เส้นทางรักขององค์ชายถูกทิ้ง กับเด็กหญิงชาวนา

เส้นทางรักขององค์ชายถูกทิ้ง กับเด็กหญิงชาวนา

last updateปรับปรุงล่าสุด : 2026-06-30
ภาษา: Thai
goodnovel18goodnovel
คะแนนไม่เพียงพอ
395บท
5.9Kviews
อ่าน
เพิ่มลงในห้องสมุด

แชร์:  

รายงาน
ภาพรวม
แค็ตตาล็อก
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป

เหยียนลั่วหลี ทหารหน่วยรบพิเศษจากศตวรรษที่ 21 กลับมาจากการทำภารกิจพิเศษ แต่แทนที่จะได้ฉลอง เธอกลับไปดื่มที่บาร์ ก่อนจะตื่นขึ้นมาในยุคโบราณที่เต็มไปด้วยสงคราม รูปร่างของเธอผอมโซและซีดเซียว สถานที่แห่งนี้กลายเป็นสถานที่วุ่นวายที่เต็มไปด้วยหมาป่าและเสือ ภัยพิบัติทางธรรมชาติและหายนะที่มนุษย์สร้างขึ้นทำให้เธอต้องพลัดถิ่น เหยียนลั่วหลี ตั้งใจหนีขึ้นเหนือ ตั้งรกรากบนชายแดนที่รกร้างและสะสมทรัพย์สมบัติ จักรพรรดิที่ฉ้อฉล จักรวรรดิที่แตกแยก และขุนศึกที่อาละวาด บางทีฉันควรจะเป็นจักรพรรดินีเสียเอง แต่เดี๋ยวก่อน ผู้ชายที่ฉันเก็บมามาเนี่ยหล่อขึ้นตั้งแต่เมื่อไหร่กันนะ? เซียวเย่หยางทรุดตัวลงร้องไห้ ในที่สุดทรราชหญิงก็เห็นความจริ

ดูเพิ่มเติม

บทที่ 1

ตอนที่ 1 เกือบกลายเป็นอาหาร

ยามค่ำคืนริมถนนสายหนึ่งที่สว่างไสวไปด้วยกองไฟน้อยใหญ่ที่ถูกจุดขึ้น เสียงผู้คนดังจอแจเซ็งแซ่ แทรกด้วยเสียงเด็กร้องไห้งอแงเพราะความหิว ท่ามกลางความวุ่นวายเหล่านั้น เหยียนลั่วหลีได้สติคืนมาแล้ว นางได้ยินเสียงร้องไห้ของน้องชาย ทว่านางกลับไม่กล้าลืมตามอง ด้วยกลัวว่าหากลืมตาขึ้นมา จะพบว่าตนเองยังติดอยู่ในสถานที่อันโหดร้ายดุจขุมนรกแห่งนี้ ตอนนี้นางไม่อาจยอมรับความจริงที่ว่า นางทะลุมิติมาอยู่ในร่างของเด็กหญิงชาวนาที่มีชื่อแซ่เดียวกันกับนาง

กลุ่มผู้อพยพกำลังหยุดพัก ทว่ากลับไร้ซึ่งวี่แววของการหุงหาอาหาร ทุกคนต่างเอาแต่จ้องมองกองไฟด้วยแววตาเลื่อนลอย แสงสว่างที่ตกกระทบลงบนใบหน้าเผยให้เห็นร่องรอยของความเหนื่อยล้า และแววตาที่สิ้นหวัง ชวนให้ผู้ที่พบเห็นรู้สึกสลดหดหู่

“โครกคราก”

เด็กน้อยผอมโซจนเหลือเพียงหนังหุ้มกระดูกยกมือขึ้นกุมหน้าท้องแบนราบของตน ร่างเล็กนอนอิงแอบสตรีผู้หนึ่ง ริมฝีปากแห้งผากขยับเปิดออกอย่างยากลำบาก

“ท่านแม่ ข้าหิว” สิ้นเสียงนั้น ร่างเล็กก็หอบหายใจเฮือกใหญ่ราวกับคนใกล้ขาดใจ

สตรีที่กำลังเหม่อลอยพลันได้สติ นางกระชับอ้อมกอดรัดเด็กน้อยไว้แน่น น้ำตารื้นขึ้นมาเต็มดวงตาที่ทอดมองไปยังคนสองสามคนที่นั่งอยู่ข้างกองไฟ ก่อนจะเอ่ยปลอบโยนเสียงแผ่ว

“เจ้าอดทนเอาไว้ก่อนนะ หลับเสียเถิด พอหลับแล้วเจ้าก็จะไม่หิวอีก”

เด็กน้อยฟังเสียงเพลงกล่อมเด็กที่มารดาฮัมเบา ๆ แล้วผล็อยหลับไปในที่สุด เมื่อหลับใหล ความหิวโหยก็มลายหายไป รอบกายไม่มีผู้ใดกล้าขยับตัว และไม่มีผู้ใดอยากจะสูญเสียเรี่ยวแรงไปกับการขยับตัวแม้แต่น้อย

อากาศในเดือนเจ็ดเพิ่งย่างเข้าสู่ฤดูร้อน ขยับกายเพียงนิดเหงื่อก็ไหลชุ่มโชกท่วมตัวแล้ว หากเป็นยามปกติก็คงไม่กระไรนัก อดทนเพียงนิดย่อมผ่านพ้นไปได้

