ใบหย่าฉบับนี้ ข้าขอมอบให้ท่าน

ใบหย่าฉบับนี้ ข้าขอมอบให้ท่าน

last updateHuling Na-update : 2026-07-06
Language: Thai
goodnovel16goodnovel
10
6 Mga Ratings. 6 Rebyu
52Mga Kabanata
7.8Kviews
Basahin
Idagdag sa library

Share:  

Iulat
Buod
katalogo
I-scan ang code para mabasa sa App

“ลงนามเสียสิ” คำสั่งหย่าขาดจากบุรุษผู้เป็นสามี เพื่อเปิดทางให้ ‘รักแรก’ ของเขาที่กลับมา ทว่าสวรรค์ช่างตลกร้าย เมื่อสตรีผู้นั้นดันเป็นลูกสาวของแม่เลี้ยงใจร้ายที่หวังจะเหยียบย่ำนางให้จมดิน! สามปีแห่งการทำหน้าที่พระชายาอย่างไร้ที่ติ สัญญาแต่งงานจอมปลอมจบลงเพียงกระดาษแผ่นเดียว ในเมื่อหัวใจของเขาไม่มีนาง ‘เสิ่นลั่วอวี้’ สตรีทะลุมิติผู้หยิ่งทะนง ก็ไม่คิดจะก้มหัวอ้อนวอนผู้ใด นางจรดพู่กันเซ็นใบหย่า คืนอิสระให้ชินอ๋องอย่างไม่ไยดี ไม่เรียกร้องเงินทอง ไร้ซึ่งหยาดน้ำตา พร้อมทิ้งท้ายประโยคเด็ดก่อนสะบัดหน้าเดินจากไปอย่างสง่างาม “หม่อมฉันขออวยพรให้ท่านอ๋องและแม่นางผู้นั้น ครองรักกันอย่างมีความสุขนะเพคะ” ท่านอ๋องผู้เย็นชาได้สมหวังตามที่ต้องการ... แต่เหตุใด เมื่อแผ่นหลังบอบบางนั้นเดินลับหายไปจากสายตา หัวใจของเขาถึงได้เจ็บปวดราวกับสูญเสียสิ่งที่มีค่าที่สุดไปกันล่ะ?

view more

Kabanata 1

บทที่ 1: สัญญาที่สิ้นสุด

บทที่ 1: สัญญาที่สิ้นสุด

กระดาษเซวียนจื่อแผ่นหนึ่งวางอยู่บนโต๊ะไม้จันทน์แดง พร้อมพู่กันชุ่มน้ำหมึกที่เตรียมไว้เสร็จสรรพ

บรรยากาศภายในห้องหนังสือของจวนชินอ๋องเงียบงันจนชวนให้อึดอัด อากาศหนาวเหน็บช่วงปลายฤดูเหมันต์ยังไม่อาจเทียบได้กับแววตาเย็นชาของบุรุษสูงศักดิ์ที่นั่งอยู่เบื้องหน้า

“ลงนามเสียสิ” 

น้ำเสียงทุ้มต่ำของ เซียวจินเยว่ ชินอ๋องผู้กุมอำนาจล้นฟ้าแห่งแคว้นเอ่ยขึ้นอย่างไร้อารมณ์ นัยน์ตาดำขลับจ้องมองสตรีผู้ได้ชื่อว่าเป็นพระชายาเอกด้วยสายตาว่างเปล่า

เสิ่นลั่วอวี้ ก้มมองตัวอักษรสามคำบนกระดาษตรงหน้า... หนังสือหย่า’

ริมฝีปากบางเม้มเข้าหากันเล็กน้อย ก่อนจะแค่นยิ้มบางเบาที่ส่งไปไม่ถึงดวงตา ความเจ็บปวดแล่นริ้วขึ้นมาจุกอยู่ที่อกจนแทบหายใจไม่ออก แต่นางก็พยายามสูดลมหายใจลึก เพื่อข่มความอ่อนแอทั้งหมดเอาไว้ข้างใน

“ท่านอ๋องใจร้อนถึงเพียงนี้เชียวหรือเพคะ” นางเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงราบเรียบ “แม่นางผู้นั้น... คงสำคัญกับพระองค์มากจริงๆ”

“อย่าลืมสิ ว่าข้าแต่งงานกับเจ้าเพราะอะไร”

คำพูดนั้นกรีดลึกลงกลางใจจนเสิ่นลั่วอวี้ชะงักงัน ภาพความทรงจำเมื่อสามปีก่อนไหลย้อนกลับมา

