جميع فصول : الفصل -الفصل 90

395 فصول

80

เสียงหนึ่งตะโกนเรียกดังมาจากเบื้องหลัง เหยียนลั่วหลีชะงักฝีเท้าหันกลับไปมอง “มีธุระอันใดรึ”“เครื่องกรองน้ำบริสุทธิ์นั่น พวกเราทำสำเร็จแล้วขอรับ” จางตง บุตรชายคนเล็กของหัวหน้าหมู่บ้านซึ่งเดิมทีมีอาชีพเป็นช่างไม้ฝีมือดี เวลานี้เขาถูกเหยียนลั่วหลีมอบหมายให้เป็นหัวหน้าหน่วยช่างฝีมือเพื่อรังสรรค์อุปกรณ์ต่าง ๆ ตามที่นางต้องการ“โอ้ รวดเร็วนัก รีบนำทางข้าไปดูเถิด”เหยียนลั่วหลีฉายรอยยิ้มยินดี นางคาดไม่ถึงเลยว่าสติปัญญาของคนโบราณจะล้ำลึกถึงเพียงนี้ ลำพังนางเพียงแค่อธิบายหลักการและทฤษฎีเบื้องต้นให้ฟังเพียงไม่กี่ประโยค พวกเขาก็สามารถรังสรรค์มันออกมาเป็นรูปร่างได้จริง ๆ“ดูนี่ขอรับ รีบเทน้ำโคลนลงไปเร็วเข้า”ภายในลานบ้านกว้างขวาง มีกลุ่มคนยืนห้อมล้อมวัตถุประหลาดชิ้นหนึ่ง ชายผู้หนึ่งยกถังที่บรรจุน้ำโคลนขุ่นคลักเทลงไปในภาชนะทรงกรวยที่ทำจากไม้และดินเผา ภายในถูกบรรจุด้วยชั้นวัสดุต่าง ๆ ตามที่นางสั่งการ ผ่านไปเพียงชั่วอึดใจ ของเหลวใสก็เริ่มไหลซึมออกมาจากรูเล็ก ๆ ที่ก้นภาชนะเหยียนลั่วหลียื่นมือออกไปรองรับหยดน้ำใสนั้นขึ้นมา พลิกฝ่ามือมองดูหยดน้ำที่สะท้อนแสงแดดจนดูสะอาดหมดจด นางยกขึ้นมาดมกลิ่นใกล้จมูก
اقرأ المزيد

81

เมื่อเหยียนลั่วหลีควบม้าผ่านไป เสียงฝีเท้าม้าได้กระตุ้นสัญชาตญาณสัตว์ป่าของฝูงชนที่เดิมทีเงียบสงัด พวกเขาเริ่มพุ่งตัวออกมาอย่างโซซัดโซเซ หมายจะฉุดกระชากอาชาให้ล้มลง สายตาแต่ละคู่ดุร้ายดั่งสุนัขป่าที่หิวโหยจนคลุ้มคลั่งนี่มิใช่ผู้อพยพที่น่าเวทนาอีกต่อไปแล้ว ทว่ามันคือฝูงสัตว์ร้ายที่ไร้ซึ่งสติปัญญาโดยสิ้นเชิง เหยียนลั่วหลีสูดลมหายใจเข้าลึกด้วยความหนาวเหน็บ นางเข้าใจถ่องแท้แล้วว่าเหตุใดฮ่องเต้โฉดจึงลงมือทำเรื่องที่อำมหิตถึงเพียงนี้นี่คือการสละเมืองหลิ่งเป่ยเพื่อรักษาเมืองหลวงไว้ชัด ๆ ไม่ได้การ นางต้องเร่งเดินทางไปเตือนหวงจงให้เร็วที่สุด ผู้อพยพที่บ้าคลั่งเหล่านี้ห้ามปล่อยให้เล็ดลอดเข้าไปในเมืองแม้แต่คนเดียวมิเช่นนั้นหลิ่งเป่ยจะกลายเป็นนรกบนดินในชั่วข้ามคืน ทางเดียวคือต้องประกาศปิดเมืองและตั้งรับอย่างเข้มงวดที่สุดในทันที นางรั้งบังเหียนเบี่ยงหลบไปทางขวาเพื่อหลีกเลี่ยงการถูกล้อมกรอบ ก่อนจะควบม้าพุ่งทะยานเข้าไปในแนวป่ารกเพื่อหาทางลัดแนวป่าสองข้างทางเวลานี้ไม่อาจเรียกได้ว่าป่าอีกต่อไป มันคือดินแดนรกร้างว่างเปล่า ต้นไม้น้อยใหญ่ล้วนถูกถลกเปลือกจนขาวโพลน หรือไม่ก็ถูกโค่นลงเพื่อนำไปทำฟืนย่างเ
اقرأ المزيد

