LOGINหญิงสาวฟุบตัวลงกับอกแกร่งอย่างเหนื่อยหอบ เพราะงัดกลยุทธ์ออกมาพิชิตใจเขาจนหมดสิ้น “เควี่คะ” เรียกเขาเสียงหอบ “ว่าไงครับฮันนี่” เขาลูบศีรษะเธอแผ่วเบา “ถูกใจกับของขวัญมั้ยคะ” เธอถามเพราะอยากรู้ว่าตัวเองทำได้ดีพอมั้ยสำหรับครั้งแรก “ถ้าบอกว่าไม่ถูกใจจะขอแก้ตัวมั้ยครับ” แล้วหัวเราะเบา ๆ เมื่อถูกค้อนใส่ “ถูกใจที่สุดเลยครับ ให้ผมบ่อย ๆ นะ ผมรับได้ทุกโอกาส ทุกเทศกาลเลยนะครับ นะครับฮันนี่” เขาอ้อนวอนขอ “ค่ะ ถ้าคุณทำตัวน่ารักกับน้ำผึ้งนะคะ” “ผมจะทำตัวน่ารัก และเป็นสามีที่ดีของคุณภรรยานะครับ” “สามีภรรยาอะไรคะ พูดแบบนี้น้ำผึ้งเขินนะ” แล้วขยับตัวจะลงไปนอนบนที่นอน แต่เขารั้งไว้ไม่ยอมปล่อย “นอนกับอกผมนี้แหละ ไม่ต้องกลัวว่าผมจะหนัก เพราะตัวคุณเบาอย่างกับนุ่น” แล้วกอดเธอกระชับขึ้น “ไม่เอาค่ะ ขอน้ำผึ้งนอนบนเตียงแล้วซบอกคุณดีกว่า อุ่นดี”
View Moreณัฐวราเดินออกจากห้องประชุมพร้อมเพื่อนร่วมงาน หลังจากที่ประชุมเรื่องการจัดงานเลี้ยงเปิดตัวผู้บริหารคนใหม่อย่างเป็นทางการในเดือนหน้านี้ เธอเคยได้ยินสินีพูดเหมือนกันว่าเขาเป็นลูกชายของท่านประธาน ที่ไปดูแลกิจการในเครือแม็คแคนเลย์ของต้นตระกูลอยู่ที่อเมริการ่วมกับญาติ ๆ ทางฝั่งบิดา
ส่วนธุรกิจในประเทศไทยนั้นเป็นของท่านประธานคนปัจจุบันที่ก่อตั้งขึ้นเอง หลังจากที่เดินทางมาเมืองไทยและได้พบรักกับภรรยาชาวไทย แต่ก็ไม่รู้ว่าทำไมลูกชายของท่านถึงต้องไปทำงานให้บริษัทแม่ที่อเมริกานานถึงสิบปี
แล้วเพื่อนเธอยังบอกอีกว่าท่านประธานคนใหม่กลับมาได้สามเดือนแล้ว แต่อยู่ในระหว่างเดินทางไปดูธุรกิจที่มีสาขาอยู่มากมายทั่วประเทศไทย ไม่ได้เข้ามาบริษัทบ่อยนัก ส่วนเธอเองก็ยังไม่เคยเห็นเขาสักครั้ง ได้ยินแต่เพื่อนเธอบอกว่าหล่อมาก ๆ ดูดีไปทุกกระเบียดนิ้ว
“น้ำผึ้ง ท่านประธานเชิญให้ไปพบที่ห้อง” สินิเรียกเพื่อนเอาไว้
“เรื่องอะไรวะแก”
“อยากทราบก็เชิญไปถามท่านดูสิคะคุณเพื่อน” กระซิบตอบแบบกวน ๆ แล้วเดินกลับไป
……………………….