นางไม่ใช่เสิ่นลั่วอวี้ตัวจริง แต่เป็นวิญญาณจากยุคปัจจุบันที่ทะลุมิติมาอยู่ในร่างของคุณหนูใหญ่ตระกูลเสิ่นผู้อาภัพ มารดาแท้ๆ จากไปตั้งแต่ยังเล็ก ส่วนบิดาที่มัวเมาในอำนาจและสตรีก็ดัน ‘อนุภรรยา’ ขึ้นมาเป็นฮูหยินเอกแทน

ชีวิตในจวนตระกูลเสิ่นของร่างนี้ไม่ต่างอะไรกับตกนรกทั้งเป็น นางถูกแม่เลี้ยงที่หน้าเนื้อใจเสือคอยกดขี่ข่มเหง ซ้ำยังวางแผนจะส่งนางไปแต่งงานกับตาเฒ่าตัณหากลับ เพื่อปูทางให้ลูกสาวของตัวเอง

เพื่อหนีให้พ้นจากขุมนรกนี้ นางจึงใช้ไหวพริบและความรู้ทั้งหมดที่มีเข้าหาชินอ๋อง เสนอผลประโยชน์และกลยุทธ์ทางการเมืองมากมาย แลกกับ ‘สัญญาแต่งงานจอมปลอม’ เพื่อใช้จวนอ๋องเป็นเกราะกำบัง

ทุกอย่างเริ่มต้นจากผลประโยชน์... และเป็นนางเองที่ตกลงทำสัญญานี้

ตลอดเวลาที่ผ่านมา นางทำหน้าที่พระชายาได้อย่างไร้ที่ติ ดูแลความเรียบร้อยในจวน คอยอยู่เคียงข้างและสนับสนุนเขาในทุกเกมการเมือง หวังเพียงว่าความดีและความผูกพันจะทำให้เขามองเห็นนางอยู่ในสายตาบ้าง

แต่ทำดีให้ตาย สุดท้ายเขาก็ไม่เคยเห็น... เพราะในหัวใจของเขามีเพียง ‘รักแรก’ ที่หายสาบสูญไปเมื่อหลายปีก่อน

ทว่าตลกร้ายที่สุดคือ สวรรค์ดันส่งรักแรกของเขากลับมาในฐานะ บุตรสาวแท้ๆ ของแม่เลี้ยง ที่หายสาบสูญไปตั้งแต่ยังเล็ก! ทันทีที่พบตัว แม่เลี้ยงของนางก็รับกลับเข้าตระกูลอย่างเชิดหน้าชูตา ทะนุถนอมดั่งแก้วตาดวงใจ และหมายมั่นจะแย่งชิงทุกอย่างของนางไปประเคนให้ลูกสาวคนโปรด เพื่อเหยียบย่ำศักดิ์ศรีของคุณหนูใหญ่อย่างนางให้จมดิน

“หม่อมฉันไม่เคยลืมเพคะ” เสิ่นลั่วอวี้ตอบเสียงแผ่วทว่าหนักแน่น “สัญญาต้องเป็นสัญญา ในเมื่อคนที่พระองค์รอคอยกลับมาแล้ว และเป็นคนที่พระองค์ต้องการยกย่องให้เป็นพระชายาเอก หม่อมฉันก็ไม่มีเหตุผลอันใดต้องรั้งตำแหน่งนี้ไว้อีก”

เซียวจินเยว่ขมวดคิ้ว เขาคิดว่านางจะโวยวาย ร้องไห้ฟูมฟาย หรือเรียกร้องผลประโยชน์ ทว่าท่าทีสงบนิ่งกับรอยยิ้มจางๆ ของนางกลับทำให้เขารู้สึกหงุดหงิดใจอย่างประหลาด

“เจ้าต้องการสิ่งใดชดเชยหรือไม่ เงินทอง ที่ดิน หรือร้านค้า...”

“ไม่ต้องหรอกเพคะ” นางปฏิเสธทันควัน มือเรียวเอื้อมไปหยิบพู่กัน แม้ปลายนิ้วจะสั่นเทาเล็กน้อย แต่นางก็บังคับให้มันตวัดเขียนชื่อตนเองลงบนหนังสือหย่าอย่างชัดเจน

เสิ่นลั่วอวี้

น้ำหมึกสีดำประทับลงบนกระดาษ เป็นอันสิ้นสุดพันธะสามีภรรยา และสิ้นสุดความพยายามอันโง่เขลาที่หวังจะได้หัวใจของบุรุษผู้นี้

