บททั้งหมดของ ใบหย่าฉบับนี้ ข้าขอมอบให้ท่าน: บทที่ 41 - บทที่ 50

52

บทที่ 41: คำขาดถึงซื่อจื่อ

บทที่ 41: คำขาดถึงซื่อจื่อการซ่อมแซมหอน้ำชาดำเนินไปอย่างราบรื่น เซียวจินเยว่ส่งม่ออวิ๋นมาแจ้งล่วงหน้าในยามเช้า ว่าท่านอ๋องจะมาในยามเว่ยเมื่อถึงเวลานัดหมาย รถม้าประจำตำแหน่งของจวนชินอ๋องแล่นมาจอดเทียบหน้าร้านน้ำชาเสิ่นลั่วอวี้จัดเตรียมโต๊ะน้ำชาไว้ในห้องรับรองชั่วคราวที่เพิ่งสร้างเสร็จ ห่างไกลจากฝุ่นผงไม้ด้านนอก นางยืนรอต้อนรับเขาอย่างรู้หน้าที่ เมื่อร่างสูงใหญ่ก้าวเข้ามาในห้อง นางก็รินชาหลงจิ่งส่งกลิ่นหอมกรุ่นลงในถ้วยกระเบื้องเคลือบ“เชิญท่านอ๋องเพคะ” นางเลื่อนถ้วยชาไปตรงหน้าเขาเซียวจินเยว่นั่งลงและลอบสังเกตสตรีตรงหน้า แม้นางจะดูสงบนิ่ง ทว่าใต้ดวงตากลับมีรอยคล้ำจางๆ จากความเหนื่อยล้าสะสมชายหนุ่มเพิ่งจะยกถ้วยชาขึ้นจิบ เสียงฝีเท้าของใครบางคนก็ดังขึ้นที่หน้าประตู“ลั่วอวี้! ข้าเอาขนมรังนกมาฝากเจ้า...”ซื่อจื่อแห่งจวนกั๋วกงก้าวเข้ามาในห้องรับรองพร้อมรอยยิ้มกว้าง ทว่ารอยยิ้มนั้นก็ต้องชะงักค้างไปเมื่อเห็นบุรุษผู้สูงศักดิ์นั่งอยู่ก่อนแล้ว ซื่อจื่อรีบปรับสีหน้าและประสานมือทำความเคารพ“ถวายบังคมท่านอ๋อง ไม่คิดว่าจะได้พบพระองค์ที่นี่พ่ะย่ะค่ะ”เซียวจินเยว่วางถ้วยชาลงช้าๆ พลางปรายตามองผู้มาเ
อ่านเพิ่มเติม

บทที่ 42: คำสารภาพที่สายเกิน

บทที่ 42: คำสารภาพที่สายเกินหนึ่งเดือนผ่านไป การซ่อมแซมหอน้ำชาเสร็จสิ้นลงอย่างสมบูรณ์ ตลอดเวลาที่ผ่านมา เซียวจินเยว่แวะเวียนมาที่ร้านอย่างสม่ำเสมอ แม้ตอนแรกเสิ่นลั่วอวี้จะพยายามรักษาระยะห่าง ทว่าความใส่ใจและท่าทีที่เปลี่ยนไปของเขา ก็ค่อยๆ แทรกซึมเข้ามาทำให้บรรยากาศระหว่างทั้งสองผ่อนคลายลงทีละน้อย ความตึงเครียดจางหายไป กลายเป็นความคุ้นเคยที่ทำให้เขากล้าแสดงออกมากขึ้นเย็นวันนั้น เสิ่นลั่วอวี้กำลังวุ่นวายอยู่กับการตรวจนับใบชาและบัญชีรายรับรายจ่าย เพื่อเตรียมเปิดร้านอย่างเป็นทางการในวันรุ่งขึ้น ทว่าจู่ๆ ร่างสูงใหญ่ในชุดอาภรณ์สีน้ำเงินเข้มก็ก้าวเข้ามาภายในร้าน“พรุ่งนี้ร้านจะเปิดแล้ว วันนี้เจ้าควรพักผ่อนให้มาก” เซียวจินเยว่เอ่ยพลางดึงสมุดบัญชีออกจากมือนาง “คืนนี้มีเทศกาลโคมไฟที่ถนนสายหลัก ข้าจะพาเจ้าไปเดินเล่น”เสิ่นลั่วอวี้ชะงักไปเล็กน้อย นางมองสบตาเขาแล้วส่ายหน้าเบาๆ “หม่อมฉันยังมีงานต้องจัดการอีกมาก พรุ่งนี้ต้องตื่นแต่เช้ามืด คงไม่มีเวลาไปเดินเที่ยวเล่นหรอกเพคะ”เซียวจินเยว่หรี่ตาลง รอยยิ้มเจ้าเล่ห์ผุดขึ้นที่มุมปาก “น่าเสียดาย... ข้าได้ยินมาว่าการไปลอยโคมดอกบัวขอพรที่ริมแม่น้ำในคืนเทศ
อ่านเพิ่มเติม

บทที่ 43: การปฏิเสธที่ร้าวราน

บทที่ 43: การปฏิเสธที่ร้าวราน“ข้าเพิ่งมารู้ใจตัวเอง ว่าข้ารักและขาดเจ้าไม่ได้... ก็ในวันที่ข้าได้สูญเสียเจ้าไปแล้วจริงๆ”คำสารภาพที่หลุดออกมาจากปากของบุรุษผู้เยือกเย็นที่สุดในแคว้น ทำเอาบรรยากาศริมแม่น้ำราวกับหยุดนิ่งไปชั่วขณะเสิ่นลั่วอวี้ยืนนิ่งงัน ความเจ็บปวดจากอดีตก็ผลักดันให้นางดึงสติกลับมา หญิงสาวถอยหลังออกห่างจากเขาหนึ่งก้าว เป็นหนึ่งก้าวที่ราวกับขีดเส้นแบ่งระหว่างกันให้ห่างไกลออกไปนับพันลี้“คำว่ารักของท่าน... มันมาช้าเกินไปแล้วเพคะ”“สามปีที่ข้าเฝ้ารอ ความรู้สึกของข้าได้จบไปพร้อมกับหนังสือหย่าฉบับนั้นแล้ว บัดนี้ข้าคือเสิ่นลั่วอวี้คนใหม่ และข้าไม่อยากกลับไปเดินบนเส้นทางเดิมอีก”เซียวจินเยว่หน้าซีดเผือด แววตาของเขาเต็มไปด้วยความร้าวราน “ลั่วอวี้... ข้าขอโอกาสเพียงครั้งเดียว ให้ข้าได้ชดใช้...”“ข้าเหนื่อยแล้วเพคะท่านอ๋อง” นางตัดบทเสียงแผ่ว “ขอให้หม่อมฉันได้กลับจวนเถิดเพคะ”คำขอร้องที่แฝงไปด้วยความเหนื่อยล้า ทำเอาคำพูดทุกคำของชินอ๋องถูกกลืนหายลงไปในลำคอ เขาไม่อาจทนเห็นแววตาที่เต็มไปด้วยความอึดอัดของนางได้อีก ชายหนุ่มกำหมัดแน่น ก่อนจะพยักหน้าช้าๆ อย่างจำนน“...ข้าเข้าใจแล้ว ข้าจะ
อ่านเพิ่มเติม

