All Chapters of เส้นทางรักขององค์ชายถูกทิ้ง กับเด็กหญิงชาวนา: Chapter 1 - Chapter 10

395 Chapters

ตอนที่ 2 ซากศพเดินได้

ยามมองดูคนรอบกายที่ค่อย ๆ หลับใหลไปทีละคน เหยียนลั่วหลีกลับไร้ซึ่งความง่วงงุนใด ๆ นั่นก็เพราะนางมิใช่เหยียนลั่วหลีคนเดิมอีกต่อไป แม้จะใช้ชื่อแซ่เดียวกัน ทว่าแท้จริงแล้วนางคือดวงวิญญาณที่ทะลุมิติมา เมื่อมองดูสภาพแวดล้อมรอบกาย เหยียนลั่วหลีได้แต่นิ่งอึ้งไปเนิ่นนาน เรื่องบัดซบเยี่ยงนี้ตกมาใส่หัวนางได้อย่างไรกันชาติก่อนนางเป็นถึงหน่วยรบพิเศษหญิงมาสิบปี เพิ่งจะปลดประจำการ เมื่อทนเสียงรบเร้าของเพื่อนร่วมทีมไม่ไหวจึงไปฉลองที่บาร์ ดื่มสุราไปเพียงไม่กี่ขวดก็เมามายไม่ได้สติ ไฉนพอตื่นขึ้นมาถึงได้มาโผล่ในสถานที่แห่งนี้ได้เล่า“เฮ้อ”นางกระชับอ้อมแขนที่กอดร่างเด็กชายในอกให้แน่นขึ้นอีก จากนี้ไป ข้าก็คือเหยียนลั่วหลี ข้าจะเลี้ยงดูน้องชายผู้นี้ให้เติบใหญ่เป็นอย่างดี พอคิดได้ดังนั้น ร่างกายที่เดิมทีหนักอึ้งก็พลันเบาสบายขึ้นมาทันตา อาการอึดอัดแน่นหน้าอกที่มีก่อนหน้านี้หายไปแล้ว หรือนี่จะเป็นความปรารถนาสุดท้ายของเจ้าของร่างเดิมกันแน่ยามก้มมองเด็กชายในอ้อมแขนที่ซูบผอมเสียจนแทบเหลือแต่กระดูก นางก็นึกสงสาร อายุแปดขวบปี ทว่ากลับมีขนาดตัวเท่ากับเด็กห้าขวบเท่านั้น ทั้งหมดนี้ล้วนเป็นฝีมือของพวกปลิงดูดเลือดเห
Read more

ตอนที่ 3 หนีเอาชีวิตรอด

ผู้เฒ่าเหยียนมือไม้สั่นเทา ล้วงเอากระบอกไม้ไผ่บรรจุน้ำออกมาจากสาบเสื้อขาดวิ่นที่สวมซ้อนทับกันหลายชั้น เขาดื่มนำไปก่อนหนึ่งอึก แล้วจึงส่งต่อให้หญิงชรา หญิงชราดื่มเสร็จก็ส่งต่อให้บิดาไม่ได้เรื่อง ถัดจากบิดาไม่ได้เรื่องจึงตกถึงมือเหยียนหยาจื่อ และสุดท้ายก็คือเหยียนลั่วหลีเหยียนลั่วหลีรู้ดีแก่ใจว่า การที่นางมีน้ำตกถึงท้อง ล้วนเป็นอานิสงส์จากเหยียนหยาจื่อทั้งสิ้น ท่ามกลางสายตาเคียดแค้นของแม่เลี้ยงที่แทบจะขบกรามตนจนแหลกละเอียด เหยียนลั่วหลีก็ยกกระบอกน้ำขึ้นจิบไปหนึ่งอึกเช่นกัน ยามนี้จะมามัวแสร้งทำมารยาอ่อนแอไม่ได้แล้ว วันละอึกเจ้าจะดื่มหรือไม่เล่า หากไม่ดื่มก็ถือว่าช่วยประหยัดน้ำให้ผู้อื่นไปยามกระบอกน้ำตกมาอยู่ในมือ เหยียนลั่วหลีก็กะน้ำหนัก และรู้ได้ทันทีว่ายังมีน้ำเหลืออยู่อีกราวครึ่งกระบอก นี่คือน้ำต่อลมหายใจของคนทั้งครอบครัว ทุกคนนั่งล้อมวงกัน ยามนี้ไม่มีผู้ใดมีแก่ใจมานั่งหาเรื่องโวยวายอีกแล้ว ยังจะมีเรี่ยวแรงเหลือไปเอะอะอันใดอีก สู้เก็บแรงเอาไว้เดินทางต่อยังจะดีเสียกว่า ทว่าขณะที่กำลังหยุดพักอยู่นั้น เบื้องหน้าก็พลันเกิดเสียงอึกทึกขึ้น“มีคนมา มีคนมาแล้ว ทหาร ทหารมาช่วยพวกเราแล้ว”กลุ
Read more

