Semua Bab ขายเพชรถูกเหมือนแจกฟรี แต่คู่หมั้นกลับเปย์ไม่อั้น: Bab 1 - Bab 10

10 Bab

บทที่ 1

มือข้างที่สวีจื้อเหิงใช้ตบฉันยังคงค้างอยู่กลางอากาศ หน้าอกกระเพื่อมขึ้นลงอย่างรุนแรง แววตาที่จ้องมองมาที่ฉันราวกับว่ากำลังมองศัตรูคู่แค้นบางคนอยู่“ถ้าเยว่เยว่เป็นอะไรไป ผมจะให้คุณตายตกไปตามกัน!”ฉันเอามือกุมแก้มตัวเองเอาไว้ พลางมองเขาอย่างไม่อยากจะเชื่อสายตา“สวีจื้อเหิง นี่คุณตบฉันเพราะผู้ช่วยตัวเล็กๆ คนเดียวเนี่ยนะ?”“ผมตบคุณแล้วมันทำไม!” โทสะของเขายิ่งทวีความรุนแรงมากขึ้น “ซือถูเสวี่ย คุณลองหันไปส่องกระจกดูตัวเองในตอนนี้สิ ท่าทางที่ปากร้าย ใจแคบ แถมยังขี้อิจฉาอีก ทำเอาผมสะอิดสะเอียนจริงๆ!”“ก็แค่เสียเงินไปพันล้านเองไม่ใช่รึไง คุณถึงกับต้องบีบให้เธอมีชีวิตอยู่ต่อไปไม่ได้เลยเหรอ?”“นั่นมันพันล้านนะ! ไม่ใช่พันบาท!” ฉันแผดเสียงแหลมสูงโต้แย้งกลับไป “อีกอย่างนั่นมันก็เป็นเงินของบริษัท เป็นหยาดเหงื่อแรงกายและแรงใจของทุกคน! ไม่ใช่มีไว้ให้คุณเอามาใช้เพื่อควักกระเป๋าจ่ายเงินชดเชยให้ความโง่เง่าเต่าตุ่นของหล่อน!”“เงินของบริษัทเหรอ? ถ้าไม่มีฉันสวีจื้อเหิง บริษัทมันจะโผล่มาจากไหนได้!” เขาเหลือบตามองฉันอย่างเหยียดหยามจากจุดที่สูงกว่า “นอกจากตอนแรกเริ่มที่คุณไปหาเงินลงทุนก้อนนั้นมาได้ ยังเ
Baca selengkapnya

บทที่ 2

คราบน้ำตาบนใบหน้าแห้งเหือดไปแล้ว แต่ก็ถูกทำให้เปียกชุ่มขึ้นมาใหม่เนิ่นนานหลังจากนั้น ฉันหยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมาในขณะที่กำลังสั่นสะท้าน กดโทรออกไปยังเบอร์ของพี่ชาย“พี่คะ ฉันเดิมพันพลาดแล้ว พี่ถอนการลงทุนเถอะ เอาสตาร์ไดมอนด์กลับคืนมาด้วยนะ”“อีกหนึ่งสัปดาห์ให้หลัง ฉันจะกลับไปแต่งงานเชื่อมสัมพันธ์”วันต่อมา ณ ห้องประชุมของบริษัทสองฝั่งของโต๊ะตัวยาวเต็มไปด้วยผู้ถือหุ้นที่หน้าเขียวปั้ด สวีจื้อเหิงที่นั่งอยู่ตรงตำแหน่งประธานขมวดคิ้วแน่นส่วนซูเจิ่นเยว่นั่งอยู่ด้านหลังเยื้องไปทางด้านข้างของเขาอย่างสงบเสงี่ยม พลางหลุบตาลงต่ำอย่างนอบน้อมกรรมการเฉินเปิดประเด็นก่อนเป็นคนแรก นำเอกสารฟาดลงบนโต๊ะอย่างแรง“สวีจื้อเหิง! คุณต้องให้คำอธิบายกับพวกเรา!”“ในวันดับเบิ้ลอีเลฟเว่น เพชรขนาดหนึ่งกะรัตถูกแย่งซื้อสำเร็จในราคาแค่หนึ่งสตางค์ ภายในยี่สิบนาที เงินพันล้านละลายหายไปต่อหน้าต่อตา!”“ความผิดพลาดขั้นพื้นฐานจนน่าตลกขบขันแบบนี้ ตกลงมันเกิดขึ้นมาได้ยังไงกันแน่? ระบบบริหารจัดการความเสี่ยงของบริษัทมีไว้ประดับบารมีหรือไง?”“กรรมการเฉิน คุณอย่าเพิ่งโมโหไปเลย...” สวีจื้อเหิงพยายามจะปลอบให้สงบลง“ไ
Baca selengkapnya

