All Chapters of ท่านพี่ ชาตินี้ข้าขอฝากชะตาไว้ที่จวนแม่ทัพ: Chapter 21 - Chapter 30

38 Chapters

บทที่ 21 ค่ำคืนที่หลอมละลาย

เพียงไม่นาน ร่างสูงใหญ่กำยำก็ก้าวพ้นฉากกั้นออกมา เซียวจิ้งเฉินสวมเพียงกางเกงผ้าฝ้ายสีขาวเนื้อบาง ท่อนบนเปลือยเปล่าเผยให้เห็นมัดกล้ามเนื้อที่เรียงตัวสวยงาม และรอยแผลเป็นที่ได้มาจากการสู้รบ หยาดน้ำเกาะพราวตามเรือนร่างขับเน้นความดิบเถื่อนและบุคลิกของนักรบให้ดูอันตราย แต่สิ่งที่อันตรายยิ่งกว่า คือนัยน์ตาดุดันที่บัดนี้แปรเปลี่ยนเป็นสีเข้มจัดเขาสืบเท้าเข้ามาหานางอย่างเชื่องช้า ทว่าหนักแน่น ทุกย่างก้าวเปี่ยมไปด้วยอำนาจและแรงปรารถนาที่ไม่อาจเก็บกดไว้ได้อีกต่อไป“อวี้หลาน...”เสียงทุ้มต่ำแหบพร่าเอ่ยเรียกชื่อนางเป็นครั้งแรกที่มิใช่น้ำเสียงเย็นชาดังเช่นอดีต แต่เป็นน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความเว้าวอนและลุ่มหลงเขาทรุดตัวลงนั่งเคียงข้าง ฝ่ามือใหญ่ที่ร้อนผ่าวราวกับเหล็กเผาไฟเอื้อมมาสัมผัสพวงแก้มเนียนละเอียดของนางอย่างแผ่วเบา หวังอวี้หลานหลับตาพริ้มรับสัมผัส เผลอกัดริมฝีปากอวบอิ่มสีแดงสดราวกับผลอิงเถาที่สุกงอม ชวนให้ผู้มองลุ่มหลงจนแทบคลุ้มคลั่งโดยไม่รู้ตัวเซียวจิ้งเฉินจ้องมองริมฝีปากคู่นั้นราวกับถูกมนต์สะกด ไม่รอช้า ใบหน้าหล่อเหลาโน้มลงมาประชิด ริ
Read more

บทที่ 22 แรงปรารถนา

ปลายนิ้วเรียวยาวค่อยๆ สอดแทรกเข้าไปในกลีบดอกไม้ที่ปิดสนิท เพื่อเบิกทางและเตรียมความพร้อมให้กับสตรีที่ยังไร้เดียงสาหวังอวี้หลานสะดุ้งเฮือก หยาดน้ำใสๆ รินไหลออกมาเคลือบปลายนิ้วของเขา สัมผัสแปลกใหม่ที่รุกล้ำเข้ามาทำให้นางหวาดกลัวระคนรัญจวนใจนางรับรู้ได้ถึงความแข็งขึง ที่ดุดันและร้อนผ่าวของเขาที่กำลังเสียดสีอยู่บริเวณต้นขา ขนาดของมันใหญ่โตเกินกว่าที่สตรีรูปร่างบอบบางเช่นนางจะรับไหว“ท่านพี่ ข้า ข้ากลัวเจ้าค่ะ” นางเอ่ยเสียงสั่น หยาดน้ำตารื้นขึ้นมาที่หางตาเซียวจิ้งเฉินชะงักปลายนิ้ว เขารู้ดีว่าความยิ่งใหญ่ของตนเองนั้นอันตรายเพียงใดสำหรับสตรีพรหมจรรย์ เขาโน้มใบหน้าลงไปจุมพิตซับน้ำตาที่หางตาของนางอย่างอ่อนโยน จูบย้ำลงบนริมฝีปากอวบอิ่มเพื่อปลอบประโลมให้คลายความตื่นเกร็ง“อย่ากลัวไปเลย อวี้เอ๋อร์ของข้า” เขาเรียกขานนางด้วยสรรพนามที่แสนทะนุถนอม“ข้าจะถนอมเจ้าให้มากที่สุด เชื่อใจสามีของเจ้านะ เด็กดี”เมื่อสิ้นคำปลอบโยน เซียวจิ้งเฉินก็ขยับกายแทรกเข้าหว่างขาเรียวเสลา เขากดริมฝีปากลงจูบนางอีกครั้งเพื่อดึงดูดความสนใจ สอดแทรกเรียวลิ้
Read more

