Lahat ng Kabanata ng ปลอมตัว..มาป่วนใจองค์ชายจอมเจ้าเล่ห์: Kabanata 31 - Kabanata 39

39 Kabanata

บทที่ 30: รอยยิ้มท่ามกลางม่านหมอก 

บทที่ 30: รอยยิ้มท่ามกลางม่านหมอก เสียงระฆังหลวงแห่งแคว้นต้าหลี่ดังกึกก้องไปทั่วสิบสองประตูเมือง ขบวนเสด็จขององค์ชายเก้าที่ควบม้านำหน้ากองทัพผู้กล้ากลับคืนสู่มาตุภูมิช่างสง่างามประหนึ่งเทพสงครามจำแลง ทว่าสิ่งที่ชาวเมืองโจษจันกันหนาหู กลับไม่ใช่เพียงชัยชนะเหนือแคว้นซีเหลียง แต่เป็นสตรีที่นั่งเคียงคู่มาในรถม้า—ท่านหญิงผู้คุมกลไกที่สยบดวงอาทิตย์ใต้ดินได้ด้วยปัญญาเซี่ยอวิ๋นซี มองผ่านม่านมุกออกไปที่ฝูงชน นางรู้สึกถึงความสงบที่โหยหามานาน ทว่าในมือของนางกลับกำวัตถุชิ้นหนึ่งไว้แน่น มันคือ 'จี้หยกทรงหยดน้ำ' ที่นางเก็บได้จากแท่นบูชาในเหมืองก่อนที่มันจะถล่มลงมา"เจ้ายังกังวลเรื่องสิ่งนั้นอยู่หรือ?" หลี่เฟยหลง เอ่ยถามพลางยื่นมือหนามากุมมือนางไว้ "อู๋เยี่ยนสิ้นชีพไปแล้ว ภัยพิบัติสีเขียวถูกฝังอยู่ใต้หุบเขาหิมะ แผ่นดินกลับสู่สมดุลแล้วนะอวิ๋นซี""ข้าหวังให้เป็นเช่นนั้นพะยะค่ะองค์ชาย" อวิ๋นซีคลี่ยิ้มบางๆ แต่แววตายังคงฉายแววครุ่นคิด "แต่หยกชิ้นนี้... มันอุ่นขึ้นทุกครั้งที่ขยับเข้าใกล้เขตพระราชวังหลวง และสีของมันก็เริ่มเปลี่ยนจากสีขาวนวลเป็นสีชมพูจางๆ ราวกับมันกำลัง 'ตอบสนอง' ต่อบางสิ่ง"รางวัลของฮ่อง
Magbasa pa

บทที่ 31: รอยจารึกใต้เงามืด

บทที่ 31: รอยจารึกใต้เงามืดแสงอรุณแรกของฤดูใบไม้ผลิสาดส่องผ่านยอดตำหนักทองคำ ทว่าความอบอุ่นนั้นกลับส่งไปไม่ถึงส่วนลึกของ หอตำราหลวง ที่ซึ่งอากาศเย็นเยียบและเต็มไปด้วยกลิ่นกระดาษเก่าคร่ำครึ เซี่ยอวิ๋นซี ในชุดสตรีสูงศักดิ์สีม่วงอ่อน ยืนอยู่กลางวงล้อมของชั้นหนังสือไม้พะยูงนับพัน ทว่าสายตาของนางไม่ได้จับจ้องที่อักษรบนหน้ากระดาษ แต่นางกำลังใช้ 'จี้หยกทรงหยดน้ำ' ทาบไปตามรอยต่อของแผ่นหินบนพื้น"เจ้ามาอยู่ที่นี่เองหรือ ท่านหญิงผู้พิทักษ์กลไก"เสียงทุ้มที่เต็มไปด้วยแววล้อเลียนดังขึ้นพร้อมกับเงาร่างของ หลี่เฟยหลง ที่ก้าวออกมาจากหลังชั้นตำรา เขาอยู่ในชุดลำลองสีน้ำเงินตัดกับปิ่นปักผมทองคำที่นางเคยเป็นคนเลือกให้"องค์ชาย... ท่านแอบตามข้ามาอีกแล้วนะพะยะค่ะ" อวิ๋นซีไม่ได้เงยหน้า แต่ปลายนิ้วของนางยังคงลูบไล้ไปตามร่องรอยที่ตามองไม่เห็น "ข้าพบสิ่งที่น่าสนใจพะยะค่ะ พื้นหอตำราแห่งนี้ไม่ได้ถูกปูด้วยหินธรรมดา แต่ทุกก้อนถูกวางสลับช่องว่างอย่างเป็นจังหวะ ราวกับมันเป็น 'ห้องเสียงสะท้อน' ขนาดยักษ์"นางใช้ด้ามพู่กันเคาะลงบนพื้นหินเบาๆ ปึก... ปึก..."ท่านได้ยินไหมพะยะค่ะ? เสียงที่สะท้อนกลับมามันมีความโปร่งต่างก
Magbasa pa

