All Chapters of ท่านพี่ ชาตินี้ข้าขอฝากชะตาไว้ที่จวนแม่ทัพ: Chapter 11 - Chapter 20

38 Chapters

บทที่ 11 เจ้าขอร้องข้าเองนะ

“เหตุใดเจ้าจึงมาอยู่ที่นี่” เขาเค้นเสียงถาม พยายามรักษาระยะห่าง แต่กลิ่นกำยานที่ติดตัวนางมากลับยิ่งกระตุ้นพิษยาในร่างของเขาให้กำเริบหนักขึ้น“ใต้เท้าจ้าว...จ้าวสือเหลียง” ไป๋เหมยพยายามกัดริมฝีปากเพื่อเรียกสติที่เหลือน้อยนิดของตนเอง“เขาหลอกให้ข้าเข้าไปพบในเรือนรับรอง ในนั้นมีกระถางกำยานรัญจวนจุดทิ้งไว้ เขาตั้งใจจะขังข้าไว้จนกว่ายาจะออกฤทธิ์ เพื่อหวังจะเข้ามาย่ำยีข้าในยามดึก ข้าฝืนทุบหน้าต่างหนีออกมาได้ เห็นรถม้าคันนี้จอดอยู่ จึงแอบลอบเข้ามา ท่านแม่ทัพ ได้โปรดพาข้าออกไปจากอุทยานแห่งนี้ด้วยเถอะเจ้าค่ะ ข้าไม่อยากตกเป็นของบุรุษมักมากผู้นั้น”คำสารภาพที่ปนมากับเสียงสะอื้น ทำให้เซียวจิ้งเฉินชะงักงัน จ้าวสือเหลียงช่างเจ้าเล่ห์และสารเลวยิ่งนัก นอกจากจะให้บุตรสาววางยาเขาในลานจัดเลี้ยงแล้ว ยังคิดจะรวบหัวรวบหางคณิกานางนี้ไว้สนองตัณหาตนเองอีกแต่ยามนี้เขาไม่มีเวลามาคิดบัญชีความแค้น เสียงฝีเท้าของทหารเดินเวรยามประจำอุทยานที่เริ่มออกเดินลาดตระเวนดังแว่วมาแต่ไกล หากถูกพบเห็นว่าเขาอยู่กับนางในสภาพนี้ แผนการหลบหนีเป็นอั
Read more

บทที่ 12 สารภาพทุกความจริง

ท่ามกลางแสงเทียนสลัวภายในห้องพักซอมซ่อแห่งนั้นทั้งสองได้ก้าวข้ามเส้นแบ่งแห่งความถูกต้อง ปล่อยปละละทิ้งสติสัมปชัญญะ และดำดิ่งลงสู่ห้วงตัณหาที่ถูกชักนำด้วยฤทธิ์ยา และแรงปรารถนาอันซ่อนเร้นอย่างไม่อาจถอนตัว ทิ้งไว้เพียงเสียงหอบกระเส่าและร่องรอยแห่งความลุ่มหลงที่จะผูกมัดโชคชะตาของพวกเขาทั้งสองไว้ค่ำคืนที่กำลังก้าวเข้าสู่วันใหม่ในอีกไม่กี่ชั่วยาม สติสัมปชัญญะของคนทั้งสองบนเตียงไม้แคบๆ ภายในโรงเตี๊ยมนอกเมืองกลับคืนมาแจ่มชัดแล้ว ฤทธิ์ยาที่เคยแผดเผาจนเส้นลมปราณแทบปริแตกได้มอดดับลง ทิ้งไว้เพียงร่องรอยความย่อยยับของเสื้อผ้าที่ขาดวิ่นและเรือนร่างที่เต็มไปด้วยรอยตีตราเซียวจิ้งเฉินผุดลุกขึ้นนั่ง แผ่นหลังกว้างและลาดไหล่แกร่งตึงเครียด อาการปวดหนึบที่ขมับแล่นริ้วขึ้นมา นั่นยังไม่ทำให้เขารู้สึกชาวาบไปทั้งร่างเท่ากับภาพที่ปรากฏแก่สายตา เมื่อเขาก้มลงมองบนฟูกนอนสีขาวหม่น ท่ามกลางรอยยับย่นของผ้าปูเตียง หยาดโลหิตสีแดงสดประทับอยู่เด่นชัดประดุจดอกเหมยที่เพิ่งเบ่งบานกลางหิมะฤดูหนาวรอยเลือดพรหมจรรย์ หลักฐานอันไม่อาจปฏิเสธได้ว่าสตรีที่นอนตัวสั่นสะท้านอยู่ข้างกายเขาคือหญิงบริสุทธิ์หัวใจของของเขากระตุกวูบ ควา
Read more