ตอนที่ 4 ป่าที่เต็มไปด้วยอันตราย

รุ่งสาง บนถนนสายหลักพลันมีเสียงแผดร้องโหยหวนดังขึ้น จากนั้นก็บังเกิดความโกลาหลวุ่นวายขึ้น ทว่ายามนี้ ภายในป่าทึบอันเงียบสงบ ร่างเล็กจ้อยสองร่างกำลังนอนหลับใหลเอาศีรษะอิงแอบกัน เสียงวิหคยามเช้าส่งเสียงร้องสลับสูงต่ำขับขาน“ติ๋ง” เสียงหยดน้ำหล่นกระทบดังก้องอยู่ข้างหูเหยียนลั่วหลีลืมตาอันคมกริบขึ้นมาประดุจพยัคฆ์ตื่นจากการหลับใหล นางชะงักงันไปครู่หนึ่งกว่าจะดึงสติกลับคืนมาได้เต็มที่ เมื่อก้มมองดูเหยียนหยาจื่อที่นอนหลับตาพริ้มอย่างสงบสุขในอ้อมแขน ภายในใจก็พลันอ่อนยวบลง จากนี้ไปพวกเขาคือพี่น้องจะต้องคอยดูแลพึ่งพาซึ่งกันและกันแล้ว เหยียนลั่วหลีผู้นี้หาได้ตัวคนเดียวในโลกหล้าอีกต่อไปเมื่อหวนนึกถึงเรื่องราวแต่หนหลังขึ้นมา ใบหน้าของเหยียนลั่วหลีก็ฉายแววคะนึงหาอยู่ชั่วครู่ เอาเถิด วันเวลาเหล่านั้นก็ปล่อยให้มันปลิวลอยไปกับสายลมก็แล้วกัน ยามนี้นางเป็นได้เพียงเหยียนลั่วหลีในยุคโบราณแห่งนี้เท่านั้น“ท่านพี่”เหยียนหยาจื่อลืมตาขึ้นมา มองดูพี่สาวที่มีใบหน้าเรียบเฉยอย่างรู้สึกแปลกตาไปบ้าง ทว่าสองมือเล็ก ๆ กลับกอดรัดร่างของเหยียนลั่วหลีเอาไว้แน่น อย่างไรเสียพี่สาวย่อมเป็นพี่สาวของเขาอยู่วันยังค่ำ“ตื่น
Read more

