ปลอมตัว..มาป่วนใจองค์ชายจอมเจ้าเล่ห์

ปลอมตัว..มาป่วนใจองค์ชายจอมเจ้าเล่ห์

last updateآخر تحديث : 2026-06-20
بواسطة:  มาตารดาمكتمل
لغة: Thai
goodnovel12goodnovel
لا يكفي التصنيفات
39فصول
621وجهات النظر
قراءة
أضف إلى المكتبة

مشاركة:  

تقرير
ملخص
كتالوج
امسح الكود للقراءة على التطبيق

"เมื่อบุตรสาวแม่ทัพต้องกลายเป็น 'ขันที' รับใช้ใกล้ชิดองค์ชายจอมเจ้าเล่ห์ ความลับที่นางซ่อนไว้จะต้านทานเล่ห์เหลี่ยมของเขาได้นานแค่ไหน ในเมื่อความจริงก็อยากรักษา... แต่หัวใจเจ้ากรรมดันสั่นคลอน!"

عرض المزيد

الفصل الأول

บทนำ: ทิ้งคราบหงส์... สวมรอยขันที

บทนำ: ทิ้งคราบหงส์... สวมรอยขันที

ท่ามกลางสายฝนที่โปรยปรายลงมาอย่างไม่ลืมหูลืมตาในยามเหมันต์ เสียงฟ้าคำรามกึกก้องประหนึ่งเสียงร่ำไห้ของสวรรค์ที่ไว้อาลัยให้กับความล่มสลายของตระกูลแม่ทัพใหญ่แห่งชายแดนเหนือ กลิ่นคาวเลือดที่เคยคละคลุ้งในจวนแม่ทัพเซี่ยถูกชะล้างหายไปสิ้น เหลือเพียงความเย็นเยียบที่กัดกินลึกเข้าไปถึงกระดูกของสตรีเพียงคนเดียวที่เหลือรอด

เซี่ยอวิ๋นซี จ้องมองใบหน้าของตนเองในกระจกทองเหลืองที่แตกร้าว ภาพสะท้อนนั้นไม่ใช่คุณหนูผู้สูงศักดิ์ในชุดแพรพรรณชั้นเลิศอีกต่อไป

แกรก... แกรก...

เสียงกรรไกรคมกริบตัดฉับลงบนเรือนผมสีดำขลับที่เคยยาวสลวยถึงกลางหลัง ปอยผมร่วงหล่นลงสู่พื้นดินเปียกชื้นราวกับปีกหงส์ที่หักสะบั้น มือเรียวบางที่เคยจับพู่กันเขียนกลอนสั่นระริกขณะที่นางบรรจงใช้ผ้าขาวพันรัดหน้าอกหน้าใจของตนไว้อย่างแน่นหนา จนความรู้สึกเจ็บแปลบแล่นเข้าสู่หัวใจ

"ท่านพ่อ ท่านพี่... เลือดของพวกท่านจะไม่สูญเปล่า"

น้ำตาหยดหนึ่งไหลอาบแก้มก่อนจะถูกปาดทิ้งอย่างรวดเร็ว บัดนี้ไม่มี 'เซี่ยอวิ๋นซี' อีกต่อไป มีเพียง 'เสี่ยวซี' เด็กหนุ่มหน้ามนผู้มีที่มาคลุมเครือที่กำลังจะก้าวเท้าเข้าสู่ 'กรงทอง' ที่เรียกว่าวังหลวง สถานที่ที่เป็นทั้งจุดเริ่มต้นของอำนาจและจุดจบของชีวิตคนมานับต่อนับ

ณ วังหลวง แคว้นต้าหลี่

กำแพงสีแดงชาดสูงตระหง่านดูราวกับจะกดทับทุกสรรพสิ่งให้จมลงดิน เสี่ยวซีในชุดขันทีฝึกหัดสีเทาเรียบง่ายก้มหน้าต่ำ เดินตามแถวของขันทีใหม่ผ่านประตูวังที่หนักอึ้ง เสียงกลไกของประตูที่ปิดลงดังก้องในโสตประสาทของนาง ประหนึ่งเสียงของโชคชะตาที่ขังนางไว้กับภารกิจล้างแค้น

"ฟังให้ดี! พวกเจ้าเข้ามาที่นี่เพื่อรับใช้เบื้องพระยุคลบาท ไม่ใช่เพื่อแสวงหาโชคลาภ ใครกล้าทำตัวสอดรู้สอดเห็น หัวของพวกเจ้าจะไม่อยู่บนบ่า!"