บทที่ 3

“สวีจื้อเหิง ในสายตาคุณ ตกลงแล้วฉันเป็นตัวอะไรกันแน่?”สวีจื้อเหิงถูกฉันต้อนจนพูดไม่ออก ใบหน้าฉายแววหงุดหงิดรำคาญใจทันใดนั้น เขากลับยกเท้าขึ้นมาแล้วเตะเข้าที่หน้าแข้งของฉันอย่างแรง!ฉันล้มกระแทกเข้าไปในห้องเก็บของอย่างแรง ยังไม่ทันที่ฉันจะลุกขึ้นคลาน ประตูก็ถูกปิดลงเสียแล้ว“คุณอยู่ที่นี่ไปก่อนเถอะ รอให้กระแสข่าวมันซาลงเมื่อไหร่ ผมจะปล่อยคุณออกมาเอง”ความมืดมิดราวกับกระแสน้ำที่เหนียวหนืด ทะลักเข้ามาจากทั่วทุกสารทิศ และกลืนกินฉันเข้าไปในชั่วพริบตาการหายใจกลายเป็นเรื่องยากลำบากอย่างถึงที่สุด ทุกครั้งที่สูดลมหายใจเข้าคล้ายกับต้องสูญเสียพลกำลังทั่วทั้งร่าง“ปล่อยฉันออกไปเถอะ ขอร้องล่ะ ปล่อยฉันออกไปที...”ฉันนอนขดตัวอยู่ตรงมุมกำแพง เล็บมือตะกุยพื้นห้องอย่างไร้สติควบคุมความรู้สึกหายใจไม่ออกทวีความรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ ฉันรู้สึกราวกับว่าตัวเองกำลังค่อยๆ ดิ่งจมลงไปทีละนิดๆ“ปัง!”เสียงกระแทกดังสนั่นแว่วมาจากนอกประตู!ตามมาด้วยเสียงแม่กุญแจเหล็กถูกงัดออกอย่างแรงชายหนุ่มบุคลิกหล่อเหลาเย็นชาคนหนึ่งยืนอยู่ตรงประตูห้อง “คุณหนูซือถูครับ?”“ผมเฉินซิง ผู้ช่วยพิเศษของคุณไมเคิลครับ รบกวนคุ
Baca selengkapnya