นางวางพู่กันลง เลื่อนหนังสือหย่ากลับไปตรงหน้าเขา ก่อนจะลุกขึ้นยืนช้าๆ จัดระเบียบอาภรณ์ของตนเองให้เรียบร้อยและสง่างามที่สุด เท่าที่สตรีผู้ถูกทอดทิ้งคนหนึ่งจะทำได้

“หม่อมฉันคืนอิสระให้พระองค์แล้ว”

เสิ่นลั่วอวี้เงยหน้ามองบุรุษที่นางเผลอใจรักด้วยสายตาว่างเปล่า ไร้ซึ่งหยาดน้ำตาให้เขาได้เห็นแม้แต่หยดเดียว

“ตั้งแต่วันนี้ไป ถือว่าเราสองไม่ติดค้างสิ่งใดต่อกันอีก... หม่อมฉันขออวยพรให้ท่านอ๋องและแม่นางผู้นั้น ครองรักกันอย่างมีความสุข สมดั่งที่พระองค์เฝ้ารอคอยนะเพคะ”

สิ้นคำ นางก็หันหลังเดินออกจากห้องหนังสือไป ก้าวเดินอย่างมั่นคงฝ่าหิมะด้านนอก ทิ้งไว้เพียงกลิ่นหอมอ่อนๆ ของดอกเหมย นางไม่คิดก้มหัวให้แก่โชคชะตา

เซียวจินเยว่มองตามแผ่นหลังบอบบางนั้นจนลับสายตา นัยน์ตาดำขลับหลุบลงมองหนังสือหย่าบนโต๊ะ... ทุกอย่างเป็นไปตามที่เขาต้องการ เขากำลังจะได้แต่งงานกับสตรีที่เขารักและติดค้างบุญคุณมาตลอด

ทว่าเหตุใด... อกข้างซ้ายกลับรู้สึกโหวงเหวง ราวกับมีบางสิ่งหล่นหายไป และคงไม่มีวันได้คืนกลับมาอีกตลอดกาล