เสียงของขันทีอาวุโสดังแหลมเสียดหู แต่เสี่ยวซีไม่ได้สนใจนางกำลังทบทวน 'แผนที่วังหลวง' ที่จดจำมาจากตำราลับของบิดา เป้าหมายของนางคือการเข้าใกล้ 'ตราประทับลับ' ที่ถูกเก็บซ่อนไว้ในตำหนักทรงอักษร เพื่อพิสูจน์ความบริสุทธิ์ของตระกูลเซี่ย

ทว่า... โชคชะตามักชอบเล่นตลกกับผู้ที่พยายามควบคุมมัน

"เจ้าชื่อเสี่ยวซีใช่หรือไม่?" ขันทีผู้ดูแลเดินมาหยุดอยู่ตรงหน้า พร้อมกับใช้สายตาเจ้าเล่ห์สำรวจร่างโปร่งบางของนางตั้งแต่หัวจรดเท้า

"ขอรับท่านกงกง" นางดัดเสียงให้ทุ้มต่ำและสั่นเครือราวกับเด็กหนุ่มที่กำลังหวาดกลัว

"ดียิ่ง... หน้าตาหมดจดเช่นนี้ ตำหนักกงหรงคงจะพอใจ องค์ชายเก้าเพิ่งจะขับไล่ขันทีคนเก่าออกไปเพราะรินสุราไม่ถูกใจเข้าพอดี เจ้าไปรายงานตัวที่นั่นเสียเดี๋ยวนี้!"

คำสั่งนั้นทำให้ฝีเท้าของอวิ๋นซีชะงักกึก

'ตำหนักกงหรง' สถานที่พำนักของ องค์ชายเก้า หลี่เฟยหลง หรือที่ผู้คนทั่วหล้าขนานนามว่า 'จิ้งจอกหิมะ' นางเคยได้ยินกิตติศัพท์ของเขามาบ้าง เขาคือเชื้อพระวงศ์ที่ขึ้นชื่อเรื่องความเสเพล เจ้าอารมณ์ และคาดเดาใจได้ยากที่สุด หากการเข้าใกล้มังกรคือเรื่องยาก การเข้าใกล้จิ้งจอกที่สวมรอยเป็นมังกรเช่นเขาก็ไม่ต่างอะไรกับการเดินเข้าหาความตาย

ณ ศาลาหมื่นบุปผา

กลิ่นสุราหอมขจรขจายโชยมาตามลม พร้อมกับเสียงดีดพิณที่ฟังดูเกียจคร้าน ร่างสูงโปร่งในฉลองพระองค์สีม่วงเข้มปักลายพยัคฆ์เหยียบเมฆานอนเอนกายอย่างสง่างามบนตั่งนุ่ม ดวงตาเรียวยาวดุจพญาเหยี่ยวหรี่ปรือลงคล้ายคนเมามาย แต่ภายในนัยน์ตาสีดำสนิทนั้นกลับฉายแววคมกล้าที่สามารถมองทะลุถึงก้นบึ้งของจิตใจคนได้

"คนใหม่มาแล้วหรือ?" น้ำเสียงทุ้มต่ำแต่ทรงอำนาจเอ่ยขึ้นโดยไม่ลืมตา

อวิ๋นซีในร่างเสี่ยวซีก้าวเท้าเข้าไปในศาลาอย่างระมัดระวัง นางคุกเข่าลงต่ำจนหน้าผากจรดพื้นเย็นเชียบ "บ่าวเสี่ยวซี ถวายพระพรองค์ชายเก้าขอรับ"

ความเงียบปกคลุมไปชั่วอึดใจ มีเพียงเสียงลมหายใจสม่ำเสมอของบุรุษเบื้องหน้า เสี่ยวซีรู้สึกได้ถึงสายตาคู่หนึ่งที่กำลังจับจ้องลงมาที่แผ่นหลังของนาง ราวกับนักล่าที่กำลังสำรวจเหยื่อ

"เงยหน้าขึ้น"

คำสั่งสั้นๆ ที่แฝงไปด้วยความขี้เล่นแต่บีบคั้นทำให้นางต้องสูดหายใจเข้าลึกๆ ก่อนจะค่อยๆ เงยหน้าขึ้นสบตาพระองค์

ในวินาทีนั้นเองที่หลี่เฟยหลงยกยิ้มที่มุมปาก รอยยิ้มที่ดูเหมือนจะหยั่งรู้ทุกสิ่ง และดูป่วนประสาทในเวลาเดียวกัน

"หน้าตาสะสวยเกินกว่าจะเป็นขันที... เสี่ยวซี เจ้ารู้ไหมว่าเปิ่นหวัง (ตัวข้า) เกลียดอะไรที่สุด?"