ทว่าปัญหาใหญ่คือภัยแล้งที่ต่อเนื่องยาวนานกว่าสองปีแล้ว ผู้คนยามนี้แทบอยากจะเลียหยาดเหงื่อที่ไหลรินตามร่างกายเพื่อดับกระหาย จู่ ๆ บริเวณใกล้ชายป่าก็มีเสียงแหลมเล็กดังแทรกขึ้นมา

“ท่านแม่ นังเด็กเหลือขอนี่คงไม่ได้ตายไปแล้วจริง ๆ หรอกนะเจ้าคะ”

เด็กหญิงผิวเหลืองซีด ผมเผ้าแห้งกรังขดตัวเข้าหาผู้เป็นแม่ราวกับหวาดกลัว พลางมองดูเด็กชายอีกคนที่กำลังตระกองกอดร่างไร้สติของเด็กสาวบนพื้นไว้แน่น เขาร้องไห้จนไร้เสียงสะอื้น ได้แต่กอดร่างนั้นไว้ไม่ยอมปล่อย นางก็แค่เตะไปเพียงทีเดียวเท่านั้น ปกติก็เห็นทนไม้ทนมือได้ดีมิใช่หรือ เหตุใดครานี้แค่เตะเบา ๆ กลับล้มฟุบลงไปกองกับพื้นเสียได้

 นางออกแรงน้อยกว่าปกติเสียอีกนะ เพราะตัวนางเองก็ไม่มีเรี่ยวแรงจะไปรังแกใครแล้วเช่นกัน ทว่ารออยู่นาน อีกฝ่ายก็ยังไม่ลุกขึ้น พอเอื้อมมือไปอังจมูกดูกลับพบว่าไม่มีลมหายใจแล้ว สตรีผู้มีใบหน้าแหลมราวกับลิงปรายตามองเด็กสาวที่นอนไม่ได้สติอยู่บนพื้น แล้วพูดขึ้นว่า

“ตายก็ตายไปสิ จะได้ไม่ต้องเปลืองข้าวสุกมาคอยเลี้ยงดู”

ผู้คนที่นั่งล้อมกองไฟล้วนสงบนิ่ง ไม่ว่าจะเป็นคนหนุ่มสาวหรือคนชราต่างมีสีหน้าเย็นชาไร้ความรู้สึก เมื่อเห็นไม่มีผู้ใดเอ่ยปากคัดค้าน สตรีผู้นั้นก็ลอบกระหยิ่มยิ้มย่องในใจ

หากเป็นผู้ที่รู้ตื้นลึกหนาบางมาได้ยินเข้า คงด่าทอสาปแช่งเป็นการใหญ่ ที่นางกล้าพูดว่าคอยเลี้ยงดู แม่เลี้ยงผู้นี้ วัน ๆ หากไม่ดุด่าก็ทุบตี ซ้ำยังปล่อยให้นางอดมื้อกินมื้อ ลองดูเด็กสาววัยสิบห้าปีผู้นี้เถิด ร่างกายผอมแกร็นราวกับเด็กอายุสิบปี เพียงแค่ลมพัดแผ่วเบาก็แทบจะปลิวล้มลงไปแล้ว หากมิใช่เพราะเห็นแก่หน้าตาสะสวยที่พอจะนำไปขายแลกเงินได้ในอีกสองปีข้างหน้า แม่เลี้ยงใจยักษ์ผู้นี้คงทรมานนางหนักกว่านี้เป็นแน่

ขณะที่นางกำลังกลัดกลุ้มว่าจะจัดการกับร่างไร้วิญญาณนี้อย่างไร จู่ ๆ ก็มีเงาร่างหนึ่งพุ่งพรวดออกมาจากความมืดด้านข้าง ทำให้ผู้คนที่กำลังเหม่อลอยสะดุ้งตกใจจนต้องรีบคว้าห่อสัมภาระมากอดไว้แน่น

“โอ้ เด็กคนนี้สิ้นลมแล้วรึ”

ผู้มาเยือนเอ่ยปากถาม เผยให้เห็นฟันเหลืองเขรอะเต็มปากพร้อมกลิ่นเหม็นเน่าโชยมาแต่ไกล เสื้อผ้าขาดวิ่นบนร่างไม่อาจปกปิดผิวเนื้อที่สกปรกมอมแมมได้แม้แต่น้อย หลายคนจ้องมองชายตรงหน้าด้วยความระแวดระวัง ดูท่าแล้วผู้มาเยือนคงไม่ได้มาดีเป็นแน่ เมื่อเห็นว่าไม่มีผู้ใดสนใจ ชายผู้นั้นก็เริ่มร้อนรน รีบโบกไม้โบกมือพลางเอ่ยขึ้นว่า

“พี่ชาย ข้านำเงินมาส่งให้พวกท่านนะ”

ส่งเงินรึ พอได้ยินคำนี้ ในที่สุดผู้คนก็เริ่มมีปฏิกิริยาตอบสนอง ชายชราหรี่ดวงตาที่ฝ้าฟางจ้องมองชายแปลกหน้าเขม็ง ราวกับคาดเดาท่าทีเช่นนี้ไว้แล้ว ชายผู้นั้นจึงเอ่ยต่อด้วยน้ำเสียงฉะฉาน

