Semua Bab ทะลุมิติเป็นเพศเมียไร้ค่า เก็บสามีอสูร SSS: Bab 71 - Bab 80

120 Bab

บทที่ 71

ลู่เจวี๋ยอยู่ในสนามฝึก สะบัดแขนครั้งเดียวก็เหวี่ยงผู้ฝึกสอนสองคนกระเด็นเสียงโห่ร้องรอบสนามหยุดลงกะทันหันร่างสองร่างกระแทกพื้นอย่างแรง กัดฟันแน่นถึงไม่ร้องด้วยความเจ็บออกมาให้อับอายไอ้หมอนี่ลงมือหนักจริง ๆ! นี่แค่การฝึกนะ! ไม่ใช่ออกรบจริงสักหน่อย!"จบรอบแรก ออกไปพักข้างสนาม เตรียมตัวสำหรับรอบต่อไป!"ลู่เจวี๋ยยืนอยู่กลางสนาม หน้าอกหอบกระเพื่อมอย่างหนัก เหงื่อไหลตามแนวกราม เขายกมือเช็ดลวก ๆ สองทีแล้วเดินออกไป"ดี! ปฏิกิริยาตอบสนองเยี่ยมจริง ๆ!""เมื่อกี้เห็นจังหวะสวนกลับไหม? สวยมาก!"นอกสนามฝึก ครูฝึกหลี่กับครูฝึกหลิวได้ข่าว จึงรีบตามมาดูความคึกคักครูฝึกหลิวตบหลังครูฝึกหลี่ พลางหัวเราะลั่น "เหล่าหลี่ พนันแล้วก็ต้องยอมรับผล! ดูสิ คนมาแล้วจริง ๆ!"ครูฝึกหลี่สะบัดเขาออก พลางด่าอุบอิบ "ก็แค่เหล้าสองขวดไม่ใช่เหรอ? เดี๋ยวไปเอาที่ห้องทำงานฉัน!"ตอนที่ทั้งสองเจอลู่เจวี๋ยครั้งแรกก็พนันกันไว้แล้วว่า องค์ชายใหญ่ต้องหาทางดึงตัวคนนี้เข้ากองทัพให้ได้เห็นไหม สุดท้ายก็รับเข้ากองทัพจนได้ลู่เจวี๋ยจบการฝึกรอบนี้ ทั้งตัวเจ็บจนสั่นเขาเดินไปข้างสนาม หยิบผ้าขนหนูมาเช็ดหน้า แล้วเดินออกจากสนา
Baca selengkapnya

บทที่ 72

ลู่เจวี๋ยยังคงไม่ตอบสนองซูหมิงซวี่ข่มความหงุดหงิดไว้แล้วพูดต่อ "พี่ชายของฉัน ซูเฉิน เป็นสามีเอกขององค์หญิง นายรู้ใช่ไหม?"ลู่เจวี๋ยค่อย ๆ ลืมตาขึ้น มองไปที่เขาซูเฉิน...เจ้าหนุ่มเผ่ากวางที่อ่อนแอคนนั้นน่ะเหรอ?"นายเป็นน้องชายของเขาเหรอ?"พอเห็นลู่เจวี๋ยมีปฏิกิริยา ซูหมิงซวี่ก็แอบดีใจเขาฝืนความรู้สึกขยะแขยงที่ต้องคุยกับทาส คิดจะผูกมิตรกับคนที่เห็นได้ชัดว่าครูฝึกให้ความสำคัญ หวังว่าลู่เจวี๋ยจะช่วยเขาในการฝึกต่อจากนี้เขาพูดต่อด้วยน้ำเสียงดูแคลน "พี่ชายของฉันน่ะ ทั้งอ่อนแอทั้งขี้ขลาด ไม่รู้จริง ๆ ว่าองค์หญิงชอบเขาตรงไหน"ลู่เจวี๋ยเห็นด้วยกับคำพูดนี้มากเขาเองก็ไม่เข้าใจจริง ๆ ว่าทำไมองค์หญิงถึงเลือกไอ้ไก่อ่อนแบบนั้นมาเป็นสามีเอกแต่เขาไม่ได้พูดอะไร"ซูเฉินก็แค่ลูกนอกสมรส ฐานะต่ำต้อย ถ้าไม่ใช่เพราะหน้าตาดีจนล่อลวงองค์หญิง องค์หญิงจะมองเขาได้ยังไง?"ลู่เจวี๋ยเห็นว่าที่พูดก็มีเหตุผลในเวลาเดียวกัน เขาก็ยกมือขึ้นลูบหน้าตัวเองซูหมิงซวี่สังเกตเห็นว่าทาสคนนี้เริ่มอยากคุย จึงพยายามตีสนิทมากขึ้นเขาขยับเข้าไปใกล้ ทำสีหน้าเหมือนจะบอกว่า "พวกเดียวกัน ฉันเข้าใจนาย""องค์หญิงก็เป็นพ
Baca selengkapnya

