หลังจากกินอาหารเสร็จแล้วซ่งไฉ่หนิงก็ถือโอกาสนั่งรถม้าชมเมืองหลวงเสียหนึ่งรอบจึงค่อยกลับตำหนัก ฝ่ายของกงหยวนฉีเมื่อทราบเรื่องว่าพระชายาที่แต่งเข้าตำหนักได้เพียงสองวันก็ออกไปตระเวรอยู่นอกตำหนักย่อมไม่พอใจเขาจึงกลับจากกรมอาญามารอซ่งไฉ่หนิงอยู่ก่อนแล้วเมื่อนางกลับมา“งามหน้าเสียจริง!”คำทักทายแรกก็ทำเอาซ่งไฉ่หนิงชะงักเท้าที่กำลังก้าวเลี้ยวเข้าสู่เขตเรือนไผ่เขียวของตนเองทันที นางคิดว่าตนเองทำดีที่สุดแล้วไม่ยุ่งไม่เกี่ยวข้องเหตุใดกงหยวนฉียังมายืนขวางหน้านางด้วยใบหน้ามืดครึ้มด้วยใครว่าสตรียากจะเข้าใจวันนี้ซ่งไฉ่หนิงขอเถียงขาดใจเพราะนางคิดว่าบุรุษเช่นกงหยวนฉีนี่เข้าใจยากเสียยิ่งกว่าผู้หญิงวัยใกล้หมดรอบเดือนในยุคของพริษามากล้น“ฉู่อ๋องมีธุระใดกับเปิ่นกงจู่หรือ?”นางเอ่ยถามเขาด้วยน้ำเสียงสุภาพกิริยายิ่งให้เกียรติ เพราะซ่งไฉ่หนิงไม่อยากสร้างปัญหาให้อีกฝ่ายชิงชังไปมากกว่าที่เป็นอยู่แต่เดิมให้เพิ่มภัยร้ายมาสู่ชีวิตตนเองอีกแล้วนั่นเอง หากแต่สายตาของคนที่ใจนั้นอคติไปแล้วต่อให้อีกฝ่ายพยายามทำดีและจริงใจเพียงใดกงหยวนฉีกลับยิ่งมองว่าสตรีตรงหน้าปั้นแต่งเพื่อยั่วยวนให้เขาสนใจนางไปเสียได้“เจ้าออกไปด้านนอ
Read more