บทที่ 13 หวังว่าชาตินี้ เจ้าและข้าจะไม่ได้พบหน้ากันอีก

“เรื่องในค่ำคืนนี้ เป็นเพราะเล่ห์เพทุบายของขุนนางชั่ว หาใช่ความผิดของท่านไม่ ผู้น้อยเพียงโชคดีที่รอดพ้นเงื้อมมือของคนโฉด เช่นจ้าวสือเหลียงมาได้ และบังเอิญได้รับความช่วยเหลือจากท่านแม่ทัพ ข้าไป๋เหมย ขอรับเพียงความเมตตาของท่านที่ช่วยข้าเอาไว้ ส่วนเรื่องอื่น คณิกาเช่นข้าย่อมมิอาจทำให้ท่านแปดเปื้อนเกียรติยศ”“ผู้น้อยมาเพียงตัว ย่อมจากไปเพียงตัว หาได้บังอาจนำเรื่องบังเอิญในค่ำคืนนี้ไปผูกมัด หรือสร้างความขุ่นข้องหมองใจให้แก่ท่านแม่ทัพไม่เจ้าค่ะ”คำตอบที่ไร้การเรียกร้องและยอมรับชะตากรรมของนาง ทำให้เซียวจิ้งเฉินชะงักไปเล็กน้อย คิ้วเข้มขมวดเข้าหากัน ความรู้สึกผิดที่พยายามกดข่มไว้ตีตื้นขึ้นมาจุกอยู่ที่ลำคอ แต่ด้วยทิฐิอันสูงส่งและอคติที่บดบังใจ เขาก็ยังคงเลือกที่จะหันหลังและก้าวเดินไปที่บานประตูนั้นอย่างเด็ดขาดก่อนที่มือหนาจะผลักบานประตูออกไป ฝีเท้าของแม่ทัพหนุ่มกลับหยุดชะงัก ร่างสูงใหญ่ยืนหันหลังให้นาง ความเงียบงันโรยตัวลงมาภายในห้องพักแคบๆ ครู่หนึ่ง ก่อนที่น้ำเสียงทุ้มต่ำอันเยียบเย็นจะเอ่ยทำลายความอึดอัดขึ้น“อีกสามวัน เจ้าจงมาที่โรงเตี๊ยมแห่งนี้
Read more

บทที่ 14 อาวุธร้ายของสตรี

หวังอวี้หลานปรายตามองผ่านฉากกั้นไปยังเงาร่างที่ลับๆ ล่อๆ อยู่ด้านนอกอีกครั้ง ในหัวพลันนึกเปรียบเทียบรูปโฉมของชุยเอ๋อร์กับเรือนร่างของนางในชาติก่อน สาวใช้ผู้นี้ช่างมีหน้าตาจืดชืดธรรมดา รูปร่างแบนราบไร้ส่วนโค้งเว้า ผิวพรรณก็หยาบกร้านจากการตรากตรำ ช่างห่างไกลจากความงดงามเย้ายวนของ ‘ไป๋เหมย’ อดีตคณิกาอย่างลิบลับ‘หากพิจารณาจากความปรารถนาเบื้องลึก ของท่านแม่ทัพที่หลงใหลในเรือนร่างของข้าเมื่อชาติที่แล้ว บุรุษผู้มักมากในความสมบูรณ์แบบเช่นเขา...จะไปหลงใหลสตรีที่จืดชืดไร้รสชาติเช่นนี้ได้อย่างไร?’ นางคิดในใจด้วยความกังขา“ชุนเถา” หวังอวี้หลานเอ่ยถามต่อ น้ำเสียงเจือความใคร่รู้“แล้วสาวใช้นางนี้ ได้เข้าปรนนิบัติท่านแม่ทัพบ่อยเพียงใด? มากน้อยแค่ไหน?”ชุนเถารีบตอบทันที “พวกบ่าวเรือนซักล้างบอกว่า ตั้งแต่ชุยเอ๋อร์ถูกส่งตัวมาเป็นสาวใช้ห้องข้าง ก็ไม่เคยเห็นท่านแม่ทัพเรียกใช้นางไปปรนนิบัติที่เตียงเลยแม้แต่ครั้งเดียวเจ้าค่ะ นางทำได้แค่อยู่เฝ้าห้องเปล่าๆ ซ้ำยังถูกสั่งห้ามเด็ดขาดไม่ให้นางเข้าไปยุ่มย่ามในเรือนพักส่วนตัวของท่านแม่ทัพด้วยเจ้าค่ะ”ไ
Read more