บทที่ 32: จังหวะชีพจร

บทที่ 32: จังหวะชีพจรขั้นบันไดวนที่ทอดยาวลงสู่เบื้องล่างนั้นแคบและชันประหนึ่งลำไส้ของสัตว์ยักษ์ ความเงียบถูกแทนที่ด้วยเสียง ครืน... ครืน... ที่สั่นสะเทือนผ่านฝ่าเท้าขึ้นมาเป็นจังหวะสม่ำเสมอ เซี่ยอวิ๋นซี กระชับมือที่กุมกับ หลี่เฟยหลง ไว้แน่น นางรู้สึกได้ถึงเหงื่อจางๆ ที่ซึมออกมาจากฝ่ามือของเขา แม้องค์ชายเก้าจะดูสงบนิ่งเพียงใด แต่สถานการณ์ลึกลับใต้ดินเช่นนี้ย่อมสร้างความกดดันให้ผู้ที่เติบโตมากลางแสงแดดอย่างเขาไม่น้อย"อากาศเริ่มร้อนขึ้นแล้วพะยะค่ะ" อวิ๋นซีกระซิบ "นั่นหมายความว่าเรากำลังเข้าใกล้แหล่งพลังงานบางอย่างที่แผ่ความร้อนมหาศาล"เมื่อสุดทางบันได ทั้งสองก็ก้าวเข้าสู่โถงกว้างที่ทำให้ลมหายใจต้องสะดุด ภาพตรงหน้าคือความวิจิตรบรรจงที่ผสมผสานระหว่างงานช่างชั้นสูงและความลึกลับของศาสตร์โบราณกลางโถงกว้างมีแท่งโลหะมหึมาสูงเสียดฟ้าสลักลวดลายมังกรพันหลัก รอบแท่งนั้นคือเฟืองทองแดงขนาดเท่าล้อเกวียนนับร้อยชิ้นที่กำลังหมุนขบกันอย่างประณีต แสงสว่างไม่ได้มาจากคบเพลิง แต่มาจากของเหลวสีทองที่ไหลเวียนอยู่ในท่อแก้วใสซึ่งพาดผ่านไปทั่วทุกมุมห้อง ราวกับเส้นเลือดที่หล่อเลี้ยงร่างกายยักษ์"นี่มัน... เหนือก
Magbasa pa

บทที่ 33: เข็มสลักคลื่น และทำนองที่ซ่อนเร้น

บทที่ 33: เข็มสลักคลื่น และทำนองที่ซ่อนเร้นแสงอาทิตย์ยามเช้าสาดส่องลอดผ่านหน้าต่างห้องทรงอักษรในตำหนักกงหรง ทว่าบรรยากาศด้านในกลับดูเคร่งเครียดผิดกับความสดใสภายนอก เซี่ยอวิ๋นซี นั่งอยู่หน้าโต๊ะทำงานที่มีเศษเหล็กและขดลวดวางเกลื่อนกลาด นางไม่ได้นอนมาทั้งคืนหลังจากกลับขึ้นมาจากห้องใต้ดินหอตำราหลวง ในมือของนางกำลังประคอง 'จี้หยกทรงหยดน้ำ' ที่บัดนี้มีสีชมพูจางๆ และสั่นไหวเป็นระยะประหนึ่งมันมีชีวิต"อวิ๋นซี... เจ้าควรจะพักผ่อนบ้างนะ" หลี่เฟยหลง เดินเข้ามาพร้อมถาดน้ำแกงหอมกรุ่น เขาขมวดคิ้วเมื่อเห็นรอยคล้ำใต้ตาของสตรีผู้เป็นดวงใจ "จักรกลนั่นก็หยุดคลุ้มคลั่งแล้ว ภาคีอาลักษณ์ก็หนีไปแล้ว เหตุใดเจ้ายังทำหน้าเหมือนจะไปรบเช่นนี้?""มันยังไม่จบพะยะค่ะองค์ชาย" อวิ๋นซีวางจี้หยกลงบนแผนที่แคว้นต้าหลี่ "แรงสั่นสะเทือนที่บ่าวสัมผัสได้เมื่อคืน มันไม่ใช่แค่ความสั่นสะเทือนธรรมดา แต่มันคือ 'การสะท้อนของคลื่น' พะยะค่ะ เมื่อจักรกลตัวแม่ที่วังหลวงถูกรบกวน มันจะส่งสัญญาณไปยัง 'เฟืองบริวาร' ที่ซ่อนอยู่ที่อื่นทันที"นางหยิบสิ่งประดิษฐ์ชิ้นใหม่ขึ้นมาให้เขาดู มันคือถ้วยสัมฤทธิ์ที่มีเข็มเหล็กเรียวบางปักอยู่ตรงกลาง รอ
Magbasa pa