"บ่าว... มิบังอาจทราบขอรับ"

"เปิ่นหวังเกลียดพวก 'หัวขโมย'..." เขาเว้นจังหวะพร้อมขยับกายเข้ามาใกล้จนนางได้กลิ่นจันทน์หอมจางๆ จากตัวเขา "โดยเฉพาะพวกที่คิดจะมาขโมย 'ความลับ' ของเปิ่นหวัง"

หัวใจของเซี่ยอวิ๋นซีกระตุกวูบ มือที่ซ่อนอยู่ในแขนเสื้อกำแน่น

เขาพูดถึงอะไร? หรือเขาจะรู้แล้ว?

แต่ก่อนที่นางจะทันได้ตั้งตัว มือเรียวหนาขององค์ชายเก้าก็เชยคางนางขึ้น แรงบีบนั้นไม่หนักแต่เน้นย้ำถึงอำนาจที่เหนือกว่า

"มาเป็นขันทีของเปิ่นหวังต้องอดทนหน่อยนะ... เพราะข้าชอบเล่นสนุกกับของเล่นใหม่เสียด้วยสิ"

และนั่นคือจุดเริ่มต้นของมหากาพย์การชิงไหวชิงพริบ ที่จะเปลี่ยนโฉมหน้าของวังหลวงแคว้นต้าหลี่ไปตลอดกาล!


