جميع فصول : الفصل -الفصل 100

395 فصول

90

นางรักอิสระปานนกอินทรี การถูกกักขังอยู่ในหมู่บ้านเล็ก ๆ คอยดูแลฝูงชนนับร้อยมีหรือที่นางจะพึงใจ ทว่าเมื่อคืนที่คณะผู้นำหมู่บ้านดั้นด้นมาหาและคุกเข่าร้องไห้อ้อนวอนว่าหมู่บ้านขาดนางไม่ได้ สุดท้ายนางก็ใจอ่อนยอมอยู่ต่อ มิใช่เพราะความเมตตาอันล้นพ้น ทว่าเวลานี้นางเองก็ยังไร้ซึ่งจุดหมายที่แน่ชัดนางรู้ตัวดีว่าตนเองมีนิสัยเห็นแก่ตัวอยู่บ้าง หากวันใดที่นางตัดสินใจจะไปจริง ๆ ต่อให้คนทั้งหมู่บ้านมาคุกเข่าขวางทาง นางก็ย่อมสะบัดก้นจากไปได้โดยไม่ไยดีชาวบ้านและเด็กหนุ่มในขบวนเมื่อได้ยินความจริงข้อนี้เข้า ก็รู้สึกราวกับมีสายฟ้าฟาดลงกลางใจ พวกเขาไม่อาจจินตนาการได้เลยว่าหมู่บ้านเป่ยซานจะเป็นเช่นไรหากไร้ซึ่งเงาของเด็กหนุ่มในชุดดำผู้นี้มิเพียงแต่ความเจริญรุ่งเรืองที่เห็นในวันนี้ ทว่าความอยู่รอดของเผ่าพันธุ์และลูกหลานเมื่อสามปีก่อน ก็ล้วนเป็นนางที่ฉุดกระชากพวกเขากลับมาจากประตูนรกทั้งสิ้น“ตุ้บ”พริบตานั้น ชายฉกรรจ์และเด็กหนุ่มทุกคนต่างพร้อมใจกันทรุดตัวลงคุกเข่ากับพื้นดินที่แตกระแหง“ท่านผู้อาวุโส ท่านผู้อาวุโสเหยียน โปรดอย่าทอดทิ้งพวกเราเลย”“ใช่แล้วขอรับ ต่อไปพวกเราจะเชื่อฟังคำสั่งอย่างเคร่งครัด หากท่
اقرأ المزيد

91

“พอดีระหว่างทางมีเรื่องให้ต้องสะสางเล็กน้อยน่ะ” เหอเฟิงยิ้มแห้ง ๆ ตอบรับพลางสั่งให้คนเริ่มลำเลียงสัมภาระและอุปกรณ์ทำมาหากินลงจากหลังม้า“โก่วตั้น เหอสุ่ย พวกเจ้าก็มาด้วยรึ”เซียวเย่หยางเลิกคิ้วประหลาดใจ เหตุใดเหยียนลั่วหลีถึงได้หอบหิ้วเจ้าพวกหัวผักกาดน้อยเหล่านี้มาด้วยกันหมด เด็กหนุ่มทั้งสามฝืนยิ้มตอบอย่างขัดเขิน ก่อนจะก้มหน้าลงนิ่งเงียบไม่ยอมปริปากเอ่ยคำใด ท่าทางดูมีลับลมคมในแปลก ๆเกิดเรื่องอันใดขึ้นกันแน่ เซียวเย่หยางเกาหัวแกรก ๆ ด้วยความฉงน เมื่อหันไปเห็นเหยียนลั่วหลีที่ยืนอยู่ไกลออกไป เขาจึงรีบสาวเท้าเข้าไปประจบประแจงทันที“หึหึ มาแล้วรึ เดินทางมาเหนื่อย ๆ พักผ่อนเสียหน่อยเถิด”เขาปรี่เข้าไปรับแส้ม้าจากมือนางพลางเริ่มบีบนวดไหล่และทุบขาให้อย่างเอาอกเอาใจ ขาทองคำก้อนใหญ่เช่นนี้ ข้าต้องเกาะไว้ให้แน่นที่สุด ใบหน้าที่เคยดุดันและท่าทางที่อยากจะท้าสู้กับฟ้าดินเมื่อครู่มลายหายไปสิ้นราวกับเป็นคนละคน“ทำไม เลิกก่นด่าข้าในใจแล้วรึ”เหยียนลั่วหลีปรายตามองบุรุษที่กำลังประจบสอพลออยู่เบื้องหลัง นางพิจารณาเครื่องหน้าอันหมดจดของเขาแล้วก็ลอบพยักหน้า ในเมื่อหน้าตาใช้ได้ ข้าจะยอมรับน้ำใจอันจอมปลอมน
اقرأ المزيد