บทที่ 34: บทเพลงแห่งวารี 

บทที่ 34: บทเพลงแห่งวารี ท่ามกลางเสียงระฆังที่ดังเหง่งหง่างจนแก้วหูแทบร้าว เซี่ยอวิ๋นซี สังเกตเห็นความผิดปกติที่ชัดเจนขึ้น แรงสั่นสะเทือนจากหอระฆังไม่ได้แผ่ออกไปในอากาศเพียงอย่างเดียว แต่มันกำลังมุ่งตรงลงสู่สระน้ำศักดิ์สิทธิ์เบื้องล่าง ผิวน้ำที่เคยเรียบสงบกลับเริ่มหมุนวนเป็นเกลียวคลื่นขนาดเล็ก และมีฟองอากาศผุดขึ้นมาประหนึ่งน้ำกำลังเดือด ทั้งที่อากาศรอบกายเย็นจัด"พวกมันไม่ได้ใช้ระฆังเพื่อสวดมนต์พะยะค่ะ!" อวิ๋นซีตะโกนบอก หลี่เฟยหลง ที่กำลังกวัดแกว่งกระบี่ปัดป้องลูกศรจากเหล่านักฆ่า "ระฆังนี่คือ 'ค้อนเคาะจังหวะ' ที่ส่งแรงสั่นลงไปเร่งการทำงานของเฟืองใต้น้ำ!""เจ้าไปหยุดเครื่องจักรนั่นเสีย! ทางนี้ข้าจะยันไว้เอง!" เฟยหลงสั่งการพลางใช้เท้าถีบนักฆ่าเกราะเงินคนหนึ่งกระเด็นตกบันไดวัดไปอวิ๋นซีวิ่งตรงไปยังสระน้ำศักดิ์สิทธิ์ นางรู้ดีว่าหากจะหยุดเฟืองตัวที่สอง นางต้องลงไปใต้ผิวน้ำที่กำลังปั่นป่วน นางรีบหยิบอุปกรณ์ที่เตรียมมาออกมาจากย่าม มันคือ 'หน้ากากหนังแกะชุบไขผึ้ง' ที่มีเลนส์แก้วใสช่วยให้มองเห็นใต้น้ำ และท่อทองแดงยาวที่พันด้วยผ้าไหมหนาเพื่อใช้เป็นท่อหายใจ"องค์ชาย! ข้าจะลงไปแล้วนะพะยะค่ะ!""อ
Magbasa pa

