Share

บทที่ 4

Penulis: โอวพั่วหลิว
ทันทีที่ก้าวเข้ามาในห้อง ซูเจิ่นเยว่ก็ถลันเข้ามาที่ข้างเตียงของฉัน ยังไม่ทันอ้าปากพูดน้ำตาก็ไหลออกมาก่อนแล้ว

“พี่ซือถู ข่าวลือพวกนั้นในเน็ตฉันเป็นคนปล่อยเองค่ะ บันทึกแชทนั่นฉันก็เป็นคนปลอมแปลงขึ้นมาเอง!”

“เป็นเพราะฉันกลัวโดนเอาผิดก็เลยใส่ร้ายพี่ ได้โปรดอย่าถือโทษพี่จื้อเหิงเลยนะคะ เขาไม่รู้อะไรด้วยเลยจริงๆ!”

“ขอร้องล่ะค่ะ พี่ช่วยโทรหาผู้อุปถัมภ์ ไม่ใช่สิ โทรหานักลงทุนลึกลับของพี่ให้ช่วยกอบกู้สถานการณ์บริษัททีเถอะค่ะ”

สวีจื้อเหิงจ้องมองซูเจิ่นเยว่ แววตาเต็มไปด้วยความสงสารและตัดใจไม่ลง

“เสี่ยวเสวี่ย เยว่เยว่เธอก็แค่หน้ามืดตามัวไปชั่ววูบเท่านั้นเอง”

สวีจื้อเหิงหันมามองฉัน พลางเอ่ยด้วยน้ำเสียงที่แฝงเอาไว้ด้วยความเที่ยงธรรมจนน่าสะอิดสะเอียน

“คุณก็เห็นว่าท่าทางของเธอจริงใจขนาดนี้แล้ว ใจกว้างหน่อยแล้วยกโทษให้เธอไม่ได้รึไง?”

ฉันใช้สายตาอันเย็นชาเฝ้ามองดูละครบีบน้ำตาอันแสนห่วยแตกฉากนี้ มุมปากหยักลึกเป็นรอยยิ้มหยัน

“เล่นละครจบหรือยัง? ถ้าจบแล้วก็เชิญออกไปซะ อย่ามาขัดขวางการพักผ่อนของฉัน”

เสียงร้องไห้ของซูเจิ่นเยว่หยุดชะงักลงทันทีทันใด พลางมองฉันอย่างไม่อยากจะเชื่อสายตา

สวีจื้อเหิงขมวดคิ้วแน่น น้ำเสียงแฝงไปด้วยความไม่พอใจอย่างเห็นได้ชัด

“ซือถูเสวี่ย! เยว่เยว่รู้ความขนาดนี้แล้ว ทำไมคุณยังต้องไล่บี้กดดันจนไม่เหลือทางถอยอีก? คุณใจกว้างขึ้นมาสักนิดหนึ่งไม่ได้เลยเชียวรึ?”

“ตอนนี้บริษัทตกอยู่ในอันตรายขั้นวิกฤตแล้ว ขอแค่คุณต่อสายโทรศัพท์เพียงสายเดียว ทุกอย่างก็สามารถกอบกู้กลับคืนมาได้!”

“ใจกว้างเหรอ?” ฉันเอ่ยขัดเขา “สวีจื้อเหิง คุณบอกให้ฉันใจกว้างกับคนที่กุข่าวลือสาดโคลนใส่ร้ายฉันเนี่ยนะ?”

“หรือว่าจะให้ฉันใจกว้างกับคนที่ทั้งที่รู้ความจริงอยู่เต็มอก แต่กลับผลักฉันไปรับผิดแทน แถมยังเกือบจะเอาชีวิตฉันอีกอย่างนั้นเหรอ?”

ทุกคำที่ฉันเอ่ยออกมา สวีจื้อเหิงก็ยิ่งสีหน้าซีดขาวลงไปทีละส่วน

“ละครของพวกคุณในสายตาฉัน มันช่างไร้ค่าสิ้นดี!” ฉันประกาศกร้าว “โทรศัพท์สายนี้ ฉันไม่มีทางกดโทรออกเด็ดขาด!”