92

หากเหยียนลั่วหลีสร้างความดีความชอบมหาศาลและได้รับการแต่งตั้งอย่างเป็นทางการ การสร้างเมืองลับแลเช่นนี้ก็ถือเป็นแผนการที่ชาญฉลาดนักขณะที่เขากำลังจมอยู่ในความคิด จู่ ๆ ก็ถูกศอกของเหยียนลั่วหลีถุ้งเข้าที่หน้าอกจนเกือบหงายหลัง“บอกข้ามาสิ กฎเกณฑ์การตั้งตนเป็นใหญ่นั้นเป็นอย่างไร”เซียวเย่หยางดึงสติกลับมา “กฎเกณฑ์อันใดรึ” “อย่ามาทำเป็นไขสือ” “ข้า ข้าเองก็ไม่ค่อยจะกระจ่างแจ้งในเรื่องพวกนี้นักหรอก หากท่านอยากรู้จริง เหตุใดไม่ลองไปถามท่านเจ้าเมืองหวงดูเล่า” เขาพยายามเลี่ยงบาลีอย่างแนบเนียนเหยียนลั่วหลีจ้องมองเขาด้วยสายตาที่ลึกล้ำก่อนจะสะบัดหน้าจากไป เจ้าหมาป่าตาขาว กินข้าวของข้ามานับปี พอถึงเวลาสำคัญกลับทำตัวไร้ประโยชน์เสียได้เซียวเย่หยางรู้สึกจุกจนพูดไม่ออก หากข้าล่วงรู้ว่าวันหนึ่งความรู้ในตำราจะมีความสำคัญถึงเพียงนี้ ข้าคงจะตั้งใจศึกษาเล่าเรียนให้มากกว่านี้ไปนานแล้ว เขาตะโกนเรียกตามหลังพลางวิ่งกวดไปช่วยงานจัดเก็บพื้นที่อันดับแรกคือการถอนรากถอนโคนวัชพืชและเกลี่ยดินให้เรียบแน่น โชคดีที่บริเวณรอบข้างมีหินอยู่มากมาย นางจึงสั่งให้แบ่งกำลังคนส่วนหนึ่งไปทำหน้าที่สกัดหินกรวด อีกส่วนหนึ่งก็ช่วยก
اقرأ المزيد

