Mag-log in“ลงนามเสียสิ” คำสั่งหย่าขาดจากบุรุษผู้เป็นสามี เพื่อเปิดทางให้ ‘รักแรก’ ของเขาที่กลับมา ทว่าสวรรค์ช่างตลกร้าย เมื่อสตรีผู้นั้นดันเป็นลูกสาวของแม่เลี้ยงใจร้ายที่หวังจะเหยียบย่ำนางให้จมดิน! สามปีแห่งการทำหน้าที่พระชายาอย่างไร้ที่ติ สัญญาแต่งงานจอมปลอมจบลงเพียงกระดาษแผ่นเดียว ในเมื่อหัวใจของเขาไม่มีนาง ‘เสิ่นลั่วอวี้’ สตรีทะลุมิติผู้หยิ่งทะนง ก็ไม่คิดจะก้มหัวอ้อนวอนผู้ใด นางจรดพู่กันเซ็นใบหย่า คืนอิสระให้ชินอ๋องอย่างไม่ไยดี ไม่เรียกร้องเงินทอง ไร้ซึ่งหยาดน้ำตา พร้อมทิ้งท้ายประโยคเด็ดก่อนสะบัดหน้าเดินจากไปอย่างสง่างาม “หม่อมฉันขออวยพรให้ท่านอ๋องและแม่นางผู้นั้น ครองรักกันอย่างมีความสุขนะเพคะ” ท่านอ๋องผู้เย็นชาได้สมหวังตามที่ต้องการ... แต่เหตุใด เมื่อแผ่นหลังบอบบางนั้นเดินลับหายไปจากสายตา หัวใจของเขาถึงได้เจ็บปวดราวกับสูญเสียสิ่งที่มีค่าที่สุดไปกันล่ะ?
view moreกระดาษเซวียนจื่อแผ่นหนึ่งวางอยู่บนโต๊ะไม้จันทน์แดง พร้อมพู่กันชุ่มน้ำหมึกที่เตรียมไว้เสร็จสรรพ
บรรยากาศภายในห้องหนังสือของจวนชินอ๋องเงียบงันจนชวนให้อึดอัด อากาศหนาวเหน็บช่วงปลายฤดูเหมันต์ยังไม่อาจเทียบได้กับแววตาเย็นชาของบุรุษสูงศักดิ์ที่นั่งอยู่เบื้องหน้า
“ลงนามเสียสิ”
น้ำเสียงทุ้มต่ำของ เซียวจินเยว่ ชินอ๋องผู้กุมอำนาจล้นฟ้าแห่งแคว้นเอ่ยขึ้นอย่างไร้อารมณ์ นัยน์ตาดำขลับจ้องมองสตรีผู้ได้ชื่อว่าเป็นพระชายาเอกด้วยสายตาว่างเปล่า
เสิ่นลั่วอวี้ ก้มมองตัวอักษรสามคำบนกระดาษตรงหน้า... ‘หนังสือหย่า’
ริมฝีปากบางเม้มเข้าหากันเล็กน้อย ก่อนจะแค่นยิ้มบางเบาที่ส่งไปไม่ถึงดวงตา ความเจ็บปวดแล่นริ้วขึ้นมาจุกอยู่ที่อกจนแทบหายใจไม่ออก แต่นางก็พยายามสูดลมหายใจลึก เพื่อข่มความอ่อนแอทั้งหมดเอาไว้ข้างใน
“ท่านอ๋องใจร้อนถึงเพียงนี้เชียวหรือเพคะ” นางเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงราบเรียบ “แม่นางผู้นั้น... คงสำคัญกับพระองค์มากจริงๆ”
“อย่าลืมสิ ว่าข้าแต่งงานกับเจ้าเพราะอะไร”
คำพูดนั้นกรีดลึกลงกลางใจจนเสิ่นลั่วอวี้ชะงักงัน ภาพความทรงจำเมื่อสามปีก่อนไหลย้อนกลับมา