บทที่ 4

ทันทีที่ก้าวเข้ามาในห้อง ซูเจิ่นเยว่ก็ถลันเข้ามาที่ข้างเตียงของฉัน ยังไม่ทันอ้าปากพูดน้ำตาก็ไหลออกมาก่อนแล้ว“พี่ซือถู ข่าวลือพวกนั้นในเน็ตฉันเป็นคนปล่อยเองค่ะ บันทึกแชทนั่นฉันก็เป็นคนปลอมแปลงขึ้นมาเอง!”“เป็นเพราะฉันกลัวโดนเอาผิดก็เลยใส่ร้ายพี่ ได้โปรดอย่าถือโทษพี่จื้อเหิงเลยนะคะ เขาไม่รู้อะไรด้วยเลยจริงๆ!”“ขอร้องล่ะค่ะ พี่ช่วยโทรหาผู้อุปถัมภ์ ไม่ใช่สิ โทรหานักลงทุนลึกลับของพี่ให้ช่วยกอบกู้สถานการณ์บริษัททีเถอะค่ะ”สวีจื้อเหิงจ้องมองซูเจิ่นเยว่ แววตาเต็มไปด้วยความสงสารและตัดใจไม่ลง“เสี่ยวเสวี่ย เยว่เยว่เธอก็แค่หน้ามืดตามัวไปชั่ววูบเท่านั้นเอง”สวีจื้อเหิงหันมามองฉัน พลางเอ่ยด้วยน้ำเสียงที่แฝงเอาไว้ด้วยความเที่ยงธรรมจนน่าสะอิดสะเอียน“คุณก็เห็นว่าท่าทางของเธอจริงใจขนาดนี้แล้ว ใจกว้างหน่อยแล้วยกโทษให้เธอไม่ได้รึไง?”ฉันใช้สายตาอันเย็นชาเฝ้ามองดูละครบีบน้ำตาอันแสนห่วยแตกฉากนี้ มุมปากหยักลึกเป็นรอยยิ้มหยัน“เล่นละครจบหรือยัง? ถ้าจบแล้วก็เชิญออกไปซะ อย่ามาขัดขวางการพักผ่อนของฉัน”เสียงร้องไห้ของซูเจิ่นเยว่หยุดชะงักลงทันทีทันใด พลางมองฉันอย่างไม่อยากจะเชื่อสายตาสวีจื้อเหิงขมวด
Baca selengkapnya

บทที่ 5

ฉันใช้ผ้าห่มพันรอบกายเอาไว้แน่น แล้วตวัดสายตาเย็นชาจ้องมองจ้าวฉางเต๋อที่กำลังตัวสั่นงันงกราวกับจับไข้“จ้าวฉางเต๋อ ฉันเพิ่งรู้นะว่าลับหลังคนอื่น คุณจะกล้าทำตัวเหนือกฎหมาย อวดดีจนไม่เห็นหัวใครได้ถึงขนาดนี้”“คุณหนูใหญ่! ผมผิดไปแล้วครับ! ผมไม่รู้จริงๆ ว่าเป็นคุณ!” จ้าวฉางเต๋อคุกเข่าลงกับพื้นเสียงดังตุ้บ พลางโขกศีรษะรัวๆ ราวกับสากตำน้ำพริก“ต่อไปผมไม่กล้าอีกแล้วครับ ได้โปรดเมตตาละเว้นผมสักครั้งด้วยเถอะ!”สวีจื้อเหิงกับซูเจิ่นเยว่ต่างตกตะลึงพรึงเพริดกับสถานการณ์ที่พลิกผันอย่างกะทันหันนี้จนทำอะไรไม่ถูก ได้แต่หันมามองหน้ากันไปมา“ประ กรรมการจ้าวครับ” สวีจื้อเหิงทำใจดีสู้เสือขยับก้าวไปข้างหน้าก้าวหนึ่ง พลางเอ่ยถามอย่างระมัดระวังตัวเป็นที่สุด“คุณจำคนผิดหรือเปล่าครับ? หล่อนคือซือถูเสวี่ยนะครับ...”จ้าวฉางเต๋อดีดตัวลุกขึ้นจากพื้นอย่างแรง พลางใช้เรี่ยวแรงทั้งหมดที่มีสะบัดฝ่ามือฟาดใบหน้าสวีจื้อเหิงฉาดใหญ่“สวีจื้อเหิง! ไอ้บัดซบเอ๊ย! แกหาเรื่องให้ฉันไปตายชัดๆ!!”เขาทำอะไรไม่ถูกรีบต่อสายโทรศัพท์อย่างลนลาน ก่อนจะแผดเสียงตะโกนสั่งการปลายสายอย่างบ้าคลั่ง“ไปหาซื้อชุดโอตกูตูร์มาให้คุณหนูใหญ่ซ
Baca selengkapnya