93

เขามองตามแผ่นหลังที่เดินห่างออกไปพลางพึมพำกับตนเอง“นั่นมัน พี่ภรรยาของเจ้านะเซียวเย่หยาง”ชายหนุ่มไม่เคยรู้สึกซาบซึ้งกับคำว่ามองหญิงงามใต้แสงตะเกียงได้ลึกซึ้งเท่านี้มาก่อนในอดีตยามที่ยังเยาว์วัย เคยได้ยินบรรดาคุณชายเสเพลในเมืองหลวงพล่ามถึงเรื่องความงามของสตรีที่ดูเย้ายวนยิ่งขึ้นภายใต้แสงสลัวของโคมไฟ ยามนั้นเขาหาได้ใส่ใจไม่เขาเคยคิดในใจว่า หากในยามกลางวันยังดูไม่งาม แสงไฟเพียงน้อยนิดจะไปช่วยสิ่งใดได้ ทว่าเวลานี้“เพียะ”เขายกมือขึ้นตบแก้มตนเองอย่างแรงหนึ่งฉาด “เซียวเย่หยางเอ๋ยเซียวเย่หยาง นั่นคือพี่ภรรยาของเจ้านะ ห้ามคิดฟุ้งซ่าน ห้ามเด็ดขาด”เขาพึมพำย้ำเตือนตนเองเป็นสิบ ๆ รอบ ทว่ากลับไม่อาจสลัดภาพรอยยิ้มนั้นออกจากหัวได้ เขาจึงได้แต่เดินคอตกหดหู่กลับเรือนด้วยสภาพหมดอาลัยตายอยากเมื่อกลับถึงลานบ้าน เห็นเหยียนลั่วหลีและเหยียนหยาจื่อกำลังนั่งปรึกษาหารือกันอย่างใกล้ชิด เขาก็ยิ่งรู้สึกผิดบาปในใจจนต้องรีบมุดหนีเข้าห้องนอนไปทันที แผ่นหลังพิงบานประตูที่ปิดสนิทพลางพ่นลมหายใจออกมาอย่างแรง“เจ้านั่นเป็นอะไรของมัน”เหยียนหยาจื่อเกาหัวด้วยความฉงน“หรือว่าเขาจะได้รับความกระทบกระเทือนทางจิตใจมา”“ผ
اقرأ المزيد

94

อาชาสีนิลตัวเขื่องก้าวเดินนำหน้าอย่างมั่นคงเพื่อเปิดทาง บนหลังม้านั้นมีร่างเล็กในชุดสีดำสนิทของเหยียนลั่วหลีนั่งตัวตรงแน่ว สายตาคมกริบกวาดมองไปรอบด้านเพื่อระแวดระวังภัยท่ามกลางเสียงล้อเกวียนวัวที่บดเบียดกับพื้นดินและก้อนหิน ชาวบ้านบนเกวียนต่างพากันนิ่งเงียบไร้ซึ่งเสียงสนทนา ทารกในห่อผ้ายังคงหลับสนิทด้วยฤทธิ์ยา ขณะที่บรรดาคนชราและเด็กโตต่างพากันจ้องมองทัศนียภาพสองข้างทางที่แสนรกร้างด้วยความหดหู่ พวกเขาต่างพากันปกปิดใบหน้าและโอบกอดอาวุธในอ้อมอกไว้แน่นหากจะเรียกว่าอาวุธก็ดูจะเกินจริงไปสักนิด เพราะมันเป็นเพียงไม้พลองที่ถากปลายจนแหลมคม หรือไม่ก็เป็นเพียงก้อนหินขนาดพอดีมือที่ถูกฝนจนสากเท่านั้นรอบเกวียนวัวทั้งสี่เล่ม มีชายฉกรรจ์ร่างกำยำกว่ายี่สิบนายเดินอารักขาอยู่อย่างหนาแน่น ในมือของพวกเขาถือทั้งดาบและหอกยาว ดวงตาแต่ละคู่แฝงรังสีแห่งการเข่นฆ่า กล้ามเนื้อแขนและขาขยับเขยื้อนตามจังหวะก้าวเดินอย่างตื่นตัวในคราวนี้ เกวียนวัวที่มีอยู่ถูกนำมาใช้งานจนหมดสิ้น ทว่าก็ยังดูจะน้อยเกินไปเมื่อเทียบกับจำนวนคน เกวียนแต่ละเล่มจึงอัดแน่นไปด้วยคนชราที่เคลื่อนไหวลำบากและเด็กทารก ส่วนเด็กที่มีอายุขึ้นมาหน่อย
اقرأ المزيد