“คุณ!” สวีจื้อเหิงถูกฉันตอกกลับจนเถียงไม่ออก โกรธเสียจนตัวสั่นเทิ้มไปทั้งร่าง

“ซือถูเสวี่ย คุณต้องใจดำอำมหิตขนาดนี้เลยเชียวรึ ถึงขนาดจะทนยืนดูบริษัทพังพินาศไปต่อหน้าต่อตาให้ได้เลยใช่ไหม?!”

ซูเจิ่นเยว่คล้องแขนสวีจื้อเหิงเอาไว้ พลางเอ่ยน้ำเสียงเย็นเยือก “พี่จื้อเหิง ช่างมันเถอะค่ะ”

“ในเมื่อพี่ซือถูตัดสินใจเด็ดขาดไม่ยอมช่วยพวกเราแล้ว ถ้าอย่างนั้นก็เริ่มใช้แผนบีกันเถอะ”

แววตาของสวีจื้อเหิงฉายแววลังเลสับสนอยู่แวบหนึ่ง แต่ก็ถูกแทนที่ด้วยความเหี้ยมเกรียมอย่างรวดเร็ว

“ตกลง”

สัญญาณเตือนภัยในใจของฉันดังระรัวขึ้นมาทันที รีบขยับตัวลุกขึ้นจากเตียงเพื่อวิ่งหนีออกไปข้างนอกตามสัญชาตญาณ

ทว่าสวีจื้อเหิงกลับก้าวพรวดเข้ามา พลางควักผ้าเช็ดหน้าออกมาอุดปากอุดจมูกของฉันไว้แน่น!

“อื้อ!”

ฉันทั้งทุบทั้งถีบใส่เขาพัลวัน ทว่าร่างกายที่อ่อนแอไร้เรี่ยวแรงย่อมไม่ใช่คู่ต่อสู้ของเขาเลยสักนิด

ผ่านไปไม่กี่วินาที ภาพเบื้องหน้าของฉันก็มืดดับลง และหมดสติไปโดยสิ้นเชิง

ไม่รู้ว่าเวลาผ่านไปนานเท่าใด ฉันตื่นขึ้นมาจากความสับสนงุนงงอันเลือนราง

ฉันพบว่าตัวเองกำลังนอนอยู่บนเตียงในโรงแรมแห่งหนึ่ง บนร่างสวมใส่ชุดผ้าตาข่ายซีทรูสีดำตัวจิ๋วที่แทบจะปกปิดอะไรไม่ได้เลย!

ฉันพยายามดิ้นรนจะลุกขึ้นนั่ง ทว่ากลับปวดเมื่อยอ่อนแรงไปทั้งตัวจนไร้เรี่ยวแรง

ในตอนนั้นเอง น้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความประจบสอพลอของสวีจื้อเหิงก็ดังแว่วมาจากนอกห้องรับแขก

“กรรมการจ้าวครับ ได้ยินมาว่าคุณชอบผู้หญิงที่ไร้ราคี”

“คนน่ะ ผมเตรียมไว้ให้คุณที่เตียงห้องด้านในเรียบร้อยแล้วครับ รับรองว่าตรงตามสเปกของคุณทุกประการแน่นอน”

ตามมาติดๆ ด้วยน้ำเสียงประจบเอาใจของซูเจิ่นเยว่ “ใช่ค่ะกรรมการจ้าว ฉันยังอุตส่าห์เปลี่ยนเสื้อผ้าชุดใหม่ให้เธอเป็นพิเศษด้วยนะคะ คุณต้องชอบแน่ๆ...”

จากนั้นก็เป็นน้ำเสียงอันร้อนรนของสวีจื้อเหิง “กรรมการจ้าวครับ แล้วเรื่องเงินลงทุนพันล้านนั่น...”

หัวใจของฉันดิ่งวูบลงสู่ก้นบึ้งในพริบตา เย็นเยียบเสียดแทงถึงกระดูก!

สวีจื้อเหิงถึงกับมอมยาฉันจนสลบ แล้วส่งตัวฉันมาเหมือนเป็นสินค้าชิ้นหนึ่งเพื่อแลกกับเงินลงทุน!

