تسجيل الدخولวันดับเบิ้ลอีเลฟเว่น ผู้ช่วย “ลุคใสซื่อ” ของคู่หมั้นฉัน ขายเพชรขนาดหนึ่งกะรัตออกไปในราคาแค่หนึ่งสตางค์ ภายในเวลาสั้นๆ เพียงยี่สิบนาที บริษัทก็ขาดทุนไปถึงพันล้าน ฉันโกรธจนตัวสั่นไปหมด สวีจื้อเหิงกลับเข้ามากอดฉันเอาไว้พร้อมปลอบว่า “ไม่ต้องห่วงนะ ปล่อยให้เป็นหน้าที่ผมเอง” แต่คืนนั้น ซูเจิ่นเยว่กลับโพสต์สเตตัสอวดรูปยอดเงินโอนห้าแสนบาท พร้อมเขียนแคปชั่น [วันนี้ทำผิดพลาดครั้งใหญ่ แต่บอสกลับคอยปลอบใจฉัน แถมเขายังกำชับฉันอีกว่าอย่าไปโกรธเคืองยัยแม่เสือคนนั้นเลย ต้องเป็นเด็กดีนะ~] ฉันเข้าไปคอมเมนต์ใต้โพสต์นั้นว่า [ขอให้รักกันนานๆ นะ] ซูเจิ่นเยว่ลบโพสต์ทิ้งในไม่กี่วินาที จากนั้นสวีจื้อเหิงก็พังประตูพรวดเข้ามา แล้วตบหน้าฉันอย่างแรงฉาดหนึ่ง “คุณเข้าไปคอมเมนต์ให้เยว่เยว่ด้วยเจตนาอะไร ตอนนี้เธออับอายจนแทบจะฆ่าตัวตายอยู่แล้ว!” “ก็แค่เสียเงินไปพันล้านเองไม่ใช่รึไง คุณถึงกับต้องบีบให้เธอมีชีวิตอยู่ต่อไปไม่ได้เลยเหรอ?” เขาพูดออกมาด้วยความมั่นใจว่าตัวเองถูกและไม่เกรงกลัวอะไรเลยสักนิด แต่หลังจากนั้น ตอนที่เขาไม่มีแม้แต่เงินหนึ่งร้อยบาทจะซื้อข้าวกิน ทำไมถึงร้องไห้ออกมาล่ะ?
عرض المزيدตอนที่กงอวี้เล่าเรื่องตลกร้ายฉากหมากัดกันในห้องผู้ป่วยให้ฉันฟังอย่างละเอียดถี่ยิบ ฉันกำลังจิบชาอัลมอนด์อุ่นๆ ทีละนิดอยู่พอดีพอได้ยินว่าซูเจิ่นเยว่คว้าเก้าอี้ขึ้นมาฟาดกระหน่ำใส่สวีจื้อเหิง ฉันก็หลุดหัวเราะพรวดออกมาอย่างกลั้นไม่อยู่“ปัดโธ่เอ๋ย พวกเขาสองคนช่างเหมาะสมกันราวกิ่งทองใบหยกจริงๆ...” ฉันปาดน้ำตาที่ไหลซึมออกมาจากการหัวเราะ“คนหนึ่งก็โง่ อีกคนก็ชั่ว ผูกมัดกันไว้ให้แน่นน่ะดีที่สุดแล้ว อย่าได้เสนอหน้าออกมาสร้างความเดือดร้อนให้คนอื่นอีกเลย”กงอวี้มองดูท่าทางเบิกบานใจของฉัน แววตาพลันปรากฏรอยยิ้มอันอ่อนโยนผุดขึ้นมาเช่นกันเขารอให้ฉันหัวเราะจนเสร็จอยู่เงียบๆ จากนั้นก็คุกเข่าลงข้างหนึ่งตรงหน้าฉันอย่างกะทันหันเขาหยิบกล่องแหวนออกมาเปิดออก ด้านในมีแหวนเพชรที่ถูกออกแบบมาอย่างประณีตงดงามวงหนึ่งวางอยู่“เสี่ยวเสวี่ย” เขาเงยหน้าขึ้นมองฉัน สายตาเปี่ยมไปด้วยความจริงจังและรักลึกซึ้งอย่างที่ไม่เคยมีมาก่อน “แต่งงานกับผมนะ”ฉันไม่ได้คาดคิดถึงการกระทำนี้เลยแม้แต่น้อย ใบหน้าพลันขึ้นสีแดงระเรื่อในพริบตา หัวใจเต้นรัวราวกระหน่ำตีกลอง“พวกเราไม่ได้ตกลงแต่งงานเชื่อมสัมพันธ์กันไปแล้วเหรอคะ...” ฉั
“พูดให้ถึงที่สุดแล้ว มันก็แค่สันดานต่ำตมและความไร้ค่าที่ฝังลึกอยู่ในกระดูกของคุณเองที่กำลังแว้งกัดตัวเองน่ะ ทั้งอยากได้ผลประโยชน์และหน้าตาทางสังคมที่ฉันมอบให้ แต่ในขณะเดียวกันก็กระเสือกกระสนอยากไปหาเศษหาเลยกับซูเจิ่นเยว่ เพื่อกู้ศักดิ์ศรีลูกผู้ชายจอมปลอมนั่นกลับคืนมา”“สวีจื้อเหิง คุณนี่มันทั้งน่าสมเพชและน่าขำสิ้นดี!”