95

บรรดาผู้เฒ่าที่อยู่บนเกวียนต่างชะโงกหน้ามองด้วยความตื่นเต้น เมื่อเห็นว่าเป็นคนคุ้นเคยที่ล่วงหน้ามาก่อน ทุกคนต่างก็มีใบหน้าที่เปี่ยมล้นไปด้วยความสุขทว่ายังคงจำกัดการส่งเสียงตามกฎที่ตั้งไว้ เหอเฟิงที่วิ่งออกมารับเห็นสภาพเนื้อตัวมอมแมมของคนชราและเด็ก ๆ ก็รู้สึกจุกในอก“เร็วเข้า เข้ามาข้างในเถิด”ฝูงชนร่วมร้อยชีวิตช่วยกันประคองเกวียนวัวเลี้ยวเข้าสู่แนวป่าทึบ เดินต่อไปอีกไม่ถึงหนึ่งเค่อก็เข้าสู่บริเวณหุบเขา ทันทีที่ก้าวพ้นแนวเขา ความเย็นสดชื่นจากแหล่งน้ำธรรมชาติก็พุ่งเข้าปะทะใบหน้าของทุกคน“ดีเหลือเกิน ประเสริฐแท้ ฮ่า ๆ ๆ”เมื่อเห็นความอลังการของเนินเขาที่ถูกจัดระเบียบจนเริ่มเป็นรูปเป็นร่าง ชาวบ้านหลายคนถึงกับหลั่งน้ำตาออกมาด้วยความตื้นตันใจ บางคนถึงกับทรุดตัวลงคุกเข่าโขกศีรษะขอบคุณฟ้าดินไม่หยุดหย่อน“ระลอกหน้าให้พวกข้าเปลี่ยนเวรไปรับแทนดีหรือไม่” เหอเฟิงรีบปรี่เข้ามาปรึกษาเหยียนลั่วหลี เขาต้องการให้คนกลุ่มแรกได้พักผ่อนและสลับกำลังคนเพื่อให้งานรุดหน้าต่อไปโดยไม่สะดุดเหยียนลั่วหลีมองดูเนินเขาที่ยามนี้วัชพืชถูกกำจัดจนเกลี้ยงเกลา มีกลุ่มเด็กหนุ่มกำลังช่วยกันถมหินกรวดเพื่อยึดหน้าดิน และกำแพง
اقرأ المزيد

96

คำกล่าวที่ว่าคนมากพลังย่อมมหาศาลนั้นมิได้เกินจริงเลย เพียงเวลาไม่ถึงสองเค่อ เกวียนวัวก็ถูกสุมไปด้วยห่อสัมภาระที่บรรจุธัญพืชไว้จนเต็มกระทั่งลูกหมู ไก่ เป็ด และสุนัขเฝ้าบ้าน ล้วนถูกมัดปากและพันธนาการไว้อย่างแน่นหนาก่อนจะถูกยกขึ้นไปวางบนเกวียนผักแห้ง เนื้อตากแห้ง และข้าวของเบ็ดเตล็ดถูกจัดวางอย่างเป็นระเบียบเรียบร้อยบนหลังม้าจนกระทั่งเกวียนวัวส่งเสียง เอี๊ยด อ๊าด ประท้วงน้ำหนักที่มหาศาล พวกเขาจึงจำต้องหยุดมือ“พอแล้ว ๆ บรรจุลงไปมากกว่านี้ไม่ได้แล้ว ไว้รอรอบถัดไปเถิด”เมื่อมองดูสัมภาระที่กองพะเนินอยู่หน้าหมู่บ้าน เวลานี้พวกเขาน่าจะขนย้ายไปได้เพียงหนึ่งในสามเท่านั้น ชาวบ้านรีบจูงวัวและม้าที่กินอิ่มหนำสำราญเข้าเทียมเกวียนทันที“ออกเดินทางได้”สิ้นเสียงตะโกนขบวนก็เริ่มเคลื่อนตัว ชายฉกรรจ์กลุ่มใหญ่แบกสัมภาระไว้บนบ่าและหลังเดินตามไปติด ๆ ในยามวิกฤตเช่นนี้ มนุษย์ย่อมสามารถรีดเค้นพลังออกมาได้มากมาย วัวแก่ที่เพิ่งกินอิ่มมีพละกำลังเหลือเฟือ มันลากเกวียนที่สูงพะเนินดุจภูเขาเล็กรุดหน้าไปอย่างรวดเร็วชายหนุ่มหลายสิบคนเดินโอบล้อมขบวนรถไว้อย่างระแวดระวัง พวกผู้อพยพเหล่านั้นมิได้โง่เขลา หลังจากตรากตร
اقرأ المزيد