82

นางสูดลมหายใจเข้าลึกเพื่อสะกดกลั้นอารมณ์ “ฟังข้าให้ดี พญามังกรดินจะพลิกตัวภายในเวลาไม่เกินครึ่งเดือนนี้ หรืออาจจะเร็วกว่านั้น สิ่งที่พวกท่านทำได้ในเวลานี้ คือการนำคำแนะนำที่ข้าเคยให้ไว้กลับไปทบทวนและเตรียมการให้พร้อมที่สุด ขอให้พวกท่านโชคดี”นางก้าวเท้าออกจากห้องหนังสือทว่าก็มิวายหันกลับมาทิ้งท้าย“หากมีสิ่งใดไม่เข้าใจ จงมุ่งหน้าไปปรึกษาคนพรรคกระยาจกเสีย พวกเขาเตรียมการเรื่องนี้ได้ดีกว่าพวกท่านหลายเท่าตัวนัก”พูดจบเหยียนลั่วหลีก็เดินออกจากจวนเจ้าเมืองไปอย่างรวดเร็วโดยไม่สนใจเสียงเรียกขานของคนทั้งสอง นางมุ่งหน้าตรงไปยังพรรคกระยาจกในทันที“ท่านผู้อาวุโสเหยียนมาแล้ว ท่านทูตซ้าย ท่านผู้อาวุโสเหยียนเดินทางมาถึงแล้วขอรับ”เพียงแค่นางก้าวเดินเข้าสู่ถนนสายหลัก เสียงตะโกนเรียกขานก็ดังขึ้นไม่ขาดสาย เมื่อไปถึงหน้าจวนพรรคกระยาจก ทูตซ้ายก็ยืนรอรับนางอยู่ก่อนแล้ว“มีเหตุร้ายอันใดเกิดขึ้นรึ” นางเอ่ยถาม เวลาปกติการมาเยือนของนางหาได้รับการต้อนรับอย่างเอิกเกริกเช่นนี้ไม่ทูตซ้ายผู้มีบุคลิกเงียบขรึมไม่พูดมาก รีบคว้าแขนของเหยียนลั่วหลีลากไปที่มุมลับ “สายสืบของเรารายงานมาว่า อาเพศที่ท่านเคยเตือนไว้ บัดนี้
اقرأ المزيد