Palawakin
Susunod na Kabanata
I-download

Pinakabagong kabanata

Higit pang Kabanata

RebyuMore

ปาป๊า น้ำหวาน
ปาป๊า น้ำหวาน
สนุกมากๆ ขอบคุณไรท์ที่อัพจนจบนะคะ ...️
2026-07-12 14:28:31
1
0
Paveena Himhod
Paveena Himhod
จบแล้ว สนุกมากๆ เลยค่ะ ขอบคุณไรท์ที่อัพจบนะค้าบบบ
2026-07-08 08:36:33
1
1
Paveena Himhod
Paveena Himhod
ค้างอยู่ที่ตอน 47 นะคะ อยากให้มา up ต่อค่ะ สนุกมาก จะเสียใจมากถ้าไรท์เทนิยายเรืีองนี้นะคะ
2026-07-04 10:58:51
1
1
Paveena Himhod
Paveena Himhod
1/7/69 ที่ตอน 47 นะคะ รอตอนต่อไปค่ะ
2026-07-01 18:54:08
1
0
Paveena Himhod
Paveena Himhod
1/7/69 อ่านถึงตอน 27 เนื้อเรื่องดีมากภาษาสวย ลื่นไหล อ่านง่าย สนุกมาก
2026-07-01 15:07:21
1
0
52 Kabanata
บทที่ 1: สัญญาที่สิ้นสุด
บทที่ 1: สัญญาที่สิ้นสุดกระดาษเซวียนจื่อแผ่นหนึ่งวางอยู่บนโต๊ะไม้จันทน์แดง พร้อมพู่กันชุ่มน้ำหมึกที่เตรียมไว้เสร็จสรรพบรรยากาศภายในห้องหนังสือของจวนชินอ๋องเงียบงันจนชวนให้อึดอัด อากาศหนาวเหน็บช่วงปลายฤดูเหมันต์ยังไม่อาจเทียบได้กับแววตาเย็นชาของบุรุษสูงศักดิ์ที่นั่งอยู่เบื้องหน้า“ลงนามเสียสิ” น้ำเสียงทุ้มต่ำของ เซียวจินเยว่ ชินอ๋องผู้กุมอำนาจล้นฟ้าแห่งแคว้นเอ่ยขึ้นอย่างไร้อารมณ์ นัยน์ตาดำขลับจ้องมองสตรีผู้ได้ชื่อว่าเป็นพระชายาเอกด้วยสายตาว่างเปล่าเสิ่นลั่วอวี้ ก้มมองตัวอักษรสามคำบนกระดาษตรงหน้า... ‘หนังสือหย่า’ริมฝีปากบางเม้มเข้าหากันเล็กน้อย ก่อนจะแค่นยิ้มบางเบาที่ส่งไปไม่ถึงดวงตา ความเจ็บปวดแล่นริ้วขึ้นมาจุกอยู่ที่อกจนแทบหายใจไม่ออก แต่นางก็พยายามสูดลมหายใจลึก เพื่อข่มความอ่อนแอทั้งหมดเอาไว้ข้างใน“ท่านอ๋องใจร้อนถึงเพียงนี้เชียวหรือเพคะ” นางเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงราบเรียบ “แม่นางผู้นั้น... คงสำคัญกับพระองค์มากจริงๆ”“อย่าลืมสิ ว่าข้าแต่งงานกับเจ้าเพราะอะไร”คำพูดนั้นกรีดลึกลงกลางใจจนเสิ่นลั่วอวี้ชะงักงัน ภาพความทรงจำเมื่อสามปีก่อนไหลย้อนกลับมานางไม่ใช่เสิ่นลั่วอวี้ตัวจริง แต่เป็นว
Magbasa pa
บทที่ 2: สวนทางในวันหิมะโปรย
บทที่ 2: สวนทางในวันหิมะโปรยพายุหิมะโหมกระหน่ำอย่างรุนแรง ลมหนาวพัดบาดผิวจนเจ็บแปลบ ทว่าความหนาวเหน็บภายนอกกลับไม่อาจเทียบได้กับความอ้างว้างในจวนชินอ๋องยามนี้เสิ่นลั่วอวี้ ก้าวเดินออกมาตามระเบียงทางเดินยาวที่คุ้นเคย ทุกย่างก้าวของนางมั่นคงและไร้ซึ่งความลังเล ด้านหลังมีเพียง ‘ปี้เถา’ สาวใช้คนสนิทที่เดินตามมาพร้อมกับร่มกระดาษน้ำมันในมือ ใบหน้าของสาวใช้เต็มไปด้วยคราบน้ำตาแห่งความคับแค้นใจ“พระชายา... เอ่อ คุณหนู พวกเราจะไปที่ใดกันหรือเจ้าคะ ท่านอ๋องช่างไร้หัวใจนัก ทรงลืมไปแล้วหรือว่าตลอดสามปีที่ผ่านมา