توسيع
الفصل التالي
تحميل

أحدث فصل

فصول أخرى
لا توجد تعليقات
39 فصول
บทนำ: ทิ้งคราบหงส์... สวมรอยขันที
บทนำ: ทิ้งคราบหงส์... สวมรอยขันทีท่ามกลางสายฝนที่โปรยปรายลงมาอย่างไม่ลืมหูลืมตาในยามเหมันต์ เสียงฟ้าคำรามกึกก้องประหนึ่งเสียงร่ำไห้ของสวรรค์ที่ไว้อาลัยให้กับความล่มสลายของตระกูลแม่ทัพใหญ่แห่งชายแดนเหนือ กลิ่นคาวเลือดที่เคยคละคลุ้งในจวนแม่ทัพเซี่ยถูกชะล้างหายไปสิ้น เหลือเพียงความเย็นเยียบที่กัดกินลึกเข้าไปถึงกระดูกของสตรีเพียงคนเดียวที่เหลือรอดเซี่ยอวิ๋นซี จ้องมองใบหน้าของตนเองในกระจกทองเหลืองที่แตกร้าว ภาพสะท้อนนั้นไม่ใช่คุณหนูผู้สูงศักดิ์ในชุดแพรพรรณชั้นเลิศอีกต่อไปแกรก... แกรก...เสียงกรรไกรคมกริบตัดฉับลงบนเรือนผมสีดำขลับที่เคยยาวสลวยถึงกลางหลัง ปอยผมร่วงหล่นลงสู่พื้นดินเปียกชื้นราวกับปีกหงส์ที่หักสะบั้น มือเรียวบางที่เคยจับพู่กันเขียนกลอนสั่นระริกขณะที่นางบรรจงใช้ผ้าขาวพันรัดหน้าอกหน้าใจของตนไว้อย่างแน่นหนา จนความรู้สึกเจ็บแปลบแล่นเข้าสู่หัวใจ"ท่านพ่อ ท่านพี่... เลือดของพวกท่านจะไม่สูญเปล่า"น้ำตาหยดหนึ่งไหลอาบแก้มก่อนจะถูกปาดทิ้งอย่างรวดเร็ว บัดนี้ไม่มี 'เซี่ยอวิ๋นซี' อีกต่อไป มีเพียง 'เสี่ยวซี' เด็กหนุ่มหน้ามนผู้มีที่มาคลุมเครือที่กำลังจะก้าวเท้าเข้าสู่ 'กรงทอง' ที่เรียกว่าวั
اقرأ المزيد
บทที่ 1: รับมือจิ้งจอกเจ้าเล่ห์
บทที่ 1: รับมือจิ้งจอกเจ้าเล่ห์สัมผัสจากปลายนิ้วหนาที่เชยคางของนางอยู่นั้นเย็นเยียบ ทว่าสายตาที่จ้องมองมากลับร้อนแรงคล้ายจะแผดเผาหน้ากากที่นางสวมอยู่ให้มลายสิ้น เซี่ยอวิ๋นซี พยายามควบคุมลมหายใจให้สม่ำเสมอที่สุด นางรู้ดีว่าคนตรงหน้าไม่ใช่หมูในอวยที่จะหลอกได้ง่ายๆ แต่ในเมื่อก้าวเท้าเข้าสู่ถ้ำสิงห์แล้ว หากไม่สู้จนตัวตายก็มีแต่ต้องยอมตกเป็นเหยื่อ"เหตุใดจึงเงียบไปเล่า? หรือว่าเจ้าถูกความรูปงามของเปิ่นหวังทำให้ตกตะลึงจนน้ำท่วมปากไปแล้ว" หลี่เฟยหลง เอ่ยกลั้วหัวเราะ พลางปล่อยมือจากคางมนแล้วทิ้งตัวลงพิงหมอนขวานในท่าทางเกียจคร้านเช่นเดิม"หามิได้ขอรับ... บ่าวเพียงแต่เกรงกลัวในบารมีขององค์ชาย จนมิกล้าเอ่ยปากวาจาใดที่อาจระคายเคืองพระกรรณ" อวิ๋นซีรีบก้มหน้าลง ท่าทางลนลานเล็กน้อยนั้นคือการแสดงที่นางฝึกฝนมาอย่างดี"หึ... ปากหวานเสียด้วย" องค์ชายเก้าปัดปอยผมที่ตกลงมาปรกหน้าออก "กงกงบอกว่าเจ้าหน้าตาหมดจด แต่ข้าว่าเจ้าดูเหมือน 'สตรี' มากกว่าบุรุษเสียอีกนะเสี่ยวซี เจ้ามั่นใจนะว่าไม่ได้เข้าผิดกอง? กรมวังไม่ได้ส่งเจ้าไปอยู่ฝ่ายนางกำนัลแน่นะ?"คำถามนั้นเปรียบเสมือนศรแหลมที่ปักกลางเป้า อวิ๋นซีหัวใจเต้นโคร
اقرأ المزيد