บทที่ 23 ร่องรอยแห่งความเร่าร้อน

เขาปลดปล่อยเข้ามาในกายของนางถึงสามครั้งสามครา! ทุกครั้งที่ปลดปล่อย เขาก็จะกอดรัดนางแน่นและซุกไซ้ใบหน้าลงกับซอกคอของนางครางเรียกนางว่า ‘อวี้เอ๋อร์ อวี้เอ๋อร์ของข้า’ ด้วยความลุ่มหลงจนโงหัวไม่ขึ้น‘สวรรค์เถอะ... เรี่ยวแรงของเขามหาศาลประดุจหมาป่าก็มิปาน จนสตรีเช่นนางแทบจะแหลกสลายคามือเขาอยู่แล้ว’หวังอวี้หลานบ่นพึมพำในใจ ใบหน้างดงามร้อนผ่าวเมื่อนึกถึงความเร่าร้อนนั้นในชาติก่อน ยามที่นางยังเป็น ไป๋เหมย คณิกาเลื่องชื่อแห่งหอจุ้ยฟาง แม้นางจะเป็นคณิกาชั้นสูงที่ขายเพียงศิลป์มิขายเรือนร่าง แต่ก็เคยเห็นเหล่าสตรีคณิการะดับล่างที่ต้องทอดกายรับแขกไม่เว้นแต่ละวัน แต่นางไม่เคยเห็นสตรีนางใดมีสภาพอิดโรยราวกับถูกสูบวิญญาณเช่นที่นางกำลังเผชิญอยู่มาก่อนใครเล่าจะคาดคิดว่าพละกำลังของบุรุษเพียงคนเดียว จะมหาศาลและทนทานจนร่างบอบบางแทบแหลกสลายคามือได้ถึงเพียงนี้การดีดพิณร่ายรำเอาใจแขกเหรื่อตลอดทั้งเดือนในหอจุ้ยฟาง ยังมิเหน็ดเหนื่อยเจียนตายเท่ากับการต้องรองรับพายุอารมณ์ของแม่ทัพเซียวเพียงแค่คืนเดียว! ‘ข้าคงต้อง
Read more

บทที่ 24 เตรียมต้อนรับสามี

“อ้อ ชุนเถา”หวังอวี้หลานเปลี่ยนเรื่องสนทนา พลางถามสาวใช้คนสนิทพร้อมรอยยิ้มหยันผุดขึ้นที่มุมปาก“แล้วเรื่องของชุยเอ๋อร์ผู้นั้นเล่า เมื่อคืนนางคงจะไปดักรอท่านแม่ทัพจนหนาวสั่นแทบขาดใจเลยกระมัง?”พอพูดถึงเรื่องนี้ ดวงตาของชุนเถาก็เป็นประกายขึ้นมาทันที สาวใช้รีบขยับเข้ามาใกล้พลางรายงานด้วยน้ำเสียงสะใจ“สะใจยิ่งนักเจ้าค่ะฮูหยิน บ่าวแอบไปสืบความจากพวกบ่าวรับใช้ที่เรือนหน้ามาแล้ว พวกมันเล่าว่าเมื่อคืนชุยเอ๋อร์แต่งตัวเสียสวยสะพรั่ง ทาน้ำอบน้ำหอมไปยืนดักรอเสนอตัวรับใช้ท่านแม่ทัพอยู่ที่หน้าเรือนซางอิงทั้งคืน แต่รอจนฟ้าสาง น้ำค้างลงจนตัวสั่น ท่านแม่ทัพก็ไม่ย่างกรายกลับไปที่เรือนเลยแม้แต่เงาเจ้าค่ะ”ชุนเถากลั้นหัวเราะก่อนจะเล่าต่อ“แต่ที่น่าขันยิ่งกว่านั้นคือ เมื่อเช้าตรู่นี้ ตอนที่ท่านแม่ทัพเพิ่งกลับไปที่เรือนพักเพื่อเปลี่ยนชุด ชุยเอ๋อร์ที่ทนหนาวรอมาทั้งคืนก็รีบถลันหน้าเข้าไป หมายจะช่วยปรนนิบัติผลัดเปลี่ยนเสื้อผ้า แต่ท่านแม่ทัพกลับตวัดสายตาขุ่นขวางใส่ และตวาดไล่นางเสียงดังลั่นเรือน และห้ามไม่ให้นางมายุ่มย่ามในเรือนอีกเจ้าค่ะ”“พ
Read more

