บททั้งหมดของ กระดังงาสีรุ้ง: บทที่ 51 - บทที่ 60

72

50

ก็คงจะเจ็บหรอกนะขนาดผมยังเจ็บเลย นภดลพูดอยู่ในใจ.. ตอนที่โดนเธอผลักแล้วไปกระแทกโดนผนังเขายังเจ็บ ถึงกับสงสัยว่าตัวเล็ก ๆ อย่างเธอไปเอาเรี่ยวแรงมหาศาลมาจากไหน.. แล้วยัยฝรั่งนี่โดนไปไม่ยั้งจะเจ็บขนาดไหน “ฮันนี่คุณเจ็บตรงไหนบ้าง” ถึงจะรู้สึกโกรธกับการกระทำของเธอแต่ก็เป็นห่วงมากจนทำเมินเฉยไม่ลง ณัฐวรามองหน้าสามี รู้สึกน้อยใจที่เขาใช้น้ำเสียงแบบนี้กับเธอ แต่พยายามเก็บความรู้สึกนั้นไว้แล้วปรับสีหน้าให้ปกติ“เจ็บสิคะ แต่เจ็บที่ใจไม่ได้เจ็บที่ตัวหรอกค่ะ” ตอบเสียงสั่นเครือเล็กน้อยและเดินออกจากลิฟต์ทันทีที่ประตูลิฟต์เปิด เขาเริ่มใจเสียเมื่อเห็นสายตาตัดพ้อเพียงเล็กน้อยของเธอ เขาที่ไม่รู้ต้นสายปลายเหตุเริ่มทำตัวไม่ถูก และคิดได้ว่าตัวเองอาจกำลังเข้าใจผิด“ฮันนี่”“ฉันว่าเราพาเธอไปหาหมอก่อนเถอะ เรื่องอื่นค่อยคุยกันทีหลังนะ” นภดลที่เป็นคนนอกเริ่มไกล่เกลี่ยให้น้องชายและน้องสะใภ้ เดินไปที่รถของตัวเองแล้วส่งกุญแจให้น้องชาย “นายขับ ฉันจะประคองเธอไปเองเพราะเปื้อนเลือดแล้ว” แล้วมองน้องสะใภ้ที่ยืนน้ำตาคลอ “น้ำผึ้ง ขึ้นรถสิ”“เควิน ฉันเจ็บมากเลย คุณมาดูแลฉันหน่อยสิคะ” ลิปพยายามจะผลัก
อ่านเพิ่มเติม

51

เควินตามหาภรรยาจนทั่วโรงพยาบาลแต่ก็หาไม่เจอ โทรหาก็ไม่รับสาย จึงเดินคอตกขึ้นไปที่ห้องพักฟื้นของลิป เขามองเธอที่หลับอยู่บนเตียง ใบหน้าเธอเริ่มปรากฏรอยเขียวคล้ำและบวมด้วยฝีมือของภรรยาเขา เห็นแล้วก็น่าสงสาร“เรากลับกันดีกว่านภ”“แล้วใครจะอยู่กับเธอ”“ฉันจ้างพยาบาลพิเศษไว้เรียบร้อยแล้ว”“ฉันนึกว่านายจะเฝ้าเอง” นภดลแกล้งหยอกหน้าตาย“แค่นี้เมียฉันก็โกรธจนไม่รู้หายไปไหนแล้ว โทรหาเป็นสิบสายก็ไม่รับ ถ้าฉันมาเฝ้าพยาบาลเธออีกเมียฉันหอบลูก ๆ ออกจากบ้านแน่”“แล้วจะเอายังไงต่อ”“ขอกลับไปตั้งหลักที่บริษัทก่อนก็แล้วกัน เพราะฉันโทรไปถามคุณสินีแล้ว เธอบอกว่าน้ำผึ้งโทรคุยกับเธออยู่ และบอกว่าจะกลับเข้าไปทำงานต่อ” “โอเค งั้นก็สบายใจได้ เอาเป็นว่าไปหาอะไรกินกันก่อนแล้วค่อยเข้าบริษัท กองทัพต้องเดินด้วยท้อง”“ก็ได้” หลังจากกินอาหารง่าย ๆ ในโรงพยาบาลเสร็จ ชายหนุ่มทั้งสองก็กลับเข้าบริษัทเควินแยกกับนภดลในลิฟต์ เพราะเขาจะไปที่ห้องทำงานของภรรยา แต่ก็ต้องผิดหวังเพราะเธอไม่อยู่ เขาถามเพื่อนร่วมงานของเธอและได้คำตอบว่าออกไปตั้งแต่เที่ยงยังไม่กลับเข้ามา จึงเดินหน้าเครียดออกจากห้องไปขณะที่กำลังเดิ
อ่านเพิ่มเติม