83

ทิ้งคนทั้งสามไว้ให้อาจารย์สวี่ที่กำลังง่วนอยู่กับการจัดเก็บตำราล้ำค่า เหยียนลั่วหลีก็รีบเดินจากไปทันที นางยังมีภารกิจที่สำคัญกว่านั้นรออยู่“เหอเฟิง มานี่หน่อย”นางกวาดสายตาหาอยู่พักใหญ่กว่าจะเจอตัว และรีบคว้าคอเสื้อเขาไว้ “สั่งการลงไปให้ตรวจตราทุกซอกทุกมุมของหมู่บ้านอย่างละเอียด จากนั้นให้ประกาศภาวะจำกัดเขต วางกำลังเฝ้าระวังทุกจุด ห้ามปล่อยให้คนนอกเล็ดลอดเข้ามาเป็นอันขาด”นางเงียบไปครู่หนึ่งก่อนจะเน้นย้ำเสียงเข้ม “และห้ามมิให้คนในหมู่บ้านก้าวเท้าออกไปข้างนอกแม้แต่คนเดียว”“รับทราบ ข้าจะไปจัดการเดี๋ยวนี้" เมื่อเห็นสีหน้าเคร่งขรึมอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อนของเหยียนลั่วหลี เหอเฟิงก็ไม่กล้าซักไซ้ให้เสียเวลา เขาเร่งรีบวิ่งออกไปสั่งการทหารยามในทันที“หัวหน้าหมู่บ้าน รอก่อน” “ท่านผู้อาวุโสเหยียน” จางเหลียงหันมามองด้วยความฉงน เหตุใดท่านผู้อาวุโสจึงดูรีบร้อนนักนับตั้งแต่เขามอบอำนาจสิทธิ์ขาดให้แก่นาง ตัวเขา เหอเฟิง และเหลียงต้าซาน ต่างก็ทำหน้าที่เป็นเพียงที่ปรึกษาคอยสนับสนุนอยู่ข้างหลังเท่านั้น เมื่อเห็นเหยียนลั่วหลีบริหารจัดการทุกอย่างได้อย่างไร้ที่ติ เขาก็แทบจะไม่ต้องออกโรงมาวุ่นวายเรื่องใดอ
اقرأ المزيد

84

ช่างน่าประหลาดนัก ไม่ได้ออกมานอกหมู่บ้านเพียงไม่นาน เหตุใดโลกภายนอกจึงเปลี่ยนแปลงไปถึงเพียงนี้ ลองมองดูต้นไม้และทุ่งหญ้าเหล่านั้นสิ นี่มันร่องรอยของการถูกลอบวางเพลิงชัด ๆ ตรงนั้นดำเป็นปื้น ตรงนี้ไหม้เกรียมเป็นแถบ ความพินาศย่อยยับปรากฏให้เห็นทุกหย่อมหญ้าดูเอาเถิด กระทั่งต้นไม้ใหญ่ยังถูกถลกเปลือกจนขาวโพลนราวกับถูกถลกหนังเลาะเอ็นออกไปก็ไม่ปาน ช่างเป็นการลงมือที่อำมหิตและเหี้ยมเกรียมเกินมนุษย์จริง ๆ“เหตุใดเจ้าจึงไม่เลือกเดินตามทางตามถนนของทางการเล่า” เซียวเย่หยางเอ่ยถามพลางชี้มือไปยังเส้นทางหลักที่อยู่ไกลออกไป “การเดินทางบนถนนของทางการมิใช่ว่าจะสะดวกสบายและรวดเร็วกว่าการดั้นด้นมาตามเชิงเขาที่กันดารเช่นนี้หรอกรึ”เหยียนลั่วหลีเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย มุมปากยกยิ้มอย่างมีเลศนัย “หากเจ้าอยากรู้ถึงเพียงนั้น เหตุใดไม่ลองควบม้าออกไปสำรวจดูด้วยตนเองเล่า”“ลองก็ลองสิ ข้าไม่เชื่อหรอกว่ามันจะมีอาถรรพ์อันใด” เซียวเย่หยางสบถอย่างไม่เชื่อสัญชาตญาณ เขาเร่งฝีเท้าอาชาสีขาวนวลพุ่งทะยานออกไปสู่ที่โล่งภายนอกทันทีเหยียนลั่วหลีมองตามหลังชายหนุ่มพลางกระตุกยิ้มบาง ๆ หึหึ เจ้าเด็กดื้อ หากไม่ปล่อยให้ไปเผชิญวิบากกรร
اقرأ المزيد