“ก็เด็กคนนี้อย่างไรเล่า ขอแลกกับเงินหนึ่งตำลึงเป็นเช่นไร” เขาพยักพเยิดไปทางร่างของเด็กสาวบนพื้น นัยน์ตาสะท้อนแววละโมบออกมาอย่างไม่ปิดบัง

“เจ้าจะเอาหลานสาวข้าไปทำอันใด” ชายชราเค้นเสียงแหบพร่าเอ่ยถาม ท่าทีลนลานเล็กน้อยของเขาทำให้ชายผู้นั้นลอบกระหยิ่มใจ

ในยุคข้าวยากหมากแพงเช่นนี้ ร่างคนตายจะเอาไปทำสิ่งใดได้อีกเล่า นอกเสียจากนำไปเป็นเสบียง ชายผู้นั้นปรายตามองไปยังกองไฟที่อยู่ไม่ไกลนัก ชายฉกรรจ์ร่างกำยำหลายคนกำลังถือบางสิ่งเคี้ยวกินอย่างตะกละตะกลาม

“เห็นตรงนั้นหรือไม่เล่า”

กินเนื้อคน

เมื่อกลุ่มคนเพ่งมองไปยังกลุ่มคนนั้น และเห็นการกระทำของพวกเขาก็ถึงกับอกสั่นขวัญแขวน นี่ นี่มันกินเนื้อคนจริง ๆ ด้วย ดูชายฉกรรจ์ผู้นั้นสิ ในมือยังถือท่อนขาของมนุษย์อยู่เลย ผู้คนที่แอบลอบฟังอยู่ด้านข้าง บางคนที่ขวัญอ่อนถึงกับพะอืดพะอม สีหน้าปั้นยากคล้ายจะอาเจียนออกมา ชายแปลกหน้ากวาดสายตามองกลุ่มคนด้วยรอยยิ้มเย็นเยียบ

“อย่าได้เล่นตัวไปหน่อยเลยน่า อย่างไรเสียก็เป็นแค่ศพเด็กผู้หญิงคนหนึ่ง ถือเสียว่านี่คือความกตัญญูครั้งสุดท้ายที่นางมอบให้พวกท่านก็แล้วกัน”

ขณะที่หลายคนกำลังลังเล สตรีผู้นั้นก็อ้าปากเตรียมตอบตกลง ทว่ากลับถูกผู้เฒ่าขัดขวางไว้เสียก่อน ผู้คนรอบข้างต่างจับจ้องมองมา หากตกลงง่ายดาย แล้ววันข้างหน้าคนสกุลเหยียนอย่างพวกเขาจะเอาหน้าไปไว้ที่ใดกัน ทว่าพวกเขาล้วนมีแต่คนชรา และสตรี น้ำน้อยย่อมแพ้ไฟ สถานการณ์ในยามนี้ช่างกลืนไม่เข้าคายไม่ออกเสียจริง หากชายผู้นั้นเข้ามาเจรจาอย่างลับ ๆ ละก็ พวกเขาคงพยักหน้าตอบตกลงไปเสียตั้งนานแล้ว

แต่เวลานี้ เด็กชายที่ได้สติกลับคืนมาเพราะเสียงเอะอะโวยวาย กลับยิ่งตระกองกอดร่างของพี่สาวเอาไว้แน่น สายตาจ้องเขม็งไปยังชายชรา ปากก็ตะโกนร้องไห้ไม่หยุด

“ไม่เอา ข้าไม่ให้ขายพี่สาวข้านะ”

“เฮ้อ เหยียนหยาจื่อ เจ้า” ชายชราที่กำลังจนปัญญา พอได้ยินคำพูดของเด็กชาย นัยน์ตาก็พลันฉายแววคำนวณผลประโยชน์ ทว่าขณะกำลังจะอ้าปากเอ่ยคำ กลับถูกเสียงครางแผ่วเบาขัดจังหวะขึ้นเสียก่อน

“อือ ข้าอยู่ที่ใดกัน”

เด็กสาวที่เดิมทีสิ้นลมไปแล้วกลับเปล่งเสียงแหบพร่า ศีรษะเล็กค่อย ๆ เงยขึ้น การเคลื่อนไหวเชื่องช้าไร้เรี่ยวแรงราวกับคนใกล้หมดลมหายใจไปได้ทุกเมื่อ

ชายฟันเหลืองมองดูเด็กสาวที่ฟื้นคืนสติ ก็รู้ได้ทันทีว่าหมดหวังแล้ว พวกเขายังไม่กล้าจับคนเป็น ๆ มาชำแหละกินอย่างโจ่งแจ้ง จึงได้แต่สะบัดแขนเสื้อเดินจากไปอย่างหัวเสีย

เหยียนลั่วหลีที่แอบลอบสังเกตการณ์อยู่อย่างเงียบ ๆ เห็นดังนั้นก็ลอบถอนหายใจด้วยความโล่งอก โชคดีที่นางฟื้นกลับมาได้ทันท่วงที หาไม่แล้วคงได้กลายเป็นอาหารลงท้องของพวกเดรัจฉานไปเป็นแน่

“เดี๋ยวสิ อย่าเพิ่งไป นี่ เจ้า”

สตรีที่เพิ่งจะโวยวายเมื่อครู่มองตามแผ่นหลังของชายที่เดินห่างออกไปด้วยความเสียดาย ก่อนจะทิ้งตัวลงนั่งกระแทกพื้นด้วยความขัดใจ เมื่อเห็นว่าไม่มีผู้ใดสนใจ นางก็เริ่มตีโพยตีพาย