52

งานศพของวายุถูกจัดขึ้นอย่างเรียบง่าย มีเพียงเพื่อนของวายุ เพื่อนสนิทของณัฐวรา และเพื่อนในบริษัทที่รู้จักไม่กี่คนณัฐวรานั่งอยู่ที่หน้าโรงศพของพี่ชาย เธอมองไปที่รูปของเขาด้วยหัวใจที่โหวงเหวง ถึงแม้ภายนอกเธอจะดูเข้มแข็ง แต่ภายในนั้นเศร้าระทมยิ่งนัก “แม่ขา”หญิงสาวโอบกอดเด็กทั้งสองที่เดินเข้ามาหา “ทำไมยังไม่กลับกันอีกคะ”“รอย่าดาอยู่ค่ะ ย่าดาคุยกับพ่อเควี่อยู่ ปู่สมิธก็นั่งรออยู่ตรงนั้นค่ะ” เด็กหญิงชี้นำ “แม่ครับ พ่อวายุเขาจากเราไปแล้วใช่ไหมครับ” วาคิมโตพอที่จะเข้าใจเรื่องความตาย ว่าคือการจากไปแบบไม่กลับมาอีกแล้ว “ไม่ใช่ค่ะพี่คิม ย่าดาบอกว่าพ่อวายุไปรอพวกเราอยู่ที่สวรรค์ พ่อวายุจะมองเห็นเราถ้าพวกเราเป็นเด็กดีและมีความสุข” “ใช่ค่ะลูก พ่อเขาไปรอเราอยู่บนสวรรค์ที่อยู่บนท้องฟ้าไงคะ พ่อวายุจะคอยมองพวกหนูจากบนฟ้า ถ้าพวกหนูเป็นเด็กดีพ่อวายุก็จะมีความสุขตามไปด้วย ดังนั้นพวกหนูต้องเป็นเด็กดีและมีความสุขมาก ๆ นะคะ”“ค่ะ”“พ่อวายุจะไม่ลืมพวกเราใช่มั้ยครับแม่น้ำผึ้ง”“ไม่ลืมหรอกลูก พวกหนูก็ต้องไม่ลืมพ่อวายุนะคะ ต้องเก็บพ่อวายุไว้ในใจตลอดเวลารู้มั้ย” เธอบอกกับลูก ๆ ด้วยน้ำเสียงสั่นเครื
อ่านเพิ่มเติม

53

โรงแรมแม็คแคนเลย์ สองสามีภรรยาลุกขึ้นยืนเมื่อเห็นแขกคนสำคัญเดินเข้ามาในร้านอาหาร ณัฐวราทักทายทุกคนตามที่สามีแนะนำ และทักทายลิปพอเป็นพิธี แต่ไม่คิดว่าหล่อนจะกล้าทำเมิน แถมยังโถมตัวเข้าไปกอดสามีเธออย่างเจตนา จุมพิตที่แก้มทั้งสองข้างตามแบบฉบับสากล แล้วยังแอบส่งสายตาท้าทายมาให้เธออีก การกระทำของลูกสาวทำให้ไมเคิลรู้สึกเสียหน้ามาก แต่ก็ไม่สะดวกที่จะต่อว่าต่อหน้าคนอื่น จึงได้แต่หัวเราะแห้ง ๆ มองภรรยาของเควินอย่างขอโทษ เควินดันลิปออกอย่างสุภาพแต่ไม่ออมแรง ไม่ยอมให้เธอโผเข้ามาหาอีกเป็นรอบสอง “เชิญนั่งครับทุกคน” เมื่อเชิญทุกคนนั่งแล้วเขาก็ส่งสัญญาณบอกให้พนักงานเริ่มเสิร์ฟอาหาร แล้วหัวข้อสนทนาส่วนใหญ่ก็อยู่ที่ผู้ชายทั้งสามที่รู้จักกันอยู่แล้วเป็นอย่างดี สลับกับการรับประทานอาหารและไวน์ที่ถูกนำมาเสิร์ฟอย่างต่อเนื่อง“ไมเคิล คุณพ่อผมอยากจัดงานเลี้ยงเล็ก ๆ ต้อนรับคุณที่บ้าน คุณโอเคมั้ย”“โอเค ยินดีมาก ๆ ผมก็อยากเจอสมิธเขาอยู่เหมือนกัน ตั้งแต่แต่งงานผมก็แทบไม่ได้เจอเขาเลย เขายังแข็งแรงดีใช่มั้ย”“ดีมากครับ ออกไปตีกอล์ฟทุกอาทิตย์ วันศุกร์ตอนเย็นเป็นไงครับ คุณสะ
อ่านเพิ่มเติม