นางไม่ใช่เสิ่นลั่วอวี้ตัวจริง แต่เป็นวิญญาณจากยุคปัจจุบันที่ทะลุมิติมาอยู่ในร่างของคุณหนูใหญ่ตระกูลเสิ่นผู้อาภัพ มารดาแท้ๆ จากไปตั้งแต่ยังเล็ก ส่วนบิดาที่มัวเมาในอำนาจและสตรีก็ดัน ‘อนุภรรยา’ ขึ้นมาเป็นฮูหยินเอกแทน
ชีวิตในจวนตระกูลเสิ่นของร่างนี้ไม่ต่างอะไรกับตกนรกทั้งเป็น นางถูกแม่เลี้ยงที่หน้าเนื้อใจเสือคอยกดขี่ข่มเหง ซ้ำยังวางแผนจะส่งนางไปแต่งงานกับตาเฒ่าตัณหากลับ เพื่อปูทางให้ลูกสาวของตัวเอง
เพื่อหนีให้พ้นจากขุมนรกนี้ นางจึงใช้ไหวพริบและความรู้ทั้งหมดที่มีเข้าหาชินอ๋อง เสนอผลประโยชน์และกลยุทธ์ทางการเมืองมากมาย แลกกับ ‘สัญญาแต่งงานจอมปลอม’ เพื่อใช้จวนอ๋องเป็นเกราะกำบัง
ทุกอย่างเริ่มต้นจากผลประโยชน์... และเป็นนางเองที่ตกลงทำสัญญานี้
ตลอดเวลาที่ผ่านมา นางทำหน้าที่พระชายาได้อย่างไร้ที่ติ ดูแลความเรียบร้อยในจวน คอยอยู่เคียงข้างและสนับสนุนเขาในทุกเกมการเมือง หวังเพียงว่าความดีและความผูกพันจะทำให้เขามองเห็นนางอยู่ในสายตาบ้าง
แต่ทำดีให้ตาย สุดท้ายเขาก็ไม่เคยเห็น... เพราะในหัวใจของเขามีเพียง ‘รักแรก’ ที่หายสาบสูญไปเมื่อหลายปีก่อน
ทว่าตลกร้ายที่สุดคือ สวรรค์ดันส่งรักแรกของเขากลับมาในฐานะ บุตรสาวแท้ๆ ของแม่เลี้ยง ที่หายสาบสูญไปตั้งแต่ยังเล็ก! ทันทีที่พบตัว แม่เลี้ยงของนางก็รับกลับเข้าตระกูลอย่างเชิดหน้าชูตา ทะนุถนอมดั่งแก้วตาดวงใจ และหมายมั่นจะแย่งชิงทุกอย่างของนางไปประเคนให้ลูกสาวคนโปรด เพื่อเหยียบย่ำศักดิ์ศรีของคุณหนูใหญ่อย่างนางให้จมดิน
“หม่อมฉันไม่เคยลืมเพคะ” เสิ่นลั่วอวี้ตอบเสียงแผ่วทว่าหนักแน่น “สัญญาต้องเป็นสัญญา ในเมื่อคนที่พระองค์รอคอยกลับมาแล้ว และเป็นคนที่พระองค์ต้องการยกย่องให้เป็นพระชายาเอก หม่อมฉันก็ไม่มีเหตุผลอันใดต้องรั้งตำแหน่งนี้ไว้อีก”
เซียวจินเยว่ขมวดคิ้ว เขาคิดว่านางจะโวยวาย ร้องไห้ฟูมฟาย หรือเรียกร้องผลประโยชน์ ทว่าท่าทีสงบนิ่งกับรอยยิ้มจางๆ ของนางกลับทำให้เขารู้สึกหงุดหงิดใจอย่างประหลาด
“เจ้าต้องการสิ่งใดชดเชยหรือไม่ เงินทอง ที่ดิน หรือร้านค้า...”
