Share

บทที่ 2

Author: โอวพั่วหลิว
คราบน้ำตาบนใบหน้าแห้งเหือดไปแล้ว แต่ก็ถูกทำให้เปียกชุ่มขึ้นมาใหม่

เนิ่นนานหลังจากนั้น ฉันหยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมาในขณะที่กำลังสั่นสะท้าน กดโทรออกไปยังเบอร์ของพี่ชาย

“พี่คะ ฉันเดิมพันพลาดแล้ว พี่ถอนการลงทุนเถอะ เอาสตาร์ไดมอนด์กลับคืนมาด้วยนะ”

“อีกหนึ่งสัปดาห์ให้หลัง ฉันจะกลับไปแต่งงานเชื่อมสัมพันธ์”

วันต่อมา ณ ห้องประชุมของบริษัท

สองฝั่งของโต๊ะตัวยาวเต็มไปด้วยผู้ถือหุ้นที่หน้าเขียวปั้ด สวีจื้อเหิงที่นั่งอยู่ตรงตำแหน่งประธานขมวดคิ้วแน่น

ส่วนซูเจิ่นเยว่นั่งอยู่ด้านหลังเยื้องไปทางด้านข้างของเขาอย่างสงบเสงี่ยม พลางหลุบตาลงต่ำอย่างนอบน้อม

กรรมการเฉินเปิดประเด็นก่อนเป็นคนแรก นำเอกสารฟาดลงบนโต๊ะอย่างแรง

“สวีจื้อเหิง! คุณต้องให้คำอธิบายกับพวกเรา!”

“ในวันดับเบิ้ลอีเลฟเว่น เพชรขนาดหนึ่งกะรัตถูกแย่งซื้อสำเร็จในราคาแค่หนึ่งสตางค์ ภายในยี่สิบนาที เงินพันล้านละลายหายไปต่อหน้าต่อตา!”

“ความผิดพลาดขั้นพื้นฐานจนน่าตลกขบขันแบบนี้ ตกลงมันเกิดขึ้นมาได้ยังไงกันแน่? ระบบบริหารจัดการความเสี่ยงของบริษัทมีไว้ประดับบารมีหรือไง?”

“กรรมการเฉิน คุณอย่าเพิ่งโมโหไปเลย...” สวีจื้อเหิงพยายามจะปลอบให้สงบลง

“ไม่ให้โมโหงั้นเหรอ? นั่นมันพันล้าน! ไม่ใช่พันบาทนะ!” บอร์ดบริหารอีกคนก็ตบโต๊ะแล้วลุกพรวดขึ้นมาเช่นกัน “วันนี้ถ้าหากไม่พูดให้ชัดเจนว่าใครต้องเป็นคนรับผิดชอบ เรื่องนี้ไม่จบง่ายๆ แน่!”

ภายในห้องประชุมฝูงชนต่างโกรธแค้นเป็นฟืนเป็นไฟ สายตาทุกคู่ล้วนจับจ้องมาที่สวีจื้อเหิงเป็นจุดเดียว

ฉันสูดหายใจเข้าลึกๆ เตรียมจะอ้าปากเปิดโปงความจริงเรื่องที่ซูเจิ่นเยว่ทำงานผิดพลาดให้รับรู้โดยทั่วกัน

“ประธานสวีครับ! เกิดเรื่องใหญ่แล้วครับ!” ผู้จัดการฝ่ายประชาสัมพันธ์ผลักประตูพรวดเข้ามา พร้อมยื่นแท็บเล็ตให้ดูด้วยสีหน้าที่ซีดเผือด

“กระ...กระแสในเน็ตระเบิดไปแล้ว!”

วินาทีต่อมา อันดับแฮชแท็กมาแรงในโซเชียลก็ถูกฉายขึ้นบนจอโปรเจกเตอร์

[ข่าวด่วนสะท้านวงการ! ซือถูเสวี่ย คู่หมั้นประธานบริษัทเหิงเสวี่ยเทคโนโลยี เจ็บแค้นที่ผู้ช่วยตัวน้อยได้รับความเอ็นดู จงใจตั้งค่าระบบผิดพลาดเป็นเหตุให้ทางบริษัทสูญเสียเงินไปพันล้าน!]