ผู้ใดกันที่คอยอดหลับอดนอนดูแลพระองค์เวลาประชวร ผู้ใดกันที่คอยจัดการจวนจนสงบร่มเย็น!” ปี้เถาสะอื้นไห้ด้วยความสงสารเจ้านายเสิ่นลั่วอวี้หยุดเดิน นางหันกลับมาดึงร่มจากมือสาวใช้มาถือไว้เอง ก่อนจะใช้ปลายนิ้วเช็ดน้ำตาให้เด็กสาวอย่างอ่อนโยน“ปี้เถา ร้องไห้ทำไมกัน ข้าหลุดพ้นจากสถานที่จอมปลอมแห่งนี้แล้ว เจ้าควรจะดีใจกับข้าสิ” นางคลี่ยิ้ม เป็นรอยยิ้มที่งดงามและสว่างไสวยิ่งกว่าครั้งใดในรอบสามปีที่ผ่านมาด้วยวิญญาณของคนจากยุคปัจจุบัน นางย่อมไม่ฟูมฟายให้กับการสูญเสียบุรุษที่ไม่ได้รักตน เจ็บปวดน่ะใช่ แ
Magbasa pa
บทที่ 3: กิจการใหม่
บทที่ 3: กิจการใหม่สามเดือนผ่านไป หิมะที่เคยปกคลุมทั่วเมืองหลวงเริ่มละลายหายไป แทนที่ด้วยอากาศอบอุ่นของต้นฤดูใบไม้ผลิณ ตรอกอันผิง ย่านการค้าที่คึกคักของเมืองหลวง โรงน้ำชาเล็กๆ แห่งหนึ่งนามว่า ‘โรงน้ำชาอวี้เซียง’ เพิ่งเปิดตัวได้ไม่นาน แต่กลับเนืองแน่นไปด้วยผู้คนแทบทุกวัน“เถ้าแก่เนี้ย! ขนมผิงหมดแล้วขอรับ!”“รู้แล้วๆ บอกให้ในครัวเร่งมือหน่อย”เสิ่นลั่วอวี้ ในชุดกระโปรงเรียบง่ายแต่ดูสะอาดตา ยืนอยู่หลังโต๊ะพลางดีดลูกคิดอย่างคล่องแคล่ว นางไม่ได้หนีไปไหนไกล เพียงแต่นำสินเดิมอันน้อยนิดมาลงทุนเปิดโรงน้ำชาแห่งนี้แม้ร้านจะเล็ก แต่ด้วยสูตรขนมแปลกใหม่และวิธีการชงชาที่ไม่เหมือนใครจากความรู้ในอดีตชาติ ทำให้กิจการรุ่งเรืองเกินคาดหมาย ชีวิตที่ไร้ซึ่งการแก่งแย่งชิงดี มันช่างอิสระและหอมหวานยิ่งนัก“เถ้าแก่เนี้ย!” ปี้เถาวิ่งกระหืดกระหอบเข้ามา ใบหน้าเปื้อนยิ้ม “เมื่อครู่บ่าวออกไปซื้อวัตถุดิบ ได้ยินชาวบ้านลือกันให้แซ่ดเลยเจ้าค่ะ”เสิ่นลั่วอวี้ไม่ได้ละสายตาจากบัญชี “ลือเรื่องอันใด”“เรื่องจวนชินอ๋องเจ้าค่ะ! งานมงคลสมรส... ถูกเลื่อนออกไปอย่างไม่มีกำหนด!”มือที่กำลังดีดลูกคิดชะงักไปครู่หนึ่ง “เลื่อนงั้นหร
Magbasa pa
บทที่ 4: คนแปลกหน้าที่คุ้นเคย
บทที่ 4: คนแปลกหน้าที่คุ้นเคยรถม้าคันเรียบหรูที่ไร้ตราสัญลักษณ์จวนอ๋อง ค่อยๆ แล่นมาจอดอย่างเงียบเชียบที่หน้าเหลาอาหารสุราเลิศ ซึ่งตั้งอยู่ฝั่งตรงข้ามกับ โรงน้ำชาอวี้เซียงเซียวจินเยว่ ก้าวลงจากรถม้าด้วยชุดสีเข้ม เขาสวมหมวกไม้ไผ่พรางใบหน้าครึ่งหนึ่ง เดินตรงขึ้นไปยังห้องรับรองส่วนตัวบนชั้นสองที่ม่ออวิ๋นจองไว้ล่วงหน้าห้องรับรองนี้มีหน้าต่างบานใหญ่ที่เมื่อเปิดออก จะสามารถมองเห็นความเคลื่อนไหวภายในโรงน้ำชาฝั่งตรงข้ามได้อย่างชัดเจนราวกับอยู่ใกล้แค่เอื้อม... และนี่คือที่เดิม ที่ชินอ๋องผู้สูงศักดิ์มักจะมาแอบซ่อนตัวอยู่แทบทุกวันตลอดหลายสัปดาห์ที่ผ่านมาม่ออวิ๋นรินชาให้ผู้เป็นนายพลางลอบถอนหายใจในอก ท่านอ๋องผู้เคยเด็ดขาดและเย่อหยิ่ง บัดนี้กลับทำตัวไม่ต่างจากบุรุษที่แอบหลงรักสตรีแต่ไม่กล้าสู้หน้า ได้แต่นั่งมองอดีตพระชายาอยู่เงียบๆ ไม่ยอมเข้าไปทักทายเสียทีเซียวจินเยว่ทอดสายตามองข้ามถนนไป ดึงดูดสายตาเข้ากับร่างอรชรในชุดกระโปรงสีโอรสอ่อนที่กำลังง่วนอยู่กับการดูแลลูกค้าเสิ่นลั่วอวี้ ในวันนี้ดูแตกต่างจากตอนที่อยู่ในจวนอ๋องอย่างสิ้นเชิง นางไม่จำเป็นต้องสวมเครื่องประดับหนักอึ้ง ไม่ต้องปั้นหน้าเคร่งข
