้... เขามาหานางเป็น 'ครั้งสุดท้าย' ก่อนที่พายุสีเลือดจะพัดถล่มเมืองหลวง"อู๋จี้!"จ้าวหลินเฟยผุดลุกขึ้นถลาเข้าไปหาเขาทันที ทว่าเมื่อแสงจันทร์สาดส่องกระทบร่างนั้น ฝีเท้าของนางก็ต้องชะงักค้างพร้อมกับหัวใจที่กระตุกวูบชุดนักโทษสีขาวบัดนี้ถูกย้อมไปด้วยเลือดสีแดงฉานจนแยกสีเดิมไม่ออก บาดแผลฉกรรจ์จากการถูกเฆี่ยนตีด้วยแส้อาบน้ำเกลือและรอยช้ำปรากฏเหวอะหวะอยู่ทั่วร่าง โลหิตสดๆ หยดติ๋งลงบนพื้นห้อง ทว่าสิ่งที่ทำให้นางเจ็บปวดที่สุด ไม่ใช่บาดแผลฉกรรจ์ทางกาย... แต่เป็นดวงตาสีรัตติกาลคู่นั้นมันไม่ใช่ดวงตาของมัจจุราชผู้เกรี้ยวกราด ไร้ซึ่งรังสีอำมหิตใดๆ แต่เป็นดวงตาของเด็กชายตัวเล็กๆ ที่หลงทาง หวาดกลัว และแหลกสลายจนไม่เหลือชิ้นดี"อู๋จี้... สวรรค์... ท่านบาดเจ็บหนักถึงเพียงนี้..." หลินเฟยน้ำตาร่วงหล่น นางรีบพุ่งเข้าไปประคองร่างที่โอนเอนของเขาทันทีร่างสูงใหญ่ดั่งหินผาทรุดฮวบลงในอ้อมแขนของนางราวกับคนสิ้
Read more

บทที่ยี่สิบหก คำสั่งตาย

ย้อนกลับไปเมื่อหนึ่งชั่วยามก่อนหน้านั้น...การที่เซียวอู๋จี้มาปรากฏตัวที่จวนรุ่ยอ๋องได้ ไม่ใช่เพราะเขาใช้กำลังภายในพังทลายคุกหลวงจนแตกหัก ทว่าเบื้องหลังกำแพงคุกที่แน่นหนา 'องครักษ์เงา' ฝีมือฉกาจหลายสิบนายได้ลอบแทรกซึม แฝงตัวเข้ามาเป็นผู้คุมและปลดโซ่ตรวนให้เขาลอบออกมาพบพระชายาตามคำสั่งเด็ดขาดของนายท่านเขาเพียงต้องการช่วงเวลาสั้นๆ เพื่อโอบกอดแสงสว่างเดียวในชีวิต เพื่อยืนยันว่าสตรีผู้นี้จะไม่ทอดทิ้งเขาก่อนที่พายุโลหิตจะเริ่มขึ้น ทว่าเมื่อได้คำตอบรับที่หนักแน่นพร้อมกับหยาดน้ำตาของนาง เซียวอู๋จี้ก็จำต้องตัดใจผละจากอ้อมกอดที่แสนอบอุ่น เพื่อกลับไปสวมบทบาทนักโทษในก้นบึ้งของขุมนรก รอคอยการเปิดม่านงิ้วฉากใหญ่ที่กำลังจะมาถึงณ ก้นบึ้งแห่งคุกหลวงอันมืดมิดและหนาวเหน็บแกรก... แกรก...เสียงโซ่ตรวนเส้นใหญ่ถูกสับล็อกเข้าที่ข้อมือและข้อเท้าของเซียวอู๋จี้อีกครั้ง องครักษ์เงาที่สวมรอยเป็นทหารยามคุกหลวง ก้มศีรษะทำความเคารพนายท่านของตนอย่างเงียบเชียบ ก่อนจะถอยกลับไปยืนประจำการในเงามืดเพียงไม่ถึงหนึ่งก้านธูปให้หลัง เสียงฝีเท้าหนักๆ ของคนกลุ่มใหญ่ก็ดังก้องกังวานลงมาตามบันไดหิน แสงคบเพลิงสว่างวาบขับไล่ความ
Read more

บทที่ยี่สิบเจ็ด ท่านข่านทัวป๋าหลง

ด้วยองค์การแห่งฟ้า องค์โอรสสวรรค์มีพระราชโองการ แผ่นดินต้าเซี่ยกว้างใหญ่ไพศาล ราษฎรอยู่เย็นเป็นสุขภายใต้ร่มพระบารมี ทว่าบัดนี้ชนเผ่าคนเถื่อนแดนเหนือกำเริบเสิบสาน ก่อความวุ่นวายล่วงล้ำแนวชายแดน ทำให้ขุนพลและทหารกล้าต้องพลีชีพ แผ่นดินฝั่งอุดรลุกเป็นไฟ ราษฎรตกระกำลำบาก รุ่ยอ๋อง เซียวอู๋จี้ เป็นสายเลือดแห่งมังกรโดยแท้ เพียบพร้อมด้วยสติปัญญาและคลังความรู้แห่งพิชัยสงคราม มีความกล้าหาญดั่งพยัคฆ์ เปี่ยมด้วยความเมตตาต่ออาณาประชาราษฎร์ บัดนี้ภัยพิบัติมาเยือน อาณาประชาราษฎร์เรียกร้องวีรบุรุษ จึงมีพระราชโองการโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งรุ่ยอ๋อง เซียวอู๋จี้ ขึ้นเป็น 'แม่ทัพใหญ่เจิ้นเป่ย' มอบตราพยัคฆ์บัญชาการกองทัพทั้งมวลที่ชายแดนเหนือ กวาดล้างคนเถื่อนให้สิ้นซาก หากสยบศัตรูราบคาบ นำชัยชนะกลับคืนสู่แว่นแคว้นได้ จะปูนบำเหน็จอย่างสมเกียรติ เลื่อนขั้นเป็น 'ชินอ๋อง' มอบทองคำหมื่นตำลึง แพรพรรณชั้นเลิศพันพับ และเพิ่มศักดินาให้ครอบครองอีกหมื่นครัวเรือน ขอให้จงรักภักดี สนองพระมหากรุณาธิคุณอย่างสุดความสามารถ นำความร่มเย็นกลับสู่แผ่นดิน จบราชโองการ นั่นคือถ้อยคำอันสวยหรูในราชโองการสีทอง ที่ถูกประกาศกร้าวต
Read more