“ผมไม่ได้เป็นแบบนั้นนะ! เสี่ยวเสวี่ย ในใจของผม คนที่ผมรักมาโดยตลอดคือคุณ...” สวีจื้อเหิงยังคงคิดจะดิ้นรน“ดูท่าประธานสวีจะว่างมากนะครับ ถึงได้มีเวลามาตามตื๊อคู่หมั้นของผมอยู่ที่นี่” น้ำเสียงของกงอวี้ดังขึ้นมาจากทางด้านหลังพอสวีจื้อเหิงเห็นกงอวี้ ก็เหมือนกับประทัดที่ถูกจุดชนวนเขาชี้หน้าฉัน พลางพ่นคำด่าทอออกมาอย่างไม่สนหน้าอินทร์หน้าพรหม“ซือถูเสวี่ย! พูดไปแล้วคุณก็เป็นแค่พวกผู้หญิงใจง่ายเหมือนกันนั่นแหละ! สัญญาหมั้นของพวกเรายังไม่ทันได้ยกเลิกเลยด้วยซ้ำ คุณก็รีบร้อนทอดสะพานไปหาผู้ชายคนใหม่เสียแล้ว! คุณ...”คำพูดหยาบช้าสกปรกของเขาหยุดลงโดยพลันกงอวี้เอื้อมมือขึ้นมาปิดหูของฉันเอาไว้ เพื่อตัดขาดจากเสียงรบกวนที่ไม่อาจทนฟังเหล่านั้นจากนั้นเขาก็ประคองฉันอย่างระมัดระวั
แสงแดดนอกหน้าต่างส่องทะลุผ่านบานกระจก ทอแสงอุ่นสบายลงบนร่างกายกงอวี้มองมาที่ฉัน สายตาล้ำลึกทว่าอ่อนโยน“เรื่องที่ผ่านไปแล้วก็ปล่อยให้มันผ่านไป อนาคตของคุณเพิ่งจะเริ่มต้นขึ้นต่างหาก”ฉันสบสายตากับเขา พลางพยักหน้าเบาๆนั่นสินะ อนาคตของฉัน ควรจะเริ่มต้นขึ้นจริงๆ เสียทีส่วนฝันร้ายของคนบางคน ก็คงเพิ่งจะคืบคลานมาเยือนฉากมหกรรมแว้งกัดกันเองของสวีจื้อเหิงและซูเจิ่นเยว่ เป็นแค่เรื่องตลกไร้สาระที่ช่วยเร่งความพินาศของพวกเขาให้เร็วขึ้นเท่านั้นการชำระแค้นที่แท้จริง ยังอยู่ข้างหลังต่างหากความสงบเงียบถูกทำลายลงโดยแขกที่ไม่ได้รับเชิญสวีจื้อเหิงอาศัยช่วงเวลาที่ผู้คุ้มกันเปลี่ยนกะพุ่งตัวเข้ามา ก่อนจะคุกเข่าลงตรงหน้าฉันเสียงดังตุ้บเสื้อผ้าของเขาขาดรุ่งริ่งเบ้าตาลึกโหล ไม่เหลือความสง่าผ่าเผยในวันวานอีกต่อไป มีเพียงความสะบักสะบอมของคนที่เดินมาถึงทางตันเท่านั้น“เสี่ยวเสวี่ยผมผิดไปแล้ว! ขอร้องล่ะ ขอร้องคุณช่วยบอกให้พี่ชายคุณกับตระกูลกงให้ยอมยกโทษให้เถอะนะ!”เขาร้องไห้น้ำตาไหลพราก พลางเอื้อมมือมาคว้าชายกระโปรงของฉันไว้“ปล่อยผมไปสักครั้งเถอะ ต่อไปผมจะยอมทำงานหนักเพื่อทดแทนบุญคุณให้คุณ ผมไ
บางวันเขาก็นำดอกไอริสสีขาวที่ยังมีหยาดน้ำค้างยามเช้าติดมาด้วย บางวันก็เป็นขนมขึ้นชื่อเจ้าเก่าจากทางฝั่งตะวันตกของเมืองที่ยังร้อนๆ อยู่แต่ส่วนใหญ่เขาจะนั่งลงบนโซฟาข้างหน้าต่างห้องฉัน พลางจัดการงานไปพร้อมกับเล่าความคืบหน้าของสวีจื้อเหิงกับซูเจิ่นเยว่ให้ฉันฟัง“กระแสในโลกออนไลน์จะเปลี่ยนทิศทางในวันนี้”บ่ายวันนั้น เขาเลื่อนแก้วนมร้อนๆ มาวางไว้ตรงหน้าฉันฉันก้มลงไถหน้าจอโทรศัพท์ ก็เห็นว่าหัวข้อข่าวอันดับหนึ่งในกระแสโซเชียลเปลี่ยนไปแล้วจริงๆ#ซูเจิ่นเยว่ปลอมแปลงบันทึกแชทเพื่อใส่ร้ายซือถูเสวี่ย#บันทึกที่ใช้ใส่ร้ายว่าฉันเป็นคนปลอมแปลงก่อนหน้านี้ ถูกยอดฝีมือด้านเทคนิควิเคราะห์แบบเฟรมต่อเฟรม จนชี้ให้เห็นร่องรอยการตัดต่อมากมายในขณะเดียวกัน หลักฐานการติดต่อบริษัทรับจ้างโพสต์และบันทึกการโอนเงินจำนวนมหาศาลของซูเจิ่นเยว่ก็ถูกเปิดโปงออกมาหลักฐานมัดตัวแน่นหนา ชนิดที่ดิ้นไม่หลุดเลยทีเดียวชาวเน็ตที่เคยด่าว่าฉันจิตใจงูพิษ ต่างพากันหันกระบอกปืนไปทางอื่น และพากันมาต่อแถวขอโทษฉันในช่องคอมเมนต์ชาวเน็ตที่โกรธแค้นต่างพากันขุดคุ้ยข้อมูลทุกอย่างของซูเจิ่นเยว่ได้อย่างรวดเร็ว แม้กระทั่งประวัติความร