“ไม่ต้องหรอกเพคะ” นางปฏิเสธทันควัน มือเรียวเอื้อมไปหยิบพู่กัน แม้ปลายนิ้วจะสั่นเทาเล็กน้อย แต่นางก็บังคับให้มันตวัดเขียนชื่อตนเองลงบนหนังสือหย่าอย่างชัดเจน
เสิ่นลั่วอวี้
น้ำหมึกสีดำประทับลงบนกระดาษ เป็นอันสิ้นสุดพันธะสามีภรรยา และสิ้นสุดความพยายามอันโง่เขลาที่หวังจะได้หัวใจของบุรุษผู้นี้
นางวางพู่กันลง เลื่อนหนังสือหย่ากลับไปตรงหน้าเขา ก่อนจะลุกขึ้นยืนช้าๆ จัดระเบียบอาภรณ์ของตนเองให้เรียบร้อยและสง่างามที่สุด เท่าที่สตรีผู้ถูกทอดทิ้งคนหนึ่งจะทำได้
“หม่อมฉันคืนอิสระให้พระองค์แล้ว”
เสิ่นลั่วอวี้เงยหน้ามองบุรุษที่นางเผลอใจรักด้วยสายตาว่างเปล่า ไร้ซึ่งหยาดน้ำตาให้เขาได้เห็นแม้แต่หยดเดียว
“ตั้งแต่วันนี้ไป ถือว่าเราสองไม่ติดค้างสิ่งใดต่อกันอีก... หม่อมฉันขออวยพรให้ท่านอ๋องและแม่นางผู้นั้น ครองรักกันอย่างมีความสุข สมดั่งที่พระองค์เฝ้ารอคอยนะเพคะ”
สิ้นคำ นางก็หันหลังเดินออกจากห้องหนังสือไป ก้าวเดินอย่างมั่นคงฝ่าหิมะด้านนอก ทิ้งไว้เพียงกลิ่นหอมอ่อนๆ ของดอกเหมย นางไม่คิดก้มหัวให้แก่โชคชะตา
เซียวจินเยว่มองตามแผ่นหลังบอบบางนั้นจนลับสายตา นัยน์ตาดำขลับหลุบลงมองหนังสือหย่าบนโต๊ะ... ทุกอย่างเป็นไปตามที่เขาต้องการ เขากำลังจะได้แต่งงานกับสตรีที่เขารักและติดค้างบุญคุณมาตลอด
ทว่าเหตุใด... อกข้างซ้ายกลับรู้สึกโหวงเหวง ราวกับมีบางสิ่งหล่นหายไป และคงไม่มีวันได้คืนกลับมาอีกตลอดกาล
ตอนพิเศษ: ก้อนแป้งแฝดแห่งจวนชินอ๋องเวลาผันผ่านไปอย่างรวดเร็วราวกับสายน้ำ... สามปีแล้วนับตั้งแต่งานอภิเษกสมรสที่สั่นสะเทือนไปทั่วทั้งเมืองหลวงจวนชินอ๋องที่ในอดีตเคยเงียบเหงา วังเวง และหนาวเหน็บดุจถ้ำน้ำแข็ง บัดนี้กลับอบอวลไปด้วยความอบอุ่นและเสียงหัวเราะใสแจ๋วที่ดังเจื้อยแจ้วไปทั่วทุกมุมเรือน โดยเฉพาะในยามวสันตฤดูที่ดอกท้อกำลังเบ่งบานเช่นนี้“ป้อจ๋า! จับ... จับเฉิน!”“เอิ๊กๆ... หรานหราน ทางนี้!”เสียงเล็กๆ ที่พูดจายังไม่ค่อยจะชัดเจนนัก ดังประสานกับเสียงฝีเท้าที่วิ่งเตาะแตะลัดเลาะไปตามทางเดินหินในสวนดอกไม้ เบื้องหน้าคือ ก้อนแป้งแฝดมังกรหงส์ (แฝดชายหญิง) วัยสองหนาวเศษ ผู้เป็นแก้วตาดวงใจของจวนชินอ๋องแฝดผู้พี่คือคุณชายน้อย เซียวมู่เฉิน ผู้มีใบหน้าหล่อเหลาถอดแบบมาจากบิดาราวกับพิมพ์เดียวกัน กำลังวิ่งนำหน้าไปอย่างทุลักทุเล ส่วนแฝดผู้น้องคือท่านหญิงน้อย เซียวอวี้หราน ผู้มีดวงตาคู่หงส์งดงามเหมือนมารดา กำลังวิ่งตามหลังพี่ชายด้วยขาสั้นๆ จนแทบจะหน้าทิ่มดินอยู่รอมร่อและผู้ที่กำลังวิ่งไล่ตามจับเจ้าก้อนแป้งทั้งสองอยู่นั้น ไม่ใช่บ่าวไพร่หรือองครักษ์ที่ไหน... แต่เป็นถึงอดีตแม่ทัพใหญ่ผู้เกรียงไกร ชิน