บทที่ 44: คำขาดก่อนออกศึก

บทที่ 44: คำขาดก่อนออกศึกยามเหม่า (05.00 - 06.59 น.) แสงแรกของวันยังไม่ทันพ้นขอบฟ้า ทว่าเสียงแตรเขาสัตว์และเสียงย่ำเท้าของกองทัพนับแสนกลับดังกึกก้องกังวานไปทั่วบริเวณหน้าประตูเมืองทิศเหนือบนหลังม้าศึกสีนิล เซียวจินเยว่ในชุดเกราะเต็มยศ นั่งตัวตรงสง่างามสมดั่งเทพสงคราม นัยน์ตาคมกริบทอดมองออกไปยังเส้นทางทุรกันดารเบื้องหน้า ทว่าลึกๆ ในใจกลับอดไม่ได้ที่จะหันกลับไปมองบานประตูเมืองหลวงที่ตั้งตระหง่านอยู่เบื้องหลัง...ไม่มีผู้ใดมาส่ง ซึ่งก็เป็นเรื่องที่ถูกต้องแล้ว เขาบอกกับตัวเองเงียบๆ แค่นางยอมรับป้ายหยกของเขาไว้ เขาก็หมดห่วงแล้ว“ท่านแม่ทัพ กองทัพหน้าพร้อมเคลื่อนพลแล้วขอรับ!” รองแม่ทัพควบม้าเข้ามารายงานเซียวจินเยว่สูดลมหายใจลึก เขาชักกระบี่ออกจากฝัก ชูขึ้นเหนือศีรษะเตรียมจะออกคำสั่งเคลื่อนทัพ ทว่าในวินาทีนั้นเอง...“หยุดเดี๋ยวนี้นะ!”เสียงตะโกนหวานใสที่คุ้นหูดังแหวกอากาศมาแต่ไกล ตามด้วยเสียงฝีเท้าของม้าที่ควบตะบึงมาด้วยความเร็วสูงสุด!เซียวจินเยว่ชะงัก กระบี่ในมือค้างอยู่กลางอากาศ เขาหันขวับกลับไปมอง และภาพเบื้องหน้าก็ทำเอาหัวใจของแม่ทัพผู้เกรียงไกรถึงกับสั่นสะท้านเสิ่นลั่วอวี้สวมเพียงเ
อ่านเพิ่มเติม

บทที่ 45: หมาป่าแดนเหนือ

บทที่ 45: หมาป่าแดนเหนือลมหนาวของชายแดนเหนือพัดโหมกระหน่ำ พายุหิมะบดบังทัศนวิสัยจนขาวโพลน ทว่าไม่อาจหยุดยั้งการเดินทัพของกองกำลังนับแสนแห่งเมืองหลวงได้เซียวจินเยว่ชักม้าศึกสีนิลขึ้นมาหยุดยืนอยู่บนเนินเขาสูง นัยน์ตาคมกริบทอดมองลงไปยังสมรภูมิเบื้องล่างที่กำลังเดือดพล่าน ทัพหน้าของแคว้นเป่ยตี๋บุกประชิดด่านปราการอย่างหนักหน่วง ทว่าสิ่งที่ตรึงสายตาของแม่ทัพใหญ่แห่งแคว้นต้าเยี่ยนเอาไว้ กลับไม่ใช่กองทัพศัตรูที่หลั่งไหลมาดุจคลื่นทะลัก...หากแต่เป็นกองทหารม้ากลุ่มหนึ่ง ที่กำลังพุ่งทะลวงฝ่าวงล้อมของศัตรูอยู่กลางสมรภูมิอย่างบ้าคลั่งผู้นำทัพกลุ่มนั้นคือบุรุษร่างสูงใหญ่กำยำในชุดเกราะสีเข้มขลิบขนสัตว์ เขากวัดแกว่งง้าวหนักในมือด้วยท่วงท่าที่ไร้รูปแบบตายตัว ทว่าดุดัน รวดเร็ว และเฉียบขาด ทุกการตวัดง้าวคือการพรากชีวิตศัตรูอย่างเด็ดขาด สัญชาตญาณการต่อสู้ของเขาดิบเถื่อนและทรงพลังราวกับสัตว์ป่าที่กำลังขย้ำเหยื่อเซียวจินเยว่หรี่ตาลง มองดูท่วงท่าการสังหารที่ดุดันบ้าบิ่น พลางหวนนึกถึงสหายเก่าผู้หนึ่งในแคว้นต้าเยี่ยน นอกจากเขาที่เป็น ชินอ๋อง ผู้กุมอำนาจในเมืองหลวงแล้ว ยังมีอ๋องต่างแซ่อีกหนึ่งตระกูลที่ได้ร
อ่านเพิ่มเติม

