All Chapters of เมื่อวันวานเลือนหาย: Chapter 1 - Chapter 10

10 Chapters

บทที่ 1

...“แค่นี้นะ ฉันยังต้องไปฉลองวันครบรอบที่คบกันอีก”อี้เหยาที่อยู่ในสายอึ้งไปอย่างเห็นได้ชัด“นายไม่เลิกกับหล่อนเหรอ?”“จะเลิกทำไม เลิกแล้วให้ไปคบกับเธอหรือไง? เธอเองก็จะแต่งงานอยู่แล้วไหมล่ะ?”ลู่เจวี๋ยตัดสายอย่างเซ็งๆ พลางเปิดกล่องเค้กออก แล้ววางไว้ตรงกลางอย่างประณีตตั้งใจจุดเทียนให้สว่างทำเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น พร้อมโบกมือเรียกฉัน“อาเยี่ยน รีบมาอธิษฐานเร็ว”ฉันชาไปทั้งตัว จ้องลึกเข้าไปในดวงตาของเขาตรงๆในนั้นสงบราบเรียบไร้ระลอกคลื่น ไม่มีแม้แต่ความรู้สึกผิดเลยแม้เพียงเศษเสี้ยวเดียว“โกหกฉันมานานขนาดนี้ สนุกมากไหม?”รอยยิ้มบนใบหน้าของลู่เจวี๋ยจางหายไป“ก็ไม่นับว่าโกหกหรอกมั้ง ฉันแพ้ให้ยัยนั่นก็ต้องพูดให้ชัดเจน ก็แค่ไม่อยากให้ความสัมพันธ์ระหว่างพวกเราเกิดปัญหา ยังไม่พอจะพิสูจน์อีกเหรอว่าฉันให้ความสำคัญกับเธอ?”“อีกอย่าง ก็แค่ไม่ได้จดทะเบียนสมรสเท่านั้นเอง ฉันก็ไม่ได้บอกว่าจะเลิกกับเธอสักหน่อย”บนเค้กตรงหน้าปักเทียนเอาไว้เจ็ดเล่มแสงสว่างจ้าของมันกำลังตอกย้ำฉันนี่คือปีที่เจ็ดที่ฉันถูกปั่นหัวเป็นคนโง่แสงเทียนไม่มีความอุ่นสักเท่าไหร่แต่กลับกระตุ้นให้แผลเป็นบนท่อนแ
Read more

บทที่ 2

“เฉิงซือเยี่ยน เธอเลิกดื้อดึงกับเรื่องขี้ผงพวกนี้ได้ไหม!”ลู่เจวี๋ยกระแทกประตูแล้วเดินจากไปฉันนั่งอยู่บนโซฟาอย่างสงบนิ่ง ดึงผ้าพันแผลที่พันไว้หลายรอบออก แล้วเปลี่ยนมาแปะพลาสเตอร์ยาทับลงไปใหม่ควรจะรู้ตัวตั้งนานแล้วเขากับฉันไม่ใช่คนในโลกใบเดียวกันแต่แรกเลยด้วยซ้ำเขาทำแผลเบื้องต้นไม่เป็นเลยสักอย่างเห็นๆ อยู่ว่าแม้แต่บะหมี่กึ่งสำเร็จรูปก็ยังต้มได้รสชาติแย่แท้ๆแต่กลับเหมาดินเนอร์ใต้แสงเทียนครั้งนี้ทั้งหมด แถมยังบอกว่าจะทำของอร่อยๆ ให้ฉันเนื้อริบอายนำเข้าจากออสเตรเลีย ไวน์แดงชาโดเนย์ที่บ่มเก็บในห้องใต้ดินของไร่ไวน์ และเค้กที่สั่งทำพิเศษจากเชฟส่วนตัวคาดว่าทั้งหมดคงสั่งมาจากภัตตาคารไฮเอนด์แม้กระทั่งเทียนที่ไม่สะดุดตาที่สุด ก็ยังเป็นเทียนหอมอโรมาแบรนด์หรูลู่เจวี๋ยพลิกคว่ำโต๊ะตามอารมณ์ สิ่งของที่มากพอๆ กับเงินเดือนสามเดือนของฉันก็แหลกละเอียดอยู่บนพื้นอย่างไร้ค่าคราบไวน์แดงที่กระเซ็นไปทั่วทำให้ผนังสกปรกเลอะเทอะฉันถึงขั้นยังคิดอยู่เลยว่า คราวนี้เจ้าของบ้านเช่าคงไม่คืนเงินประกันให้ฉันแล้วแน่ๆท่ามกลางสภาพเละเทะกระจัดกระจาย ฉันก็เริ่มเก็บข้าวของพลางส่งข้อความติดต่อเจ้าของ
Read more