85

นางชี้มือไปยังเทือกเขาที่หนาทึบ พื้นที่รอบนอกเวลานี้ไม่มีที่ใดที่จะซ่อนตัวจากสายตาผู้อื่นได้เลยนอกจากดินแดนที่แห้งแล้งจนแตกระแหงแล้ว ยามนี้แม้แต่เชิงเขาก็ยังมีร่องรอยการเคลื่อนไหวของผู้อพยพปรากฏอยู่ทั่วไป ประชากรกว่าสามร้อยชีวิตในความดูแลของนาง จะหลบซ่อนตัวได้อย่างไรท่ามกลางทุ่งโล่งเช่นนี้เหยียนลั่วหลีไม่อยากจะจินตนาการเลยว่า หากหมู่บ้านถูกฝูงชนที่หิวโหยเหล่านั้นค้นพบ สภาพจะกลายเป็นขุมนรกบนดินที่น่าสยดสยองเพียงใดมนุษย์ที่ตกอยู่ในสภาวะจนตรอกมาเนิ่นนาน จิตใจย่อมบิดเบี้ยวและเปลี่ยนไป นางไม่เชื่อหรอกว่าผู้อพยพเหล่านั้นจะยอมอดตายโดยไม่หันมาแย่งชิงอาหารจากพวกนางเมื่อเส้นทางในป่าเริ่มลาดชันและขรุขระจนม้าไม่อาจเดินหน้าต่อไปได้ ทั้งสองจึงตัดสินใจลงจากหลังม้าแล้วเดินเท้าต่อ ลัดเลาะไปตามเส้นทางที่คดเคี้ยวสลับซับซ้อนอย่างเชื่องช้าเซียวเย่หยางมองดูเหยียนลั่วหลีที่ตวัดมีดสั้นสังหารงูพิษตัวเขื่องยาวกว่าสองจั้งด้วยท่วงท่าที่งดงามและแม่นยำ เขาก็อดไม่ได้ที่จะขนลุกซู่ ป่าลึกแห่งนี้ช่างเต็มไปด้วยสัตว์ร้ายและภยันตรายที่คาดไม่ถึงจริง ๆทว่ายิ่งมุ่งหน้าลึกเข้าไป ร่องรอยของสิ่งมีชีวิตอย่างไก่ป่า กระต่าย
اقرأ المزيد

86

ภายในหุบเขายังมีสายน้ำไหลผ่านจนเกิดเป็นลำธารสายย่อม แม้ในวันข้างหน้าจะมีฝนตกลงมาอย่างหนักจนน้ำหลาก ทว่าด้วยภูมิประเทศที่เป็นเนินสูงชันสลับที่ราบ น้ำย่อมไหลระบายได้รวดเร็วไม่เกิดอุทกภัยได้ง่าย ๆ ช่างเป็นดินแดนสวรรค์โดยแท้เพียงแต่บนเนินเขายังขาดพืชพรรณปกคลุมดิน เพื่อป้องกันการพังทลายของหน้าดินในระยะยาว นางจำต้องวางแผนปลูกไม้พุ่มเสริมความแข็งแกร่งเสียหน่อย ส่วนพื้นที่ราบเชิงเขานั้นกว้างขวางและราบเตียนพอที่จะจัดทำลานฝึกยุทธ์แห่งใหม่ได้อย่างสบายนางปรายตามองเซียวเย่หยางที่กำลังกระโดดโลดเต้นไปมาด้วยพลังงานที่ล้นเหลือ ก่อนจะเอ่ยปากสั่งการ “เจ้าจงรีบกลับไปตามเหอเฟิงมาพบข้าที่นี่สักรอบดีหรือไม่”นางคิดในใจว่ามีแรงงานฝีมือดีอยู่ข้างกาย หากไม่หยิบมาใช้งานให้เกิดประโยชน์ก็ช่างเสียของนัก วัน ๆ เจ้าเด็กนี่เอาแต่พล่ามเรื่องไร้สาระจนนางหูชาไปหมดแล้ว“เหตุใดจึงไม่เป็นท่านที่กลับไปเล่า” เซียวเย่หยางร้องประท้วงอย่างไม่เต็มใจที่ถูกชี้นิ้วสั่ง เมื่อนึกถึงภาพกลุ่มผู้อพยพที่บ้าคลั่งคล้ายสัตว์ร้ายที่เจอระหว่างทาง เขาก็อดไม่ได้ที่จะสั่นสะท้านไปทั้งร่างคนเหล่านั้นหาใช่คนธรรมดาไม่ เพียงแค่เห็นสิ่งมีชีวิตเคล
اقرأ المزيد