54

เมื่อถูกกล่าวหาดังนั้นความใจเย็นของเธอก็หายไป กลายเป็นทะเลาะกันเสียงดัง เมื่อเธอพูดถึงเมียอีกคนของเขาที่โทรมาหาเขาก็ง้างมือขึ้นจะตบเธอ แต่เธอก็รีบผลักอกเขาอย่างแรงแล้วทำท่าขึงขังใส่อย่างไม่เกรงกลัว เขาจึงลดมือลงแล้วเก็บเสื้อผ้าใส่กระเป๋า ออกจากบ้านไปโดยไม่พูดอะไรสักคำแล้วตั้งแต่วันนั้นจนถึงวันนี้เขาก็หายเข้ากลีบเมฆไปเลย บ้านช่องไม่ยอมกลับ ติดต่อก็ไม่ได้ แต่เขาคงยังไม่ตายหรอก ถ้าตายคงมีคนส่งข่าวมาแล้วสินีปิดทีวีแล้วเดินขึ้นห้องนอนเพื่อพักผ่อน ชีวิตเธอยังต้องก้าวต่อไปข้างหน้า จะมาหยุดอยู่ที่ผู้ชายสารเลวคนนี้คนเดียวไม่ได้ ถ้าพรุ่งนี้ยังติดต่อเขาไม่ได้เธอจะไปหาเขาที่ทำงาน เพื่อตัดความสัมพันธ์ฉันสามีภรรยา ต่างคนต่างไป เธอจะได้เริ่มใหม่สักที...................... คอนโดของนภดลเขากำลังนั่งกระดกเหล้าอยู่ที่มินิบาร์ ดื่มไปก็คิดถึงหญิงสาวคนหนึ่งไปเป็นอาทิตย์แล้วที่เขาเฝ้าแอบดูเธออยู่ห่าง ๆ อย่างห่วง ๆ ตั้งแต่วันที่บังเอิญเห็นเธอร้องไห้ที่โต๊ะทำงานวันนั้น เขาอยากจะเข้าไปกอดปลอบเธอเหลือเกิน เขามั่นใจว่าสาเหตุเกิดจากอะไร แต่ในเมื่อเธอกับสามียังไม่เลิกกัน เขาจะไม่เข้าไปเป็นมือที่สามเด
อ่านเพิ่มเติม

55

“น้ำหวาน พี่บอกให้หยุดไง!”“ไม่หยุด! อย่ามาตะคอกใส่น้ำหวานนะ! บอกมาว่าจะเอายังไง” เธอถามเขาแต่สายตาพร่ามัวกลับมองไปที่ภรรยาของเขา เหมือนอยากถามหล่อนด้วยว่าจะเอายังไงกับเรื่องนี้สินีมองไปรอบ ๆ รู้สึกหน้าชากับสายตาของคนอื่นที่มองมาอย่างสนใจ ตอนนี้เธอคงคุยกับเขาเงียบ ๆ ไม่ได้แล้ว “พอเถอะ หยุดร้องไห้โวยวายได้แล้ว ฉันไม่คิดจะเอาเขากลับไปเป็นของฉันหรอก แค่จะมาบอกเขาว่าให้ไปขนของออกจากบ้านของฉันด้วย ออกจากบ้านมาเป็นชาติแล้วแต่ยังไม่ยอมไปเก็บข้าวของสักที” เธอไม่ยอมยกบ้านนั้นให้เขาหรอก เพราะบ้านหลังนั้นมันปลูกอยู่บนที่ดินที่เป็นมรดกจากพ่อแม่ของเธอ โดยเธอเป็นคนกู้เงินจากธนาคารมาปลูกบ้าน และเขาก็ไม่ได้ช่วยเหลืออะไรเธอเลย เธอซึ่งทำงานเงินเดือนมากกว่าเขาอยู่แล้ว จึงไม่ได้คิดเล็กคิดน้อยอะไร ให้เขารับผิดชอบในส่วนของเขาเท่านั้น ไม่ให้เธอก็ไม่เคยว่า “ฉันให้เวลานายอีกแค่สามวันนะ”“อะไรนะสินี คุณกล้าพูดถึงขนาดนี้เลยเหรอ” เขาขึ้นเสียงใส่ภรรยา ไม่คิดว่าเธอจะกล้าไล่เขาแบบนี้“จะให้พูดมากกว่านี้มั้ย นายกับฉันเราจบกันตั้งแต่วันที่นายเก็บเสื้อผ้าออกมาจากบ้านฉันแล้ว พอใจหรือยัง”นิคมถึงกับใจเสียเมื่อเห็นว่าค
อ่านเพิ่มเติม

