“เร็วเข้า รีบขึ้นเกวียนเร็ว"ราวกับสัมผัสได้ถึงความพรั่นพรึงในใจของเหยียนลั่วหลี ชาวบ้านสามสิบกว่าคนต่างกระโจนขึ้นบนเกวียนวัวที่ยังบรรทุกของไม่เต็มพิกัด คนที่ขี่ม้าต่างก็กระโดดขึ้นหลังอาชาจับคู่กันสองคนต่อหนึ่งตัว เสียงแส้หวดลงบนหลังสัตว์พาหนะอย่างบ้าคลั่งวัวและม้าที่ตื่นตระหนกอยู่แล้วต่างส่งเสียงร้องดังระงมแล้วออกตัววิ่งตะบึงสุดฝีเท้า ล้อเกวียนหมุนวนรวดเร็วจนแทบจะไม่แตะพื้นดินกลุ่มคนขี่ม้าแบ่งออกเป็นสองชุด ชุดหนึ่งนำหน้า อีกชุดหนึ่งคอยระวังหลัง ขนาบข้างเกวียนวัวไว้ตรงกลาง เหยียนลั่วหลีควบม้านำหน้าขบวน ดวงตาสีเขียวเรืองรองมองฝ่าความมืดมิดได้ชัดเจนประดุจยามกลางวันทว่าเมื่อวิ่งออกมาได้เพียงไม่กี่ลี้ พื้นดินใต้ฝ่าเท้าก็เริ่มสั่นสะเทือนอย่างช้า ๆ ชายฉกรรจ์บนเกวียนต่างต้องพยายามดึงรั้งเชือกวัวเพื่อประคองเกวียนไม่ให้เสียหลักแรงสั่นสะเทือนมหาศาลปะทุขึ้นจากเบื้องหลัง ชาวบ้านต่างพากันหันกลับไปมอง ดวงตาของพวกเขาเบิกกว้างจนแทบจะถลนออกมาจากเบ้า ขากรรไกรสั่นกระทบกันดังกึก ๆ“พวกเจ้าดูนั่นสิ”“หมู่บ้าน หมู่บ้านของพวกเรา หมู่บ้านของพวกเราไม่มีอีกแล้ว”ชายคนหนึ่งลูบแก้มที่แข็งค้างพลางเค้นเสียงออ
Leer más