บทที่ 25 ลูกไม้ตื้นๆ

ณ ทางเดินที่ทอดยาวมุ่งหน้าสู่เรือนอันหนิง ร่างสูงใหญ่ของแม่ทัพเซียวจิ้งเฉินในชุดคลุมสีเข้มกำลังก้าวเดินอย่างมั่นคง ท่วงท่าสง่างามดุดัน ใบหน้าคมคายหล่อเหลาเรียบตึงไร้ซึ่งอารมณ์ใดๆ นัยน์ตาดำขลับลุ่มลึกดุจห้วงน้ำลึกที่ไม่มีผู้ใดหยั่งถึงค่ำคืนที่ผ่านมา เขามองทะลุถึงแผนการของนางทุกฝีก้าว สมุนไพรที่ลอบผสมลงในสุราจอกนั้นหรือจะตบตาเขาได้ ลูกไม้ตื้นเขินเพียงนี้ช่างน่าขันนัก แต่ที่เขายอมแสร้งคล้อยตาม ก็เพื่อซ้อนกลตลบหลัง และสั่งสอนสตรีที่บังอาจมาเล่นเล่ห์กับเขาให้รู้สำนึกเซียวจิ้งเฉินกระตุกยิ้มร้ายเมื่อนึกถึงคืนเข้าหอ เขาทำทีเป็นนิ่งเฉยปล่อยให้ฤทธิ์ยาครอบงำ แสร้งทำเป็นหน้ามืดตามัวเพราะมารยาของนาง เพื่อใช้เป็นข้ออ้างลงทัณฑ์สตรีที่บังอาจกระตุกหนวดเสืออย่างดุดันเขารีดเค้นพละกำลังที่มีอยู่ทั้งหมด ถาโถมความสวาทเข้าใส่นางคราแล้วคราเล่า จนร่างบางแทบสลบไศลคาอ้อมอก เจตนาของเขาแน่ชัด เขาต้องการให้นางเข็ดขยาด จนไม่กล้าเล่นเล่ห์กับเขาอีก‘สตรีในห้องหอเช่นนาง ช่างไม่รู้จักบุรุษดีพอกระมัง’ เซียวจิ้งเฉินคิดในใจอย่างเย็นชา‘คิดจะใช้ลูกไม้ตื้นๆ มาควบคุมเข
Read more

บทที่ 26 ข้าชอบสตรีที่อวบอ้วน

เซียวจิ้งเฉินมองดวงตาที่ลุกลี้ลุกลนของสตรีตรงหน้าท่าทีของนางราวกับลูกไก่ที่กำลังถูกงูเหลือมจ้องตะครุบ ริมฝีปากหยักลึกแอบกระตุกเป็นรอยยิ้มเพียงเสี้ยววินาทีก่อนจะเลือนหายไปอย่างรวดเร็ว“น่าเสียดายยิ่งนัก เช่นนั้นข้าคงต้องรอรสมือหมักสุราของฮูหยินในวันหน้าเสียแล้ว”พูดจบ เซียวจิ้งเฉินก็เปลี่ยนเป้าหมาย เขาคีบเนื้อหมูสามชั้นชิ้นโตที่มันเยิ้มวางลงในชามของหวังอวี้หลาน ตามด้วยน่องไก่ตุ๋นสมุนไพร และเนื้อเป็ดย่างจนพูนชาม“กินให้มากเสียหน่อยเถอะอวี้หลาน” น้ำเสียงของเขาอ่อนโยนลงอย่างน่าประหลาด แต่แววตากลับแฝงประกายแห่งความเจ้าเล่ห์“เจ้าผ่ายผอมถึงเพียงนี้ ลมพัดมาก็คงปลิวไปแล้วกระมัง ข้าไม่ชอบสตรีที่ผอมแห้งราวกับกิ่งไม้แห้ง ข้าชอบสตรีที่อวบอ้วนและมีน้ำมีนวล เจ้าควรกินให้มากขึ้นเสียหน่อย”หวังอวี้หลานมองภูเขาอาหารในชามที่เขาตักให้ด้วยความรู้สึกพะอืดพะอม นางเป็นสตรีที่รักษารูปร่างมาโดยตลอด อาหารมันเยิ้มเช่นนี้นางแทบจะไม่แตะต้อง แต่เมื่อได้ยินประโยคที่ว่าเขาชอบสตรีมีน้ำมีนวล ผนวกกับความตั้งใจที่อยากจะเอาอกเอาใจเขาเพื่อสร้างความไว้เนื้อเชื่อ
Read more