56

เช้าวันต่อมาสินีออกจากบ้านและตรงไปที่สถานีตำรวจทันที เธอไปถึงก่อนเวลานัดเล็กน้อย และเธอก็เห็นรถยุโรปทะเบียนคุ้นตาคันหนึ่งจอดอยู่ก่อนแล้ว เธอรู้ทันทีว่าเป็นรถของนภดล แต่ก็แสร้งทำเป็นไม่เห็นเธอนั่งรออยู่อยู่สักพักนิคมก็มาถึงพร้อมหญิงสาวที่ชื่อน้ำหวาน จึงเปิดประตูลงจากรถและเดินเข้าไปในสถานีตำรวจ...................เกือบหนึ่งชั่วโมงต่อมาเธอก็เดินออกมา รอจนนิคมขับรถจากไปแล้วจึงเดินไปที่รถของนภดลนภดลเปิดกระจก เขารู้ว่าเธอต้องเห็นเขาเพราะไม่คิดจะหลบ เขาอยากให้เธอได้เห็นว่าเขามาเป็นเพื่อนเธอแม้เธอจะปฏิเสธก็ตาม.. เธอถอดแว่นตา ทำให้เห็นดวงตาที่บวมช้ำ เดาได้ว่าคงจะผ่านการร้องไห้มาอย่างหนัก ขนาดว่าเธอแต่งหน้าหนากว่าทุกวันก็ยังดูออก  “เรียบร้อยดีไหม”“ค่ะ ขอบคุณนะคะที่มาเป็นเพื่อน”“ผมบอกแล้วไงว่าไม่รับคำขอบคุณ วันนี้ไม่ต้องไปทำงานดีกว่านะ เพราะสภาพคุณแย่มาก” เขาบอกกับเธอตรง ๆ“สินียังไหวค่ะ”“ทำตามที่ผมบอกเถอะ ถือว่าเป็นคำสั่งก็ได้” แล้วกดปิดกระจกก่อนข
อ่านเพิ่มเติม

57

“คนไทยเรียกว่าแกงกะหรี่ค่ะคุณลิป กะหรี่ที่แปลว่าโสเภณีน่ะค่ะ คิดไม่ผิดจริง ๆ ที่สั่งทำพิเศษให้คุณ เพราะมั่นใจมากว่าต้องถูกปากคุณแน่” เธอตอบยิ้ม ๆ ไม่ดังนัก ถึงจะรู้ว่าเสียมารยาทแต่มันก็อดไม่ได้จริง ๆ          ทุกคนที่อยู่บนโต๊ะอาหารต่างคนต่างความรู้สึก โดยเฉพาะลิปนั้นแทบจะกรีดร้องออกมาด้วยโทสะที่พุ่งถึงจุดเดือด เธอหันไปมองหน้าบิดาที่ตอนนี้สีหน้าเรียบเฉยมากเดวิดรู้สึกโกรธลูกสาวที่ทำตัวไร้มารยาทใส่เจ้าบ้านก่อน และไม่พอใจลูกสะใภ้ของเพื่อนเก่าที่ไม่ให้เกียรติแขก แต่เพราะลูกตัวเองหาเรื่องก่อน ทำให้เขาต้องปิดปากเงียบ ทำเหมือนไม่ได้ยินคำพูดแสลงหูพวกนั้นเควินเองก็คาดไม่ถึงว่าภรรยาของเขาจะเสียมารยาทบนโต๊ะอาหารถึงเพียงนี้ แต่ก็เข้าใจความรู้สึกของเธอดี จึงได้แต่หลุบสายตามองจานข้าวแทน ส่วนสมิธก็ตกใจกับคำพูดของลูกสะใภ้ไม่น้อย มองไปที่ภรรยา..เห็นเธอเลิกคิ้วเล็กน้อย เหมือนจะบอกว่าฉันเข้าข้างลูกสะใภ้ของฉัน เดวิดก็ตกใจไม่ต่างจากคนอื่น มีปฏิกิริยาที่แตกต่างออกไปอย่างสิ้นเชิง เขารีบตักแกงที่รู้ดี
อ่านเพิ่มเติม