บทที่ 46: การบอกลาของซื่อจื่อ

บทที่ 46: การบอกลาของซื่อจื่อบรรยากาศบนระเบียงชั้นสองของหอน้ำชาหนักอึ้งและอึดอัดขึ้นมาทันทีเสิ่นลั่วอวี้ยืนนิ่งงัน นางมองสบตาอดีตสหายสนิทผู้มีความรู้สึกดีๆ ให้นางมาตลอด ทว่าแววตาของเขาในยามนี้ กลับทำให้นางไม่อาจคาดเดาได้เลยว่าการปรากฏตัวของเขาในวันนี้ มาเพื่อสิ่งใดซื่อจื่อแค่นยิ้มบางเบา เป็นรอยยิ้มที่เต็มไปด้วยความขมขื่น “เรื่องที่เจ้าควบม้าฝ่ากองทัพไปส่งชินอ๋อง กลายเป็นเรื่องที่ผู้คนเล่าขานกันไปทั่วทั้งเมืองหลวง... ลั่วอวี้ เจ้าทำถึงเพียงนั้น เจ้าให้อภัยเขาแล้วจริงๆ หรือ”“ท่านซื่อจื่อ...” เสิ่นลั่วอวี้หลุบตาลงเล็กน้อย น้ำเสียงของนางราบเรียบ “ข้าเพียงแต่ทำตามความรู้สึก ข้าไม่อยากให้เขาจากไปโดยมีความค้างคาใจ... และหากเกิดสิ่งใดขึ้นกับเขาในสนามรบ ข้าไม่อยากมานั่งเสียใจภายหลังเจ้าค่ะ”คำตอบที่ชัดเจนและไร้ซึ่งความลังเล ทำเอาซื่อจื่อสูดลมหายใจลึก เขากำหมัดแน่นก่อนจะค่อยๆ คลายออก ราวกับกำลังปล่อยวางความหวังสุดท้ายที่ยึดติดมาเนิ่นนาน“ข้าเข้าใจแล้ว” ชายหนุ่มพยักหน้าช้าๆ แววตาแฝงไปด้วยความร้าวราน“ชินอ๋องตรัสถูก ข้ามันอ่อนแอ... ข้าไม่กล้าพอที่จะขัดใจครอบครัว ไม่กล้าที่จะปกป้องเจ้าจากจารีต
อ่านเพิ่มเติม

บทที่ 47: จดหมายจากแดนเหนือ

บทที่ 47: จดหมายจากแดนเหนือ“เถ้าแก่เนี้ย จะให้ข้าน้อยจัดการกับคนพวกนี้อย่างไรดีขอรับ” เงาอู่เอ่ยถามพลางปรายตามองร่างที่ไม่ได้สติบนพื้นเสิ่นลั่วอวี้มองเสิ่นชิงหว่านด้วยสายตาที่ไร้ซึ่งความเวทนาใดๆ สตรีผู้นี้ทำผิดซ้ำแล้วซ้ำเล่า หากนางใจอ่อนปล่อยไป ย่อมเป็นภัยในภายภาคหน้า“มัดตัวพวกมันทั้งหมด พร้อมกับจดหมายข่มขู่ฉบับนี้ ไปส่งให้จวนว่าการเมืองหลวง” น้ำเสียงของนางเด็ดขาด “เสิ่นชิงหว่านมีคดีติดตัวและเป็นที่ต้องการตัวของทางการอยู่แล้ว เพิ่มข้อหาลักพาตัวและพยายามฆ่าเข้าไปอีก คราวนี้นางคงไม่ได้เห็นแสงตะวันนอกคุกอีกชั่วชีวิต”“รับด้วยเกล้าพ่ะย่ะค่ะ!”เงาอู่รับคำสั่ง ก่อนจะส่งสัญญาณให้องครักษ์เงาคนอื่นๆ หิ้วปีกอันธพาลและร่างของเสิ่นชิงหว่านเร้นกายหายไปในเงามืดอย่างรวดเร็ว ปิดฉากความบาดหมางของตระกูลเสิ่นลงอย่างสมบูรณ์วันรุ่งขึ้น ณ วังหลวงรถม้าของหอน้ำชาจอดเทียบที่หน้าประตูวังหลวง เสิ่นลั่วอวี้เพียงแค่ชู ป้ายหยกประจำตัวชินอ๋อง ขึ้นมา ทหารยามก็รีบคุกเข่าเปิดทางให้นางผ่านเข้าไปยังเขตพระราชฐานชั้นในได้อย่างง่ายดายราวกับเดินเข้าสวนหลังบ้านแม้นางและเซียวจินเยว่จะหย่าขาดจากกันแล้ว ทว่าเสิ่นลั่วอวี้ก
อ่านเพิ่มเติม