“โธ่ ชีวิตข้าช่างอาภัพนัก คนทั้งตระกูลไม่ว่าจะแก่หรือหนุ่มล้วนต้องพึ่งพาข้าให้คอยจัดการ สวรรค์มีตาบ้างหรือไม่” นางทั้งตบต้นขาฉาดใหญ่ ทั้งกอบกำฝุ่นดินขึ้นมาสาดกระจาย ราวกับกำลังเปิดฉากแสดงงิ้วโรงใหญ่

ขณะที่เหยียนลั่วหลีกำลังลอบชมงิ้วฉากนี้อย่างสนุกสนาน ด้านข้างก็พลันมีเสียงกระแอมไอดังขึ้น ชายชราที่สำลักฝุ่นดินฟุ้งกระจายรีบเอ่ยปากห้ามปราม

“สะใภ้ใหญ่ พอได้แล้ว”

เมื่อเห็นบิดาสามีถลึงตามองมาด้วยโทสะ สตรีผู้นั้นก็ไม่กล้ากำเริบเสิบสานอีก นางตวัดสายตามองเหยียนลั่วหลีอย่างเคียดแค้น ก่อนจะเดินปึงปังไปทิ้งตัวนั่งลงห่าง ๆ เด็กหญิงที่เพิ่งจะร้องเสียงหลงเมื่อครู่ลอบมองเหยียนลั่วหลีด้วยใบหน้าซีดเผือดหวาดผวา ก็เห็นอยู่ชัด ๆ ว่านางหมดลมหายใจไปแล้วมิใช่หรือ

เหยียนลั่วหลีคล้ายจะล่วงรู้ว่าเด็กหญิงผู้นั้นกำลังจ้องมองตนอยู่ จู่ ๆ นางก็นึกสนุกแสร้งถลึงตาแยกเขี้ยวใส่ ทำเอาเด็กหญิงตกใจกลัวจนปล่อยโฮ เบียดกายเข้าหามารดาทันที จนสตรีผู้นั้นเกิดความรำคาญ และฟาดฝ่ามือใส่หลังบุตรสาวไปสองฉาด

เมื่อสัมผัสได้ถึงสายตาเคลือบแคลงของคนรอบข้าง เหยียนลั่วหลีก็รีบดึงสติกลับมาแล้วก้มหน้าหนี ทันใดนั้นนางก็สวมบทบาทกลับกลายเป็นเด็กสาวท่าทางโง่งมทึ่มทื่อเหมือนเดิม ทีแรกชายชรายังมองมาด้วยความฉงน พลางนึกสงสัยว่าตนเองตาฝาดไปหรือไม่ เหตุใดจึงรู้สึกว่าหลานสาวคนโตดูผิดแผกไปจากเดิม ทว่าเมื่อลองพินิจดูอีกครั้ง ก็เห็นเพียงท่าทางโง่งมเช่นวันวาน เขาจึงวางใจ และหลับตาพักผ่อนต่อ

ที่สำคัญคือเด็กคนนี้โตแล้ว ไม่รู้ว่าเรื่องราวที่เกิดขึ้นเมื่อครู่นางจะรับรู้หรือไม่ เมื่อสักครู่เขาเพิ่งจะคิดขายศพนางแลกเงินไปหมาด ๆ ช่างน่าเสียดายเงินหนึ่งตำลึงนั่นเสียจริง แต่ก็ช่างเถิด คนเป็นย่อมมีราคาค่างวดมากกว่าคนตายมิใช่หรือ รอให้เดินทางถึงตัวเมืองข้างหน้าก่อนค่อยขายนางทิ้งก็ยังไม่สาย อย่างไรเสียเขาก็มีศักดิ์เป็นถึงท่านปู่แท้ ๆ ของนาง เขาถือว่าตนเองได้ทำหน้าที่อย่างดีที่สุดแล้ว

เมื่อคิดเข้าข้างตนเองได้ดังนั้น ชายชราก็เอนกายพิงภรรยาคู่ทุกข์คู่ยากเตรียมตัวหลับพักผ่อน เพราะพรุ่งนี้ยังต้องรอนแรมเดินทางกันต่อ นอกจากชายชราที่พยายามตีหน้าเรียบเฉยแล้ว คนอื่น ๆ ในครอบครัวต่างจ้องมองสองพี่น้องสกุลเหยียนด้วยแววตาชิงชังรังเกียจ ท่าทางราวกับอยากจะฉีกทึ้งร่างของพวกเขาทั้งสองให้แหลกเป็นชิ้น ๆ

เหยียนลั่วหลีหาใส่ใจต่อสายตามาดร้ายเหล่านั้นไม่ นางเพียงกระชับอ้อมแขนกอดน้องชายที่หลับใหลให้แน่นขึ้น พลางวางปลายคางเกยบนศีรษะเล็ก ๆ ของเขาอย่างแผ่วเบา ดีจัง ในที่สุดนางก็มีครอบครัวกับเขาเสียที ท่ามกลางแสงไฟสลัว นัยน์ตาของเหยียนลั่วหลีทอประกายระยิบระยับลึกล้ำ คล้ายกับมีแสงสว่างเรืองรองฉายชัดออกมาจากดวงตา