Magbasa pa
บทที่ 5: ฤทธิ์สุราหน้ามืด
บทที่ 5: ฤทธิ์สุราหน้ามืดยามซวี (19.00 - 20.59 น.) ลูกค้าคนสุดท้ายก้าวออกจากโรงน้ำชาอวี้เซียงไปแล้ว ปี้เถาและบ่าวคนอื่นๆ ถูกส่งกลับไปพักผ่อนที่เรือนหลัง ภายในร้านจึงเหลือเพียงเสิ่นลั่วอวี้ที่กำลังนั่งตรวจทานบัญชีรายรับของวันอยู่เงียบๆ เพียงลำพังลมราตรีพัดผ่านหน้าต่างที่เปิดแง้มไว้ ทว่าสิ่งที่ลอยตามลมเข้ามากลับไม่ใช่กลิ่นดอกไม้ แต่เป็น ‘กลิ่นสุรา’ ที่ฉุนกึกและคละคลุ้ง!เสิ่นลั่วอวี้ชะงักพู่กันในมือ นางเงยหน้าขึ้นและต้องเบิกตากว้าง เมื่อพบว่ามีเงาร่างสูงใหญ่ของบุรุษผู้หนึ่งยืนโงนเงนพิงกรอบประตูห้องบัญชีอยู่ตั้งแต่เมื่อใดก็ไม่รู้หมวกไม้ไผ่ถูกโยนทิ้งไปแล้ว เผยให้เห็นใบหน้าหล่อเหลาที่แดงก่ำด้วยฤทธิ์สุรา นัยน์ตาดำขลับที่เคยมองนางอย่างว่างเปล่าและเย่อหยิ่ง บัดนี้กลับฉ่ำปรือ วาววับด้วยอารมณ์ร้อนแรงที่ถูกเก็บกดมานาน“เซียวจินเยว่! ท่าน... ท่านเข้ามาได้อย่างไร!” นางผุดลุกขึ้นยืนด้วยความตกใจ“นี่คือวิธีที่เจ้าเรียก... สามี... งั้นหรือ” เสียงทุ้มพร่าเอ่ยยานคาง ร่างสูงก้าวเดินโซเซเข้ามาหา นางพยายามจะถอยหนี แต่เขากลับไวกว่า มือหนาคว้าหมับเข้าที่ข้อมือเล็กแล้วกระชากร่างบางเข้าสู่อ้อมกอด“ปล่อยข้า
Magbasa pa
บทที่ 6: หยาดน้ำตาในยามเช้า
บทที่ 6: หยาดน้ำตาในยามเช้าแสงเทียนในห้องนอนของเรือนอิงซานสั่นไหวไปตามแรงอารมณ์ที่กำลังโหมกระหน่ำร่างสูงใหญ่ของเซียวจินเยว่คร่อมทับร่างบอบบางที่พยายามดิ้นรนขัดขืน ริมฝีปากหยักลึกก้มลงบดขยี้กลีบปากนุ่มอย่างดุดันและจาบจ้วง ลิ้นร้อนสอดแทรกเข้าไปกวาดต้อนความหอมหวานอย่างไร้ความปรานี ฝ่ามือหยาบกร้านลูบไล้ไปตามเรือนร่างขาวเนียนอย่างเอาแต่ใจ สัมผัสปลุกเร้าที่หนักหน่วงทำให้สตรีใต้ร่างสั่นสะท้าน แม้นางจะขัดขืน ทว่าสัญชาตญาณดิบเถื่อนของบุรุษที่ถูกกระตุ้นด้วยฤทธิ์สุราและโทสะก็ไม่อาจหยุดยั้งได้อีกต่อไปเขาจับเรียวขางามแยกออก แล้วดันสะโพกสอดแทรกตัวตนที่แข็งขืนเข้าไปในกายของนางอย่างรวดเร็วและหนักหน่วง“อ๊ายยย! เจ็บ! เอาออกไปนะ!”แผ่นหลังกว้างจนเลือดซิบ ทว่าเซียวจินเยว่เองก็ชะงักงันไปเช่นกันความคับแน่นที่บีบรัดตัวตนของเขา และเยื่อบางๆ ที่ต้านทานการรุกล้ำในคราแรก เป็นหลักฐานชัดเจนว่าตลอดสามปีที่แต่งงานกันมา ภรรยาของเขายังคงบริสุทธิ์ผุดผ่อง นางไม่เคยผ่านมือชายใด ทว่าเขากลับพรากมันไปอย่างป่าเถื่อนเพียงเพราะความหึงหวงหน้ามืดเมื่อรับรู้ว่าร่างใต้ร่างสั่นสะท้านอย่างน่าสงสาร จูบที่เคยกระด้างก็แปรเปลี่ยน