87

เมื่อนึกถึงฝูงผู้อพยพที่กระหายเลือดเหล่านั้น เหยียนลั่วหลียิ่งต้องระแวดระวังเป็นพิเศษ“ตัวใดที่คุมไม่อยู่ก็ให้จัดการเชือดเสีย แล้วแปรรูปเป็นเสบียงแห้ง ทุกครั้งที่มีการขนย้าย ข้าจะจัดวางกำลังคุ้มกันอย่างหนาแน่นที่สุด”“เหตุใดจึงต้องรัดกุมถึงเพียงนี้ เกิดเหตุอันใดขึ้นรึ” จางเหลียงสังเกตเห็นความเคร่งเครียดในน้ำเสียงของนาง“ผู้อพยพจากเมืองหลวงกำลังหลั่งไหลมาทางนี้อย่างบ้าคลั่ง ข้าสัมผัสได้ถึงกลิ่นอายแห่งอันตราย พวกเราต้องเคลื่อนย้ายอย่างเงียบเชียบที่สุด โดยเลียบไปตามชายป่าเชิงเขา แม้เส้นทางจะอ้อมไกลกว่าเดิม ทว่าความปลอดภัยต้องมาก่อนสิ่งอื่นใด”นางไม่อาจนำชีวิตของคนกว่าสามร้อยคนไปเสี่ยงเดิมพันกับความเมตตาที่ไม่มีอยู่จริงของฝูงชนที่หิวโหยได้“ข้าเข้าใจแล้ว พวกเจ้าทุกคนจงตื่นตัวให้มาก คอยดูแลเด็กและคนชราในบ้านให้ดี ผู้ใดบังอาจก่อเรื่องวุ่นวายหรือทำลายแผนการ ข้าจะขับไล่ออกจากหมู่บ้านทันที”จางเหลียงหรี่ตาลงพลางประกาศกร้าว หมู่บ้านเป่ยซานจะยอมให้ปลาเน่าเพียงไม่กี่ตัวมาทำให้แผนการล่มสลายไม่ได้เด็ดขาด“ท่านหัวหมู่บ้านวางใจเถิด ใครไม่ฟังคำสั่ง ข้าจะเป็นคนแรกที่จัดการมันเอง” “ขับไล่รึ น้อยไปสิ ต้
اقرأ المزيد