บทที่ 2: เดิมพันด้วยชีวิต หรือจะเสียสิทธิ์ด้วยหัวใจ
บทที่ 2: เดิมพันด้วยชีวิต หรือจะเสียสิทธิ์ด้วยหัวใจลมหายใจอุ่นๆ ขององค์ชายเก้าที่รินรดอยู่ข้างขมับทำให้ เซี่ยอวิ๋นซี ขนลุกซู่ไปทั้งตัว ความใกล้ชิดในระยะที่หน้าอกของนางเบียดเสียดกับแผงอกกว้างนั้นอันตรายเกินไป แต่นี่ไม่ใช่เวลามาเขินอาย หากนางขยับตัวผิดเพียงนิด ดาบที่ซ่อนอยู่ในที่ใดที่หนึ่งของห้องนี้อาจจะบั่นคอนางทิ้งทันที"ความจริงที่เจ้าจะบอก... คืออะไร?" น้ำเสียงทุ้มต่ำของหลี่เฟยหลงฟังดูเหมือนหยอกเย้า แต่แรงบีบที่ต้นแขนนั้นบอกชัดว่าเขาหมดความอดทนแล้วอวิ๋นซีหลับตาลงเพียงชั่ววูบ ก่อนจะลืมตาขึ้นด้วยแววตาที่สั่นระริกแต่แฝงความเด็ดเดี่ยว นางโน้มตัวเข้าไปกระซิบข้างหูเขาด้วยเสียงที่เบาที่สุด"ความจริงแล้ว... บ่าวคือศิษย์สายตรงของ 'เฒ่ากลไกไร้เงา' ที่หายสาบสูญไปขอรับ!"หลี่เฟยหลงชะงักไปครู่หนึ่ง แรงบีบที่แขนคลายลงเล็กน้อย เขาถอยห่างออกมาเพียงคืบเพื่อจ้องมองหน้าของขันทีน้อยอย่างพินิจพิเคราะห์ "เฒ่ากลไกไร้เงา? ตะปูฟ้าที่เคยสร้างกลไกป้องกันวังหลวงเมื่อยี่สิบปีก่อนน่ะหรือ? เจ้ากำลังจะบอกว่าเจ้าคือทายาทของช่างฝีมือเทวดาที่ทางการตามหาตัวกันให้ควั่ก?""ขอรับ!" อวิ๋นซีรีบสวมรอยทันที (ซึ่งเป็นความจร
اقرأ المزيد
บทที่ 3: เล่ห์ซ้อนเล่ห์... ใต้เงาพระสนมเอก
บทที่ 3: เล่ห์ซ้อนเล่ห์... ใต้เงาพระสนมเอกกลิ่นธูปหอมชั้นเลิศที่ลอยนำมาก่อนตัวทำให้ เซี่ยอวิ๋นซี เย็นสันหลังวาบ นางจำกลิ่นนี้ได้ดี มันคือกลิ่นดอกมหาหงส์ผสมไม้จันทน์ที่ พระสนมเอกซูเฟย โปรดปรานเป็นที่สุด และเป็นกลิ่นเดียวกับที่นางเคยได้กลิ่นในคืนที่จวนแม่ทัพถูกบุกทำลาย!"เฟยหลง! เจ้าทำตัวเหลวไหลขึ้นทุกวันแล้วนะ" เสียงของซูเฟยทรงอำนาจและจิกกัดอยู่ในที"ถวายพระพรเสด็จแม่... ฮึก... ทรงมาแต่หัววันเชียวพะยะค่ะ" หลี่เฟยหลง เอ่ยเสียงอ้อแอ้ พลางซุกใบหน้าลงกับลาดไหล่ของอวิ๋นซีหนักขึ้นไปอีก จนนางได้กลิ่นสุราผสมกลิ่นอายบุรุษเพศจากตัวเขาอย่างชัดเจน "ดูสิ... ขันทีคนใหม่ของข้า... นวดเก่งนักพะยะค่ะ"ซูเฟยเดินเข้ามาหยุดอยู่เบื้องหน้า หางตาที่กรีดอายไลน์เนอร์จนคมปราบปัดมองมาที่อวิ๋นซีอย่างเหยียดหยาม "หน้าตาจิ้มลิ้มพริ้มเพราเกินขันทีทั่วไป... นี่เจ้าไปคว้ามาจากซ่องโจรที่ไหนอีกเล่า? ข้าบอกกี่ครั้งแล้วว่าให้เกรงใจพระพักตร์ฝ่าบาทบ้าง""โธ่... เสด็จแม่" เฟยหลงแสร้งทำเป็นประคองตัวลุกขึ้น แต่กลับดึงร่างของอวิ๋นซีให้ลุกขึ้นตามไปด้วยในลักษณะที่นางต้องกึ่งกอดกึ่งพยุงเขาไว้ "เสี่ยวซีคนนี้มีดีกว่าที่ท่านคิดนะพะยะค
اقرأ المزيد
บทที่ 4: เบื้องหน้ามังกร... ละครโรงใหญ่