Magbasa pa
บทที่ 7: กรงขัง
บทที่ 7: กรงขังปัง!บานประตูไม้แกะสลักถูกกระแทกปิดลงอย่างแรงจากฝีมือของบุรุษผู้บ้าอำนาจ ทิ้งให้เสิ่นลั่วอวี้ถูกทิ้งไว้เบื้องหลังในห้องนอนที่กว้างขวางเสียงฝีเท้าขององครักษ์ที่เดินลาดตระเวนอยู่ด้านนอก บ่งบอกชัดเจนว่าสถานที่แห่งนี้ได้แปรสภาพจากเรือนพักส่วนตัวของชินอ๋อง กลายเป็น กรงขัง อย่างสมบูรณ์แบบเสิ่นลั่วอวี้ค่อยๆ ปล่อยมือที่กำผ้าห่มแน่นจนข้อขาว ร่างกายที่สั่นเทาเมื่อครู่หยุดนิ่งลง นางสูดลมหายใจเข้าลึกๆ พยายามสะกดกลั้นความเจ็บปวดที่แกนกลางลำตัว แล้วฝืนพยุงร่างที่บอบช้ำลุกขึ้นจากเตียงหากเป็นสตรีในยุคโบราณทั่วไป เมื่อสูญเสียความบริสุทธิ์ให้แก่บุรุษที่ไม่ได้รักตน ซ้ำยังถูกกักขังลดขั้นเป็นเพียงนางบำเรอ คงไม่แคล้วต้องเอาแต่นั่งร้องไห้ฟูมฟายจนตรอมใจ หรือไม่ก็ผูกคอตายเพื่อหนีความอัปยศแต่นางไม่ใช่!เสิ่นลั่วอวี้คือวิญญาณหญิงสาวจากยุคปัจจุบันที่ดิ้นรนต่อสู้ชีวิตมามากมาย... ทะลุมิติมาทั้งที จะให้มานั่งบีบน้ำตาตรอมใจตายเพราะถูกผู้ชายเฮงซวยรังแกงั้นหรือ? ฝันไปเถอะ!“เซียวจินเยว่... ในเมื่อท่านชอบใช้กำลังและอำนาจข่มเหงผู้ที่อ่อนแอกว่านัก ข้าก็จะให้ท่านได้เห็น ว่าการทรมานที่แท้จริง... มันเป็น
Magbasa pa
บทที่ 8: รางวัลของนางบำเรอ
บทที่ 8: รางวัลของนางบำเรอม่ออวิ๋นนำบ่าวรับใช้หลายคนเดินเรียงแถวเข้ามาภายในห้อง บนมือของแต่ละคนประคองถาดไม้ที่เต็มไปด้วยผ้าไหมเนื้อดีจากแดนใต้ เครื่องประดับลวดลายวิจิตร และกล่องยาสมานแผลชั้นเลิศที่เบิกมาจากคลังสมบัติส่วนตัวของชินอ๋องของกำนัลล้ำค่าเหล่านี้ หากสตรีใดในเมืองหลวงได้เห็น คงต้องตาลุกวาวด้วยความริษยา ทว่าเสิ่นลั่วอวี้ที่นั่งอยู่หน้าโต๊ะน้ำชา กลับเพียงแค่ปรายตามองของเหล่านั้นด้วยความเรียบเฉย ไร้ซึ่งความยินดี“พระชายา...” ม่ออวิ๋นเอ่ยเรียกด้วยสรรพนามเดิมอย่างเคารพ เพราะรู้ดีว่านายของตนยังไม่ได้ลงนามหย่าขาด “ท่านอ๋องรับสั่งให้นำเสื้อผ้า เครื่องประดับ และยาสมานแผลมามอบให้ขอรับ”“วางไว้ตรงนั้นเถิด”ม่ออวิ๋นลอบมองใบหน้างดงามที่ดูซีดเซียวเล็กน้อย ก่อนจะโบกมือให้บ่าวรับใช้วางของลงและรีบถอยออกไปจากห้องอย่างรวดเร็วคล้อยหลังบ่าวรับใช้ เสียงฝีเท้าของบุรุษผู้เป็นเจ้าของจวนก็ก้าวเข้ามาในห้อง เซียวจินเยว่สวมชุดคลุมสีเข้ม ท่วงท่าสง่างาม นัยน์ตาคมคายที่เคยมองผู้อื่นอย่างเย่อหยิ่ง บัดนี้กลับมีความกังวลซ่อนอยู่ลึกๆเขาคิดว่านางจะยังคงด่าทอ ผลักไส หรือมองเขาด้วยความโกรธแค้นเหมือนเมื่อช่วงเช้
Magbasa pa
บทที่ 9: รหัสลับ