บทที่ 35: ปราการแห่งบรรพชน และรหัสลับที่ไร้เสียง

บทที่ 35: ปราการแห่งบรรพชน และรหัสลับที่ไร้เสียงท่ามกลางม่านหมอกสีขาวหม่นที่ปกคลุมยอดเขาสุสานหลวง บรรยากาศเงียบสงัดจนได้ยินแม้กระทั่งเสียงหัวใจที่เต้นรัว เซี่ยอวิ๋นซี กระชับเสื้อคลุมกันลมที่เปียกชื้นเล็กน้อยจากการบุกน้ำในบทก่อน นางมองไปยังประตูศิลาขนาดยักษ์ที่สลักรูปมังกรหมอบซึ่งเป็นทางเข้าสู่สุสานบรรพชนของราชวงศ์หลี่ สถานที่แห่งนี้ไม่ได้มีเพียงร่างที่ไร้วิญญาณ แต่ยังซ่อน 'เฟืองตัวสุดท้าย' ที่คอยค้ำจุนรากฐานของอาณาจักรเอาไว้"ที่นี่เงียบผิดปกติพะยะค่ะองค์ชาย" อวิ๋นซีกระซิบพลางชู 'จี้หยกทรงหยดน้ำ' ขึ้นมา บัดนี้หยกเปลี่ยนเป็นสีแดงเข้มและสั่นสะเทือนรุนแรงจนปลายนิ้วของนางเริ่มชาหลี่เฟยหลง ก้าวออกมาข้างหน้า มือหนากระชับด้ามกระบี่แน่น สายตาคมกริบประดุจพยัคฆ์ร้ายกวาดมองไปในเงามืด "สุสานหลวงเป็นเขตหวงห้ามที่สืบทอดกันมาแต่โบราณ แม้แต่ข้าเองก็ยังได้รับอนุญาตให้เข้ามาเพียงไม่กี่ครั้ง... ภาคีอาลักษณ์เลือกที่นี่ เพราะรู้ว่ามันคือ 'จุดอ่อน' ที่สุดของราชวงศ์"เมื่อทั้งสองก้าวล่วงเข้าสู่โถงกลางของสุสาน เสียงฝีเท้าของพวกเขากลับดังสะท้อนกึกก้องผิดปกติประหนึ่งมีคนนับร้อยกำลังเดินตามมา อวิ๋นซีหยุดนิ่ง
Magbasa pa

บทที่ 36: นัยน์ตาแห่งสวรรค์ 

บทที่ 36: นัยน์ตาแห่งสวรรค์ ความวุ่นวายใต้ผืนดินสงบลง ทว่าความกระวนกระวายในใจของ เซี่ยอวิ๋นซี กลับยิ่งทวีคูณ รอยจารึกปริศนาเรื่อง 'นัยน์ตาบนท้องฟ้า' ยังคงหลอกหลอนนางทุกครั้งที่หลับตา หลังจากกลับจากสุสานหลวง อวิ๋นซีไม่ได้พักผ่อน นางขลุกตัวอยู่ในหอตำราหลวงชั้นบนสุด ซึ่งเป็นที่ตั้งของ 'แท่นสังเกตการณ์ดารา' สถานที่ที่สูงที่สุดในพระราชวังแคว้นต้าหลี่"เจ้าจ้องมองท้องฟ้าจนดวงดาวจะเขินอายหมดแล้วนะอวิ๋นซี"หลี่เฟยหลง เดินเข้ามาพร้อมผ้าคลุมไหล่หนานุ่ม เขาบรรจงวางมันลงบนบ่าของนางอย่างแผ่วเบา กลิ่นหอมจางๆ ของไม้กฤษณาจากตัวเขาช่วยให้อวิ๋นซีรู้สึกผ่อนคลายลงอย่างประหลาด"องค์ชาย... ท่านดูดาวดวงนั้นสิพะยะค่ะ" อวิ๋นชี้ไปยังดาวดวงหนึ่งที่ส่องแสงสีนวลนิ่งผิดกับดาวดวงอื่นที่กะพริบไหว "มันไม่ได้เคลื่อนที่ตามจักรราศีปกติ แต่มันกลับโคจรเป็นวงกลมรอบยอดเขาพระศุกร์อย่างเป็นระเบียบเกินไป""มันอาจจะเป็นแค่ดาวหาง หรือดวงดาวที่สว่างกว่าปกติก็ได้นี่?" เฟยหลงพยายามมองตาม ทว่าตาเปล่าของมนุษย์ย่อมมีขีดจำกัด"ข้าคิดว่าไม่ใช่พะยะค่ะ" อวิ๋นซีหยิบแท่งแก้วใสสองชิ้นที่นางเพิ่ง 'ฝน' จนมีความโค้งมนต่างกันออกมา "สายตาของคนเร
Magbasa pa

บทที่ 37: สิ้นสุดกลไก... เริ่มต้นนิรันดร์แห่งรัก(จบบริบูรณ์)

