เซียวเย่หยางก้มลงมองด้วยความประหลาดใจ คลำหาของใต้เท้า เมื่อนำมาดูใกล้ๆ ก็พบว่าเป็นเศษหม้อดินเผาจริงๆ ด้วยไม่ได้แตกละเอียด ทว่ามีขนาดใหญ่พอๆ กับฝ่ามือและโค้งงอ หากเป็นเวลาปกติเซียวเย่หยางคงไม่สนใจ ทว่ายามนี้กลับดีใจจนแทบเนื้อเต้น เอามาต้มน้ำแกงกินได้แล้วในสภาพอากาศเช่นนี้ พวกเขาเปียกโชกไปทั้งตัว ประกอบกับลมหนาวพัดโชย ถ้ำที่อับชื้น ไม่มีสิ่งใดจะสำคัญไปกว่าน้ำแกงร้อนๆ สักชามอีกแล้วยามนี้ท้องฟ้ามืดมิด ไม่รู้ว่าสถานการณ์รอบด้านเป็นอย่างไร จึงไม่อาจผลีผลามได้ การรั้งอยู่ที่เดิมเพื่อรักษาเรี่ยวแรงและรอคอยรุ่งอรุณคือสิ่งที่ถูกต้องที่สุด ยิ่งไปกว่านั้น พวกเขายังเป็นคนเจ็บขาและคนหมดสติอีกต่างหาก คิดผิดจริงๆเซียวเย่หยางตบหน้าตนเองเพื่อเรียกสติ ตอนนั้นเขาหน้ามืดตามัวคิดแต่จะขัดขวางไม่ให้นางปีศาจมารนั่นหนีรอดไปได้ ไม่คิดเลยว่าจะพาตัวเองมาตกอยู่ในอันตราย ซ้ำยังลากเหยียนลั่วหลีมาตกระกำลำบากด้วยเมื่อนึกถึงคนที่ยังคงหมดสติ เซียวเย่หยางก็อดกังวลไม่ได้ เขารู้ดีถึงวรยุทธ์และพละกำลังของเหยียนลั่วหลีดี หน้าผาแค่นี้ทำอันใดนางไม่ได้หรอกที่ยังไม่ฟื้นเช่นนี้ หรือว่าจะได้รับบาดเจ็บภายใน เมื่อคิดได้ดังนั้น
Leer más