บทที่ 6

“แกเป็นใครกัน? เสี่ยวเสวี่ยเป็นคู่หมั้นของฉันนะ!” สวีจื้อเหิงคาดคั้นถามเสียงแข็งซูเจิ่นเยว่จ้องมองรูปลักษณ์และกลิ่นอายอันโดดเด่นเหนือใครของกงอวี้ ภายในดวงตาอัดแน่นไปด้วยความริษยากงอวี้แค่นยิ้มหยัน เขาเดินตรงดิ่งผ่านหน้าสวีจื้อเหิงเข้ามาหยุดอยู่ตรงหน้าฉันเขายกมือขึ้นช่วยจัดปอยผมที่หลุดรุ่ยของฉันอย่างแผ่วเบา น้ำเสียงอ่อนโยนอย่างถึงที่สุดจนแทบไม่น่าเชื่อ“ขอโทษที ผมมาสายไปหน่อย ทำให้คุณต้องลำบากใจแล้ว”ความเข้มแข็งที่ฉันฝืนประคองไว้พังทลายลงในวินาทีนั้น ขอบตาของฉันร้อนผ่าวขึ้นมาอย่างห้ามไม่อยู่กงอวี้ถอนหายใจออกมาแผ่วเบาด้วยความจนใจ ก่อนจะนั่งลงข้างเตียงแล้วรวบตัวฉันที่ห่อหุ้มด้วยผ้าห่มเข้าไปไว้ในอ้อมกอด“อยากร้องก็ร้องออกมาเถอะ ไม่เป็นไรแล้ว มีผมอยู่ตรงนี้”สวีจื้อเหิงเห็นภาพนั้นก็โกรธจนตาแดงฉาน พุ่งตัวเข้ามาหมายจะกระชากกงอวี้ออกไป“แกปล่อยเธอเดี๋ยวนี้!”เขายังไม่ทันถึงตัว ก็ถูกบอดี้การ์ดสองคนล็อกตัวไว้จนขยับไม่ได้ในทันทีกงอวี้ไม่แม้แต่จะหันกลับมามอง เขาเพียงสะบัดมือเบาๆ ด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย“เสียงดังหนวกหู เคลียร์พื้นที่”บอดี้การ์ดเข้าใจคำสั่งโดยไม่ต้องรอให้บอกซ้ำ พวกเ
Baca selengkapnya

บทที่ 7

บางวันเขาก็นำดอกไอริสสีขาวที่ยังมีหยาดน้ำค้างยามเช้าติดมาด้วย บางวันก็เป็นขนมขึ้นชื่อเจ้าเก่าจากทางฝั่งตะวันตกของเมืองที่ยังร้อนๆ อยู่แต่ส่วนใหญ่เขาจะนั่งลงบนโซฟาข้างหน้าต่างห้องฉัน พลางจัดการงานไปพร้อมกับเล่าความคืบหน้าของสวีจื้อเหิงกับซูเจิ่นเยว่ให้ฉันฟัง“กระแสในโลกออนไลน์จะเปลี่ยนทิศทางในวันนี้”บ่ายวันนั้น เขาเลื่อนแก้วนมร้อนๆ มาวางไว้ตรงหน้าฉันฉันก้มลงไถหน้าจอโทรศัพท์ ก็เห็นว่าหัวข้อข่าวอันดับหนึ่งในกระแสโซเชียลเปลี่ยนไปแล้วจริงๆ#ซูเจิ่นเยว่ปลอมแปลงบันทึกแชทเพื่อใส่ร้ายซือถูเสวี่ย#บันทึกที่ใช้ใส่ร้ายว่าฉันเป็นคนปลอมแปลงก่อนหน้านี้ ถูกยอดฝีมือด้านเทคนิควิเคราะห์แบบเฟรมต่อเฟรม จนชี้ให้เห็นร่องรอยการตัดต่อมากมายในขณะเดียวกัน หลักฐานการติดต่อบริษัทรับจ้างโพสต์และบันทึกการโอนเงินจำนวนมหาศาลของซูเจิ่นเยว่ก็ถูกเปิดโปงออกมาหลักฐานมัดตัวแน่นหนา ชนิดที่ดิ้นไม่หลุดเลยทีเดียวชาวเน็ตที่เคยด่าว่าฉันจิตใจงูพิษ ต่างพากันหันกระบอกปืนไปทางอื่น และพากันมาต่อแถวขอโทษฉันในช่องคอมเมนต์ชาวเน็ตที่โกรธแค้นต่างพากันขุดคุ้ยข้อมูลทุกอย่างของซูเจิ่นเยว่ได้อย่างรวดเร็ว แม้กระทั่งประวัติความร
Baca selengkapnya