ในโพสต์นั้นมีทั้งภาพและข้อความประกอบ เปิดเผยรายละเอียดอย่างถี่ยิบว่าฉันไม่พอใจเรื่องความสัมพันธ์ส่วนตัวยังไงบ้าง

รวมถึงใช้อำนาจหน้าที่ในทางที่ผิด แอบเข้าไปแก้ไขราคาสินค้าในระบบหลังบ้าน จงใจทำให้เกิดความเสียหายมูลค่ามหาศาลเพื่อที่จะล้างแค้นสวีจื้อเหิงและซูเจิ่นเยว่

ด้านล่างแนบภาพแคปหน้าจอที่เบลออยู่สองสามภาพ รวมถึงข่าวลือจากผู้ที่อ้างว่าเป็นพนักงานวงในซึ่งไม่เปิดเผยตัวตน

ยอดคอมเมนต์ถล่มทลายไปนานแล้ว คนทั้งอินเทอร์เน็ตต่างพากันรุมประณามด่าทอฉันว่าเป็นนังบอสสาวจิตใจงูพิษ

สมองของฉันส่งเสียงดังอื้ออึงขึ้นมาทันที ได้แต่ยืนตัวแข็งทื่อพลางหันไปมองสวีจื้อเหิง

“ซือถูเสวี่ย! ที่แท้ก็เป็นคุณนี่เอง!” กรรมการเฉินชี้หน้าฉันด้วยความโกรธจัด “เพียงเพราะความริษยาของคุณแท้ๆ ทำให้บริษัทต้องเผชิญกับความเสียหายมหาศาล รวมถึงภาพลักษณ์พังทลายขนาดนี้!”

“ไม่ใช่ฉันนะ!” ฉันโต้กลับทันควัน “นี่คือการปรักปรำใส่ร้าย! คนที่ควบคุมระบบตัวจริงคือ...”

“พอได้แล้ว!” สวีจื้อเหิงพูดตัดบทฉันเสียงดังลั่น แววตาที่เขาใช้มองฉันเต็มไปด้วยความซับซ้อนยากจะอ่านออก

“เรื่องมันเกิดขึ้นไปแล้ว สิ่งที่ต้องทำเป็นอันดับแรกในตอนนี้คือการสยบกระแสสังคม และกอบกู้ชื่อเสียงของบริษัทกลับคืนมา!”

“ซือถูเสวี่ย ช่วงนี้คุณยังไม่เหมาะที่จะเข้ามามีส่วนร่วมในการบริหารงานของบริษัท”

ฉันมองเขาอย่างไม่อยากจะเชื่อสายตาตัวเอง “สวีจื้อเหิง คุณทำแบบนี้ได้ยังไง...”

“พาคุณซือถูไปพักผ่อนที่ห้องเก็บของหน่อย ให้เธอไปสงบสติอารมณ์ซะ”

เขาหลบสายตาฉัน ก่อนจะหันไปสั่ง รปภ. ที่ยืนรออยู่ตรงประตูตั้งนานแล้ว

รปภ. สองคนปรี่เข้ามาล็อคตัวฉันซ้ายขวาทันที

ฉันดิ้นรนสุดชีวิต ทว่ากลับถูกรวบตัวไว้แน่น และถูกลากตัวไปตามทางมุ่งตรงไปยังห้องเก็บของของบริษัท

เมื่อเห็นความมืดมิดสนิทภายในห้องเก็บของ ความหวาดกลัวที่อยู่ส่วนลึกที่สุดในก้นบึ้งหัวใจของฉันก็ถูกปลุกให้ตื่นขึ้นมาในพริบตา

ฉันเกาะขอบประตูไว้แน่น เสียงเริ่มเพี้ยนไปเพราะความกลัวขั้นสุด

“สวีจื้อเหิง คุณก็รู้ว่าฉันเป็นโรคกลัวที่แคบ! คุณขังฉันไว้ในนี้ ฉันจะตายเอาได้นะ!”