แสดง
บทถัดไป
ดาวน์โหลด

บทล่าสุด

บทอื่นๆ
ไม่มีความคิดเห็น
395
ตอนที่ 2 ซากศพเดินได้
ยามมองดูคนรอบกายที่ค่อย ๆ หลับใหลไปทีละคน เหยียนลั่วหลีกลับไร้ซึ่งความง่วงงุนใด ๆ นั่นก็เพราะนางมิใช่เหยียนลั่วหลีคนเดิมอีกต่อไป แม้จะใช้ชื่อแซ่เดียวกัน ทว่าแท้จริงแล้วนางคือดวงวิญญาณที่ทะลุมิติมา เมื่อมองดูสภาพแวดล้อมรอบกาย เหยียนลั่วหลีได้แต่นิ่งอึ้งไปเนิ่นนาน เรื่องบัดซบเยี่ยงนี้ตกมาใส่หัวนางได้อย่างไรกันชาติก่อนนางเป็นถึงหน่วยรบพิเศษหญิงมาสิบปี เพิ่งจะปลดประจำการ เมื่อทนเสียงรบเร้าของเพื่อนร่วมทีมไม่ไหวจึงไปฉลองที่บาร์ ดื่มสุราไปเพียงไม่กี่ขวดก็เมามายไม่ได้สติ ไฉนพอตื่นขึ้นมาถึงได้มาโผล่ในสถานที่แห่งนี้ได้เล่า“เฮ้อ”นางกระชับอ้อมแขนที่กอดร่างเด็กชายในอกให้แน่นขึ้นอีก จากนี้ไป ข้าก็คือเหยียนลั่วหลี ข้าจะเลี้ยงดูน้องชายผู้นี้ให้เติบใหญ่เป็นอย่างดี พอคิดได้ดังนั้น ร่างกายที่เดิมทีหนักอึ้งก็พลันเบาสบายขึ้นมาทันตา อาการอึดอัดแน่นหน้าอกที่มีก่อนหน้านี้หายไปแล้ว หรือนี่จะเป็นความปรารถนาสุดท้ายของเจ้าของร่างเดิมกันแน่ยามก้มมองเด็กชายในอ้อมแขนที่ซูบผอมเสียจนแทบเหลือแต่กระดูก นางก็นึกสงสาร อายุแปดขวบปี ทว่ากลับมีขนาดตัวเท่ากับเด็กห้าขวบเท่านั้น ทั้งหมดนี้ล้วนเป็นฝีมือของพวกปลิงดูดเลือดเห
อ่านเพิ่มเติม
ตอนที่ 3 หนีเอาชีวิตรอด
ผู้เฒ่าเหยียนมือไม้สั่นเทา ล้วงเอากระบอกไม้ไผ่บรรจุน้ำออกมาจากสาบเสื้อขาดวิ่นที่สวมซ้อนทับกันหลายชั้น เขาดื่มนำไปก่อนหนึ่งอึก แล้วจึงส่งต่อให้หญิงชรา หญิงชราดื่มเสร็จก็ส่งต่อให้บิดาไม่ได้เรื่อง ถัดจากบิดาไม่ได้เรื่องจึงตกถึงมือเหยียนหยาจื่อ และสุดท้ายก็คือเหยียนลั่วหลีเหยียนลั่วหลีรู้ดีแก่ใจว่า การที่นางมีน้ำตกถึงท้อง ล้วนเป็นอานิสงส์จากเหยียนหยาจื่อทั้งสิ้น ท่ามกลางสายตาเคียดแค้นของแม่เลี้ยงที่แทบจะขบกรามตนจนแหลกละเอียด เหยียนลั่วหลีก็ยกกระบอกน้ำขึ้นจิบไปหนึ่งอึกเช่นกัน ยามนี้จะมามัวแสร้งทำมารยาอ่อนแอไม่ได้แล้ว วันละอึกเจ้าจะดื่มหรือไม่เล่า หากไม่ดื่มก็ถือว่าช่วยประหยัดน้ำให้ผู้อื่นไปยามกระบอกน้ำตกมาอยู่ในมือ เหยียนลั่วหลีก็กะน้ำหนัก และรู้ได้ทันทีว่ายังมีน้ำเหลืออยู่อีกราวครึ่งกระบอก นี่คือน้ำต่อลมหายใจของคนทั้งครอบครัว ทุกคนนั่งล้อมวงกัน ยามนี้ไม่มีผู้ใดมีแก่ใจมานั่งหาเรื่องโวยวายอีกแล้ว ยังจะมีเรี่ยวแรงเหลือไปเอะอะอันใดอีก สู้เก็บแรงเอาไว้เดินทางต่อยังจะดีเสียกว่า ทว่าขณะที่กำลังหยุดพักอยู่นั้น เบื้องหน้าก็พลันเกิดเสียงอึกทึกขึ้น“มีคนมา มีคนมาแล้ว ทหาร ทหารมาช่วยพวกเราแล้ว”กลุ
อ่านเพิ่มเติม
ตอนที่ 4 ป่าที่เต็มไปด้วยอันตราย