บทที่ 4: เบื้องหน้ามังกร... ละครโรงใหญ่แสงเงินแสงทองเริ่มจับขอบฟ้า วังหลวงที่เคยเงียบสงัดกลับมามีชีวิตชีวาอีกครั้ง ทว่าสำหรับ เซี่ยอวิ๋นซี ที่นอนอยู่บนพรมนุ่มข้างเตียงมังกร นี่คือช่วงเวลาที่นางอยากจะหายตัวไปที่สุด"เสี่ยวซี... ตื่นมาปรนนิบัติเปิ่นหวังได้แล้ว"น้ำเสียงเกียจคร้านที่ดังมาจากเบื้องบนทำให้คนบนพื้นสะดุ้งสุดตัว อวิ๋นซีลืมตาขึ้นพบกับใบหน้าคมคายที่ชะโงกหน้าลงมาจ้องมองนางในระยะประชิด เส้นผมสีดำยาวสลวยของเขาตกลงมาปรกแก้มนางเบาๆ กลิ่นกายสะอาดสะอ้านยามเช้าช่างยั่วยวนจนนางต้องรีบกลั้นหายใจ"ขอรับ... บ่าวจะไปเตรียมน้ำล้างพระพักตร์เดี๋ยวนี้พะยะค่ะ!"นางรีบดีดตัวลุกขึ้น แต่เพราะความรีบร้อนทำให้ชายเสื้อขันทีไปเกี่ยวเข้ากับขาเตียง ร่างโปร่งบางจึงเสียหลักถลาเข้าหาอ้อมกอดของคนที่เพิ่งลุกขึ้นนั่งพอดีปึก!หน้าผากของนางกระแทกเข้ากับแผงอกเปลือยเปล่าของ หลี่เฟยหลง อย่างจัง มือหนาคว้าเอวบางไว้โดยอัตโนมัติ ความอบอุ่นจากฝ่ามือที่ซึมผ่านเนื้อผ้าบางเบาทำให้ความร้อนแล่นขึ้นมาถึงใบหู"เจ้าช่าง... กระตือรือร้นในการ 'เข้าหา' ข้าเสียจริงนะเสี่ยวซี" เฟยหลงกระซิบพลางหัวเราะในลำคอ ดวงตาเจ้าเล่ห์ทอประกายข
اقرأ المزيد
บทที่ 5: ค่ำคืนแห่งความลับ และสัมผัสที่ไม่ได้ตั้งใจ
บทที่ 5: ค่ำคืนแห่งความลับ และสัมผัสที่ไม่ได้ตั้งใจจันทร์นวลกระจ่างฟ้าทอแสงลงมายังตำหนักกงหรงที่ดูเงียบสงบ แต่ภายในห้องทรงอักษร บรรยากาศกลับตึงเครียดอย่างประหลาด เซี่ยอวิ๋นซี ในชุดขันทีสีเข้มยืนมอง หลี่เฟยหลง ที่กำลังเปลี่ยนจากฉลองพระองค์สีม่วงหรูหรา มาเป็นชุดรัดกุมสีดำสนิทราวกับนิลกาลภาพบุรุษหนุ่มที่กำลังมัดสายรัดเอวอย่างคล่องแคล่ว เผยให้เห็นช่วงไหล่กว้างและสัดส่วนที่สมบูรณ์แบบ ทำให้นางต้องรีบเบือนหน้าหนี"จะยืนเหม่ออีกนานไหมเสี่ยวซี? หรือว่าชุดของเปิ่นหวังมันรัดรูปจนเจ้าละสายตาไม่ได้?" เสียงทุ้มเอ่ยหยอกเย้าอย่างรู้ทัน"บ่าวเพียงแต่สงสัยว่า... เหตุใดเราต้องลอบเข้าไปในคลังตำราหลวงยามวิกาล ในเมื่อฝ่าบาททรงประทานอนุญาตให้บ่าวเข้าออกได้ตามใจชอบแล้วพะยะค่ะ?" อวิ๋นซีถามพลางจัดระเบียบเสื้อผ้าของตนเองเฟยหลงหยุดมือแล้วหันมาจ้องหน้านาง แววตาจิ้งจอกหายไปเหลือเพียงความเยือกเย็น "เจ้าคิดว่า 'ของจริง' จะถูกวางไว้บนชั้นให้เจ้าหยิบง่ายๆ หรือไง? บันทึกคดีตระกูลเซี่ยที่เจ้าอยากเห็นน่ะ ถูกเก็บไว้ใน 'ชั้นลับใต้ดิน' ซึ่งมีเพียงฮ่องเต้และหัวหน้าองครักษ์เสื้อแพรเท่านั้นที่มีกุญแจ"หัวใจของอวิ๋นซีกระตุกว
اقرأ المزيد
บทที่ 6: ท่ามกลางกองเพลิงแค้น และแผ่นหลังที่พึ่งพิง
