ท่ามกลางความมืดมิดที่เหน็บหนาว กลิ่นธูปหอมฉุนกึกผสมผสานกับกลิ่นชาดทาปากลอยแตะจมูก สติสัมปชัญญะที่เคยแตกซ่านค่อยๆ หลอมรวมกันอีกครั้ง ร่างกายที่ควรจะแหลกเหลวจากการถูกทุบตีและทรมานจนสิ้นใจ กลับสัมผัสได้ถึงแรงสั่นสะเทือนเป็นจังหวะเนิบนาบ ราวกับกำลังนั่งอยู่บนพาหนะที่เคลื่อนตัวไปข้างหน้า‘ไป๋เหมย’ พยายามสูดลมหายใจเข้าปอด แต่ความเจ็บปวดร้าวลึกลับแล่นพล่านจากหน้าอกจนต้องนิ่วหน้า นางจำได้แม่นยำว่าตนเองสิ้นใจไปแล้ว สิ้นใจอย่างโดดเดี่ยวและแสนทรมาน ในห้องเก็บของในเรือนร้างไร้ผู้คน อันมืดมิดและหนาวเหน็บของหอคณิกาอันดับหนึ่งแห่งเมืองหลวงนางคือคณิกาชั้นสูงผู้เลอโฉม ฉลาดหลักแหลม และเป็นที่หมายปองของบุรุษทั่วทั้งเมือง ทักษะการร่ายรำและเล่นพิณของนางสะกดทุกสายตาให้หยุดนิ่ง นางเป็นที่โปรดปรานของเหล่าคหบดีและขุนนางชั้นผู้ใหญ่ที่ร่ำรวยแต่ความโดดเด่นนั้นกลับกลายเป็นหอกแหลมที่ย้อนกลับมาทิ่มแทงตนเอง นางกลายเป็นที่ขัดหูขัดตาของ ‘ลี่ถิง’ คณิกาคู่แข่งที่ริษยาจนหน้ามืดตาบอด และยิ่งไปกว่านั้น นางยังกลายเป็นหนามยอกอกของฮูหยินเอกแห่งจวนเสนาบดีผู้หนึ่ง ที่หึงหวงสามีจนแทบคลุ้มคลั่งภาพเหตุการณ์ในคืนแห่งความทุกข์ทรมา
Read more