รุ่งสาง บนถนนสายหลักพลันมีเสียงแผดร้องโหยหวนดังขึ้น จากนั้นก็บังเกิดความโกลาหลวุ่นวายขึ้น ทว่ายามนี้ ภายในป่าทึบอันเงียบสงบ ร่างเล็กจ้อยสองร่างกำลังนอนหลับใหลเอาศีรษะอิงแอบกัน เสียงวิหคยามเช้าส่งเสียงร้องสลับสูงต่ำขับขาน“ติ๋ง” เสียงหยดน้ำหล่นกระทบดังก้องอยู่ข้างหูเหยียนลั่วหลีลืมตาอันคมกริบขึ้นมาประดุจพยัคฆ์ตื่นจากการหลับใหล นางชะงักงันไปครู่หนึ่งกว่าจะดึงสติกลับคืนมาได้เต็มที่ เมื่อก้มมองดูเหยียนหยาจื่อที่นอนหลับตาพริ้มอย่างสงบสุขในอ้อมแขน ภายในใจก็พลันอ่อนยวบลง จากนี้ไปพวกเขาคือพี่น้องจะต้องคอยดูแลพึ่งพาซึ่งกันและกันแล้ว เหยียนลั่วหลีผู้นี้หาได้ตัวคนเดียวในโลกหล้าอีกต่อไปเมื่อหวนนึกถึงเรื่องราวแต่หนหลังขึ้นมา ใบหน้าของเหยียนลั่วหลีก็ฉายแววคะนึงหาอยู่ชั่วครู่ เอาเถิด วันเวลาเหล่านั้นก็ปล่อยให้มันปลิวลอยไปกับสายลมก็แล้วกัน ยามนี้นางเป็นได้เพียงเหยียนลั่วหลีในยุคโบราณแห่งนี้เท่านั้น“ท่านพี่”เหยียนหยาจื่อลืมตาขึ้นมา มองดูพี่สาวที่มีใบหน้าเรียบเฉยอย่างรู้สึกแปลกตาไปบ้าง ทว่าสองมือเล็ก ๆ กลับกอดรัดร่างของเหยียนลั่วหลีเอาไว้แน่น อย่างไรเสียพี่สาวย่อมเป็นพี่สาวของเขาอยู่วันยังค่ำ“ตื่น
อ่านเพิ่มเติม
ตอนที่ 5 อันตรายมาเยือน
“ท่านพี่ นึกไม่ถึงเลยว่าในภูเขาแห่งนี้จะมีของกินมากมายถึงเพียงนี้”เหยียนหยาจื่อกัดผลไม้สีเขียวในมือดังกร้วม ช่างหวานกรอบอร่อยนัก เขาไม่เคยคาดคิดเลยว่าจะมีวันสุขสบายเช่นนี้ ก่อนหน้านี้ยามที่หนีภัยแล้ง แค่มีของตกถึงท้องก็นับว่าดีมากแล้ว ผลไม้สดใหม่หอมหวานเยี่ยงนี้ยิ่งไม่ต้องคิดว่าจะไปหามากินได้จากที่ใดกันสองพี่น้องนั่งเอนกายอยู่ใต้ร่มไม้ รอบกายเต็มไปด้วยกองผลไม้ป่าที่เหยียนลั่วหลีไปเสาะหามาได้ ไม่สิ ต้องเรียกว่าดงผลไม้เลยต่างหาก บนต้นไม้เบื้องหน้าเต็มไปด้วยลูกสาลี่น้อยใหญ่ห้อยระย้า แต่ละลูกขนาดใหญ่เท่ากำปั้นเหยียนลั่วหลีกินอย่างเบิกบานใจ ร่างกายนี้ไม่ได้บำรุงมาเสียนาน ตลอดทางที่รอนแรมมา แม้แต่การขับถ่ายยังแทบจะนับครั้งได้“ครานี้ข้าจะให้เจ้ากินจนอิ่ม ให้หนำใจไปเลย”ผ่านไปเพียงหนึ่งวันเต็ม สีหน้าของทั้งสองก็ดูดีขึ้นมาก ริมฝีปากไม่แห้งแตกจนเลือดซิบอีกต่อไป ใบหน้าที่เคยซูบซีดก็เริ่มดูมีน้ำมีนวลขึ้นมาบ้าง เหยียนลั่วหลีรู้ดีแก่ใจว่านี่เป็นเพราะร่างกายขาดน้ำมาเนิ่นนาน เมื่อได้รับน้ำหล่อเลี้ยงอย่างกะทันหันจึงแสดงผลลัพธ์เช่นนี้นางยกมือขึ้นลูบคลำพวงแก้มที่ยังคงซูบตอบ และเรือนผมที่แห้งกรังของ
อ่านเพิ่มเติม
6
“เขาจะต้องอยู่แถวนี้แหละ ค้นให้ทั่ว”น้ำเสียงแหบพร่าดุดันดังขึ้นด้านนอกถ้ำ เหยียนหยาจื่อกลั้นหายใจด้วยความหวาดกลัว เกรงว่าตนจะเผลอส่งเสียงร้องออกไป แต่เหยียนลั่วหลีกลับเพียงหรี่ตาลงมองเหตุการณ์ไม่ได้มาตามหาพวกเขาหรอก น้ำเสียงเช่นนี้ฟังดูก็รู้ว่าเป็นมือสังหารที่เข่นฆ่าผู้คนมานับไม่ถ้วนสัญชาตญาณจากอาชีพเดิมที่ทำมาตลอดสิบปีนั้น ทำให้เหยียนลั่วหลีเริ่มวิเคราะห์สถานการณ์อย่างรวดเร็ว คนกลุ่มนี้มีแปดคน บาดเจ็บเล็กน้อยสามคน บาดเจ็บสาหัสสองคน ส่วนอีกสามคนที่เหลือไร้รอยขีดข่วน