58

“พ่อจะให้เดวิดเขาจัดการให้ก็แล้วกัน แต่ถ้าจะให้ดีเอาคำพูดของเขาไปคิดด้วยก็ดีนะ”“แด๊ด ได้ยินด้วยเหรอคะ”ไมเคิลส่งยิ้มให้ลูกสาว ทำไมเขาจะไม่ได้ยินที่เดวิดพูด เขาได้ยินชัดเจน แล้วเขาก็คิดว่าดีเหมือนกันถ้าลูกสาวจะได้ผู้ชายที่ใจเย็นแบบเดวิดเป็นคู่ชีวิต...................... ผับแห่งหนึ่ง ณัฐวราหันไปมองเพื่อนที่สะกิดเรียกแล้วยื่นโทรศัพท์ให้ “แต๊ง” เธอรับโทรศัพท์จากเพื่อนแล้วรีบเดินออกไปด้านนอก “ค่ะเควี่” (จะกลับหรือยังฮันนี่) “ที่รัก น้ำผึ้งเพิ่งจะมาถึงไม่นานเองนะ” เธอหันไปมองด้านหลังขณะคุยสายกับสามี เพราะถูกสะกิดที่ไหล่เบา ๆ “อ้าวพี่นภ!” แล้วทำท่าว่าให้เขารอสักครู่ “เควี่คะ น้ำผึ้งเจอพี่นภที่นี่ด้วย..แป๊บนะคะ” เธอต้องยื่นโทรศัพท์ให้กับนภดล “เควี่อยากคุยด้วยค่ะ” นภดลรับโทรศัพท์จากน้องสะใภ้ “ไงเควี่.. มาเลย.. อือ ถึงแล้วโทรหาฉันนะ” แล้วคืนโทรศัพท์ให้เจ้าของ “พี่เข้าไปก่อนนะ”“ค่ะ” คุยกับสามีอีกสองสามประโยคก็บอกวางสาย เธอเดินกลับเข้าไปในร้าน มองหานภดลแต่ก็ไม่เจอเพราะคนเยอะมาก จึงกลับไปรวมตัวกับเพื่อน ๆ ที่โต๊ะ “สินี สรุปแกเรียกพวกเรามาตี้ร์เนื่อง
อ่านเพิ่มเติม

59

“ไม่หรอกครับ พวกนี้เขาเกรงใจผมครับมาก ที่มานี่เพราะผมเป็นคนเลี้ยงนะครับ ถ้าผมไม่เลี้ยงพวกเขาคงไม่กล้ามาเที่ยวแบบนี้หรอกครับ”“ทำไมล่ะค่ะ ที่นี่ก็ไม่ใช่ผับหรูหราอะไรนี่คะ พวกเราเป็นแค่พนักงานทั่วไปเรายังมากันได้เลย” สินีแสร้งสงสัยแบบอยากหักหน้าความขี้คุยของอีกฝ่ายเล็กน้อย“มันต่างกันครับ พวกนั้นเงินพกติดตัวยังแทบไม่มี เพราะอะไรรู้มั้ยครับ เพราะมีเมียคอยคุมการเงินไงครับ” “เมียจ๋านั่งคุยกับใครอยู่จ๊ะ ผัวจ๋ารอนานแล้วนะ”เสียงของเควินที่ดังขึ้นขณะเพลงจบลงพอดี ทำให้ได้ยินกันชัดเจนทั้งโต๊ะ ทุกคนต่างหันไปมองและแอบส่งยิ้มให้กันอย่างสะใจเควินส่งยิ้มและยกมือทักทายเพื่อน ๆ ของภรรยาอย่างเป็นมิตร และมองไปที่ชายหนุ่มแปลกหน้าที่มองเขาด้วยความสงสัย เขาเห็นผู้ชายคนนี้คุยกับภรรยาและมองเธอสายตาแพรวพราว เขาพยายามจะไม่คิดอะไรแล้วนะ แต่พอเห็นอาการกระอักกระอ่วนของภรรยาก็ทนไม่ได้ ต้องลุกมาแสดงตัวให้รู้สักหน่อย นิมิตรตกใจเล็กน้อยที่เห็นสามีของหญิงสาว เขาพอจะรู้เรื่องราวของเธอบ้างนิดหน่อยจากปากของกลุ่มผู้ปกครอง แต่ลูกเขาบอกว่าเพื่อนไม่มีพ่อนี่นา นี่เขาตกข่าวอะไรไปหรือเปล่า แล้วผู้ชายคนนี้มอ
อ่านเพิ่มเติม
ก่อนหน้า
1
...
345678
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป
DMCA.com Protection Status