“เงินลงทุนงั้นเหรอ?” กรรมการจ้าวเอ่ยขัดจังหวะเขาด้วยน้ำเสียงหยาบกระด้างโผงผาง “ขอผมเข้าไปเช็กสินค้าดูก่อนค่อยว่ากัน”

เสียงฝีเท้ามุ่งตรงมาทางห้องนอน

สวีจื้อเหิงรีบก้าวเท้าตามไปทันที น้ำเสียงยิ่งทวีความต่ำต้อยสอพลอมากขึ้นไปอีก “กรรมการจ้าววางใจได้เลยครับ หล่อนเป็นสาวเสน่ห์เย้ายวนชวนหลงใหลอย่างแน่นอน!”

ประตูห้องนอนถูกผลักให้เปิดออกแล้ว

กรรมการจ้าวก้าวเท้าเดินเข้ามา ช้อนสายตาอันขุ่นมัวราวกับลิ้นงูที่เหนียวเหนอะหนะโลมเลียไปทั่วร่างของฉัน

สวีจื้อเหิงเดินตามหลังเขามา ใบหน้าประดับด้วยรอยยิ้มประจบสอพลอ

“ไม่ขอปิดบังคุณเลยนะครับ คู่หมั้นของผมคนนี้ แม้แต่ปลายนิ้วผมก็ยังไม่เคยแตะต้องเลยสักนิด ตั้งใจรอให้...”

แต่ทว่าเมื่อกรรมการจ้าวมองเห็นใบหน้าของฉันได้ถนัดตา รอยยิ้มหื่นกระหายบนใบหน้าก็พลันแข็งค้างทันที และถูกแทนที่ด้วยความตื่นตระหนกตกใจกลัวอย่างถึงที่สุด

“คะ คุณหนูใหญ่!!”

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • ขายเพชรถูกเหมือนแจกฟรี แต่คู่หมั้นกลับเปย์ไม่อั้น   บทที่ 10

    ตอนที่กงอวี้เล่าเรื่องตลกร้ายฉากหมากัดกันในห้องผู้ป่วยให้ฉันฟังอย่างละเอียดถี่ยิบ ฉันกำลังจิบชาอัลมอนด์อุ่นๆ ทีละนิดอยู่พอดีพอได้ยินว่าซูเจิ่นเยว่คว้าเก้าอี้ขึ้นมาฟาดกระหน่ำใส่สวีจื้อเหิง ฉันก็หลุดหัวเราะพรวดออกมาอย่างกลั้นไม่อยู่“ปัดโธ่เอ๋ย พวกเขาสองคนช่างเหมาะสมกันราวกิ่งทองใบหยกจริงๆ...” ฉันปาดน้ำตาที่ไหลซึมออกมาจากการหัวเราะ“คนหนึ่งก็โง่ อีกคนก็ชั่ว ผูกมัดกันไว้ให้แน่นน่ะดีที่สุดแล้ว อย่าได้เสนอหน้าออกมาสร้างความเดือดร้อนให้คนอื่นอีกเลย”กงอวี้มองดูท่าทางเบิกบานใจของฉัน แววตาพลันปรากฏรอยยิ้มอันอ่อนโยนผุดขึ้นมาเช่นกันเขารอให้ฉันหัวเราะจนเสร็จอยู่เงียบๆ จากนั้นก็คุกเข่าลงข้างหนึ่งตรงหน้าฉันอย่างกะทันหันเขาหยิบกล่องแหวนออกมาเปิดออก ด้านในมีแหวนเพชรที่ถูกออกแบบมาอย่างประณีตงดงามวงหนึ่งวางอยู่“เสี่ยวเสวี่ย” เขาเงยหน้าขึ้นมองฉัน สายตาเปี่ยมไปด้วยความจริงจังและรักลึกซึ้งอย่างที่ไม่เคยมีมาก่อน “แต่งงานกับผมนะ”ฉันไม่ได้คาดคิดถึงการกระทำนี้เลยแม้แต่น้อย ใบหน้าพลันขึ้นสีแดงระเรื่อในพริบตา หัวใจเต้นรัวราวกระหน่ำตีกลอง“พวกเราไม่ได้ตกลงแต่งงานเชื่อมสัมพันธ์กันไปแล้วเหรอคะ...” ฉั