อาวุธในมือฟังจากเสียงกระทบกันก่อนหน้านี้ก็รู้ว่าไม่ใช่ของธรรมดาสามัญ ฝีเท้าหนักแน่นมั่นคงบ่งบอกถึงวรยุทธ์ที่ไม่ธรรมดา จังหวะก้าวเดินพร้อมเพรียง และมีระเบียบวินัย ไม่ต้องบอกก็รู้ว่าเป็นกองกำลังที่ถูกฝึกฝนมาโดยเฉพาะผู้ใดกันนะที่ถูกตามล่ามาถึงที่นี่ เหยียนลั่วหลีลูบปลายคางอย่างใช้ความคิด หรือว่าจะมีคนแอบลักลอบเข้ามาในอาณาเขตของนางโดยที่นางไม่ทันสังเกต สีหน้าของนางเริ่มเคร่งเครียดขึ้นมา หุบเขาแห่งนี้ไม่ว่าซอกหลืบเล็กหรือใหญ่ นางล้วนสำรวจดูล่วงหน้ามาหมดสิ้นแล้ว ดูท่าจะมีคนลอบเข้ามาอย่างเงียบเชียบจริง ๆทิศทางที่คนกลุ่มนี้ตา
อ่านเพิ่มเติม
7
นางยื่นมือไปหาเหยียนหยาจื่อที่กำลังมองเด็กหนุ่มอย่างพินิจพิเคราะห์ ทว่ารออยู่นานเขาก็ยังไม่ขยับเขยื้อนเมื่อเห็นใบหน้าใสซื่อบริสุทธิ์ของเหยียนหยาจื่อที่มองมาที่ตน เหยียนลั่วหลีก็ถึงกับปวดขมับ“เจ้าเด็กคนนี้นี่ หรือว่าเจ้าอยากจะอยู่เฝ้าเขาไปอีกหลายวัน”ดูหน้าก็รู้ว่าคนผู้นี้เป็นตัวนำโชคร้าย หากให้ติดตามพวกนางไปด้วย คงไม่แคล้วมีเรื่องวุ่นวายตามมาเป็นแน่“ท่านพี่ ช่วยเขาหน่อยไม่ได้หรือขอรับ”เหยียนหยาจื่อจับชายเสื้อของพี่สาวเขย่าไปมา พลางจ้องมองนางด้วยสายตาเว้าวอน หากเหยียนหยาจื่อล่วงรู้ว่าในภายภาคหน้าเด็กหนุ่มผู้นี้จะมาแย่งชิงความรักของพี่สาวไปจากเขา เกรงว่าเขาคงแทบอยากจะเชือดคอเด็กหนุ่มทิ้งเสียเดี๋ยวนี้เลยก็ได้แต่ประเด็นสำคัญคือ เหยียนลั่วหลีแพ้ทางคนอ้อนเสียด้วยสิ น้องชายมาออดอ้อนปานนี้ จะไม่ใจอ่อนได้อย่างไร ช่วยก็ช่วย คนของตนจะให้ทำเยี่ยงไรได้เล่า ก็ตามใจเขาไปสิทั้งสองช่วยกันลากร่างเด็กหนุ่มที่สลบไสลไม่ได้สติไปยังภูเขาอีกลูกหนึ่งอย่างทุลักทุเล มีตัวถ่วงเช่นนี้ เกรงว่าช่วงสองสามวันนี้คงไม่สามารถลงจากเขาได้แล้วตลอดทางต้องคอยกลบร่องรอย กว่าจะหาสถานที่หลบซ่อนตัวที่มิดชิดได้ก็ปาเข้าไปปล
อ่านเพิ่มเติม
8
“ได้ ๆ ไม่เหมือนกันก็ไม่เหมือนกัน ข้าไปทำของอร่อยให้เจ้ากินดีกว่า”พูดจบนางก็หิ้วสัตว์ป่าบนพื้นแล้วเดินออกจากถ้ำไปเหยียนหยาจื่อมองดูเด็กหนุ่มที่มีใบหน้าซีดเผือดพลางทายาให้ ปากก็บ่นพึมพำเสียงเบา“ก็มันไม่เหมือนกันนี่ พี่ใหญ่เป็นของข้าต่างหาก”“เปรี๊ยะ เปรี๊ยะ”ภายในถ้ำเงียบสงัด มีเพียงเสียงฟืนแตกปะทุ และเสียงน้ำมันจากเนื้อสัตว์หยดลงในกองไฟที่ดังซู่ซ่ามาเป็นระยะ เหยียนหยาจื่อลอบกลืนน้ำลาย เขามองซ้ายทีขวาที ทว่ากลับไม่กล้าจ้องมองไก่ย่างตรง ๆเหยียนลั่วหลีก็ไม่ได้พูดอะไรให้เขารู้สึกเสียหน้า เด็กก็ต้องมีท่าทีสมวัยเยี่ยงเด็กสิ เฝ้าดูท่าทางตะกละตะกลามเช่นนี้ไปเงียบ ๆ ไม่ดีหรอกหรือ นางไม่อยากทำตัวเป็นยายเฒ่าคอยจู้จี้จุกจิกเรื่องนั้นเรื่องนี้ที่จริงเหยียนลั่วหลีก็ไม่กล้าพูดออกไปหรอก เกรงว่าเดี๋ยวเด็กน้อยจะกระโดดโลดเต้นโวยวายขึ้นมาอีก ท่ามกลางความเงียบสงบ จู่ ๆ ก็มีเสียงหนึ่งดังทำลายความเงียบขึ้นมา“อือ ที่นี่คือที่ใด”เซียวเย่หยางฟื้นขึ้นมาก็เห็นเพียงถ้ำที่มืดสนิท ไม่สิ ยังมีผู้คนและแสงไฟ หรือว่าเขาจะถูกคนพวกนั้นจับได้เสียแล้ว เขารีบหยัดกายลุกขึ้นนั่ง“ซี้ด”ความเจ็บปวดที่หน้าอกบอกให้รู้ว่าน