บทที่ 48: ฝ่าหิมะเยือนแดนเหนือ

บทที่ 48: ฝ่าหิมะเยือนแดนเหนือร่างบางเซถลาจนเกือบจะล้มพับ ทว่าเสิ่นลั่วอวี้กลับสูดลมหายใจลึก ฝืนยันกายให้ลุกขึ้นยืนตรงอย่างมั่นคง มือเรียวกำหมัดแน่นจนเล็บจิกเข้าไปในฝ่ามือเพื่อเรียกสติเขาบอกว่าจะรอดกลับมาชดใช้หนี้ให้นาง... ชินอ๋องตรัสแล้วไม่คืนคำ เขาจะมาตายอยู่ที่ชายแดนอันหนาวเหน็บเช่นนี้ไม่ได้!“ใครอนุญาตให้เขาตายกัน!” เสิ่นลั่วอวี้เอ่ยเสียงสั่น แววตาแปรเปลี่ยนเป็นความเด็ดเดี่ยว “ม่ออวิ๋น! พาข้าไปแดนเหนือเดี๋ยวนี้!”ม่ออวิ๋นเงยหน้าขึ้นเบิกตากว้าง “เถ้าแก่เนี้ย! แต่ว่าการเดินทางไปชายแดนในฤดูหนาวนั้นอันตรายยิ่งนัก อีกทั้งร่างกายของท่าน...”“ข้ามีป้ายหยกของเขา ข้าคือผู้ที่มีสิทธิ์ขาดที่สุดในจวนชินอ๋อง!” นางประกาศกร้าว จนม่ออวิ๋นและเย่หานต้องรีบคุกเข่ารับคำสั่ง“เย่หาน! ไปจัดเตรียมรถม้าที่ทนทานที่สุด นำโสมคนร้อยปีและยารักษาแผลชั้นเลิศจากคลังของจวนอ๋องมาให้หมด ถ่ายทอดคำสั่งให้หน่วยองครักษ์เงาทุกคนเตรียมพร้อม... เราจะออกเดินทางไปแดนเหนือภายในชั่วยามนี้!”“รับคำสั่งขอรับ!” ทั้งม่ออวิ๋นและเย่หานคุกเข่าประสานเสียงหนักแน่นยี่สิบวันต่อมา ณ ค่ายทหารแดนเหนือการเดินทางที่ปกติต้องใช้เวลาเกือบสอ
อ่านเพิ่มเติม