สวีจื้อเหิงยืนห่างออกไปไม่กี่ก้าว เม้มปากแน่นโดยไม่ปริปากพูดสักคำ

ซูเจิ่นเยว่เดินทอดน่องมาตรงหน้าฉัน ใบหน้าเต็มไปด้วยความสะใจและเยาะเย้ยอย่างไม่ปิดบังอำพรางเลยแม้แต่น้อย

“เมื่อวานเธอยังทำท่าทางขึงขังจะเอาผิดฉันอยู่เลยไม่ใช่รึไง?”

“น่าเสียดายนะ พี่จื้อเหิงเตรียมการไว้ตั้งนานแล้ว เพื่อจะโยนความผิดนี้มาครอบหัวเธอไงล่ะ”

ฉันจ้องสวีจื้อเหิงตาเขม็ง เค้นถามทีละคำ “ทำ ไม กัน?”

ในที่สุดสวีจื้อเหิงก็ยอมเงยหน้าขึ้นมามองฉัน พลางเอ่ยด้วยน้ำเสียงเฉยชา

“เจิ่นเยว่เธอเพิ่งเรียนจบเริ่มทำงาน ประวัติการทำงานจะมัวหมองแบบนี้ไม่ได้ อนาคตเธอยังอีกไกล...”

“แล้วฉันล่ะ?” ฉันขัดขึ้นเสียงแข็ง น้ำเสียงสั่นเครืออย่างไม่อาจควบคุมได้

“ประวัติของฉัน ซือถูเสวี่ย สมควรมีรอยด่างพร้อยเรื่องความผิดพลาดร้ายแรงทางการดำเนินงานมูลค่าพันล้านเพิ่มขึ้นมาดื้อๆ งั้นเหรอ?”

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • ขายเพชรถูกเหมือนแจกฟรี แต่คู่หมั้นกลับเปย์ไม่อั้น   บทที่ 10

    ตอนที่กงอวี้เล่าเรื่องตลกร้ายฉากหมากัดกันในห้องผู้ป่วยให้ฉันฟังอย่างละเอียดถี่ยิบ ฉันกำลังจิบชาอัลมอนด์อุ่นๆ ทีละนิดอยู่พอดีพอได้ยินว่าซูเจิ่นเยว่คว้าเก้าอี้ขึ้นมาฟาดกระหน่ำใส่สวีจื้อเหิง ฉันก็หลุดหัวเราะพรวดออกมาอย่างกลั้นไม่อยู่“ปัดโธ่เอ๋ย พวกเขาสองคนช่างเหมาะสมกันราวกิ่งทองใบหยกจริงๆ...” ฉันปาดน้ำตาที่ไหลซึมออกมาจากการหัวเราะ“คนหนึ่งก็โง่ อีกคนก็ชั่ว ผูกมัดกันไว้ให้แน่นน่ะดีที่สุดแล้ว อย่าได้เสนอหน้าออกมาสร้างความเดือดร้อนให้คนอื่นอีกเลย”กงอวี้มองดูท่าทางเบิกบานใจของฉัน แววตาพลันปรากฏรอยยิ้มอันอ่อนโยนผุดขึ้นมาเช่นกันเขารอให้ฉันหัวเราะจนเสร็จอยู่เงียบๆ จากนั้นก็คุกเข่าลงข้างหนึ่งตรงหน้าฉันอย่างกะทันหันเขาหยิบกล่องแหวนออกมาเปิดออก ด้านในมีแหวนเพชรที่ถูกออกแบบมาอย่างประณีตงดงามวงหนึ่งวางอยู่“เสี่ยวเสวี่ย” เขาเงยหน้าขึ้นมองฉัน สายตาเปี่ยมไปด้วยความจริงจังและรักลึกซึ้งอย่างที่ไม่เคยมีมาก่อน “แต่งงานกับผมนะ”ฉันไม่ได้คาดคิดถึงการกระทำนี้เลยแม้แต่น้อย ใบหน้าพลันขึ้นสีแดงระเรื่อในพริบตา หัวใจเต้นรัวราวกระหน่ำตีกลอง“พวกเราไม่ได้ตกลงแต่งงานเชื่อมสัมพันธ์กันไปแล้วเหรอคะ...” ฉั