อ่านเพิ่มเติม
9
 เสียงฝีเท้าที่แว่วมาแต่ไกลเริ่มดังใกล้เข้ามาเรื่อย ๆ เหยียนลั่วหลีหลับตาลงรวบรวมสมาธิ ดูเหมือนว่าประสาทสัมผัสของนางช่วงหลายวันนี้จะเฉียบคมขึ้นไม่น้อย ไม่เสียแรงที่หมั่นวิ่งขึ้นลงเขาเพื่อฝึกฝนร่างกาย แม้ยามนี้จะยังไม่อาจเทียบเคียงกับความเร็วในอดีตได้ ทว่าการจะสังหารคนเหล่านี้ก็ถือว่าเกินพอ ในป่าทึบเช่นนี้ เหยียนลั่วหลีผู้นี้แหละคือนักล่าโดยกำเนิดนางไม่เคยประมือกับนักฆ่าในยุคโบราณมาก่อน ทว่าจากการสังเกตในช่วงหลายวันนี้ ก็พอจะเดาทาง และประเมินฝีมือของพวกมันได้คร่าว ๆ หากนางสามารถฟื้นฟูพละกำลังให้กลับมาอยู่ในจุดสูงสุดได้ คนพวกนี้ก็เป็นได้เพียงแค่มดปลวกเท่านั้น เพียงแต่ยามนี้พละกำลังของนางยังฟื้นฟูได้ไม่ถึงครึ่ง ระมัดระวังตัวไว้ก่อนจะดีกว่าเหยียนลั่วหลีไม่เคยประมาทคู่ต่อสู้คนใด นี่คือเหตุผลสำคัญที่ทำให้นางสามารถเอาชีวิตรอด และถอนตัวออกมาได้อย่างปลอดภัยตลอดระยะเวลาสิบปีที่ผ่านมาหลายวันมานี้นางลอบปั่นหัวพวกมัน แถมยังสั่งสอนไปบ้างเล็กน้อย เหตุใดถึงไม่รู้จักประเมินกำลังตนแล้วล่าถอยไปเสียเล่า เดิมทีนางวางดาบละเว้นการฆ่าฟันแล้วเชียว ทว่านี่กลับมีคนมารนหาที่ตายเอง
อ่านเพิ่มเติม
10
เวลาผ่านไปหลายจิบชา เมื่อเห็นว่ายังไร้ความเคลื่อนไหว บุรุษหน้ากากดำก็ลอบสบถด่าในใจ คนผู้นี้ช่างเรียนรู้วิชาของพวกเขามาได้ถ่องแท้เสียจริงการสังหารคนอย่างไร้ร่องรอยคือหนึ่งในเหตุผลสำคัญที่ทำให้หอพญายมของพวกเขาเป็นที่หวาดหวั่นของชาวยุทธ์ นึกไม่ถึงเลยว่าวันนี้จะมีคนที่ใช้วิธีการนี้ได้แนบเนียนยิ่งกว่าพวกตนเองเสียอีกเหยียนลั่วหลีอยากจะบอกเหลือเกินว่า น้องชายเอ๋ย ลูกไม้ตื้น ๆ พวกนี้ของพวกเจ้า ข้าเล่นจนเบื่อแล้ว คิดจะหนีงั้นรึมองดูบุรุษสวมหน้ากากดำที่กำลังทะยานร่างหนีไป เหยียนลั่วหลีก็หยัดกายลุกขึ้น นึกจะไปก็ไป เจ้าไม่ไว้หน้าข้าเลยนี่หลายวันก่อนหน้านี้ เจ้ามัวไปมุดหัวอยู่ที่ใดมา บุรุษหน้ากากดำทะยานร่างไปได้ไกลนับสิบจั้ง เมื่อเห็นว่าเบื้องหลังยังคงไร้ความเคลื่อนไหวก็เริ่มผ่อนคลายความระแวดระวัง ดูท่าอีกฝ่ายเพียงแค่อยากจะตักเตือนพวกเขาเท่านั้นกระมัง“อึก”ความเจ็บปวดแล่นริ้วมาจากท่อนขา เขาเสียหลักร่วงหล่นลงมาจากกลางอากาศ สิ่งที่พุ่งทะยานไปเบื้องหน้าคือก้อนหินขนาดเท่านิ้วหัวแม่มือที่อาบไปด้วยเลือดสด ๆ ขาของเขาถูกเจาะทะลุเสียแล้วม
อ่านเพิ่มเติม
สำรวจและอ่านนวนิยายดีๆ ได้ฟรี
เข้าถึงนวนิยายดีๆ จำนวนมากได้ฟรีบนแอป GoodNovel ดาวน์โหลดหนังสือที่คุณชอบและอ่านได้ทุกที่ทุกเวลา
อ่านหนังสือฟรีบนแอป
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป
DMCA.com Protection Status