บทที่ 73

“ขอบคุณองค์หญิง... พวกเราเข้าไปกันเถอะ”ทั้งสองเดินเข้าไปในสถาบันวิจัยด้วยกันในทางเดิน มีนักวิจัยเดินผ่านอย่างเร่งรีบเป็นระยะ เมื่อเห็นเจียงจือเซี่ยก็พากันก้มศีรษะทำความเคารพ ไม่มีใครกล้าพูดสักคำนี่เป็นครั้งแรกที่เจียงจือเซี่ยเห็นซูเฉินสวมอุปกรณ์ปฏิบัติการวิจัย แว่นป้องกันแบบใสพาดอยู่บนสันจมูกโด่ง ภายใต้เสื้อกาวน์วิจัยสีเงินขาวเป็นเสื้อเชิ้ตที่เรียบร้อย ทำให้เขาดูอ่อนโยนน้อยลง แต่กลับดูภูมิฐานแบบผู้เชี่ยวชาญมากขึ้นเมื่อเข้าไปในห้องทำงาน ซูเฉินก็ถอดอุปกรณ์วางไว้บนโต๊ะเจียงจือเซี่ยกวาดตามองไปรอบ ๆ นอกจากเอกสารวิจัยกับอุปกรณ์ปรุงยาเต็มพื้นที่แล้ว ก็แทบไม่มีของใช้ส่วนตัวเลย“แผลของนายเป็นยังไงบ้าง?” เธอนั่งลงบนโซฟาแล้วถามด้วยความเป็นห่วงซูเฉินดึงปลายแขนเสื้อขึ้นให้เธอดู “เป็นแค่แผลเล็ก ๆ ตอนนี้หายแล้วครับ”แผ่นแปะรักษาบนแขนยังไม่ได้ลอกออก เจียงจือเซี่ยขยับเข้าไปมองอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะขมวดคิ้ว “นายไม่ได้ทายาเหรอ? ทำไมใช้แค่แผ่นแปะรักษาแบบพื้นฐาน?”ของแบบนี้ก็เหมือนพลาสเตอร์ปิดแผลในยุคปัจจุบัน จะรักษาแผลได้ยังไง?ขนตาของซูเฉินสั่นไหวเล็กน้อย เมื่อกลิ่นหอมค่อย ๆ เข้าใกล้ หัวใจข
Baca selengkapnya