บทที่ 15 พลิกโฉมฮูหยิน

พลบค่ำวันหนึ่ง พ่อบ้านหวังได้มาเยือนที่หน้าประตูเรือนอันหนิงตามคำเชิญของฮูหยิน“ฮูหยินเรียกหาบ่าว มีเรื่องอันใดให้รับใช้หรือขอรับ?” พ่อบ้านหวังค้อมศีรษะลงอย่างนอบน้อม เขาลอบสังเกตสตรีที่นั่งอยู่หลังม่านมุก แม้จะเห็นเพียงเงาลางๆ แต่รัศมีแห่งความสูงศักดิ์และความงามที่แผ่ซ่านออกมานั้น กลับทำให้เขาไม่กล้าแม้แต่จะเงยหน้าสบตา“พ่อบ้านหวัง ลำบากท่านแล้ว” น้ำเสียงหวานละมุนดุจระฆังแก้วดังลอดออกมา“ข้าเพียงอยากสอบถาม ท่านแม่ทัพใกล้จะเสร็จสิ้นศึกที่หุบเขาผาแดงแล้วใช่หรือไม่?”“เรียนฮูหยิน ม้าเร็วเพิ่งส่งข่าวมาเมื่อรุ่งสางขอรับ ทัพหน้าของเราตีค่ายศัตรูแตกพ่ายแล้ว คาดว่าอีกไม่เกินเจ็ดวัน ท่านแม่ทัพและกองทหารม้าจะเดินทางกลับถึงจวนอย่างแน่นอนขอรับ”“เช่นนั้นก็ดี” หวังอวี้หลานแย้มยิ้ม“ท่านแม่ทัพกรำศึกเหน็ดเหนื่อย ข้าในฐานะภรรยาจึงอยากเตรียมสุราเลิศรสไว้ต้อนรับเพื่อขจัดความเหนื่อยล้า หากแต่ข้าไม่รู้ใจสามี ว่าเขาโปรดปรานสุราประเภทใด ท่านพอจะชี้แนะข้าได้หรือไม่?”พ
Read more

บทที่ 16 ฉลองชัยชนะ

เสียงแตรเขาสัตว์ดังกังวานก้องไปทั่วผืนฟ้าอันกว้างใหญ่ของแดนอุดร ขับไล่ความหนาวเหน็บและเมฆหมอกแห่งสงครามให้มลายสิ้น ธงรบสีดำขลิบทองสลักอักษรคำว่า ‘เซียว’ โบกสะบัดอย่างสง่างามท้าทายสายลม ทัพทหารม้าเกราะเหล็กนับหมื่นนายเคลื่อนขบวนเข้าสู่ประตูเมืองหลวงของมณฑลชายแดนอย่างยิ่งใหญ่เกรียงไกร“แม่ทัพพยัคฆ์อุดร จงเจริญ!”“ท่านแม่ทัพเซียวจงเจริญ! กองทัพพิทักษ์อุดรจงเจริญ!”ตลอดสองข้างทางถนนสายหลักคลาคล่ำไปด้วยฝูงชนที่หลั่งไหลกันมาต้อนรับ เสียงโห่ร้องสรรเสริญและเสียงตีกลองเฉลิมฉลองดังกระหึ่มจนแผ่นดินสะเทือนชาวเมืองต่างพากันโปรยปรายดอกไม้เพื่อแสดงความเคารพรักต่อวีรบุรุษผู้ปกป้องบ้านเมืองจากเงื้อมมือของเผ่าตงหูผู้นำขบวนทัพที่ควบม้าศึกสีดำตัวใหญ่อยู่เบื้องหน้า คือบุรุษผู้เป็นดั่งเทพสงครามลงมาจุติ เซียวจิ้งเฉินสวมชุดเกราะสีดำสนิทที่ผ่านการอาบชโลมด้วยเลือดของศัตรู แต่กลับได้รับการเช็ดล้างจนขึ้นเงาวับ ใบหน้าหล่อเหลา คมคายราวกับหยกสลักชั้นดีนั้นเรียบเฉย เย็นชา และแผ่ซ่านกลิ่นอายสังหารที่ทำให้ผู้คนต้องยอมสยบ ดวงตาดุดันดุจพญาเหยี่ยวทอดมองไปเบื้องหน้าอ
Read more