ภายในห้องท่านประธาน
สมิธมองหญิงสาวรุ่นลูกที่นั่งอยู่ฝั่งตรงข้ามด้วยความเมตตาและเอ็นดู แล้วพลันคิดถึงคำพูดของภรรยา
‘ชวนหนูน้ำผึ้งมาหาดาที่บ้านให้ได้นะคะสมิธ ดามีเรื่องจะคุยกับเธอ เรื่องเด็ก ๆ น่ะค่ะ’
สมิธขยับตัวเล็กน้อย “วายุเขาเป็นยังไงบ้างหนูน้ำผึ้ง”
“พี่วายุก็เหมือนเดิมค่ะท่าน อาการยังทรงตัว”
"แล้วเด็ก ๆ ล่ะ ช่วงนี้ลุงไม่ค่อยได้เจอพวกเขาเลย หรือว่าหาคนเลี้ยงได้แล้ว" สมิธจะแทนตัวเองว่าลุงทุกครั้งเมื่อคุยกับหญิงสาว แต่เธอไม่เคยเรียกเขาอย่างกันเองเลย
"ไม่ได้ให้ใครเลี้ยงหรอกค่ะ เพราะน้ำผึ้งเลิกไม่เป็นเวลา อีกอย่างไม่ค่อยไว้ใจใครด้วยค่ะ"
"ที่ลุงเรียกให้มาหาเพราะคุณดาเขาฝากมาบอกให้หนูไปหาเขาหน่อย ให้เอาเด็ก ๆ ไปด้วยนะ เขาคิดถึง"
เธอรู้ทันทีเลยว่าคุณท่านคงจะให้เธอเอาเด็ก ๆ ไปอยู่กับท่านช่วงปิดเทอมแน่นอน เพราะเป็นแบบนี้มาตลอดสามปี ตั้งแต่เกิดเหตุการณ์นั้น
"ค่ะท่าน พรุ่งนี้เลิกงานแล้วน้ำผึ้งจะพาเด็ก ๆ ไปหาคุณท่านนะคะ" เธอคุยเรื่องงานกับท่านอยู่อีกครู่ใหญ่ก็ขอตัวกลับไปทำงานต่อ
ออกจากห้องก็เห็นเพื่อนรักอยู่ที่โต๊ะทำงานพอดี จึงโบกมือเป็นการบอกลา
"เที่ยงนี้ไปกินส้มตำเจ้าประจำกัน" สินีบอกเพื่อนรัก
"อือ อยากกินอยู่เหมือนกัน เดี๋ยวเจอกันนะ"
“โอเค”
…………………………….
“อาเบียร์สวัสดีครับ”
“สวัสดีค่ะ”
เสียงใส ๆ ของเด็กน้อยที่ทักใครบางคน ทำให้ชายหนุ่มที่เดินเข้ามาทางประตูด้านหลังบริษัท และกำลังจะกดลิฟต์ต้องหยุดมองด้วยความสงสัย.. เด็กทั้งสองเดินตรงมาที่เขายืนอยู่ แล้วเด็กผู้ชายที่หน้าตาน่ารักเหมือนเด็กญี่ปุ่นก็เอื้อมมือไปกดลิฟต์ ส่วนเด็กผู้หญิงที่น่าตาฝรั่งจ๋า ผมสีทอง นัยน์ตาสีฟ้า หน้าตาน่ารักยิ่งนัก ก็หันมามองเขาด้วยความสนใจก่อนจะส่งยิ้มมาให้
เมื่อประตูลิฟต์เปิดออก ทั้งสามก็เดินเข้าไปยืนอยู่ในลิฟต์ เด็กชายเอื้อมมือไปกดที่เลขสาม แล้วจึงหันมาถามเขา
"ชั้นไหนครับ" พร้อมส่งยิ้มผูกมิตร
"ชั้นสามครับ" ความจริงเขาจะไปชั้นห้าเพื่อไปหาบิดา แต่ได้มาเจอกับเด็กหน้าตาน่ารักสองคนนี้ ก็ทำให้อยากรู้ว่าพวกเขามาทำอะไรที่นี่ในเวลางานแบบนี้
"คุณลุงจะไปหาแม่น้ำผึ้งของน้องวาเหรอคะ" เด็กหญิงถามตามความเข้าใจของเด็กสามขวบ
"ถึงชั้นสามแล้วครับเด็ก ๆ"
"คุณลุงยังไม่ได้ตอบน้องวาเลยค่ะ" เด็กหญิงทักท้วงเมื่อออกจากลิฟต์มาแล้ว
"ถ้าคุณลุงจะไปแผนกออกแบบก็อยู่ห้องนั้นครับ แต่ถ้าเป็นแผนกอื่นต้องไปถามอาเบียร์ที่อยู่ฝ่ายต้อนรับข้างล่างครับ"
คำแนะนำของเด็กชายตัวน้อยทำให้ชายหนุ่มรู้ว่า อาเบียร์คือประชาสัมพันธ์ของบริษัทเขานั่นเอง
"น้องวาจะพาคุณลุงไปหาแม่น้ำผึ้งนะคะ ถ้าคุณลุงอยากได้บ้านก็ต้องให้แม่ของน้องวาวาดรูปบ้านให้ก่อนนะคะ" แล้วเด็กหญิงก็จูงมือเขาเดินไปตามทาง โดยมีเด็กชายเดินตามหลังไปห่าง ๆ
……………………….