บทที่ 74

ชาติที่แล้วผลการเรียนของเจียงจือเซี่ยอยู่ในระดับธรรมดา หลังสอบเข้ามหาวิทยาลัยได้ เธอก็เริ่มคิดหาวิธีหาเงินอย่างหนัก พอเรียนจบก็ทุ่มเทให้กับการทำงาน แต่เพราะนิสัยค่อนข้างเก็บตัว ไม่ค่อยสื่อสารกับคนอื่น ทำให้เลื่อนตำแหน่งช้ากว่าคนที่พูดเอาใจคนเก่งเธอรู้ดีว่านิสัยของตัวเองได้รับอิทธิพลมาจากครอบครัวที่เธอเติบโตมาแล้วซูเฉินล่ะ?ความเจ็บปวดที่เขาเผชิญอาจมากกว่าเธอหลายเท่า เมื่อลองเทียบกับตัวเอง แม้แต่เธอยังกลายเป็นคนปิดกั้นตัวเอง แล้วซูเฉินล่ะ?เขาเริ่มมีนิสัยบิดเบี้ยวตั้งแต่เมื่อไหร่?เจียงจือเซี่ยมองเข้าไปในดวงตาของซูเฉิน ก่อนจะเผยรอยยิ้มสดใส“ซูเฉิน นายเก่งมาก นายคือคนที่ยอดเยี่ยมที่สุดในโลก”ซูเฉินนิ่งอึ้งเมื่อกี้เธอ...พูดว่าอะไรนะ?เขาแค่อธิบายโครงการวิจัยไม่กี่อย่างตามปกติเท่านั้น เรื่องพวกนี้แทบไม่มีเพศเมียคนไหนสนใจ เพียงแค่องค์หญิงอุตส่าห์มาที่ที่น่าเบื่อแบบนี้เพื่อมาเยี่ยมเขา เขาเลยคิดจะอธิบายคร่าว ๆ ให้ฟังแต่ทำไมจู่ ๆ เธอถึง...เจียงจือเซี่ยก้าวเข้าไปหนึ่งก้าว แล้วจับมือที่ค้างอยู่กลางอากาศของเขามือนั้นเรียวยาว ข้อนิ้วได้รูป เรียวยาวสวยงาม แต่เย็นเฉียบจนแทบไม่เหมือ
Baca selengkapnya

บทที่ 75

ซูเฉินพยักหน้านักโทษทาสจะเข้ากองทัพงั้นเหรอ?องค์หญิงโปรดเขาจริง ๆถ้าหมอนั่นสร้างผลงานในกองทัพได้ บางทีองค์หญิงอาจรับเขาเป็นสามีรองเขากดความขมขื่นในใจไว้ ก่อนยิ้มแล้วพูดว่า “องค์หญิง ระหว่างทางระวังตัวด้วยนะครับ”เจียงจือเซี่ยโผล่ศีรษะออกมาจากหน้าต่างรถ แล้วกำชับอย่างจริงจังว่า “ซูเฉิน ถ้ามีเรื่องอะไรต้องบอกฉันนะ ฉันจะช่วยนายเอง จริง ๆ”ซูเฉินขานรับ “อืม”รถลอยฟ้าทะยานขึ้น ก่อนจะหายลับไปบนท้องฟ้าอย่างรวดเร็วซูเฉินมองท้องฟ้าที่ว่างเปล่า เหม่อลอยอยู่นานจู่ ๆ ไหล่ของเขาก็ถูกผลักเบา ๆเขาได้สติทันที พอหันไปก็เห็นใบหน้าหล่อเหลายั่วยวนกำลังมองเขาอย่างงุนงงหนิงอี้เลิกคิ้ว “เรียกนายตั้งหลายรอบ เป็นอะไร?”“...นายมาทำอะไรที่นี่?”หนิงอี้เบะปาก “นายไม่อยู่โรงพยาบาล ก็ไม่มีใครรักษาแผลให้ฉัน ฉันก็ต้องมาหานายสิ”“ในโรงพยาบาลก็ไม่ได้มีนักบำบัดแค่ฉันคนเดียว”หนิงอี้ชี้หน้าตัวเอง “จะให้คนอื่นรู้ว่าลูกชายคนโตของตระกูลหนิงโดนซ้อมทุกสามวันห้าวัน แบบนั้นเหมาะเหรอ?”ซูเฉินเงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนหลบให้เขาเข้ามาพอหนิงอี้เดินเข้าไปในสถาบันวิจัย จมูกก็ขยับนิดหนึ่งในอากาศยังมีกลิ่นหอมอ่อน
Baca selengkapnya