บทที่ 17 ฮูหยินจวนแม่ทัพ

พ่อบ้านหวังเอ่ยด้วยความเป็นห่วง ก่อนจะสอบถามอย่างระมัดระวัง“จะให้บ่าวส่งคนไปเตรียมน้ำอุ่นและจัดที่ทางไว้ที่ เรือนซางอิงของท่าน หรือว่าจะให้ไปแจ้งเตรียมการที่เรือนอันหนิงของฮูหยินดีขอรับ?”“เรือนซางอิง” น้ำเสียงทุ้มต่ำเอ่ยตอบกลับมาอย่างราบเรียบและเด็ดขาด โดยแทบไม่ต้องเสียเวลาคิดพ่อบ้านหวังชะงักไปเล็กน้อย เขาลอบกลืนน้ำลายลงคอ ก่อนจะรวบรวมความกล้า เอ่ยถามในสิ่งที่ค้างคาใจด้วยน้ำเสียงแผ่วเบาที่สุด“เอ่อ ท่านแม่ทัพ แล้วฮูหยินที่เรือนอันหนิงเล่าขอรับ?""คืนนี้ท่านเพิ่งกลับมาถึงจวน ตามธรรมเนียมแล้ว ท่านควรจะ...”“พ่อบ้านหวัง”เซียวจิ้งเฉินตวัดสายตาดุดันตวัดมองพ่อบ้านประจำจวน แววตาคมกริบนั้นทำเอาพ่อบ้านหวังถึงกับเข่าอ่อน “ตั้งแต่เมื่อใดที่เจ้ากล้าสอดปากเรื่องบนเตียงของข้า?”“บะ…บ่าวสมควรตาย บ่าวเพียงแต่เกรงว่า หากละเลยฮูหยินอาจจะเป็นข้ออ้างให้ฝ่าบาทและใต้เท้าหวังหยิบยกมาเล่นงานท่านได้นะขอรับ”พ่อบ้านหวังรีบคุกเข่าลงกับพื้น เหงื่อเย็นเยียบผุดซึมเต็มหน้าผากเซียวจิ้งเฉินแค่นเสียงหยันในลำคอ เขายกจอกสุราขึ้นกระ
Read more

บทที่ 18 สุรานี้เพื่อท่าน

เคร้ง...จอกสุรากระเบื้องเคลือบในมือของขุนนางผู้หนึ่งหลุดร่วงลงกระแทกพื้นจนแตกละเอียด เสียงสูดลมหายใจเฮือกใหญ่ดังขึ้นรอบทิศทาง ไม่มีผู้ใดคาดคิดมาก่อนเลยว่า สตรีที่ถูกส่งมาเป็นตัวประกัน จะมีรูปโฉมงดงามล่มเมืองและมีเรือนร่างที่กระชากวิญญาณบุรุษได้ถึงเพียงนี้ส่วนเซียวจิ้งเฉินที่กำลังจะยกจอกสุราขึ้นดื่ม ถึงกับชะงักค้าง อยู่ในท่าเดิมดวงตาคมกริบเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อย ร่างกายสูงใหญ่ที่เคยผ่านความเป็นความตายมานับไม่ถ้วนกลับแข็งทื่อราวกับถูกสกัดจุด หัวใจที่เคยเยือกเย็นและตายด้านต่ออิสตรี บัดนี้กลับเต้นกระหน่ำอย่างรุนแรงจนปวดหนึบอยู่ในอกเขาจ้องมองสตรีที่กำลังก้าวเดินเข้ามาใกล้ด้วยสายตาที่ไม่เชื่อในสิ่งที่เห็น นี่น่ะหรือสตรีขี้โรคที่ผอมแห้งราวกับกิ่งไม้ใกล้ตายในวันทำพิธีเข้าหอกับเขา?นี่น่ะหรือสตรีที่ถูกเขาทิ้งขว้างให้อยู่ในเรือนอันหนิงและคิดว่าป่านนี้คงตรอมใจตายไปแล้ว?สตรีที่งดงามและมีกลิ่นอายยั่วยวนจนทำเอาบุรุษทั้งโถงจัดเลี้ยงแทบจะน้ำลายหกผู้นี้ คือฮูหยินของเขาจริงๆ อย่างนั้นหรือ!“อวี้หลานมาช้า ต้องขออภัยท่านพี่และแขกผู้มี
Read more