  • ขายเพชรถูกเหมือนแจกฟรี แต่คู่หมั้นกลับเปย์ไม่อั้น   บทที่ 9

    “พูดให้ถึงที่สุดแล้ว มันก็แค่สันดานต่ำตมและความไร้ค่าที่ฝังลึกอยู่ในกระดูกของคุณเองที่กำลังแว้งกัดตัวเองน่ะ ทั้งอยากได้ผลประโยชน์และหน้าตาทางสังคมที่ฉันมอบให้ แต่ในขณะเดียวกันก็กระเสือกกระสนอยากไปหาเศษหาเลยกับซูเจิ่นเยว่ เพื่อกู้ศักดิ์ศรีลูกผู้ชายจอมปลอมนั่นกลับคืนมา”“สวีจื้อเหิง คุณนี่มันทั้งน่าสมเพชและน่าขำสิ้นดี!”“ผมไม่ได้เป็นแบบนั้นนะ! เสี่ยวเสวี่ย ในใจของผม คนที่ผมรักมาโดยตลอดคือคุณ...” สวีจื้อเหิงยังคงคิดจะดิ้นรน“ดูท่าประธานสวีจะว่างมากนะครับ ถึงได้มีเวลามาตามตื๊อคู่หมั้นของผมอยู่ที่นี่” น้ำเสียงของกงอวี้ดังขึ้นมาจากทางด้านหลังพอสวีจื้อเหิงเห็นกงอวี้ ก็เหมือนกับประทัดที่ถูกจุดชนวนเขาชี้หน้าฉัน พลางพ่นคำด่าทอออกมาอย่างไม่สนหน้าอินทร์หน้าพรหม“ซือถูเสวี่ย! พูดไปแล้วคุณก็เป็นแค่พวกผู้หญิงใจง่ายเหมือนกันนั่นแหละ! สัญญาหมั้นของพวกเรายังไม่ทันได้ยกเลิกเลยด้วยซ้ำ คุณก็รีบร้อนทอดสะพานไปหาผู้ชายคนใหม่เสียแล้ว! คุณ...”คำพูดหยาบช้าสกปรกของเขาหยุดลงโดยพลันกงอวี้เอื้อมมือขึ้นมาปิดหูของฉันเอาไว้ เพื่อตัดขาดจากเสียงรบกวนที่ไม่อาจทนฟังเหล่านั้นจากนั้นเขาก็ประคองฉันอย่างระมัดระวั

  • ขายเพชรถูกเหมือนแจกฟรี แต่คู่หมั้นกลับเปย์ไม่อั้น   บทที่ 8

    แสงแดดนอกหน้าต่างส่องทะลุผ่านบานกระจก ทอแสงอุ่นสบายลงบนร่างกายกงอวี้มองมาที่ฉัน สายตาล้ำลึกทว่าอ่อนโยน“เรื่องที่ผ่านไปแล้วก็ปล่อยให้มันผ่านไป อนาคตของคุณเพิ่งจะเริ่มต้นขึ้นต่างหาก”ฉันสบสายตากับเขา พลางพยักหน้าเบาๆนั่นสินะ อนาคตของฉัน ควรจะเริ่มต้นขึ้นจริงๆ เสียทีส่วนฝันร้ายของคนบางคน ก็คงเพิ่งจะคืบคลานมาเยือนฉากมหกรรมแว้งกัดกันเองของสวีจื้อเหิงและซูเจิ่นเยว่ เป็นแค่เรื่องตลกไร้สาระที่ช่วยเร่งความพินาศของพวกเขาให้เร็วขึ้นเท่านั้นการชำระแค้นที่แท้จริง ยังอยู่ข้างหลังต่างหากความสงบเงียบถูกทำลายลงโดยแขกที่ไม่ได้รับเชิญสวีจื้อเหิงอาศัยช่วงเวลาที่ผู้คุ้มกันเปลี่ยนกะพุ่งตัวเข้ามา ก่อนจะคุกเข่าลงตรงหน้าฉันเสียงดังตุ้บเสื้อผ้าของเขาขาดรุ่งริ่งเบ้าตาลึกโหล ไม่เหลือความสง่าผ่าเผยในวันวานอีกต่อไป มีเพียงความสะบักสะบอมของคนที่เดินมาถึงทางตันเท่านั้น“เสี่ยวเสวี่ยผมผิดไปแล้ว! ขอร้องล่ะ ขอร้องคุณช่วยบอกให้พี่ชายคุณกับตระกูลกงให้ยอมยกโทษให้เถอะนะ!”เขาร้องไห้น้ำตาไหลพราก พลางเอื้อมมือมาคว้าชายกระโปรงของฉันไว้“ปล่อยผมไปสักครั้งเถอะ ต่อไปผมจะยอมทำงานหนักเพื่อทดแทนบุญคุณให้คุณ ผมไ