ณัฐวราลุกจากที่นั่งในห้องส่วนตัวที่เป็นกระจกใส รีบเดินออกไปหาเด็ก ๆ ที่กำลังเดินเข้ามาในเข้ามาในแผนกพร้อมกับชายแปลกหน้าที่เธอไม่รู้จัก
"แม่น้ำผึ้งขา" เด็กหญิงวลาลีหรือน้องวาปล่อยมือจากชายหนุ่มแล้ววิ่งไปหามารดาทั้งตัว กอดขาทั้งสองข้างของเธอไว้
"สวัสดีครับแม่น้ำผึ้ง ลุงเควี่เขาจะมาหาแม่เรื่องงานครับ" เด็กชายวาคิมหรือน้องคิมชี้ไปที่ชายหนุ่ม ที่สอบถามชื่อแซ่ระหว่างทางที่เดินมาด้วยกัน
เควินมองหญิงสาวที่ยืนอยู่ตรงหน้า เธอทำให้อัตราการเต้นของหัวใจเขาผิดปกติ เขาเห็นเธอเปิดประตูห้องทำงานส่วนตัวออกมา แสดงว่าเธอต้องใหญ่ที่สุดในห้องนี้ แต่ด้วยหน้าตาและบุคลิก เขาไม่คิดเลยว่าเธอจะเป็นคุณแม่ลูกสองแล้ว เพราะเธอยังดูเด็กอยู่เลยอายุน่าจะยี่สิบกลาง ๆ
“แต่ถ้าแด๊ดรู้ว่าลูกไปสร้างปัญหาให้กับเควิน เราได้เห็นดีกันแน่” เขาพูดจริงและทำจริง เขาไม่อยากให้ความสัมพันธ์ทางธุรกิจที่มีร่วมกับแม็คแคนเลย์มาเป็นสิบปี ต้องมาพังเพราะลูกสาวตัวเอง ถึงแม้ลึก ๆ ในใจอยากจะได้เควินมาเป็นลูกเขย แต่ในเมื่อฝ่ายชายเคยบอกกับเขาว่าไม่ได้คิดกับลิปถึงขั้นคนรัก เขาก็ไม่คิดจะยัดเยียด เพราะมันไม่ใช่นิสัยของเขา“หนูสัญญาค่ะแด๊ด” สัญญาไว้ก่อนเรื่องอื่นค่อยว่ากันอีกทีเธอคิด“แล้วจะเดินทางเมื่อไหร่”“พรุ่งนี้เย็นค่ะแด๊ด” เพราะวันเสาร์เธอจะไปเซอร์ไพรส์เขาที่งานรับตำแหน่งของเขา เดวิดบอกว่าได้จดหมายเชิญจากแม็คแคนเลย์ และเธอจะไปงานนี้กับเดวิดด้วย“นี่ลูกวางแผนไว้ก่อนมาขอแด๊ดแล้วใช่มั้ย”“หนูขอโทษค่ะแด๊ด แด๊ดอย่าโกรธหนูเลยนะคะ” เมื่อทุกอย่างสมหวังได้ดั่งใจแล้ว อารมณ์ของเธอก็ดีจนพูดจาออดอ้อนบิดาได้ระรื่นหู ............................ 
“น้ำผึ้งกลับคนเดียวก็ได้ คุณนอนที่บ้านนี่แหละค่ะ” เธอบอกกับเขาเมื่อถึงเวลากลับบ้าน “ขอกุญแจรถหนึ่งคัน ถ้าเป็นคันเดิมก็จะดีมาก” เธอหมายถึงรถตัวเอง“คุณนอนที่ไหนผมก็จะนอนที่นั่น” เขาส่งสายตากรุ้มกริ่มกลับไป “คุณเป็นของผมแล้วนะ อย่าทำตัวเหมือนคนโสดสิครับ”“คุณเควินอย่าพูดให้น้ำผึ้งอายแบบนี้สิคะ” เธออายจนร้อนวาบ ๆ ทั่วใบหน้าเขาหัวเราะเบา ๆ ด้วยความเอ็นดูในความขี้อายของเธอ “เลิกเรียกผมว่าคุณเควินได้แล้วฮันนี่”“แล้วจะให้เรียกอะไรคะ.. บอสงั้นเหรอ”“เควี่ เรียกเควี่ก็พอ ถ้าไม่เรียกจะคิดค่าปรับเป็น..” แล้วก้มลงกระซิบที่หูเธอเบา ๆ ตามด้วยเสียงหัวเราะเมื่อถูกเธอฟาดใส่ต้นแขน ถูกเธอถลึงตาใส่แล้วทำปากขมุบขมิบต่อว่าเขาว่าหน้าไม่อาย “กลับบ้านกันเถอะ ผมคิดถึงที่นอนแล้ว” แล้วจูงมือเธอออกจากบ้านไปด้วยกัน ..............................&