บทที่ 76

แต่วันนี้เป็นวันพิเศษเธอเก็บของเรียบร้อย โยนขึ้นรถลอยฟ้า แล้วมุ่งตรงไปยังสนามฝึกของกองทัพสนามฝึกของกองทัพอยู่ด้านหลังพระราชวัง เจียงจือเซี่ยกลัวจะเจอราชินีเพศเมียกับฝ่าบาท จึงเร่งความเร็วตลอดทาง รถลอยฟ้าพุ่งเป็นลำแสงสีชมพูบนท้องฟ้าสนามฝึกของกองทัพหลังการฝึกรอบสุดท้ายจบลง ลู่เจวี๋ยก็จะถูกจัดสรรเข้าหน่วยอย่างเป็นทางการด้านนอกสนามฝึก มีทหารใหม่รุ่นเดียวกันทยอยกันมาไม่น้อย ต่างก็อยากเห็นนักโทษทาสที่พลเอกรับเข้ามาเป็นกรณีพิเศษบ้างก็ไม่เชื่อฝีมือ บ้างก็อยากรู้อยากเห็น บ้างก็อยากหาเรื่องลองฝีมือที่ที่มีเพศผู้รวมตัวกัน มักตรงไปตรงมาและเต็มไปด้วยความรุนแรง“นั่นก็คือทาสขององค์หญิงเหรอ?”เพศผู้เผ่าเสือตนหนึ่งกอดอก เขาสูงกว่าลู่เจวี๋ยครึ่งศีรษะ ใบหน้าเต็มไปด้วยความดูแคลนอย่างไม่ปิดบัง ก่อนวิจารณ์ว่า “ก็ไม่ได้เก่งเท่าไหร่นี่ ดูแล้วสู้ฉันไม่ได้หรอก”“โม้แล้วมั้ง?” เพื่อนข้าง ๆ หลายคนแซวเขา “ผลประเมินการรบของนายได้ถึง 98 เหรอ?”เพศผู้เผ่าเสือชะงัก ก่อนเบือนหน้าไปกัดฟัน “คอยดูเถอะ พอผลการทดสอบรอบสุดท้ายของเขาออกมา ฉันจะต้องขอประลองกับเขา!”“ฉันว่าอย่าหาเรื่องเลย ผลรอบสุดท้ายต้องรอใ
Baca selengkapnya

บทที่ 77

ประตูห้องรับรองปิดลงด้านหลัง ตัดสายตาอยากรู้อยากเห็นจากด้านนอกทั้งหมดยังไม่ทันที่ลู่เจวี๋ยจะพูด เจียงจือเซี่ยก็จับมือเขาพาไปนั่งบนโซฟาตามความเคยชิน"สัปดาห์นี้เป็นยังไงบ้าง? มีใครรังแกนายไหม?"ลู่เจวี๋ยตอบอย่างซื่อตรง "ไม่มีครับ การฝึกเป็นไปด้วยดี ครูฝึกก็ดีกับผมมาก"ตอนพูดเขาก้มหน้าน้อย ๆ ดูเชื่อฟังสุด ๆไม่ได้เจอกันหนึ่งสัปดาห์ เจียงจือเซี่ยยิ่งรู้สึกว่าท่าทางแบบนี้ของเขาน่ารักมากแต่ทันใดนั้น เธอก็รู้สึกว่าตัวเองแปลก ๆทำไมในใจถึงมีความรู้สึกอยากแกล้งเขาแรง ๆ ขึ้นมา?ความคิดนี้มาอย่างรุนแรงและรวดเร็ว จนเธอตกใจจุดประสงค์ที่เธอมาวันนี้ไม่ใช่เพื่อแกล้งเขา แล้วจะคิดแบบนี้ได้ยังไง?เธอรีบสลัดความคิดฟุ้งซ่านออกไป แล้วหยิบของขวัญที่เตรียมมาวางเรียงทีละชิ้น"ฉันเอาของมาให้นายเยอะเลย นอกจากเสื้อผ้าไว้เปลี่ยนแล้ว ยังมีพวกนี้ด้วย ได้ยินว่าการฝึกของกองทัพหนักมาก เลยเอาของที่นายชอบกินมาให้บำรุงร่างกาย"เธอหยิบสเต๊กที่ยังมีไอร้อนลอยขึ้นมาจากกล่องเก็บอาหาร ตามด้วยขนมหวานหน้าตาประณีตหลายกล่อง และอาหารเสริมบำรุงสมรรถภาพราคาแพงอีกหลายชนิดลู่เจวี๋ยมองเธอไม่กะพริบ ดวงตาสีเทาอมฟ้าคู่นั้น
Baca selengkapnya