บทที่ 8

แสงแดดนอกหน้าต่างส่องทะลุผ่านบานกระจก ทอแสงอุ่นสบายลงบนร่างกายกงอวี้มองมาที่ฉัน สายตาล้ำลึกทว่าอ่อนโยน“เรื่องที่ผ่านไปแล้วก็ปล่อยให้มันผ่านไป อนาคตของคุณเพิ่งจะเริ่มต้นขึ้นต่างหาก”ฉันสบสายตากับเขา พลางพยักหน้าเบาๆนั่นสินะ อนาคตของฉัน ควรจะเริ่มต้นขึ้นจริงๆ เสียทีส่วนฝันร้ายของคนบางคน ก็คงเพิ่งจะคืบคลานมาเยือนฉากมหกรรมแว้งกัดกันเองของสวีจื้อเหิงและซูเจิ่นเยว่ เป็นแค่เรื่องตลกไร้สาระที่ช่วยเร่งความพินาศของพวกเขาให้เร็วขึ้นเท่านั้นการชำระแค้นที่แท้จริง ยังอยู่ข้างหลังต่างหากความสงบเงียบถูกทำลายลงโดยแขกที่ไม่ได้รับเชิญสวีจื้อเหิงอาศัยช่วงเวลาที่ผู้คุ้มกันเปลี่ยนกะพุ่งตัวเข้ามา ก่อนจะคุกเข่าลงตรงหน้าฉันเสียงดังตุ้บเสื้อผ้าของเขาขาดรุ่งริ่งเบ้าตาลึกโหล ไม่เหลือความสง่าผ่าเผยในวันวานอีกต่อไป มีเพียงความสะบักสะบอมของคนที่เดินมาถึงทางตันเท่านั้น“เสี่ยวเสวี่ยผมผิดไปแล้ว! ขอร้องล่ะ ขอร้องคุณช่วยบอกให้พี่ชายคุณกับตระกูลกงให้ยอมยกโทษให้เถอะนะ!”เขาร้องไห้น้ำตาไหลพราก พลางเอื้อมมือมาคว้าชายกระโปรงของฉันไว้“ปล่อยผมไปสักครั้งเถอะ ต่อไปผมจะยอมทำงานหนักเพื่อทดแทนบุญคุณให้คุณ ผมไ
Baca selengkapnya