  • ขายเพชรถูกเหมือนแจกฟรี แต่คู่หมั้นกลับเปย์ไม่อั้น   บทที่ 7

    บางวันเขาก็นำดอกไอริสสีขาวที่ยังมีหยาดน้ำค้างยามเช้าติดมาด้วย บางวันก็เป็นขนมขึ้นชื่อเจ้าเก่าจากทางฝั่งตะวันตกของเมืองที่ยังร้อนๆ อยู่แต่ส่วนใหญ่เขาจะนั่งลงบนโซฟาข้างหน้าต่างห้องฉัน พลางจัดการงานไปพร้อมกับเล่าความคืบหน้าของสวีจื้อเหิงกับซูเจิ่นเยว่ให้ฉันฟัง“กระแสในโลกออนไลน์จะเปลี่ยนทิศทางในวันนี้”บ่ายวันนั้น เขาเลื่อนแก้วนมร้อนๆ มาวางไว้ตรงหน้าฉันฉันก้มลงไถหน้าจอโทรศัพท์ ก็เห็นว่าหัวข้อข่าวอันดับหนึ่งในกระแสโซเชียลเปลี่ยนไปแล้วจริงๆ#ซูเจิ่นเยว่ปลอมแปลงบันทึกแชทเพื่อใส่ร้ายซือถูเสวี่ย#บันทึกที่ใช้ใส่ร้ายว่าฉันเป็นคนปลอมแปลงก่อนหน้านี้ ถูกยอดฝีมือด้านเทคนิควิเคราะห์แบบเฟรมต่อเฟรม จนชี้ให้เห็นร่องรอยการตัดต่อมากมายในขณะเดียวกัน หลักฐานการติดต่อบริษัทรับจ้างโพสต์และบันทึกการโอนเงินจำนวนมหาศาลของซูเจิ่นเยว่ก็ถูกเปิดโปงออกมาหลักฐานมัดตัวแน่นหนา ชนิดที่ดิ้นไม่หลุดเลยทีเดียวชาวเน็ตที่เคยด่าว่าฉันจิตใจงูพิษ ต่างพากันหันกระบอกปืนไปทางอื่น และพากันมาต่อแถวขอโทษฉันในช่องคอมเมนต์ชาวเน็ตที่โกรธแค้นต่างพากันขุดคุ้ยข้อมูลทุกอย่างของซูเจิ่นเยว่ได้อย่างรวดเร็ว แม้กระทั่งประวัติความร