97

เหยียนลั่วหลีตะโกนข่มขวัญด้วยเสียงอันทรงพลัง นางคว้าดาบเล่มโตโยนพุ่งไปข้างหน้าอย่างแรง ดาบเล่มนั้นปักลึกลงไปในพื้นดินจนมิด เหลือเพียงพู่ประดับด้ามดาบสีแดงสดที่โบกสะบัดตามแรงลมอย่างท้าทายท่ามกลางเสียงปลายดาบที่จมลึกพุ่งทะลวงดินหนาทึบ ทั้งสองฝ่ายต่างตกอยู่ในความเงียบงัน ไร้ซึ่งผู้ใดกล้าแม้แต่จะหายใจเสียงดัง เหลียงต้าซานและพรรคพวกต่างตกตะลึงในพละกำลังนั้น ทว่าในใจกลับเปี่ยมไปด้วยความภาคภูมิใจ บรรดาเด็กหนุ่มในขบวนต่างพากันจ้องมองแผ่นหลังของเด็กหนุ่มในชุดดำบนหลังม้าด้วยสายตาเทิดทูนบูชานี่แหละคือท่านผู้อาวุโสเหยียนของพวกเรา ข่าวลือเรื่องความเก่งกาจของท่านผู้อาวุโสเหยียนนั้นขจรขจายไปทั่ว ตั้งแต่ผู้เฒ่าผมขาวไปจนถึงเด็กน้อยที่เพิ่งหัดเดินในหมู่บ้านเป่ยซาน ไม่มีผู้ใดไม่รู้จักชื่อเสียงเรียงนามของท่านโดยเฉพาะกลุ่มเด็กหนุ่มเหล่านี้ที่เคยผ่านการเคี่ยวกรำอย่างหนักหน่วงจากมือของนางมาแล้ว ทั้งการบุกป่าฝ่าดงและลุยน้ำข้ามลำธาร พวกเขาล้วนผ่านพ้นมาหมดสิ้น ทว่าด้วยวัยที่กำลังคึกคะนองและเต็มไปด้วยความกระตือรือร้น มีหรือจะยอมสยบให้ผู้อื่นได้ง่าย ๆที่ว่าเก่งกาจนักหนา เก่งเพียงใดกันเชียว ก็แค่แรงเยอะกว่าคน
اقرأ المزيد