บทที่ 6: ท่ามกลางกองเพลิงแค้น และแผ่นหลังที่พึ่งพิงความมืดในห้องบรรทมตำหนักกงหรงดูจะอึดอัดกว่าทุกคืน เซี่ยอวิ๋นซี นั่งกอดเข่าอยู่บนพรมผืนเดิม สายตาจับจ้องที่ม้วนคัมภีร์ด้ายดำราวกับจะใช้ไฟในดวงตาเผามันให้มอดไหม้ ชื่อของ 'อัครเสนาบดีหลี่มู่เฉิน' เด่นหราอยู่บนหน้ากระดาษที่บันทึกคำสั่งประหารชีวิตคนในตระกูลเซี่ยเจ็ดชั่วโคตรเขาสินะ... ผู้ที่เป็นต้นคิดในการใส่ร้ายว่าท่านพ่อลักลอบส่งแผนที่ค่ายทหารให้แคว้นศัตรูนางเหลือบมองไปยังหลังม่านกั้นห้องบรรทม ที่ซึ่ง หลี่เฟยหลง พำนักอยู่ ชายผู้นี้มีสายเลือดเดียวกับฆาตกรที่ฆ่าครอบครัวนาง เขาเป็นหลานชายแท้ๆ ที่หลี่มู่เฉินฟูมฟักมาเพื่อให้เป็นฐานอำนาจในวังหลวงข้าควรจะฆ่าเขาเสียตอนนี้ดีไหม? หากเขาตาย... อัครเสนาบดีหลี่คงจะกระอักเลือดตายตามไปประหนึ่งถูกตัดแขนขานิ้วเรียวบางลูบคลำไปที่ปิ่นปักผมไม้เรียบๆ ที่นางเหลาจนคมกริบซ่อนไว้ในมวยผม แต่วินาทีที่นางขยับตัว ภาพเหตุการณ์ในคลังตำราใต้ดินก็ผุดขึ้นมา ภาพที่เขาเอาตัวเข้าแลกลูกศรเพื่อปกป้องนาง สัมผัสอุ่นๆ ที่เอว และสายตาที่เหมือนจะมองทะลุถึงวิญญาณ..."ถ้าจะฆ่าข้าด้วยปิ่นไม้โง่ๆ นั่น ข้าแนะนำให้เจ้าเอาไปเหลาใหม่ใ
اقرأ المزيد
บทที่ 7: ก้าวเข้าสู่ถ้ำเสือ... จวนอัครเสนาบดีหลี่
บทที่ 7: ก้าวเข้าสู่ถ้ำเสือ... จวนอัครเสนาบดีหลี่แสงตะวันยามเช้าสาดส่องผ่านรอยแยกของบานหน้าต่างไม้แกะสลัก ทอดเงายาวลงบนพื้นห้องบรรทมที่ยังคงหลงเหลือกลิ่นอายของเหตุการณ์ระทึกขวัญเมื่อคืน เซี่ยอวิ๋นซี ขยับกายลุกขึ้นจากพรมขนสัตว์ด้วยความรู้สึกหนักอึ้งในอก นางลอบมองกองฟืนที่ยังคงวางซ้อนกันอยู่ใต้เตาผิง คัมภีร์ด้ายดำซ่อนอยู่ในนั้น... ความลับที่อาจทำให้คนตระกูลหลี่พินาศ และอาจทำให้หัวของนางหลุดจากบ่าได้ทุกเมื่อ"ตื่นแล้วก็นั่งบื้ออยู่ทำไม? มาสวมฉลองพระองค์ให้เปิ่นหวังได้แล้ว"เสียงทุ้มต่ำของ หลี่เฟยหลง ดังมาจากหลังม่านบังตา เขาเดินออกมาในสภาพกึ่งเปลือยท่อนบน อวดแผ่นหลังกว้างที่มีรอยถลอกจางๆ จากอุบัติเหตุในคลังตำราใต้ดิน อวิ๋นซีรีบก้มหน้าลงพยายามไม่จดจ้องที่มัดกล้ามเนื้ออันสมบูรณ์แบบนั้น"ขอรับองค์ชาย... บ่าวจะรีบเดี๋ยวนี้"นางเดินเข้าไปหยิบฉลองพระองค์สีน้ำเงินเข้มปักลายพยัคฆ์คาบแก้วขึ้นมาประคองไว้ มือเรียวบางพยายามสวมเสื้อให้เขาอย่างระมัดระวัง ทว่าระยะห่างที่ใกล้กันจนสัมผัสได้ถึงไอความร้อนจากร่างกายของบุรุษเพศ ทำให้มือนางสั่นอย่างห้ามไม่ได้"มือสั่นเช่นนี้... เมื่อคืนเจ้านวดข้าหนักไป หรือว
اقرأ المزيد
บทที่ 8: รอยประทับที่หายไป... และใจที่เริ่มสั่นคลอน