บทพิเศษ

ท่ามกลางความมืดมิดของหุบเขาเหมันต์ที่ชายแดนเหนือ ลมหนาวพัดกรรโชกผ่านแนวป่าสนจนเกิดเสียงหวีดหวิวราวกับเสียงคร่ำครวญของวิญญาณ ทว่าหน้ากระโจมที่พักขนาดใหญ่กลับอบอุ่นด้วยแสงไฟจากโคมกระดาษที่แขวนไว้เหนือยอดเสา แสงสีส้มสลัวสั่นไหวล้อไปกับเงาของร่างสามร่างบนเตาอั้งโล่เหล็กหล่อ จ้าวหลินเฟยกางพัดเบาๆ พลิกปลาแม่น้ำตัวโตที่ย่างจนหนังเกรียมกำลังดี กลิ่นหอมของเครื่องเทศและเนื้อปลาสดโชยเข้าจมูก ขับไล่ความเยือกเย็นของค่ำคืนนี้ไปได้ชั่วขณะท่านข่านทัวป๋าหลง นั่งขัดสมาธิบนขนหมี จอกน้ำจัณฑ์ในมือสั่นไหวเล็กน้อยด้วยฤทธิ์สุราแรงกล้า ใบหน้าที่ผ่านการกรำศึกมานับไม่ถ้วนบัดนี้อาบไปด้วยรอยโศกเศร้าที่ถูกซ่อนไว้ใต้ท่าทีองอาจ เขาเหม่อมองแสงไฟในเตาถ่านราวกับมองย้อนกลับไปในอดีต"อู๋จี้..." ท่านข่านเอ่ยเสียงแหบพร่า นัยน์ตาพญาเหยี่ยวแดงก่ำ "เจ้าบอกข้ามาเถิด... ในวันที่เหมยเฟยของข้าจากไป นางสุขสบายหรือไม่? นางได้กล่าวถึงทุ่งหญ้ากว้างใหญ่ของแดนเหนือบ้างหรือไม่ นางคิดถึงพี่ชายคนนี้บ้างไหม..."มือที่กำลังพลิกปลาของหลินเฟยชะงักไปครู่หนึ่ง นางเหลือบมองสวามีที่นั่งอยู่ข้างๆ เห็นเพียงแผ่นหลังที่ตั้งตรงดุจคันธนู ทว่ามือที่ถื
Read more

บทที่ยี่สิบแปด การจากลา 18+

การเดินทางมาถึงจุดแวะพักสุดท้ายก่อนเข้าสู่เขตชายแดนทุ่งหญ้าอุดร ทหารเผ่านอกด่านได้คุมตัวบุรุษร่างท้วมในชุดขุนนางซอมซ่อคนหนึ่งมาโยนลงแทบเท้าของท่านข่านและเซียวอู๋จี้ บุรุษผู้นี้คือ 'ผู้ตรวจการชายแดน' ขุนนางกังฉินที่เคยรับสินบนจากรัชทายาท และเป็นไส้ศึกผู้แอบเปิดประตูเมืองให้กองทัพข่านลอบเข้ามาถล่มค่ายทหารหลวง เพื่อยืมมือศัตรูกำจัดแม่ทัพที่ภักดี ทันทีที่ขุนนางเฒ่าเงยหน้าขึ้นมาเห็นท่านข่านทัวป๋าหลงยืนเคียงคู่กับเซียวอู๋จี้ นัยน์ตาของมันก็เบิกกว้าง ก่อนจะเปลี่ยนเป็นประกายแห่งความหวัง มันรีบคลานเข่าเข้าไปหาอย่างประจบประแจง โขกศีรษะลงกับพื้นหิมะอย่างแรง "ท่านข่าน! รุ่ยอ๋อง! ได้โปรดไว้ชีวิตข้าน้อยด้วย! ข้าน้อยเอง! ข้าน้อยคือคนที่เปิดประตูเมืองให้กองทัพของท่านข่านบุกเข้ามาอย่างราบรื่นในคืนนั้น!" มันฉีกยิ้มกว้าง หวังเอาความดีความชอบ "ที่แท้ท่านอ๋องกับท่านข่านก็เป็นพวกเดียวกัน! ช่างเป็นวาสนาของข้าน้อยที่ได้ร่วมใช้อุบายเปิดทางให้พวกท่าน ข้าน้อยยอมสวามิภักดิ์แล้ว... ได้โปรดชุบเลี้ยงข้าน้อยด้วยเถิดพ่ะย่ะค่ะ!" แทนที่จะได้รับคำชมเชย ท่านข่านทัวป๋าหลงกลับระเบิดเสียงหัวเราะเย้ยหยันดังก้องไปทั่วหุบเ
Read more
PREV
1234
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status