บทที่ 27 ข้ายินดีรับหน้าที่นี้

เมื่อวิธีการเดิมใช้ไม่ได้ผล นางจึงลบภาพสตรีบอบบางผู้น่าสงสารทิ้งไปจนหมดสิ้น นางตัดสินใจเปลี่ยนแผน ในเมื่อเขาไม่ชอบสตรีที่เอาแต่พะเน้าพะนอเอาใจ นางก็จะไม่ยั่วสวาท ไม่ทำตัวอ่อนแอให้เขาเหยียบย่ำอีกต่อไปในขณะเดียวกัน ณ ห้องหนังสือใหญ่ของจวนแม่ทัพ เซียวจิ้งเฉินกำลังนั่งตรวจดูรายงานการฝึกทหารด้วยสีหน้าเรียบเฉย แต่ในหัวกลับมีภาพของสตรีหน้าซีดเผือดผู้หนึ่งแวบเข้ามาในห้วงความคิด ชายหนุ่มวางพู่กันลง ก่อนจะปรายตามองพ่อบ้านหวังที่ยืนค้อมกายอยู่หน้าโต๊ะ“ฮูหยินของพวกเจ้าเป็นอย่างไรบ้าง อาการป่วยไข้หายดีแล้วหรือยัง” น้ำเสียงของเขาราบเรียบ แต่แฝงความนัยบางอย่างเอาไว้“เรียนท่านแม่ทัพ ร่างกายของฮูหยินฟื้นฟูเป็นปกติแล้วขอรับ ช่วงสองสามวันมานี้ฮูหยินเก็บตัวอยู่แต่ในเรือนอันหนิงมิได้ออกไปที่ใด และมิได้สั่งให้โรงครัวต้มยาแก้ปวดแล้วขอรับ” พ่อบ้านหวังรายงานตามความเป็นจริงเซียวจิ้งเฉินกระตุกยิ้มมุมปาก นัยน์ตาคมกริบฉายแววเจ้าเล่ห์ดุจจิ้งจอก‘หายดีแล้วสินะ เช่นนั้นก็คงมีเรี่ยวแรงเหลือเฟือที่จะคิดหาแผนการพิสดารมาเล่นตุกติกกับข้าอีกกระมัง’
Read more

บทที่ 28 หอฝูไหล

ริมฝีปากอวบอิ่มสีสดแค่นยิ้มหยัน ชัดเจนยิ่งนักว่ามีตัวมอดแมลงในจวน ฉวยโอกาสอาศัยความชุลมุนยิ่งใหญ่ของงานเลี้ยงฉลองชัยมาเป็นม่านบังตา แฝงกลโกงสั่งซื้อเสบียงเกินจริงอย่างอุกอาจ พวกนั้นคงย่ามใจ คิดว่าในงานเลี้ยงที่วุ่นวายและเต็มไปด้วยแขกเหรื่อระดับสูงเช่นนั้น คงมิมีผู้ใดมานั่งจับผิดรายจ่ายยิบย่อยเป็นแน่ จึงได้ถือวิสาสะสูบเลือดสูบเนื้อจวนแม่ทัพกันอย่างสนุกมือไร้ร่องรอยหวังอวี้หลานคำนวณส่วนต่างของตัวเลขในหัวอย่างรวดเร็ว บ่าวไพร่ไม่มีสิทธิ์ได้กินของชั้นเลิศเหล่านี้แน่ หากไม่ใช่เพราะมีคนในโรงครัวยักยอกเอาวัตถุดิบของจวนไปขายต่อเพื่อกินกำไรส่วนต่าง และผู้ต้องสงสัย คือผู้ที่มีอำนาจจัดการเรื่องนี้ได้ทั้งหมด ย่อมหนีไม่พ้น ‘จ้าวมามา’ หัวหน้าแม่บ้านโรงครัวที่ทำงานรับใช้จวนแม่ทัพมานานนับสิบปีหวังอวี้หลานไม่รอช้า นางให้ชุนเถาไปสืบจากบ่าวไพร่ในจวน  เมื่อได้เบาะแส นางผลัดเปลี่ยนเสื้อผ้าเป็นชุดสาวใช้ธรรมดา สวมหมวกปกปิดใบหน้า แล้วลอบออกจากจวนไปพร้อมกับชุนเถาเพื่อสืบหาความจริง นางใช้ทักษะการซักถามที่แนบเนียน เลียบเคียงถามจากบรรดาพ่อค้าแม่ค้าในตลาดสด จนกระทั่งสืบทราบม
Read more