บทที่ 78

ชอบก็คือชอบ อยากคบกันก็คืออยากคบกัน แต่ขั้นตอนที่ควรมีก็ต้องมีสารภาพรักก่อน แล้วค่อยคบกัน ต้องให้อีกฝ่ายพยักหน้าตอบรับอย่างจริงจัง จึงจะถือว่าคบกันอย่างเป็นทางการเดิมทีเธอตั้งใจจะรอให้ลู่เจวี๋ยเป็นอิสระอย่างแท้จริง แล้วค่อยถามว่าอยากคบกันไหม แต่ตอนนี้ลู่เจวี๋ยเข้ากองทัพแล้ว การไม่ได้เจอกันเป็นสัปดาห์คงเป็นแค่จุดเริ่มต้น ต่อไปเวลาที่ต้องแยกจากกันจะยิ่งมากขึ้นเธอรอไม่ไหวแล้วอ้อมกอดครั้งนี้แตกต่างจากทุกครั้งที่ผ่านมาอย่างสิ้นเชิงทั้งตัวของลู่เจวี๋ยแข็งทื่อ มือที่ห้อยอยู่ข้างลำตัวสั่นเล็กน้อย สุดท้ายก็สูดหายใจเข้าลึก ๆ อย่างสั่นเทา"ชอบครับ ผมชอบองค์หญิง ผมอยากอยู่กับองค์หญิง..."พอพูดประโยคนี้ออกมา เลือดทั่วร่างก็พลุ่งพล่าน พลังจิตเอ่อล้นออกมาจากอารมณ์ที่ตื่นเต้นสุดขีด แล้วแทรกซึมเข้าไปในร่างของเพศเมียอย่างทรงพลังก่อนหน้านี้เขาก็เคยเป็นแบบนี้เหมือนกัน บางครั้งควบคุมความรู้สึกที่มีต่อองค์หญิงไม่อยู่ พลังจิตก็จะแอบเข้าไปใกล้เธอแต่เพราะพลังจิตขององค์หญิงอ่อนแอมาโดยตลอด จึงไม่เคยรับรู้แต่ครั้งนี้กลับไม่เหมือนเดิมเจียงจือเซี่ยสะดุ้งทั้งตัวความหิวโหยรุนแรงปะทุขึ้นมา ราวกับ
Baca selengkapnya