บทที่ 37: สิ้นสุดกลไก... เริ่มต้นนิรันดร์แห่งรักหลังจากความลับใต้ดินถูกฝังกลบ และนัยน์ตาแห่งสวรรค์ถูกอวิ๋นซีใช้กลไกสะท้อนแสงปิดกั้นการทำงานจนกลายเป็นเพียงดวงดาวที่ไร้พิษสง แผ่นดินต้าหลี่ก็กลับเข้าสู่ความสงบสุขที่แท้จริง ไม่มีการนองเลือด ไม่มีการชิงบัลลังก์ มีเพียงลมหนาวที่พัดผ่านยอดไม้ในอุทยานหลวงที่บัดนี้เต็มไปด้วยดอกเหมยที่กำลังผลิบาน"อวิ๋นซี... เจ้ายังจะถือไขควงนั่นอยู่อีกนานไหม?"เสียงทุ้มอันคุ้นเคยดังขึ้นที่หน้าประตูตำหนัก หลี่เฟยหลง ในฉลองพระองค์สีแดงปักลายมังกรทองอร่าม ก้าวเข้ามาพร้อมรอยยิ้มจิ้งจอกที่วันนี้ดูอบอุ่นกว่าวันไหนๆ เขาเดินตรงเข้าไปหาว่าที่พระชายาที่กำลังนั่งขัดฟันเฟืองเล็กๆ ในมือ"ข้าเพียงแต่ตรวจสอบดูให้แน่ใจพะยะค่ะองค์ชาย ว่ากลไกป้องกันวังจะไม่มีวันติดขัด" อวิ๋นซีตอบโดยไม่เงยหน้า แต่แก้มนวลกลับขึ้นสีระเรื่อเฟยหลงก้มลงคว้าเครื่องมือในมือนางวางลงบนโต๊ะ แล้วกุมมือเรียวบางนั้นไว้แน่น "พอได้แล้ว... ต่อไปนี้หน้าที่ปกป้องวังเป็นของทหารรักษาการณ์ ส่วนหน้าที่ปกป้องเจ้า... เป็นของข้า"เขาโน้มตัวลงกระซิบข้างหู "และหน้าที่ของเจ้าในคืนนี้ คือการเป็นเจ้าสาวที่งดงามที่สุดของข้า
Magbasa pa

ตอนพิเศษ : ของขวัญจากฟากฟ้า 

ตอนพิเศษ : ของขวัญจากฟากฟ้า แสงจันทร์นวลตาอาบไล้ไปทั่วอุทยานส่วนตัวของตำหนักกงหรง ในค่ำคืนครบรอบวันวิวาห์ปีที่ห้า เซี่ยอวิ๋นซี นั่งทอดถอนใจอยู่บนม้านั่งไม้แกะสลัก นางไม่ได้ถอนใจเพราะความทุกข์ ทว่ากลับเป็นความเอ็นดูผสมปนเปกับความเหนื่อยหน่าย เมื่อมองไปที่ประตูโรงช่างส่วนตัวที่บัดนี้มีควันสีชมพูจางๆ พุ่งออกมาตามรอยแตกของบานไม้"ท่านพี่... ท่านจะไม่เข้าไปดูหน่อยหรือพะยะค่ะ?" อวิ๋นซีหันไปถาม หลี่เฟยหลง ที่นั่งจิบชาอยู่ข้างๆ อย่างไม่ทุกข์ร้อน"ปล่อยลูกๆ ไปเถอะอวิ๋นซี" เฟยหลงยกยิ้มจิ้งจอก แววตาทอประกายลึกลับ "เจ้าเป็นคนสอนพวกเขาสมัยยังเดินไม่ได้เองไม่ใช่หรือว่า... 'การทดลองที่ผิดพลาด คือบันไดสู่ความสำเร็จ' น่ะ?""แต่ควันสีชมพูนั่น... ข้าจำได้ว่าไม่ได้สอนวิธีผสมสารแบบนั้นนะพะยะค่ะ!" อวิ๋นซีลุกขึ้นทำท่าจะเดินไปดู ทว่ามือหนาของเฟยหลงกลับคว้าข้อมือนางไว้แล้วดึงให้ลงมานั่งบนตักของเขาแทน"อยู่นิ่งๆ เถอะน่า วันนี้วันพิเศษของเรานะ" เฟยหลงซุกหน้าลงกับไหล่หอมของภรรยา "ข้าไล่องค์รักษ์เงาออกไปหมดแล้ว เพื่อให้เราได้อยู่กันตามลำพัง... และรอ 'เซอร์ไพรส์' จากเจ้าพวกตัวแสบอย่างไรเล่า"เซอร์ไพรส์จากฟันเฟือง
Magbasa pa
PREV
1234
I-scan ang code para mabasa sa App
DMCA.com Protection Status