มีเพียงขบวนของเหยียนลั่วหลีเท่านั้นที่มุ่งหน้าไปยังเมืองอี้เฉิง ส่วนคนอื่นๆ ต่างก็เลือกเดินทางอีกสาย จึงไม่แปลกที่จะตกเป็นเป้าสายตาตลอดทางมีแต่คนเดินทางออก ไม่มีคนเดินทางเข้า สองข้างทางยังมีท่อนไม้ที่ถูกไฟไหม้จนเกรียมให้เห็นเป็นระยะๆ จะไม่ให้น่าตกใจได้อย่างไรประจวบเหมาะกับที่ฝนเริ่มโปรยปรายลงมา ทุกคนจึงหยิบเสื้อกันฝนและหมวกสักหลาดออกมาสวมใส่ เดินทางฝ่าสายฝนไปอย่างยากลำบาก“ดูท่าทางวันนี้พวกเราคงไปไม่ถึงเมืองอี้เฉิงแล้วกระมัง” หวังหมาจื่อสะบัดเสื้อกันฝนของตน“อีกไกลหรือไม่” เหยียนลั่วหลีเองก็เกลียดสภาพอากาศเช่นนี้เป็นที่สุด“หากเป็นเวลาปกติก็ไม่มีปัญหา คงถึงตอนกลางคืน ทว่าดูจากยามนี้ คืนนี้พวกเราคงต้องหาที่พักแล้วล่ะ”หากมีแค่กลุ่มของพวกเขา การจะควบม้าฝ่าฝนไปก็ย่อมทำได้ ทว่าขบวนพ่อค้าที่ตามมาด้านหลังเล่า ขณะที่ทั้งสองกำลังพูดคุยกัน ทางฝั่งขบวนรถก็มีเสียงเอะอะโวยวายดังขึ้น “ติดอีกแล้ว ติดอีกแล้ว”“มา มา มา ช่วยกันออกแรงหน่อย” หัวหน้าผู้คุ้มกันสินค้ารีบลงจากม้า ลูบหัวม้าตัวหน้าเพื่อปลอบโยน แล้วเดินไปที่รถขนสินค้าที่ติดหล่มเมื่อมองดูชัดๆ “นี่มันหลุมใหญ่เลยนะนี่” ล้อรถตกลงไปจนมิดครึ่งค
اقرأ المزيد