88

“เหยียนหยาจื่อ เหตุใดเจ้าจึงมาอยู่ที่นี่”“พี่ใหญ่ ข้ากำลังรอท่านอยู่น่ะขอรับ ข้ารู้อยู่แล้วว่าท่านกลับมาถึงจะต้องมุ่งหน้ามาที่นี่แน่นอน”เด็กน้อยเงยหน้าขึ้นฉายแววตาออดอ้อนขอความดีความชอบเหยียนลั่วหลีลูบศีรษะน้องชายเบา ๆ“ข้ารู้ดีว่าเจ้ามันแมวน้อยจอมหึงหวง รอให้ผ่านพ้นช่วงที่วุ่นวายนี้ไปก่อนเถิด พี่ใหญ่จะใช้เวลาอยู่กับเจ้าให้เต็มที่”นางเริ่มตระหนักได้ว่าตนเองอาจจะกำลังหลงลืมสิ่งสำคัญไป เดิมทีจุดประสงค์หลักที่นางทุ่มเททำงานหนักก็เพื่อให้เหยียนหยาจื่อได้เติบโตขึ้นในสภาพแวดล้อมที่ดีและปลอดภัย ทว่าเวลานี้นางกลับมัวแต่วุ่นวายกับงานส่วนรวมจนหลงลืมน้องชายตัวน้อยไปเสียสนิท“พี่ใหญ่มีภารกิจสำคัญต้องจัดการ ข้าเข้าใจดีขอรับ ข้าจะรอท่านอยู่ที่นี่ไม่ไปไหน” เหยียนหยาจื่อไม่มีท่าทีขุ่นเคืองแม้แต่น้อย เขารู้ดีว่าภาระที่พี่สาวแบกรับไว้นั้นหนักอึ้งเพียงใด เขาจะไม่ทำตัวเป็นภาระเพิ่มให้นางเด็ดขาดเหยียนลั่วหลีลูบหัวเขาด้วยความเอ็นดู“เจ้าบอดหลี่ ท่านจัดเตรียมข้าวของเสร็จสิ้นแล้วหรือไม่ ระลอกแรกนี้ข้าจะเป็นผู้นำทางพาท่านไปเอง”นางไม่ไว้วางใจให้ชายผู้นี้เข้าใกล้คนหมู่มากนัก มิใช่กังวลเรื่องตัวตนของเจ้าบอ
اقرأ المزيد

89

บนหลังม้าและเกวียนเล็ก ๆ เต็มไปด้วยจอบ เสียม เคียว และมีดพร้ามากมาย อุปกรณ์แผ้วถางทุกชิ้นที่สามารถรวบรวมได้ถูกนำติดตัวไปทั้งหมดขบวนบุกเบิกที่ยิ่งใหญ่ค่อย ๆ เคลื่อนตัวออกจากหมู่บ้าน ท่ามกลางสายตาที่เปี่ยมไปด้วยความหวังของชาวบ้านเป่ยซาน ร่างของพวกเขาทั้งหมดค่อย ๆ ลับตาหายไปในแนวป่าที่รกร้างอย่างช้า ๆ“ว้าว พวกเจ้าดูต้นไม้ต้นนี้สิ”เด็กหนุ่มรุ่นกระทงคนหนึ่งวิ่งถลาเข้าไปหาต้นไม้ริมทางด้วยความตื่นตาตื่นใจ ทว่าความตื่นเต้นนั้นกลับแปรเปลี่ยนเป็นความสลดหดหู่ในเวลาต่อมา ต้นไม้ใหญ่ที่ควรจะแผ่กิ่งก้านสาขาให้ร่มเงา บัดนี้กลับถูกลอกเปลือกออกจนเกลี้ยงเกลา เหลือเพียงลำต้นสีขาวโพลนดูแห้งเหี่ยวไร้ชีวิต“ในหมู่บ้านของเรา ต้นไม้ยังเป็นสีเหลืองแกมเขียวอยู่เลยนะ”กลุ่มเด็กวัยรุ่นที่ไม่เคยย่างกรายออกนอกเขตหมู่บ้านมาเนิ่นนาน ต่างพากันมองดูทุกสิ่งรอบกายด้วยความรู้สึกประหลาดใจกึ่งหวาดกลัวเมื่อสามปีก่อน พวกเขายังเป็นเพียงหัวผักกาดน้อยตัวกระเปี๊ยกที่มีผู้ใหญ่คอยประคับประคองและโอบอุ้ม มีหรือที่จะเคยเผชิญกับภาพเหตุการณ์ที่สะเทือนขวัญเช่นนี้ในยามที่ภัยแล้งเริ่มมาเยือนคราวแรก หมู่บ้านเป่ยซานยังพอจะประคองตัวอยู่ไ
اقرأ المزيد
السابق
1
...
7891011
...
40
امسح الكود للقراءة على التطبيق
DMCA.com Protection Status