บทที่ 29 ปรับเปลี่ยนกลยุทธ์

ท่ามกลางความตื่นตระหนกและเสียงร้องโหยหวนของจ้าวมามาที่ถูกลากตัวออกไป ไม่มีผู้ใดสังเกตเห็นเลยว่า บริเวณเงามืดหลังฉากกั้นไม้แกะสลักตรงมุมโถง ร่างสูงใหญ่ของเซียวจิ้งเฉินกำลังยืนกอดอกนิ่งเงียบ แฝงกายกลืนไปกับความมืดมิดเขามาถึงตั้งแต่ตอนที่นางเริ่มโยนสมุดบัญชีลงบนโต๊ะแล้วเซียวจิ้งเฉินทอดสายตามองแผ่นหลังบอบบางที่ตั้งตรงตระหง่านของภรรยา นัยน์ตาดำขลับที่เคยฉายแววเย็นชาและดูแคลน บัดนี้กลับถูกแทนที่ด้วยความประหลาดใจและประกายแห่งความชื่นชมที่ลุกโชนขึ้นมาอย่างเงียบงันในส่วนลึกของหัวใจ‘บัญชีซับซ้อนที่หลงจู๊มากประสบการณ์ยังต้องใช้เวลาตรวจสอบเป็นเดือน นางกลับใช้เวลาเพียงไม่กี่วันก็มองทะลุถึงกลโกง ซ้ำยังรู้จักลงพื้นที่สืบหาหลักฐานมามัดตัวคนผิดจนดิ้นไม่หลุด’ ชายหนุ่มรำพึงในใจ ริมฝีปากหยักลึกค่อยๆ โค้งขึ้นเป็นรอยยิ้มที่หาได้ยากยิ่ง‘วาทศิลป์ในการข่มขู่คนก็ยอดเยี่ยมเฉียบขาด ไม่วู่วาม ไม่โวยวายไร้เหตุผล แต่ใช้หลักฐานโจมตีจนศัตรูพ่ายแพ้ราบคาบ สตรีในห้องหอที่วันๆ สนใจแต่เรื่องจับผู้ชายเช่นนาง ไปเรียนรู้วิธีการปกครองคนและการทำบัญชีที่ล้ำลึกถึงเพียงนี้มาจากที่ใดกัน’เซียวจิ้งเฉินหัวเราะในลำคอเบาๆ ความหวา
Read more

บทที่ 30 วางแผน

ความสัมพันธ์ระหว่างเซียวจิ้งเฉินและหวังอวี้หลาน เริ่มแปรเปลี่ยนไปอย่างช้าๆ ภายใต้หลังคาจวนเดียวกัน แม้จะมิได้หวานชื่นปานจะกลืนกินดั่งเช่นสามีภรรยาคู่อื่น แต่กำแพงที่เคยตั้งตระหง่านกางกั้นคนทั้งสอง กลับค่อยๆ ลดลงทีละน้อย กลายเป็นความคุ้นเคยและการชิงไหวชิงพริบที่แฝงไปด้วยความหยอกเย้าโดยเฉพาะในยามค่ำคืน ที่ความมืดมิดโรยตัวลงมาปกคลุมจวนแม่ทัพการเลือกที่พำนักยามวิกาลของเซียวจิ้งเฉินนั้น เป็นสิ่งที่คาดเดาได้ยากยิ่งนัก บางคืนที่งานรัดตัวหรือมีเรื่องให้ต้องขบคิด เขาก็จะพักค้างอ้างแรมอยู่ที่เรือนพักส่วนตัวข้างห้องหนังสือ ปล่อยให้ฮูหยินของเขานอนหลับอย่างโดดเดี่ยวในเรือนอันหนิงในบางคืนที่เบิกบานใจเป็นพิเศษ หรือบังเกิดความนึกสนุก ใคร่หยอกเย้าสตรีจอมมารยาขึ้นมา ร่างสูงใหญ่ในเสื้อคลุมสีเข้มก็จะมาปรากฏกายอยู่เบื้องหน้าประตูเรือนอันหนิงอย่างเงียบงันโดยมิให้ผู้ใดได้ตั้งตัวทุกครั้งที่เขามาเยือน นางจึงมักจะพยายามสร้างอาณาเขตของตนเองด้วยการนำหมอนข้าง หมอนอิง และผ้าห่มมากองสุมไว้ตรงกลางเตียง ราวกับต้องการสร้างแนวกำแพงเมืองเพื่อป้องกันข้าศึกรุกราน ก่อนจะพา
Read more
PREV
1234
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status