ตอนที่ 5 อันตรายมาเยือน

“ท่านพี่ นึกไม่ถึงเลยว่าในภูเขาแห่งนี้จะมีของกินมากมายถึงเพียงนี้”เหยียนหยาจื่อกัดผลไม้สีเขียวในมือดังกร้วม ช่างหวานกรอบอร่อยนัก เขาไม่เคยคาดคิดเลยว่าจะมีวันสุขสบายเช่นนี้ ก่อนหน้านี้ยามที่หนีภัยแล้ง แค่มีของตกถึงท้องก็นับว่าดีมากแล้ว ผลไม้สดใหม่หอมหวานเยี่ยงนี้ยิ่งไม่ต้องคิดว่าจะไปหามากินได้จากที่ใดกันสองพี่น้องนั่งเอนกายอยู่ใต้ร่มไม้ รอบกายเต็มไปด้วยกองผลไม้ป่าที่เหยียนลั่วหลีไปเสาะหามาได้ ไม่สิ ต้องเรียกว่าดงผลไม้เลยต่างหาก บนต้นไม้เบื้องหน้าเต็มไปด้วยลูกสาลี่น้อยใหญ่ห้อยระย้า แต่ละลูกขนาดใหญ่เท่ากำปั้นเหยียนลั่วหลีกินอย่างเบิกบานใจ ร่างกายนี้ไม่ได้บำรุงมาเสียนาน ตลอดทางที่รอนแรมมา แม้แต่การขับถ่ายยังแทบจะนับครั้งได้“ครานี้ข้าจะให้เจ้ากินจนอิ่ม ให้หนำใจไปเลย”ผ่านไปเพียงหนึ่งวันเต็ม สีหน้าของทั้งสองก็ดูดีขึ้นมาก ริมฝีปากไม่แห้งแตกจนเลือดซิบอีกต่อไป ใบหน้าที่เคยซูบซีดก็เริ่มดูมีน้ำมีนวลขึ้นมาบ้าง เหยียนลั่วหลีรู้ดีแก่ใจว่านี่เป็นเพราะร่างกายขาดน้ำมาเนิ่นนาน เมื่อได้รับน้ำหล่อเลี้ยงอย่างกะทันหันจึงแสดงผลลัพธ์เช่นนี้นางยกมือขึ้นลูบคลำพวงแก้มที่ยังคงซูบตอบ และเรือนผมที่แห้งกรังของ
Read more

6

“เขาจะต้องอยู่แถวนี้แหละ ค้นให้ทั่ว”น้ำเสียงแหบพร่าดุดันดังขึ้นด้านนอกถ้ำ เหยียนหยาจื่อกลั้นหายใจด้วยความหวาดกลัว เกรงว่าตนจะเผลอส่งเสียงร้องออกไป แต่เหยียนลั่วหลีกลับเพียงหรี่ตาลงมองเหตุการณ์ไม่ได้มาตามหาพวกเขาหรอก น้ำเสียงเช่นนี้ฟังดูก็รู้ว่าเป็นมือสังหารที่เข่นฆ่าผู้คนมานับไม่ถ้วนสัญชาตญาณจากอาชีพเดิมที่ทำมาตลอดสิบปีนั้น ทำให้เหยียนลั่วหลีเริ่มวิเคราะห์สถานการณ์อย่างรวดเร็ว คนกลุ่มนี้มีแปดคน บาดเจ็บเล็กน้อยสามคน บาดเจ็บสาหัสสองคน ส่วนอีกสามคนที่เหลือไร้รอยขีดข่วน อาวุธในมือฟังจากเสียงกระทบกันก่อนหน้านี้ก็รู้ว่าไม่ใช่ของธรรมดาสามัญ ฝีเท้าหนักแน่นมั่นคงบ่งบอกถึงวรยุทธ์ที่ไม่ธรรมดา จังหวะก้าวเดินพร้อมเพรียง และมีระเบียบวินัย ไม่ต้องบอกก็รู้ว่าเป็นกองกำลังที่ถูกฝึกฝนมาโดยเฉพาะผู้ใดกันนะที่ถูกตามล่ามาถึงที่นี่ เหยียนลั่วหลีลูบปลายคางอย่างใช้ความคิด หรือว่าจะมีคนแอบลักลอบเข้ามาในอาณาเขตของนางโดยที่นางไม่ทันสังเกต สีหน้าของนางเริ่มเคร่งเครียดขึ้นมา หุบเขาแห่งนี้ไม่ว่าซอกหลืบเล็กหรือใหญ่ นางล้วนสำรวจดูล่วงหน้ามาหมดสิ้นแล้ว ดูท่าจะมีคนลอบเข้ามาอย่างเงียบเชียบจริง ๆทิศทางที่คนกลุ่มนี้ตา
Read more