  • ขายเพชรถูกเหมือนแจกฟรี แต่คู่หมั้นกลับเปย์ไม่อั้น   บทที่ 9

    “พูดให้ถึงที่สุดแล้ว มันก็แค่สันดานต่ำตมและความไร้ค่าที่ฝังลึกอยู่ในกระดูกของคุณเองที่กำลังแว้งกัดตัวเองน่ะ ทั้งอยากได้ผลประโยชน์และหน้าตาทางสังคมที่ฉันมอบให้ แต่ในขณะเดียวกันก็กระเสือกกระสนอยากไปหาเศษหาเลยกับซูเจิ่นเยว่ เพื่อกู้ศักดิ์ศรีลูกผู้ชายจอมปลอมนั่นกลับคืนมา”“สวีจื้อเหิง คุณนี่มันทั้งน่าสมเพชและน่าขำสิ้นดี!”“ผมไม่ได้เป็นแบบนั้นนะ! เสี่ยวเสวี่ย ในใจของผม คนที่ผมรักมาโดยตลอดคือคุณ...” สวีจื้อเหิงยังคงคิดจะดิ้นรน“ดูท่าประธานสวีจะว่างมากนะครับ ถึงได้มีเวลามาตามตื๊อคู่หมั้นของผมอยู่ที่นี่” น้ำเสียงของกงอวี้ดังขึ้นมาจากทางด้านหลังพอสวีจื้อเหิงเห็นกงอวี้ ก็เหมือนกับประทัดที่ถูกจุดชนวนเขาชี้หน้าฉัน พลางพ่นคำด่าทอออกมาอย่างไม่สนหน้าอินทร์หน้าพรหม“ซือถูเสวี่ย! พูดไปแล้วคุณก็เป็นแค่พวกผู้หญิงใจง่ายเหมือนกันนั่นแหละ! สัญญาหมั้นของพวกเรายังไม่ทันได้ยกเลิกเลยด้วยซ้ำ คุณก็รีบร้อนทอดสะพานไปหาผู้ชายคนใหม่เสียแล้ว! คุณ...”คำพูดหยาบช้าสกปรกของเขาหยุดลงโดยพลันกงอวี้เอื้อมมือขึ้นมาปิดหูของฉันเอาไว้ เพื่อตัดขาดจากเสียงรบกวนที่ไม่อาจทนฟังเหล่านั้นจากนั้นเขาก็ประคองฉันอย่างระมัดระวั

  • ขายเพชรถูกเหมือนแจกฟรี แต่คู่หมั้นกลับเปย์ไม่อั้น   บทที่ 8

    แสงแดดนอกหน้าต่างส่องทะลุผ่านบานกระจก ทอแสงอุ่นสบายลงบนร่างกายกงอวี้มองมาที่ฉัน สายตาล้ำลึกทว่าอ่อนโยน“เรื่องที่ผ่านไปแล้วก็ปล่อยให้มันผ่านไป อนาคตของคุณเพิ่งจะเริ่มต้นขึ้นต่างหาก”ฉันสบสายตากับเขา พลางพยักหน้าเบาๆนั่นสินะ อนาคตของฉัน ควรจะเริ่มต้นขึ้นจริงๆ เสียทีส่วนฝันร้ายของคนบางคน ก็คงเพิ่งจะคืบคลานมาเยือนฉากมหกรรมแว้งกัดกันเองของสวีจื้อเหิงและซูเจิ่นเยว่ เป็นแค่เรื่องตลกไร้สาระที่ช่วยเร่งความพินาศของพวกเขาให้เร็วขึ้นเท่านั้นการชำระแค้นที่แท้จริง ยังอยู่ข้างหลังต่างหากความสงบเงียบถูกทำลายลงโดยแขกที่ไม่ได้รับเชิญสวีจื้อเหิงอาศัยช่วงเวลาที่ผู้คุ้มกันเปลี่ยนกะพุ่งตัวเข้ามา ก่อนจะคุกเข่าลงตรงหน้าฉันเสียงดังตุ้บเสื้อผ้าของเขาขาดรุ่งริ่งเบ้าตาลึกโหล ไม่เหลือความสง่าผ่าเผยในวันวานอีกต่อไป มีเพียงความสะบักสะบอมของคนที่เดินมาถึงทางตันเท่านั้น“เสี่ยวเสวี่ยผมผิดไปแล้ว! ขอร้องล่ะ ขอร้องคุณช่วยบอกให้พี่ชายคุณกับตระกูลกงให้ยอมยกโทษให้เถอะนะ!”เขาร้องไห้น้ำตาไหลพราก พลางเอื้อมมือมาคว้าชายกระโปรงของฉันไว้“ปล่อยผมไปสักครั้งเถอะ ต่อไปผมจะยอมทำงานหนักเพื่อทดแทนบุญคุณให้คุณ ผมไ