คำพูดใสซื่อของหลานสาวตัวน้อย ทำเอาน้ำตาของคนเป็นอาถึงกับคลอเบ้า เมื่อก่อนนี้เวลาที่โรงเรียนมีกิจกรรมที่เกี่ยวกับพ่อ เด็ก ๆ ในห้องต้องผลัดกันพาพ่อไปตามคำเชิญของครูประจำชั้น เธอต้องเอาเรื่องพ่อป่วยมาบอกหลานทุกครั้ง ซึ่งหลานสาวก็เข้าใจและไม่เคยงอแง จนเธอมารู้ความจริงวันนี้เองว่าที่ผ่านมาหลานรู้สึกยังไง เธอรีบเอามือป้ายน้ำในตาทิ้งอย่างเร็ว ก่อนที่มันจะไหลออกมา“ไว้โรงเรียนใกล้เปิดเทอมแล้วแม่ย้ายมาอยู่กับพ่อเควี่ดีมั้ยคะ” เธอไม่สนอะไรอีกแล้ว คนที่สำคัญกับเธอที่สุดคือลูกทั้งสองคนนี้ต่างหาก คนอื่นจะนินทาว่าร้ายอะไรก็ช่างพวกเขาแล้วเควินเอื้อมมือข้างที่ว่างจากอุ้มวาคิมไปกอดคนรักที่อุ้มวลาลี “ยินดีต้อนรับ จำไว้ว่าผมจะอยู่เคียงข้างคุณเสมอฮันนี่” กระซิบที่ข้างหูเธอแล้วแตะปากลงที่ขมับของเธอแผ่วเบา แต่สร้างความรู้สึกอบอุ่นไปถึงหัวใจของหญิงสาว............................ภาพของพ่อแม่ลูกกำมะลอกำลังกอดกันอยู่นั้น สร้างความประทับใจให้กับประมุขทั้งสองของบ้านแม็คแคนเลย์มาก พวกท่านที่กำลังจะเดินเข้าไปทักทายหยุดยืน ปล่อยให้ทั้งสี่ได้สัมผัสถึงความอบอุ่นใจซึ่งกันและกัน ให้เด็ก ๆ ได้สัมผัสถึงคำว่าครอบครัว
เขาทิ้งตัวแนบหน้าลงกับแผ่นหลังเปล่าเปลือยของเธอ พลิกตัวลงไปนอนตะแคงข้างแล้วโอบกอดเธอไว้ หอมที่ต้นคอระหงแล้วพรมจูบที่ลาดไหล่นวลเนียน“น้ำผึ้งจะนอนจริง ๆ แล้วนะคะคุณเควิน”“นอนได้แล้วครับฮันนี่ รับรองด้วยเกียรติว่าจะไม่กวนอีกทั้งคืน” เขาผงกหัวขึ้นไปจุมพิตที่แก้มนวลแล้วทิ้งตัวลงนอนตามเดิม “ฝันดีค่ะ” เธอบอกเขาแล้วหลับไปแทบจะทันทีด้วยความอ่อนเพลียณัฐวราหลับยาวจนถึงเช้า สะดุ้งตื่นเพราะเสียงนาฬิกาปลุกจากโทรศัพท์ เธอขยับศีรษะออกจากอกอุ่นที่ซุกซบตลอดคืน รีบเอื้อมไปกดปิดเสียงนาฬิกาเพราะกลัวจะทำให้เขาตื่น แล้วแอบมองใบหน้าหล่อเหลาที่ยังหลับสนิท ก่อนจะขยับไปจุมพิตที่ริมฝีปากหนาเบา ๆ เป็นการทักทาย แล้วค่อย ๆ ลุกจากที่นอน“จะรีบลุกไปไหนครับ” เขาคว้าร่างบางเอาไว้ “จุ๊บเมื่อกี้เบาไปนิด ผมยังไม่รู้สึกเลย” แล้วทำปากยื่นรอให้เธอสัมผัส หญิงสาวค้อนใส่ก่อนจะทำตามที่เขาเรียกร้อง ก้มลงไปจูบปากเขาหนัก ๆ และรีบลงจากเตียง“นอนต่ออีกหน่อยก็ได้ค่ะ อาบน้ำเสร็จแล้วน้ำผึ้งจะเรียกเอง”“ผมขออาบพร้อมคุณได้มั้ย”“ไม่ได้ค่ะ!” เธอปฏิเสธเสียงแข็งแล้วรีบสะบัดหน้าเดินเข้าห้องน้ำไปทันทีหญิงสาวออกมาจากห้องน้ำแล้วบอกให้เขาเข