บทที่ 51 (ตอนจบ): คำสัญญาชั่วนิรันดร์เมืองหลวงยามวสันตฤดูอบอวลไปด้วยกลิ่นหอมของดอกท้อที่เบ่งบาน บรรยากาศทั่วทั้งเมืองคึกคักและเต็มไปด้วยรอยยิ้ม เมื่อกองทัพหลวงและขบวนของชินอ๋องเดินทางกลับมาถึงอย่างปลอดภัยทันทีที่ขบวนรถม้าเคลื่อนผ่านประตูเมือง เสียงโห่ร้องต้อนรับและสรรเสริญก็ดังกึกก้องไปทั่วทุกสารทิศ ทว่าเซียวจินเยว่ไม่ได้สั่งให้ขบวนมุ่งหน้ากลับจวนอ๋อง เขากลับสั่งให้รถม้าตรงไปเข้าเฝ้ายังวังหลวงในทันทีณ ตำหนักฉือหนิงทันทีที่เซียวจินเยว่และเสิ่นลั่วอวี้ก้าวเข้ามาในตำหนัก ไท่โฮ่วที่ประทับรออยู่ก็ถึงกับผุดลุกขึ้น น้ำตาแห่งความปีติไหลอาบสองแก้มของสตรีสูงศักดิ์ พระนางไม่ได้สนใจธรรมเนียมใดๆ ทั้งสิ้น รีบสาวเท้าเข้ามากอดบุตรชายคนเล็กและอดีตลูกสะใภ้เอาไว้แน่น“สวรรค์คุ้มครอง... สวรรค์คุ้มครองจริงๆ!” ไท่โฮ่วสะอื้นไห้ พลางลูบใบหน้าคมคายของเซียวจินเยว่ที่ยังมีร่องรอยความซูบผอม“ลูกอกตัญญู ทำให้เสด็จแม่ต้องเป็นห่วงแล้วพ่ะย่ะค่ะ” เซียวจินเยว่คุกเข่าลงโขกศีรษะขอประทานอภัยไท่โฮ่วรีบพยุงเขาขึ้น ก่อนจะหันมาจับมือเสิ่นลั่วอวี้ไว้แน่น แววตาของพระนางเต็มไปด้วยความซาบซึ้งและเอ็นดูสุดหัวใจ “ลั่วอวี้... ข
บทที่ 50: หนี้รักที่ต้องชดใช้ครึ่งเดือนผ่านไปอย่างรวดเร็วท่ามกลางลมหนาวของแดนเหนือด้วยการฝังเข็มขับพิษอันล้ำเลิศของหมอเทวดาไป๋อิงหลัว ผนวกกับการดูแลปรนนิบัติอย่างใกล้ชิดแทบไม่คลาดสายตาของเสิ่นลั่วอวี้ ร่างกายของเซียวจินเยว่ก็ฟื้นตัวขึ้นอย่างน่าอัศจรรย์ พิษในหัวใจถูกขจัดออกจนหมดสิ้น บาดแผลฉกรรจ์ที่หน้าอกเริ่มสมานตัว บัดนี้ชินอ๋องแห่งต้าเยี่ยนสามารถลุกขึ้นนั่งพิงหัวเตียงและพูดคุยได้เป็นปกติแล้วทว่าสิ่งที่เปลี่ยนไปจนม่ออวิ๋นและเย่หานถึงกับต้องลอบมองหน้ากันบ่อยครั้ง ก็คือท่าทีของ ชินอ๋องผู้เย็นชา ที่บัดนี้กลายสภาพเป็นคน คลั่งรักอย่างหนัก!“ขมเกินไป ข้าดื่มไม่ลง”เซียวจินเยว่เบือนหน้าหนีชามยาต้มสีดำสนิท คิ้วเข้มขมวดเข้าหากันเล็กน้อย ทว่าหางตากลับลอบสังเกตปฏิกิริยาของสตรีที่นั่งอยู่ข้างเตียงเสิ่นลั่วอวี้ถอนหายใจเบาๆ นางตักยาขึ้นมาเป่าให้คลายความร้อน ก่อนจะยื่นไปจ่อที่ริมฝีปาก “ท่านอ๋อง ยาดีมักขม หากท่านไม่ดื่มแล้วแผลจะหายสนิทได้อย่างไรเพคะ อ้าปากเร็วเข้า”“บาดแผลของข้าเจ็บปวดถึงเพียงนี้ เจ้ายังจะดุข้าอีกหรือ ลั่วอวี้” น้ำเสียงของเขาทั้งทุ้มต่ำและแฝงแววออดอ้อนอย่างที่ไม่เคยมีผู้ใดได้ยินม