7

นางยื่นมือไปหาเหยียนหยาจื่อที่กำลังมองเด็กหนุ่มอย่างพินิจพิเคราะห์ ทว่ารออยู่นานเขาก็ยังไม่ขยับเขยื้อนเมื่อเห็นใบหน้าใสซื่อบริสุทธิ์ของเหยียนหยาจื่อที่มองมาที่ตน เหยียนลั่วหลีก็ถึงกับปวดขมับ“เจ้าเด็กคนนี้นี่ หรือว่าเจ้าอยากจะอยู่เฝ้าเขาไปอีกหลายวัน”ดูหน้าก็รู้ว่าคนผู้นี้เป็นตัวนำโชคร้าย หากให้ติดตามพวกนางไปด้วย คงไม่แคล้วมีเรื่องวุ่นวายตามมาเป็นแน่“ท่านพี่ ช่วยเขาหน่อยไม่ได้หรือขอรับ”เหยียนหยาจื่อจับชายเสื้อของพี่สาวเขย่าไปมา พลางจ้องมองนางด้วยสายตาเว้าวอน หากเหยียนหยาจื่อล่วงรู้ว่าในภายภาคหน้าเด็กหนุ่มผู้นี้จะมาแย่งชิงความรักของพี่สาวไปจากเขา เกรงว่าเขาคงแทบอยากจะเชือดคอเด็กหนุ่มทิ้งเสียเดี๋ยวนี้เลยก็ได้แต่ประเด็นสำคัญคือ เหยียนลั่วหลีแพ้ทางคนอ้อนเสียด้วยสิ น้องชายมาออดอ้อนปานนี้ จะไม่ใจอ่อนได้อย่างไร ช่วยก็ช่วย คนของตนจะให้ทำเยี่ยงไรได้เล่า ก็ตามใจเขาไปสิทั้งสองช่วยกันลากร่างเด็กหนุ่มที่สลบไสลไม่ได้สติไปยังภูเขาอีกลูกหนึ่งอย่างทุลักทุเล มีตัวถ่วงเช่นนี้ เกรงว่าช่วงสองสามวันนี้คงไม่สามารถลงจากเขาได้แล้วตลอดทางต้องคอยกลบร่องรอย กว่าจะหาสถานที่หลบซ่อนตัวที่มิดชิดได้ก็ปาเข้าไปปล
Read more

8

“ได้ ๆ ไม่เหมือนกันก็ไม่เหมือนกัน ข้าไปทำของอร่อยให้เจ้ากินดีกว่า”พูดจบนางก็หิ้วสัตว์ป่าบนพื้นแล้วเดินออกจากถ้ำไปเหยียนหยาจื่อมองดูเด็กหนุ่มที่มีใบหน้าซีดเผือดพลางทายาให้ ปากก็บ่นพึมพำเสียงเบา“ก็มันไม่เหมือนกันนี่ พี่ใหญ่เป็นของข้าต่างหาก”“เปรี๊ยะ เปรี๊ยะ”ภายในถ้ำเงียบสงัด มีเพียงเสียงฟืนแตกปะทุ และเสียงน้ำมันจากเนื้อสัตว์หยดลงในกองไฟที่ดังซู่ซ่ามาเป็นระยะ เหยียนหยาจื่อลอบกลืนน้ำลาย เขามองซ้ายทีขวาที ทว่ากลับไม่กล้าจ้องมองไก่ย่างตรง ๆเหยียนลั่วหลีก็ไม่ได้พูดอะไรให้เขารู้สึกเสียหน้า เด็กก็ต้องมีท่าทีสมวัยเยี่ยงเด็กสิ เฝ้าดูท่าทางตะกละตะกลามเช่นนี้ไปเงียบ ๆ ไม่ดีหรอกหรือ นางไม่อยากทำตัวเป็นยายเฒ่าคอยจู้จี้จุกจิกเรื่องนั้นเรื่องนี้ที่จริงเหยียนลั่วหลีก็ไม่กล้าพูดออกไปหรอก เกรงว่าเดี๋ยวเด็กน้อยจะกระโดดโลดเต้นโวยวายขึ้นมาอีก ท่ามกลางความเงียบสงบ จู่ ๆ ก็มีเสียงหนึ่งดังทำลายความเงียบขึ้นมา“อือ ที่นี่คือที่ใด”เซียวเย่หยางฟื้นขึ้นมาก็เห็นเพียงถ้ำที่มืดสนิท ไม่สิ ยังมีผู้คนและแสงไฟ หรือว่าเขาจะถูกคนพวกนั้นจับได้เสียแล้ว เขารีบหยัดกายลุกขึ้นนั่ง“ซี้ด”ความเจ็บปวดที่หน้าอกบอกให้รู้ว่าน
Read more