  • ขายเพชรถูกเหมือนแจกฟรี แต่คู่หมั้นกลับเปย์ไม่อั้น   บทที่ 7

    บางวันเขาก็นำดอกไอริสสีขาวที่ยังมีหยาดน้ำค้างยามเช้าติดมาด้วย บางวันก็เป็นขนมขึ้นชื่อเจ้าเก่าจากทางฝั่งตะวันตกของเมืองที่ยังร้อนๆ อยู่แต่ส่วนใหญ่เขาจะนั่งลงบนโซฟาข้างหน้าต่างห้องฉัน พลางจัดการงานไปพร้อมกับเล่าความคืบหน้าของสวีจื้อเหิงกับซูเจิ่นเยว่ให้ฉันฟัง“กระแสในโลกออนไลน์จะเปลี่ยนทิศทางในวันนี้”บ่ายวันนั้น เขาเลื่อนแก้วนมร้อนๆ มาวางไว้ตรงหน้าฉันฉันก้มลงไถหน้าจอโทรศัพท์ ก็เห็นว่าหัวข้อข่าวอันดับหนึ่งในกระแสโซเชียลเปลี่ยนไปแล้วจริงๆ#ซูเจิ่นเยว่ปลอมแปลงบันทึกแชทเพื่อใส่ร้ายซือถูเสวี่ย#บันทึกที่ใช้ใส่ร้ายว่าฉันเป็นคนปลอมแปลงก่อนหน้านี้ ถูกยอดฝีมือด้านเทคนิควิเคราะห์แบบเฟรมต่อเฟรม จนชี้ให้เห็นร่องรอยการตัดต่อมากมายในขณะเดียวกัน หลักฐานการติดต่อบริษัทรับจ้างโพสต์และบันทึกการโอนเงินจำนวนมหาศาลของซูเจิ่นเยว่ก็ถูกเปิดโปงออกมาหลักฐานมัดตัวแน่นหนา ชนิดที่ดิ้นไม่หลุดเลยทีเดียวชาวเน็ตที่เคยด่าว่าฉันจิตใจงูพิษ ต่างพากันหันกระบอกปืนไปทางอื่น และพากันมาต่อแถวขอโทษฉันในช่องคอมเมนต์ชาวเน็ตที่โกรธแค้นต่างพากันขุดคุ้ยข้อมูลทุกอย่างของซูเจิ่นเยว่ได้อย่างรวดเร็ว แม้กระทั่งประวัติความร