บทที่ 8: รอยประทับที่หายไป... และใจที่เริ่มสั่นคลอนบนกิ่งไม้สูงใหญ่ที่บดบังด้วยใบหนาครึ้ม ความเงียบสงัดเข้าปกคลุมจน เซี่ยอวิ๋นซี ได้ยินแม้กระทั่งเสียงหัวใจของตัวเองที่เต้นโครมคราม ไม่ใช่เพียงเพราะความกลัวว่าองครักษ์จวนอัครเสนาบดีจะแหงนหน้าขึ้นมาสบตา แต่เป็นเพราะอ้อมแขนแข็งแรงของ หลี่เฟยหลง ที่โอบรัดเอวนางไว้แน่นจนแผ่นหลังของนางแนบชิดกับอกกว้างของเขา"นิ่งๆ เสี่ยวซี... ลมหายใจเจ้าดังจนจะปลุกคนทั้งจวนแล้ว" เฟยหลงกระซิบข้างหู กลิ่นจันทน์หอมจางๆ จากตัวเขาผสมกับกลิ่นอายเย็นเยียบของยามค่ำคืนทำให้นางรู้สึกมึนงงอย่างประหลาด"ก็องค์ชายเบียดบ่าวขนาดนี้... บ่าวจะหายใจสะดวกได้อย่างไรพะยะค่ะ" นางประท้วงเสียงแผ่ว พยายามขยับตัวออกห่างแต่นั่นกลับทำให้กิ่งไม้สั่นไหวจนใบไม้ร่วงหล่นลงสู่พื้น"บอกให้นิ่งไง!" เฟยหลงดุเสียงต่ำ พลางกระชับอ้อมกอดให้แน่นขึ้นจนนางแทบจะรวมเป็นเนื้อเดียวกับเขา "ถ้าเราตกลงไปตอนนี้ แผนที่ข้าวางไว้ทั้งหมดจะพังทลาย และหัวของเจ้า... จะเป็นของขวัญชิ้นต่อไปที่ข้ามอบให้ท่านอา"อวิ๋นซีเม้มริมฝีปากแน่น นางหยุดดิ้นรนและยอมให้เขาใช้ร่างเป็นเกราะกำบัง จนกระทั่งขบวนองครักษ์เดินผ่านไปทางทิศตะ
اقرأ المزيد
บทที่ 9: เดิมพันด้วยชีวิต... ท่ามกลางศัตรู
บทที่ 9: เดิมพันด้วยชีวิต... ท่ามกลางศัตรูเสียงดาบปะทะกันดังกึกก้องสะท้อนไปทั่วหอคอยทิศประจิม เซี่ยอวิ๋นซี ยืนนิ่งอยู่ริมหน้าต่างแคบๆ ความมืดของร่องระบายน้ำเบื้องล่างดูเหมือนหนทางรอดเพียงอย่างเดียว แต่นางกลับไม่อาจขยับขาออกไปได้ ภาพแผ่นหลังของ หลี่เฟยหลง ที่ยืนตระหง่านเผชิญหน้ากับทหารนับสิบเพียงลำพังเพื่อเปิดทางให้นางนั้น ติดตาตรึงใจจนความแค้นที่มีอยู่เริ่มสั่นคลอนหากเขาเป็นคนลงนามสังหารครอบครัวข้าจริง... เหตุใดเขาถึงต้องเอาชีวิตมาทิ้งเพื่อข้าที่นี่?"จับมันมาให้ได้! ใครปลิดชีพผู้บุกรุกได้ ข้ามีรางวัลอย่างงาม!" เสียงของ หลี่มู่เฉิน ตะโกนสั่งการอย่างเหี้ยมเกลี้ยมอวิ๋นซีมองเห็นเฟยหลงวาดลวดลายกระบี่อย่างดุดัน ท่วงท่าของเขาไม่ได้ดูอ่อนแอเหมือนองค์ชายเจ้าสำราญที่นางเคยรู้จัก ทุกท่วงท่าแฝงไปด้วยพลังทำลายล้าง ทว่าคนเพียงคนเดียวหรือจะต้านทานคนนับร้อยได้ตลอดลอดฝั่งกึก!ลูกศรดอกหนึ่งพุ่งถากต้นแขนของเฟยหลงจนเลือดสีแดงฉานซึมออกมาเปื้อนฉลองพระองค์สีดำ อวิ๋นซีใจหายวาบ นางตัดสินใจทิ้งโอกาสที่จะหนีเพียงลำพัง มือเรียวบางเอื้อมไปที่กลไกรูปหัวมังกรที่ซ่อนอยู่ข้างหน้าต่าง... กลไกที่นางสังเกตเห็นตั้งแ
اقرأ المزيد
استكشاف وقراءة روايات جيدة مجانية
الوصول المجاني إلى عدد كبير من الروايات الجيدة على تطبيق GoodNovel. تنزيل الكتب التي تحبها وقراءتها كلما وأينما أردت
اقرأ الكتب مجانا في التطبيق
امسح الكود للقراءة على التطبيق
DMCA.com Protection Status