บทที่ 9

“พูดให้ถึงที่สุดแล้ว มันก็แค่สันดานต่ำตมและความไร้ค่าที่ฝังลึกอยู่ในกระดูกของคุณเองที่กำลังแว้งกัดตัวเองน่ะ ทั้งอยากได้ผลประโยชน์และหน้าตาทางสังคมที่ฉันมอบให้ แต่ในขณะเดียวกันก็กระเสือกกระสนอยากไปหาเศษหาเลยกับซูเจิ่นเยว่ เพื่อกู้ศักดิ์ศรีลูกผู้ชายจอมปลอมนั่นกลับคืนมา”“สวีจื้อเหิง คุณนี่มันทั้งน่าสมเพชและน่าขำสิ้นดี!”“ผมไม่ได้เป็นแบบนั้นนะ! เสี่ยวเสวี่ย ในใจของผม คนที่ผมรักมาโดยตลอดคือคุณ...” สวีจื้อเหิงยังคงคิดจะดิ้นรน“ดูท่าประธานสวีจะว่างมากนะครับ ถึงได้มีเวลามาตามตื๊อคู่หมั้นของผมอยู่ที่นี่” น้ำเสียงของกงอวี้ดังขึ้นมาจากทางด้านหลังพอสวีจื้อเหิงเห็นกงอวี้ ก็เหมือนกับประทัดที่ถูกจุดชนวนเขาชี้หน้าฉัน พลางพ่นคำด่าทอออกมาอย่างไม่สนหน้าอินทร์หน้าพรหม“ซือถูเสวี่ย! พูดไปแล้วคุณก็เป็นแค่พวกผู้หญิงใจง่ายเหมือนกันนั่นแหละ! สัญญาหมั้นของพวกเรายังไม่ทันได้ยกเลิกเลยด้วยซ้ำ คุณก็รีบร้อนทอดสะพานไปหาผู้ชายคนใหม่เสียแล้ว! คุณ...”คำพูดหยาบช้าสกปรกของเขาหยุดลงโดยพลันกงอวี้เอื้อมมือขึ้นมาปิดหูของฉันเอาไว้ เพื่อตัดขาดจากเสียงรบกวนที่ไม่อาจทนฟังเหล่านั้นจากนั้นเขาก็ประคองฉันอย่างระมัดระวั
Baca selengkapnya

บทที่ 10

ตอนที่กงอวี้เล่าเรื่องตลกร้ายฉากหมากัดกันในห้องผู้ป่วยให้ฉันฟังอย่างละเอียดถี่ยิบ ฉันกำลังจิบชาอัลมอนด์อุ่นๆ ทีละนิดอยู่พอดีพอได้ยินว่าซูเจิ่นเยว่คว้าเก้าอี้ขึ้นมาฟาดกระหน่ำใส่สวีจื้อเหิง ฉันก็หลุดหัวเราะพรวดออกมาอย่างกลั้นไม่อยู่“ปัดโธ่เอ๋ย พวกเขาสองคนช่างเหมาะสมกันราวกิ่งทองใบหยกจริงๆ...” ฉันปาดน้ำตาที่ไหลซึมออกมาจากการหัวเราะ“คนหนึ่งก็โง่ อีกคนก็ชั่ว ผูกมัดกันไว้ให้แน่นน่ะดีที่สุดแล้ว อย่าได้เสนอหน้าออกมาสร้างความเดือดร้อนให้คนอื่นอีกเลย”กงอวี้มองดูท่าทางเบิกบานใจของฉัน แววตาพลันปรากฏรอยยิ้มอันอ่อนโยนผุดขึ้นมาเช่นกันเขารอให้ฉันหัวเราะจนเสร็จอยู่เงียบๆ จากนั้นก็คุกเข่าลงข้างหนึ่งตรงหน้าฉันอย่างกะทันหันเขาหยิบกล่องแหวนออกมาเปิดออก ด้านในมีแหวนเพชรที่ถูกออกแบบมาอย่างประณีตงดงามวงหนึ่งวางอยู่“เสี่ยวเสวี่ย” เขาเงยหน้าขึ้นมองฉัน สายตาเปี่ยมไปด้วยความจริงจังและรักลึกซึ้งอย่างที่ไม่เคยมีมาก่อน “แต่งงานกับผมนะ”ฉันไม่ได้คาดคิดถึงการกระทำนี้เลยแม้แต่น้อย ใบหน้าพลันขึ้นสีแดงระเรื่อในพริบตา หัวใจเต้นรัวราวกระหน่ำตีกลอง“พวกเราไม่ได้ตกลงแต่งงานเชื่อมสัมพันธ์กันไปแล้วเหรอคะ...” ฉั
Baca selengkapnya
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status