บทที่ 79

เก่งจริง ๆลู่เจวี๋ยเห็นเจียงถิง ก็อยากผลักเพศเมียที่กำลังวุ่นวายอยู่บนตัวออก แต่ทั้งตัดใจไม่ได้และกลัวจะทำเธอเจ็บ จึงได้แต่รีบหันหน้าไปอีกทาง อธิบายอย่างร้อนรนว่า “พลเอก องค์หญิงอาการไม่ปกติ อื้อ—”ยังพูดไม่ทันจบ เพศเมียก็รีบปีนขึ้นมาปิดปากเขาด้วยการจูบสมองของเจียงจือเซี่ยสับสนไปหมด จูบทั้งกัดเขาราวกับไม่มีใครอยู่ตรงนั้นเจียงถิงข่มความอิจฉาและโทสะที่พลุ่งพล่านเอาไว้ ก่อนขมวดคิ้วเขาก็สังเกตได้ว่ามีบางอย่างผิดปกติความไวในการรับรู้ของผู้มีพลังจิตระดับ SS สูงมาก ตอนที่เขาเข้ามาเห็นภาพตรงหน้า เขาตกตะลึงจนยังตั้งตัวไม่ทันแต่พอสงบลงเล็กน้อย ก็สัมผัสได้ว่า พลังจิตของลู่เจวี๋ยกำลังถูกถ่ายทอดเข้าสู่ร่างของเจียงจือเซี่ยด้วยความเร็วที่บ้าคลั่งลู่เจวี๋ยแทบจะเป็นบ้าอยู่แล้ว!องค์หญิงกดตัวเขาไว้แล้วจูบอย่างไม่ยั้งต่อหน้าพี่ชายของเธอเขาไม่มีโอกาสแม้แต่จะอธิบาย ยังต้องพยายามควบคุมตัวเองสุดชีวิต—นี่มันแทบจะเอาชีวิตเขาเลย“ลู่เจวี๋ย ควบคุมพลังจิตของนาย!”เสียงตวาดต่ำ ๆ ดังขึ้น ทำให้ลู่เจวี๋ยได้สติในทันทีเขารับรู้อย่างตกใจว่า พลังจิตของตัวเองกำลังถูกปลอบประโลมและจัดระเบียบอย่างรวดเร
Baca selengkapnya

บทที่ 80

วิธีตื่นพลังที่เหลือเชื่อแบบนี้ ไม่เคยมีมาก่อนเจียงถิงที่พอจะคาดเดาอะไรได้ โบกมือให้นักบำบัดทั้งหมดออกไป รวมถึงเชิญพ่อกับแม่ออกไปด้วยเจียงหลินกับอู๋จ้านเชื่อใจลูกชายคนโตมาก กำชับให้เขาดูแลลูกสาวให้ดี ก่อนจะหันตัวออกไปเพื่อค้นหาข้อมูลเกี่ยวกับการตื่นพลังครั้งที่สองของเพศเมียเจียงถิงเดินมาข้างเตียง ก้มมองมือข้างที่ลู่เจวี๋ยถูกเธอจับไว้“เมื่อกี้ ทำไมนายถึงควบคุมพลังจิตไม่ได้?”ลู่เจวี๋ยเม้มริมฝีปาก "กลิ่นบนตัวองค์หญิง ทำให้ผมเสียการควบคุม"แน่นอนว่าเขาก็รู้ว่ากลิ่นบนตัวองค์หญิงพิเศษแค่ไหน ก่อนหน้านี้เขาแอบมีความเห็นแก่ตัวจึงไม่เคยบอกใคร แต่ตอนนี้องค์หญิงถึงกับหมดสติไปแล้ว...เขาจึงจำเป็นต้องพูดความจริงเจียงถิงไม่ได้แปลกใจเลยเป็นเพราะกลิ่นนั้นจริง ๆ ที่แท้ไม่ใช่มีแค่เขาคนเดียวที่ได้กลิ่นครั้งก่อนที่เขาควบคุมตัวเองไม่ได้จนถ่ายเทพลังจิตให้เจียงจือเซี่ย ทำให้เธอหมดสติไปถึงเจ็ดวันลู่เจวี๋ยยังอายุน้อย มีเรี่ยวแรงเหลือล้น อีกทั้งหลายวันที่ผ่านมายังฝึกอย่างหนักจนพลังจิตปั่นป่วน พลังจิตที่ถ่ายทอดออกไปเมื่อครู่ เกรงว่าจะมากกว่าตอนนั้นของเขาเสียอีกอย่างนี้ เจียงจือเซี่ยจะต้องหมดสต
Baca selengkapnya
Sebelumnya
1
...
678910
...
12
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status