บทที่ 49: เสียงเรียกจากหัวใจเวลาผ่านพ้นไปสามวันสามคืนนับตั้งแต่เสิ่นลั่วอวี้เดินทางมาถึงค่ายทหารแดนเหนือตลอดสามวันที่ผ่านมา นางแทบไม่ได้หลับตาพักผ่อนอย่างเต็มตื่น หญิงสาวรับหน้าที่ดูแลเซียวจินเยว่ด้วยตนเองทุกขั้นตอน ไม่ว่าจะเป็นการป้อนยาที่ต้องค่อยๆ หยอดทีละหยดเพื่อไม่ให้เขาสำลัก การเปลี่ยนผ้าพันแผล หรือแม้แต่การคอยเช็ดตัวเพื่อลดไข้ที่ขึ้นสูงในยามค่ำคืนไป๋อิงหลัว หมอเทวดาหญิงแวะเวียนมาตรวจชีพจรและฝังเข็มให้เขาวันละสองครั้ง แม้นางจะไม่เอ่ยปากชม ทว่าสายตาที่มองเสิ่นลั่วอวี้ก็แฝงไปด้วยความนับถือ สตรีบอบบางจากเมืองหลวงผู้นี้มีความอดทนและเด็ดเดี่ยวยิ่งนักเข้าสู่วันที่สี่ พายุหิมะด้านนอกกระโจมเริ่มซาลงแล้ว ทว่าคนบนเตียงก็ยังคงหลับสนิทไม่มีทีท่าว่าจะฟื้นขึ้นมาเสิ่นลั่วอวี้บิดผ้าชุบน้ำอุ่น เช็ดทำความสะอาดตามโครงหน้าคมคายและลำคอของเขาอย่างเบามือ เมื่อมองเห็นใบหน้าที่เคยหล่อเหลาเย่อหยิ่งบัดนี้ซูบตอบและไร้สีเลือด หยาดน้ำตาก็พลันรื้นขึ้นมาจนภาพเบื้องหน้าพร่ามัว“ท่านนอนนานเกินไปแล้วนะ เซียวจินเยว่”นางพึมพำเสียงแผ่วเบา พลางวางผ้าลงและจับมือหนาที่หยาบกร้านของเขามาแนบแก้ม “ท่านรู้หรือไม่ว่าที่
บทที่ 34: หมายศาลหน้าจวนยามบ่ายคล้อย ณ จวนเสนาบดีเสิ่น บรรยากาศภายในเรือนของเสิ่นชิงหว่านช่างเงียบสงบและผ่อนคลาย ขัดกับสถานการณ์ตึงเครียดของบิดาที่กำลังหัวหมุนเรื่องสมุดบัญชีลับอย่างสิ้นเชิงคุณหนูรองตระกูลเสิ่นนั่งจิบชาชั้นเลิศอยู่บนตั่งบุนวม ใบหน้าที่ตกแต่งอย่างงดงามประดับด้วยรอยยิ้มหยิ่งผยอง นา
บทที่ 33: ยาทาแผล และระยะห่างที่หายไปเสียงความวุ่นวายจากชั้นล่างถูกปิดกั้นลงทันทีที่บานประตูห้องส่วนตัวบนชั้นสองปิดสนิทลงภายในห้องที่เคยเงียบสงบ บัดนี้อบอวลไปด้วยบรรยากาศตึงเครียดเจือความห่วงใย ปี้เถารีบนำกล่องไม้บรรจุยาสมานแผลและผ้าสะอาดมาวางไว้บนโต๊ะ ก่อนจะรีบถอยออกไปยืนเฝ้าหน้าประตูอย่างรู้หน้
บทที่ 9: รหัสลับเวลาล่วงเลยผ่านไปสามวัน เรือนอิงซานยังคงถูกปิดตายและคุ้มกันอย่างแน่นหนาตลอดสามวันที่ผ่านมา เซียวจินเยว่แวะเวียนมาที่เรือนแห่งนี้ทุกเช้าค่ำ เขาสั่งให้ห้องเครื่องทำอาหารเลิศรสมาบำรุงนาง นำของกำนัลมามอบให้ไม่ขาดสาย ทว่าสิ่งที่เขาได้รับกลับมา มีเพียงความเงียบงันและท่าทีเฉยเมยราวกับท่อ
บทที่ 8: รางวัลของนางบำเรอม่ออวิ๋นนำบ่าวรับใช้หลายคนเดินเรียงแถวเข้ามาภายในห้อง บนมือของแต่ละคนประคองถาดไม้ที่เต็มไปด้วยผ้าไหมเนื้อดีจากแดนใต้ เครื่องประดับลวดลายวิจิตร และกล่องยาสมานแผลชั้นเลิศที่เบิกมาจากคลังสมบัติส่วนตัวของชินอ๋องของกำนัลล้ำค่าเหล่านี้ หากสตรีใดในเมืองหลวงได้เห็น คงต้องตาลุกวา












RebyuMore