บทที่ 19 ถอยเพื่อรุก

เรือนร่างนุ่มนิ่มที่อวบอิ่มไปทุกสัดส่วนเบียดชิดเข้ากับสีข้างและท่อนแขนของเขา... สัมผัสถึงความนุ่มหยุ่นของหน้าอกที่บดเบียดผ่านเนื้อผ้าบางเบา ทำให้สติของเซียวจิ้งเฉินแทบจะขาดผึง เขาพยายามเกร็งลำตัวให้อยู่นิ่ง แต่ความต้องการทางกายกลับเรียกร้องอย่างบ้าคลั่งหวังอวี้หลานลอบยิ้มในใจเมื่อสัมผัสได้ถึงกล้ามเนื้อที่ตึงเครียดของบุรุษข้างกาย นางรู้ดีว่ายาเริ่มออกฤทธิ์และมารยาของนางกำลังได้ผลหากอยู่ยั่วยวนนานกว่านี้ เขาอาจจะรู้ตัว นางจึงต้องใช้แผน ‘ถอยเพื่อรุก’...นางค่อยๆ หยัดกายลุกขึ้นยืนช้าๆ แม้จะทำทีเป็นเซเล็กน้อยให้ชุนเถาต้องคอยประคอง“ท่านพี่ อวี้หลานรู้สึกหน้ามืดวิงเวียนยิ่งนัก คงไม่อาจอยู่ร่วมต้อนรับแขกจนจบงานได้ ขออนุญาตกลับไปพักผ่อนที่เรือนก่อนนะเจ้าคะ”นางหันไปกล่าวขอตัวกับบรรดาขุนนางด้วยกิริยาอ่อนช้อย ก่อนจะหันกลับมามองหน้าเซียวจิ้งเฉินอีกครั้ง หวังอวี้หลานจงใจทอดสายตาที่เต็มไปด้วยความอาลัยอาวรณ์ หวานซึ้ง และทิ้งท้ายความเย้ายวนเอาไว้ในแววตาคู่สวยนั้นอย่างลึกล้ำ ก่อนจะหมุนตัวเดินจากไป ทิ้งให้ชายกระโปรงสีชมพูระเรื่อสะบัดพริ้วหายลับไปหลังบานประตูหลังจากที่นางจากไป ความทรมานก็มาเยือนแม่ท
Read more

บทที่ 20 เดินเข้าสู่กับดัก

เมื่อผมแห้งสนิท หวังอวี้หลานก็สั่งให้ชุนเถาช่วยผลัดเปลี่ยนอาภรณ์ นางมิได้เลือกชุดพิธีการที่หรูหรา แต่กลับเลือกชุดกระโปรงผ้าไหมโปร่งบางสีเทาอ่อนเกือบขาวที่ตัดเย็บอย่างเรียบง่าย เนียนนุ่มและลื่นมือราวกับไม่ได้สวมสิ่งใดคอเสื้อเปิดกว้างเผยให้เห็นไหปลาร้าที่งดงามและเนินอกอวบอิ่มขาวเนียนที่ชูชันเต่งตึงดันเนื้อผ้าออกมาอย่างชัดเจน ยามที่นางเยื้องย่าง ชายกระโปรงที่ยาวสยายจะพริ้วไหวไปตามจังหวะ ขับเน้นทรวดทรงโค้งเว้าของสตรีเพศให้เด่นชัดจนน่าใจหาย พรมเครื่องหอมกลิ่นดอกเหมยผสมกับกลิ่นอายสตรีที่แสนบริสุทธิ์ลงบนซอกคอและหน้าอกความงดงามของนางในเวลานี้ เปรียบประดุจเทพธิดาตัวน้อยที่แสนบริสุทธิ์ แต่กลับแฝงไปด้วยมารยารัญจวนใจของปีศาจจิ้งจอกนางทรุดตัวลงนั่งบนเตียงเอนกายพิงหมอนอิงช้าๆ แกล้งทำทีเป็นนอนหลับใหลอย่างสงบ แต่ในใจกลับเต้นระทึกด้วยความตื่นเต้นและกะเกณฑ์เวลาอย่างแม่นยำ เมื่อเซียวจิ้งเฉินก้าวเท้าเข้าสู่เรือนอันหนิง เขาก็ต้องชะงักไปเล็กน้อย บรรยากาศภายในเรือนเงียบสงบ มีเพียงแสงเทียนที่ส่องสว่างอยู่รำไรและกลิ่นหอมกรุ่นของด
Read more
PREV
1234
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status