Masuk“ลงนามเสียสิ” คำสั่งหย่าขาดจากบุรุษผู้เป็นสามี เพื่อเปิดทางให้ ‘รักแรก’ ของเขาที่กลับมา ทว่าสวรรค์ช่างตลกร้าย เมื่อสตรีผู้นั้นดันเป็นลูกสาวของแม่เลี้ยงใจร้ายที่หวังจะเหยียบย่ำนางให้จมดิน! สามปีแห่งการทำหน้าที่พระชายาอย่างไร้ที่ติ สัญญาแต่งงานจอมปลอมจบลงเพียงกระดาษแผ่นเดียว ในเมื่อหัวใจของเขาไม่มีนาง ‘เสิ่นลั่วอวี้’ สตรีทะลุมิติผู้หยิ่งทะนง ก็ไม่คิดจะก้มหัวอ้อนวอนผู้ใด นางจรดพู่กันเซ็นใบหย่า คืนอิสระให้ชินอ๋องอย่างไม่ไยดี ไม่เรียกร้องเงินทอง ไร้ซึ่งหยาดน้ำตา พร้อมทิ้งท้ายประโยคเด็ดก่อนสะบัดหน้าเดินจากไปอย่างสง่างาม “หม่อมฉันขออวยพรให้ท่านอ๋องและแม่นางผู้นั้น ครองรักกันอย่างมีความสุขนะเพคะ” ท่านอ๋องผู้เย็นชาได้สมหวังตามที่ต้องการ... แต่เหตุใด เมื่อแผ่นหลังบอบบางนั้นเดินลับหายไปจากสายตา หัวใจของเขาถึงได้เจ็บปวดราวกับสูญเสียสิ่งที่มีค่าที่สุดไปกันล่ะ?
Lihat lebih banyakบทที่ 30: พายุในจวนเสนาบดีณ จวนเสนาบดีเสิ่นเสียงถ้วยชากระเบื้องเคลือบชั้นดีแตกกระจายดังสนั่นกึกก้องไปทั่วห้องหนังสือ บรรดาบ่าวไพร่และผู้คุ้มกันต่างพากันคุกเข่าหมอบกราบอยู่บนพื้น ตัวสั่นเทาด้วยความหวาดกลัว ไม่มีผู้ใดกล้าแม้แต่จะเงยหน้าขึ้นมองโทสะของจิ้งจอกเฒ่าเสนาบดีเสิ่นยืนหอบหายใจแรง ใบหน้าเหี่ยวย่นที่เคยวางมาดสุขุมและเย่อหยิ่งมาตลอด บัดนี้ซีดเผือด ดวงตาเบิกกว้างราวกับคนเสียสติเมื่อรุ่งสาง เขาได้รับรายงานจากสายข่าวในวังว่ามีรอยเลือดลากยาวออกมาจากหอเอกสารลับ ด้วยความร้อนใจจึงรีบลอบเข้าไปตรวจสอบ และพบว่ากลไกค่ายกลแปดทิศบนหีบไม้จันทน์ถูกปลดออก... สมุดบัญชีเล่มนั้นอันตรธานหายไปแล้ว!สมองของจิ้งจอกเฒ่าทำงานอย่างหนัก ผู้ที่ลอบเข้าไปในวังหลวงได้อย่างไร้ร่องรอย ซ้ำยังรู้วิธีปลดค่ายกลแปดทิศ ย่อมไม่ใช่โจรขโมยธรรมดาเป็นแน่! ศัตรูทางการเมืองของเขามีมากมาย ทว่าผู้ที่มีกำลังคนและอำนาจมากพอจะทำเรื่องอุกอาจเช่นนี้ได้... หากไม่ใช่องค์ชายรัชทายาท ก็คงเป็นเซียวจินเยว่ ชินอ๋องผู้นั้น!“ไม่ว่ามันจะเป็นใคร แต่คนที่รู้เห็นเหตุการณ์ทั้งหมดคือเย่หาน...” เสนาบดีเสิ่นกัดฟันกรอด ก่อนจะหันไปตวาดลั่นจนเสียงแห
บทที่ 29: ทางเลือกของเงาสังหารหลังจากเซียวจินเยว่พุ่งทะยานออกไปจากหน้าต่าง ทิ้งไว้เพียงความเงียบงันที่ชวนให้อึดอัด เผยเหยียนโจวที่ยืนสังเกตการณ์อยู่เงียบๆ ก็ผ่อนลมหายใจออกมาเบาๆ เขามองท่าทีเหม่อลอยของเสิ่นลั่วอวี้อยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะตัดสินใจเอ่ยทำลายความเงียบ“ดึกมากแล้ว... ข้าคงต้องขอตัวกลับจวนก่อน หากรั้งอยู่นานกว่านี้ เกรงว่าจะเป็นการทำลายชื่อเสียงของเจ้า” ซื่อจื่อหนุ่มเอ่ยด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล “ส่วนเรื่องบาดแผลของเขา พรุ่งนี้เช้าตรู่ ข้าจะให้คนพาหมอที่ไว้ใจได้มาตรวจดูอาการอย่างละเอียดอีกครั้ง”เสิ่นลั่วอวี้ดึงสติกลับมา นางหันไปประสานมือคารวะชายหนุ่มด้วยความซาบซึ้งใจ “ลำบากท่านแล้วเหยียนโจว บุญคุณครั้งนี้ ข้าจะจดจำไว้”เผยเหยียนโจวยิ้มรับบางๆ เขาไม่กล่าวสิ่งใดให้มากความ หมุนตัวเดินออกจากห้องไปอย่างรู้มารยาท ปล่อยให้นางจัดการเรื่องคนของตนเองต่ออย่างอิสระเมื่อซื่อจื่อจวนกั๋วกงจากไปแล้ว ปี้เถาก็รีบนำอ่างน้ำร้อนและผ้าสะอาดเข้ามาเช็ดคราบเลือดให้เย่หาน สาวใช้ตัวน้อยมือสั่นเล็กน้อยขณะมองดูบาดแผลลึกบนหัวไหล่ของนักฆ่าหนุ่ม“ท่านหญิง... ซ่อนเขาไว้เช่นนี้จะดีหรือเจ้าคะ หากนายท่านรู้เข้า...” ป
บทที่ 28: ความน้อยใจของชินอ๋องบรรยากาศภายในห้องนอนของเรือนปีกซ้ายพลันตึงเครียดและกดดันจนแทบหายใจไม่ออก กลิ่นคาวเลือดจางๆ ที่ลอยมาจากตัวของเซียวจินเยว่ ผสมปนเปกับรังสีคุกคามที่แผ่ซ่านออกมาจากร่างสูงใหญ่ ทำเอาปี้เถาที่กำลังถืออ่างน้ำร้อนถึงกับก้าวขาไม่ออกนัยน์ตาคมกริบของชินอ๋องกวาดมองสตรีตรงหน้า สลับกับบุรุษชุดขาวที่ยืนเคียงข้างนางในยามวิกาล ก่อนที่เขาจะขบกรามแน่นเพื่อสะกดกลั้นอารมณ์“อดีตพระชายาของข้า... ช่างมีชีวิตชีวาเสียจริง” เซียวจินเยว่แค่นเสียงเยาะ “ดึกดื่นค่อนคืนกลับมีซื่อจื่อจวนกั๋วกงมาอยู่ร่วมห้อง ซ้ำยังมีบุรุษอีกคนนอนอยู่บนเตียง... ดูเหมือนจวนหลังนี้จะเล็กเกินไปสำหรับพวกเจ้าเสียแล้วกระมัง”เผยเหยียนโจวขยับตัวบังหน้าเสิ่นลั่วอวี้ไว้ครึ่งก้าวโดยสัญชาตญาณ “ท่านอ๋องโปรดระวังคำพูดด้วย ลั่วอวี้เพียงแค่กำลังช่วยชีวิตคน ไม่ได้ทำเรื่องเสื่อมเสียอย่างที่พระองค์คิด”“ข้าไม่ได้ถามเจ้า!” เสียงตวาดกร้าวของชินอ๋องดังลั่นจนปี้เถาสะดุ้งสุดตัวเซียวจินเยว่ก้าวอาดๆ เข้ามาใกล้ ทว่าเมื่อสายตาของเขาปะทะเข้ากับใบหน้าซีดเผือดของบุรุษชุดดำที่นอนไม่ได้สติอยู่บนเตียง และเห็นบาดแผลฉกรรจ์ที่หัวไหล่ขวา.
บทที่ 27: ตัวช่วยในยามคับขัน“อึ่ก... หนักเหลือเกินเจ้าค่ะท่านหญิง”ปี้เถากัดฟันแน่นขณะพยายามพยุงแขนข้างหนึ่งของบุรุษชุดดำขึ้นพาดบ่า เสิ่นลั่วอวี้เองก็พยุงแขนอีกข้างของเขาไว้ ทว่าน้ำหนักตัวของบุรุษที่ทิ้งตัวลงมาอย่างคนไร้สตินั้น มากเกินกว่าที่สตรีร่างบางสองคนจะรับไหว พวกนางเพิ่งจะขยับตัวลากร่างของเย่หานออกมาพ้นจากซอกหินได้เพียงไม่กี่ก้าว ก็แทบจะหมดเรี่ยวแรง“อดทนหน่อยปี้เถา... หากทหารยามมาเห็นเข้า พวกเราจะอธิบายเรื่องของบุรุษชุดดำผู้นี้ไม่ได้แน่” เสิ่นลั่วอวี้หอบหายใจ ใบหน้างดงามชื้นไปด้วยเหงื่อทว่าสวรรค์กลับไม่เข้าข้างพวกนางนัก เมื่อเสียงฝีเท้าหนักๆ และเสียงเกราะกระทบกันของหน่วยองครักษ์ลาดตระเวน ดังแว่วมาจากทางเดินหินอ่อนฝั่งตรงข้าม และกำลังมุ่งหน้ามาทางอุทยานสระบัว!เสิ่นลั่วอวี้เบิกตากว้าง นางมองหาที่ซ่อน แต่รอบกายมีเพียงพุ่มไม้เตี้ยๆ ที่ไม่สามารถบดบังร่างของคนสามคนได้มิดชิด ความตื่นตระหนกเริ่มก่อตัวขึ้นในใจ“ลั่วอวี้! ทางนี้!”จู่ๆ เสียงทุ้มคุ้นหูก็ดังขึ้นจากเงามืดด้านหลังศาลาริมน้ำ เผยเหยียนโจวในชุดอาภรณ์สีขาวสะอาดตาก้าวออกมาอย่างรวดเร็ว เขาไม่ได้ถามไถ่ให้มากความเมื่อเห็นสถานการ






Ulasan-ulasan