  • ขายเพชรถูกเหมือนแจกฟรี แต่คู่หมั้นกลับเปย์ไม่อั้น   บทที่ 6

    “แกเป็นใครกัน? เสี่ยวเสวี่ยเป็นคู่หมั้นของฉันนะ!” สวีจื้อเหิงคาดคั้นถามเสียงแข็งซูเจิ่นเยว่จ้องมองรูปลักษณ์และกลิ่นอายอันโดดเด่นเหนือใครของกงอวี้ ภายในดวงตาอัดแน่นไปด้วยความริษยากงอวี้แค่นยิ้มหยัน เขาเดินตรงดิ่งผ่านหน้าสวีจื้อเหิงเข้ามาหยุดอยู่ตรงหน้าฉันเขายกมือขึ้นช่วยจัดปอยผมที่หลุดรุ่ยของฉันอย่างแผ่วเบา น้ำเสียงอ่อนโยนอย่างถึงที่สุดจนแทบไม่น่าเชื่อ“ขอโทษที ผมมาสายไปหน่อย ทำให้คุณต้องลำบากใจแล้ว”ความเข้มแข็งที่ฉันฝืนประคองไว้พังทลายลงในวินาทีนั้น ขอบตาของฉันร้อนผ่าวขึ้นมาอย่างห้ามไม่อยู่กงอวี้ถอนหายใจออกมาแผ่วเบาด้วยความจนใจ ก่อนจะนั่งลงข้างเตียงแล้วรวบตัวฉันที่ห่อหุ้มด้วยผ้าห่มเข้าไปไว้ในอ้อมกอด“อยากร้องก็ร้องออกมาเถอะ ไม่เป็นไรแล้ว มีผมอยู่ตรงนี้”สวีจื้อเหิงเห็นภาพนั้นก็โกรธจนตาแดงฉาน พุ่งตัวเข้ามาหมายจะกระชากกงอวี้ออกไป“แกปล่อยเธอเดี๋ยวนี้!”เขายังไม่ทันถึงตัว ก็ถูกบอดี้การ์ดสองคนล็อกตัวไว้จนขยับไม่ได้ในทันทีกงอวี้ไม่แม้แต่จะหันกลับมามอง เขาเพียงสะบัดมือเบาๆ ด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย“เสียงดังหนวกหู เคลียร์พื้นที่”บอดี้การ์ดเข้าใจคำสั่งโดยไม่ต้องรอให้บอกซ้ำ พวกเ

  • ขายเพชรถูกเหมือนแจกฟรี แต่คู่หมั้นกลับเปย์ไม่อั้น   บทที่ 5

    ฉันใช้ผ้าห่มพันรอบกายเอาไว้แน่น แล้วตวัดสายตาเย็นชาจ้องมองจ้าวฉางเต๋อที่กำลังตัวสั่นงันงกราวกับจับไข้“จ้าวฉางเต๋อ ฉันเพิ่งรู้นะว่าลับหลังคนอื่น คุณจะกล้าทำตัวเหนือกฎหมาย อวดดีจนไม่เห็นหัวใครได้ถึงขนาดนี้”“คุณหนูใหญ่! ผมผิดไปแล้วครับ! ผมไม่รู้จริงๆ ว่าเป็นคุณ!” จ้าวฉางเต๋อคุกเข่าลงกับพื้นเสียงดังตุ้บ พลางโขกศีรษะรัวๆ ราวกับสากตำน้ำพริก“ต่อไปผมไม่กล้าอีกแล้วครับ ได้โปรดเมตตาละเว้นผมสักครั้งด้วยเถอะ!”สวีจื้อเหิงกับซูเจิ่นเยว่ต่างตกตะลึงพรึงเพริดกับสถานการณ์ที่พลิกผันอย่างกะทันหันนี้จนทำอะไรไม่ถูก ได้แต่หันมามองหน้ากันไปมา“ประ กรรมการจ้าวครับ” สวีจื้อเหิงทำใจดีสู้เสือขยับก้าวไปข้างหน้าก้าวหนึ่ง พลางเอ่ยถามอย่างระมัดระวังตัวเป็นที่สุด“คุณจำคนผิดหรือเปล่าครับ? หล่อนคือซือถูเสวี่ยนะครับ...”จ้าวฉางเต๋อดีดตัวลุกขึ้นจากพื้นอย่างแรง พลางใช้เรี่ยวแรงทั้งหมดที่มีสะบัดฝ่ามือฟาดใบหน้าสวีจื้อเหิงฉาดใหญ่“สวีจื้อเหิง! ไอ้บัดซบเอ๊ย! แกหาเรื่องให้ฉันไปตายชัดๆ!!”เขาทำอะไรไม่ถูกรีบต่อสายโทรศัพท์อย่างลนลาน ก่อนจะแผดเสียงตะโกนสั่งการปลายสายอย่างบ้าคลั่ง“ไปหาซื้อชุดโอตกูตูร์มาให้คุณหนูใหญ่ซ

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status