บทที่ 9: รหัสลับเวลาล่วงเลยผ่านไปสามวัน เรือนอิงซานยังคงถูกปิดตายและคุ้มกันอย่างแน่นหนาตลอดสามวันที่ผ่านมา เซียวจินเยว่แวะเวียนมาที่เรือนแห่งนี้ทุกเช้าค่ำ เขาสั่งให้ห้องเครื่องทำอาหารเลิศรสมาบำรุงนาง นำของกำนัลมามอบให้ไม่ขาดสาย ทว่าสิ่งที่เขาได้รับกลับมา มีเพียงความเงียบงันและท่าทีเฉยเมยราวกับท่อนไม้ที่โต๊ะอาหารเย็น เซียวจินเยว่คีบเนื้อปลาเนื้อขาวอวบที่เลาะก้างออกอย่างระมัดระวัง วางลงในชามข้าวของเสิ่นลั่วอวี้“ปลานึ่งซีอิ๊วตัวนี้ ส่งตรงมาจากแดนใต้ เจ้าลองชิมดูสิ”เสิ่นลั่วอวี้มองชิ้นปลาในชามด้วยแววตาที่ว่างเปล่า นางหยิบตะเกียบขึ้นมาคีบปลาชิ้นนั้นเข้าปาก เคี้ยวและกลืนลงไปอย่างเชื่องช้า ก่อนจะวางตะเกียบลง“ข้าอิ่มแล้ว” นางเอ่ยเสียงเรียบเซียวจินเยว่มองข้าวในชามของนางที่พร่องไปเพียงสองสามคำ ขมวดคิ้วด้วยความไม่พอใจ “เจ้ากินไปแค่นิดเดียว จะอิ่มได้อย่างไร กินเพิ่มอีกหน่อย ร่างกายเจ้าซูบผอมลงไปมาก”“ข้าเป็นเพียงสตรีที่ถูกขังอยู่แต่ในห้องแคบๆ ไม่ได้ใช้เรี่ยวแรงทำสิ่งใด กินเพียงเท่านี้ก็เพียงพอแล้ว” นางตอบโดยไม่มองหน้าเขา “หากท่านอ๋องเกรงว่าข้าจะซูบผอมจนหมดความงดงาม ไม่อาจทำหน้าที่สตรีอุ่นเ
Magbasa pa
บทที่ 10: น้ำแกงอาบพิษ
บทที่ 10: น้ำแกงอาบพิษเช้าวันรุ่งขึ้น ณ จวนกั๋วกงปี้เถายืนกระวนกระวายอยู่หน้าประตูจวนขนาดใหญ่ นางใช้เงินเก็บก้อนสุดท้ายยัดใส่มือยามเฝ้าประตู เพื่อขอร้องให้ไปตาม ‘เผยเหยียนโจว’ ซื่อจื่อแห่งจวนกั๋วกงออกมาพบไม่นานนัก ร่างสูงโปร่งก็ก้าวเดินออกมาอย่างเร่งรีบ ใบหน้าหล่อเหลาที่มักจะประดับด้วยรอยยิ้มอบอุ่นเสมอ บัดนี้เต็มไปด้วยความเคร่งเครียดเมื่อเห็นสภาพตาบวมเป่งของปี้เถา“เกิดอันใดขึ้น ปี้เถา? เหตุใดสองสามวันนี้โรงน้ำชาจึงปิดเงียบ” เผยเหยียนโจวเอ่ยถามทันทีที่เดินมาถึง“ซื่อจื่อ... ช่วยคุณหนูด้วยเจ้าค่ะ! คุณหนูถูกท่านอ๋องลักพาตัวไปกักขังไว้ในจวนตั้งแต่คืนนั้นแล้ว!” ปี้เถาร้องไห้โฮ นางรีบเล่าเรื่องที่องครักษ์มาทวงของเมื่อวานให้ชายหนุ่มฟังอย่างละเอียด“คุณหนูเคยสั่งไว้ว่า หากให้คนมาขอ สมุดบัญชีปกแดง และ ชาหลงจิ่งสิบสองฤดู แปลว่าคุณหนูกำลังตกอยู่ในอันตรายถึงชีวิต และให้ข้าน้อยนำเรื่องนี้ไปกราบทูลไท่โฮ่ว แต่ข้าน้อยเป็นเพียงสาวใช้ จะมีปัญญาเข้าวังได้อย่างไร ซื่อจื่อ... ท่านต้องช่วยคุณหนูนะเจ้าคะ!”เผยเหยียนโจวเบิกตากว้าง สองมือที่ซ่อนอยู่ในแขนเสื้อกำเข้าหากันแน่นจนข้อต่อขาวซีดเซียวจินเยว่... ท
Magbasa pa
Galugarin at basahin ang magagandang nobela
Libreng basahin ang magagandang nobela sa GoodNovel app. I-download ang mga librong gusto mo at basahin kahit saan at anumang oras.
Libreng basahin ang mga aklat sa app
I-scan ang code para mabasa sa App
DMCA.com Protection Status