  • ขายเพชรถูกเหมือนแจกฟรี แต่คู่หมั้นกลับเปย์ไม่อั้น   บทที่ 6

    “แกเป็นใครกัน? เสี่ยวเสวี่ยเป็นคู่หมั้นของฉันนะ!” สวีจื้อเหิงคาดคั้นถามเสียงแข็งซูเจิ่นเยว่จ้องมองรูปลักษณ์และกลิ่นอายอันโดดเด่นเหนือใครของกงอวี้ ภายในดวงตาอัดแน่นไปด้วยความริษยากงอวี้แค่นยิ้มหยัน เขาเดินตรงดิ่งผ่านหน้าสวีจื้อเหิงเข้ามาหยุดอยู่ตรงหน้าฉันเขายกมือขึ้นช่วยจัดปอยผมที่หลุดรุ่ยของฉันอย่างแผ่วเบา น้ำเสียงอ่อนโยนอย่างถึงที่สุดจนแทบไม่น่าเชื่อ“ขอโทษที ผมมาสายไปหน่อย ทำให้คุณต้องลำบากใจแล้ว”ความเข้มแข็งที่ฉันฝืนประคองไว้พังทลายลงในวินาทีนั้น ขอบตาของฉันร้อนผ่าวขึ้นมาอย่างห้ามไม่อยู่กงอวี้ถอนหายใจออกมาแผ่วเบาด้วยความจนใจ ก่อนจะนั่งลงข้างเตียงแล้วรวบตัวฉันที่ห่อหุ้มด้วยผ้าห่มเข้าไปไว้ในอ้อมกอด“อยากร้องก็ร้องออกมาเถอะ ไม่เป็นไรแล้ว มีผมอยู่ตรงนี้”สวีจื้อเหิงเห็นภาพนั้นก็โกรธจนตาแดงฉาน พุ่งตัวเข้ามาหมายจะกระชากกงอวี้ออกไป“แกปล่อยเธอเดี๋ยวนี้!”เขายังไม่ทันถึงตัว ก็ถูกบอดี้การ์ดสองคนล็อกตัวไว้จนขยับไม่ได้ในทันทีกงอวี้ไม่แม้แต่จะหันกลับมามอง เขาเพียงสะบัดมือเบาๆ ด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย“เสียงดังหนวกหู เคลียร์พื้นที่”บอดี้การ์ดเข้าใจคำสั่งโดยไม่ต้องรอให้บอกซ้ำ พวกเ

  • ขายเพชรถูกเหมือนแจกฟรี แต่คู่หมั้นกลับเปย์ไม่อั้น   บทที่ 5

    ฉันใช้ผ้าห่มพันรอบกายเอาไว้แน่น แล้วตวัดสายตาเย็นชาจ้องมองจ้าวฉางเต๋อที่กำลังตัวสั่นงันงกราวกับจับไข้“จ้าวฉางเต๋อ ฉันเพิ่งรู้นะว่าลับหลังคนอื่น คุณจะกล้าทำตัวเหนือกฎหมาย อวดดีจนไม่เห็นหัวใครได้ถึงขนาดนี้”“คุณหนูใหญ่! ผมผิดไปแล้วครับ! ผมไม่รู้จริงๆ ว่าเป็นคุณ!” จ้าวฉางเต๋อคุกเข่าลงกับพื้นเสียงดังตุ้บ พลางโขกศีรษะรัวๆ ราวกับสากตำน้ำพริก“ต่อไปผมไม่กล้าอีกแล้วครับ ได้โปรดเมตตาละเว้นผมสักครั้งด้วยเถอะ!”สวีจื้อเหิงกับซูเจิ่นเยว่ต่างตกตะลึงพรึงเพริดกับสถานการณ์ที่พลิกผันอย่างกะทันหันนี้จนทำอะไรไม่ถูก ได้แต่หันมามองหน้ากันไปมา“ประ กรรมการจ้าวครับ” สวีจื้อเหิงทำใจดีสู้เสือขยับก้าวไปข้างหน้าก้าวหนึ่ง พลางเอ่ยถามอย่างระมัดระวังตัวเป็นที่สุด“คุณจำคนผิดหรือเปล่าครับ? หล่อนคือซือถูเสวี่ยนะครับ...”จ้าวฉางเต๋อดีดตัวลุกขึ้นจากพื้นอย่างแรง พลางใช้เรี่ยวแรงทั้งหมดที่มีสะบัดฝ่ามือฟาดใบหน้าสวีจื้อเหิงฉาดใหญ่“สวีจื้อเหิง! ไอ้บัดซบเอ๊ย! แกหาเรื่องให้ฉันไปตายชัดๆ!!”เขาทำอะไรไม่ถูกรีบต่อสายโทรศัพท์อย่างลนลาน ก่อนจะแผดเสียงตะโกนสั่งการปลายสายอย่างบ้าคลั่ง“ไปหาซื้อชุดโอตกูตูร์มาให้คุณหนูใหญ่ซ

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status