9

 เสียงฝีเท้าที่แว่วมาแต่ไกลเริ่มดังใกล้เข้ามาเรื่อย ๆ เหยียนลั่วหลีหลับตาลงรวบรวมสมาธิ ดูเหมือนว่าประสาทสัมผัสของนางช่วงหลายวันนี้จะเฉียบคมขึ้นไม่น้อย ไม่เสียแรงที่หมั่นวิ่งขึ้นลงเขาเพื่อฝึกฝนร่างกาย แม้ยามนี้จะยังไม่อาจเทียบเคียงกับความเร็วในอดีตได้ ทว่าการจะสังหารคนเหล่านี้ก็ถือว่าเกินพอ ในป่าทึบเช่นนี้ เหยียนลั่วหลีผู้นี้แหละคือนักล่าโดยกำเนิดนางไม่เคยประมือกับนักฆ่าในยุคโบราณมาก่อน ทว่าจากการสังเกตในช่วงหลายวันนี้ ก็พอจะเดาทาง และประเมินฝีมือของพวกมันได้คร่าว ๆ หากนางสามารถฟื้นฟูพละกำลังให้กลับมาอยู่ในจุดสูงสุดได้ คนพวกนี้ก็เป็นได้เพียงแค่มดปลวกเท่านั้น เพียงแต่ยามนี้พละกำลังของนางยังฟื้นฟูได้ไม่ถึงครึ่ง ระมัดระวังตัวไว้ก่อนจะดีกว่าเหยียนลั่วหลีไม่เคยประมาทคู่ต่อสู้คนใด นี่คือเหตุผลสำคัญที่ทำให้นางสามารถเอาชีวิตรอด และถอนตัวออกมาได้อย่างปลอดภัยตลอดระยะเวลาสิบปีที่ผ่านมาหลายวันมานี้นางลอบปั่นหัวพวกมัน แถมยังสั่งสอนไปบ้างเล็กน้อย เหตุใดถึงไม่รู้จักประเมินกำลังตนแล้วล่าถอยไปเสียเล่า เดิมทีนางวางดาบละเว้นการฆ่าฟันแล้วเชียว ทว่านี่กลับมีคนมารนหาที่ตายเอง
Read more

10

เวลาผ่านไปหลายจิบชา เมื่อเห็นว่ายังไร้ความเคลื่อนไหว บุรุษหน้ากากดำก็ลอบสบถด่าในใจ คนผู้นี้ช่างเรียนรู้วิชาของพวกเขามาได้ถ่องแท้เสียจริงการสังหารคนอย่างไร้ร่องรอยคือหนึ่งในเหตุผลสำคัญที่ทำให้หอพญายมของพวกเขาเป็นที่หวาดหวั่นของชาวยุทธ์ นึกไม่ถึงเลยว่าวันนี้จะมีคนที่ใช้วิธีการนี้ได้แนบเนียนยิ่งกว่าพวกตนเองเสียอีกเหยียนลั่วหลีอยากจะบอกเหลือเกินว่า น้องชายเอ๋ย ลูกไม้ตื้น ๆ พวกนี้ของพวกเจ้า ข้าเล่นจนเบื่อแล้ว คิดจะหนีงั้นรึมองดูบุรุษสวมหน้ากากดำที่กำลังทะยานร่างหนีไป เหยียนลั่วหลีก็หยัดกายลุกขึ้น นึกจะไปก็ไป เจ้าไม่ไว้หน้าข้าเลยนี่หลายวันก่อนหน้านี้ เจ้ามัวไปมุดหัวอยู่ที่ใดมา บุรุษหน้ากากดำทะยานร่างไปได้ไกลนับสิบจั้ง เมื่อเห็นว่าเบื้องหลังยังคงไร้ความเคลื่อนไหวก็เริ่มผ่อนคลายความระแวดระวัง ดูท่าอีกฝ่ายเพียงแค่อยากจะตักเตือนพวกเขาเท่านั้นกระมัง“อึก”ความเจ็บปวดแล่นริ้วมาจากท่อนขา เขาเสียหลักร่วงหล่นลงมาจากกลางอากาศ สิ่งที่พุ่งทะยานไปเบื้องหน้าคือก้อนหินขนาดเท่านิ้วหัวแม่มือที่อาบไปด้วยเลือดสด ๆ ขาของเขาถูกเจาะทะลุเสียแล้วม
Read more
PREV
123456
...
40
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status