บทที่ 49: เสียงเรียกจากหัวใจ

บทที่ 49: เสียงเรียกจากหัวใจเวลาผ่านพ้นไปสามวันสามคืนนับตั้งแต่เสิ่นลั่วอวี้เดินทางมาถึงค่ายทหารแดนเหนือตลอดสามวันที่ผ่านมา นางแทบไม่ได้หลับตาพักผ่อนอย่างเต็มตื่น หญิงสาวรับหน้าที่ดูแลเซียวจินเยว่ด้วยตนเองทุกขั้นตอน ไม่ว่าจะเป็นการป้อนยาที่ต้องค่อยๆ หยอดทีละหยดเพื่อไม่ให้เขาสำลัก การเปลี่ยนผ้าพันแผล หรือแม้แต่การคอยเช็ดตัวเพื่อลดไข้ที่ขึ้นสูงในยามค่ำคืนไป๋อิงหลัว หมอเทวดาหญิงแวะเวียนมาตรวจชีพจรและฝังเข็มให้เขาวันละสองครั้ง แม้นางจะไม่เอ่ยปากชม ทว่าสายตาที่มองเสิ่นลั่วอวี้ก็แฝงไปด้วยความนับถือ สตรีบอบบางจากเมืองหลวงผู้นี้มีความอดทนและเด็ดเดี่ยวยิ่งนักเข้าสู่วันที่สี่ พายุหิมะด้านนอกกระโจมเริ่มซาลงแล้ว ทว่าคนบนเตียงก็ยังคงหลับสนิทไม่มีทีท่าว่าจะฟื้นขึ้นมาเสิ่นลั่วอวี้บิดผ้าชุบน้ำอุ่น เช็ดทำความสะอาดตามโครงหน้าคมคายและลำคอของเขาอย่างเบามือ เมื่อมองเห็นใบหน้าที่เคยหล่อเหลาเย่อหยิ่งบัดนี้ซูบตอบและไร้สีเลือด หยาดน้ำตาก็พลันรื้นขึ้นมาจนภาพเบื้องหน้าพร่ามัว“ท่านนอนนานเกินไปแล้วนะ เซียวจินเยว่”นางพึมพำเสียงแผ่วเบา พลางวางผ้าลงและจับมือหนาที่หยาบกร้านของเขามาแนบแก้ม “ท่านรู้หรือไม่ว่าที่
อ่านเพิ่มเติม

บทที่ 50: หนี้รักที่ต้องชดใช้

บทที่ 50: หนี้รักที่ต้องชดใช้ครึ่งเดือนผ่านไปอย่างรวดเร็วท่ามกลางลมหนาวของแดนเหนือด้วยการฝังเข็มขับพิษอันล้ำเลิศของหมอเทวดาไป๋อิงหลัว ผนวกกับการดูแลปรนนิบัติอย่างใกล้ชิดแทบไม่คลาดสายตาของเสิ่นลั่วอวี้ ร่างกายของเซียวจินเยว่ก็ฟื้นตัวขึ้นอย่างน่าอัศจรรย์ พิษในหัวใจถูกขจัดออกจนหมดสิ้น บาดแผลฉกรรจ์ที่หน้าอกเริ่มสมานตัว บัดนี้ชินอ๋องแห่งต้าเยี่ยนสามารถลุกขึ้นนั่งพิงหัวเตียงและพูดคุยได้เป็นปกติแล้วทว่าสิ่งที่เปลี่ยนไปจนม่ออวิ๋นและเย่หานถึงกับต้องลอบมองหน้ากันบ่อยครั้ง ก็คือท่าทีของ ชินอ๋องผู้เย็นชา ที่บัดนี้กลายสภาพเป็นคน คลั่งรักอย่างหนัก!“ขมเกินไป ข้าดื่มไม่ลง”เซียวจินเยว่เบือนหน้าหนีชามยาต้มสีดำสนิท คิ้วเข้มขมวดเข้าหากันเล็กน้อย ทว่าหางตากลับลอบสังเกตปฏิกิริยาของสตรีที่นั่งอยู่ข้างเตียงเสิ่นลั่วอวี้ถอนหายใจเบาๆ นางตักยาขึ้นมาเป่าให้คลายความร้อน ก่อนจะยื่นไปจ่อที่ริมฝีปาก “ท่านอ๋อง ยาดีมักขม หากท่านไม่ดื่มแล้วแผลจะหายสนิทได้อย่างไรเพคะ อ้าปากเร็วเข้า”“บาดแผลของข้าเจ็บปวดถึงเพียงนี้ เจ้ายังจะดุข้าอีกหรือ ลั่วอวี้” น้ำเสียงของเขาทั้งทุ้มต่ำและแฝงแววออดอ้อนอย่างที่ไม่เคยมีผู้ใดได้ยินม
อ่านเพิ่มเติม
ก่อนหน้า
123456
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป
DMCA.com Protection Status