98

ลูกธนูสุดท้ายพุ่งปักกลางหลังผู้อพยพคนสุดท้ายที่พยายามจะวิ่งหนี ร่างนั้นล้มกลิ้งไปบนพื้นก่อนจะสงบนิ่งไป เป็นอันสิ้นสุดการต่อสู้“เป็นอย่างไร ตกตะลึงจนเสียสติไปหมดแล้วรึ”เหยียนลั่วหลีนั่งตัวตรงบนหลังม้า เมินเฉยต่อความพินาศรอบกาย ชาวบ้านหลายสิบคนต่างได้รับบาดเจ็บเล็ก ๆ น้อย ๆ พวกเขาได้แต่ยืนนิ่งงันมองดูภาพนองเลือดตรงหน้าโดยไม่ยอมปริปากพูด“หรือมีผู้ใดในที่นี้ คิดว่าข้าทำเกินกว่าเหตุ”นางถามด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย ทว่าในใจกลับแฝงไปด้วยความคาดหวัง หากคนเหล่านี้เป็นพวกมีจิตใจอ่อนแอจนแยกแยะมิตรศัตรูไม่ได้ นางย่อมพร้อมที่จะพาน้องชายและคนสนิทแยกตัวจากไปในทันที จิตใจมนุษย์ยากแท้หยั่งถึง ข้าพร่ำสอนพวกเจ้ามาสามปี จะไม่ก้าวหน้าขึ้นเลยรึ“ไม่ขอรับ ท่านผู้อาวุโสมิได้ทำผิด” เหอสุ่ยชูดาบที่ชุ่มโชกไปด้วยเลือดขึ้นเหนือศีรษะพลางตะโกนก้อง เลือดในกายของเขาพลุ่งพล่านจนถึงขีดสุด“ท่านผู้อาวุโสทำถูกต้องแล้ว หากพวกมันไม่ตาย ย่อมเป็นพวกเราที่มอดม้วย”“ถูกต้อง ใครจะรู้ว่าหากปล่อยพวกมันไป พวกมันจะไปส่งข่าวเรียกพวกมาเพิ่มหรือไม่”“พวกมันสมควรตาย ผู้ใดที่คิดจะชิงของของพวกเรา มันต้องตาย”หูตั้นและโก่วตั้น รวมถึงกลุ่มเ
اقرأ المزيد

99

“พี่ต้าซานรึ” “ใช่พี่ต้าซานจริง ๆ ด้วย”“อึก ข้าเอง เหลียงต้าซาน” เขาครางออกมาด้วยความเจ็บปวดเมื่อรู้ว่าเป็นพวกเดียวกัน ชาวบ้านในหุบเขาก็วิ่งกรูออกมาพร้อมคบเพลิง หัวหน้าหมู่บ้านจางเหลียงใช้ไม้เท้าก้าวเข้ามาอย่างรวดเร็ว แสงไฟจากคบเพลิงเผยให้เห็นใบหน้าซีดเผือดและรอยเลือดของเหลียงต้าซานจนทุกคนตกใจ ตอนนี้ทุกคนในหุบเขารู้สึกหวาดหวั่นในใจเป็นอย่างมาก การที่เหลียงต้าซานกลับมาทั้งที่บาดเจ็บเช่นนี้คงไม่ใช่เรื่องดีแน่ แล้วคนอื่น ๆ ล่ะอยู่ที่ไหนหมดแล้ว“เร็วเข้า ประคองเขาไว้”“รีบพาเข้าหุบเขาเร็ว”“ไม่” เหลียงต้าซานขืนตัวไว้ จากนั้นก็พูดต่อไปว่า“ท่านหัวหน้าหมู่บ้าน รีบส่งคนไปสมทบเร็วเข้า พวกเราถูกผู้อพยพลอบโจมตีระหว่างทาง ท่านผู้อาวุโสเหยียนสั่งให้แบ่งกำลังส่วนหนึ่งคุ้มกันชาวบ้านที่เหลือให้ดี ส่วนที่เหลือให้ตามไปช่วยขนสัมภาระกลับมา คืนนี้ท่านผู้อาวุโสจะย้อนกลับไปหมู่บ้านเพื่อขนของระลอกสุดท้ายให้หมด”เหลียงต้าซานเลียริมฝีปากที่แห้งผาก พลางกระแอมไอ “แล้วกำชับชาวบ้านให้ระวังทั้งผู้อพยพและพญามังกรดิน ดูเหมือนจะมีคนจับตาดูพวกเราอยู่ และพญามังกรดินจะพลิกตัวภายในหนึ่งถึงสองวันนี้ หรือเร็วกว่านั้น ผู
اقرأ المزيد
السابق
1
...
89101112
...
40
امسح الكود للقراءة على التطبيق
DMCA.com Protection Status