บทที่ 3

พอขึ้นนั่งบนรถแท็กซี่ ฉันก็บอกที่อยู่ออกไปคนขับหันกลับมามองสภาพชุมชนอันทรุดโทรม พลางทำหน้าทำตาหลุกหลิกแล้วเอ่ยขึ้นว่า“น้องสาว ย้ายบ้านคราวนี้ยกระดับฐานะต่างกันลิบลับเลยนะเนี่ย”ฉันกวาดสายตามองออกไปนอกหน้าต่างอย่างเรียบเฉย จากนั้นจึงก้มหน้าตอบข้อความต่อ“ค่ะ ย้ายไปเตรียมงานแต่งงานกับคู่หมั้น”“งั้นต้องยินดีด้วยจริงๆ นะ! คนที่อาศัยอยู่สถานที่แบบนั้นล้วนแต่เป็นบิ๊กบอสทั้งนั้นเลย”ฉันไม่ได้ต่อบทสนทนาอีก เพียงแต่ปรับแก้ไขกำหนดการที่พิธีกรงานแต่งส่งมาให้แล้วกดส่งต่อออกไปอีกครั้งหลังลงจากรถ ฉันลากกระเป๋าเดินทางเดินอยู่ในหมู่บ้านวิลล่าอยู่พักหนึ่งทางด้านหลังพลันมีเสียงเหยียบเบรกกะทันหันและเสียงตวาดลั่นดังขึ้น“เฉิงซือเยี่ยน เธอรู้ได้ยังไงว่าบ้านฉันอยู่ที่นี่? เธอสืบเรื่องของฉันเหรอ?”พอเห็นกระเป๋าเดินทางของฉัน ก็ยิ่งโกรธจนหน้ามืดตามัวเข้าไปอีก“เธอถึงขนาดกล้าบุกมาทวงสถานะกับพ่อแม่ฉันถึงบ้านเลยเหรอ? เธอเป็นบ้าไปแล้วหรือไง!”ฉันส่ายหัวไปมา“เปล่าเลย ฉันไม่รู้ว่าคุณอยู่ที่นี่”สีหน้าของเขาบูดบึ้งลงทีละนิด ก่อนจะบีบข้อมือฉันแน่นแล้วลากไปบนรถ“เสแสร้งอะไรอีก! ทำไมเมื่อก่อนฉันถึ
Read more

บทที่ 4

ฉันไม่รู้ว่าบ้านของลู่เจวี๋ยอยู่ที่ไหน จึงทำได้เพียงเข้าไปส่องบัญชีโซเชียลของอี้เหยาเธอหน้าตาสะสวยทั้งยังชาติตระกูลดี แถมยังมีผู้ติดตามในอินสตาแกรมอยู่ไม่น้อยที่ผ่านมาเธอมักจะโพสต์แต่เรื่องความสวยความงามจู่ๆ วันนี้กลับโพสต์คลิปวิดีโอจิกกัด“ทุกคนคะ ขำจะตายอยู่แล้วจริงๆ ไม่เคยเจอผู้หญิงที่ยอมพลีกายพลีใจวิ่งไล่ตามตื๊อผู้ชายขนาดนี้มาก่อนเลย!”“ถ้าไม่ใช่เพราะฉันยอมทุ่มเงินเพื่อให้ได้เวลาและขั้นตอนลำดับงานแต่งงานของหล่อนมา เพื่อนสมัยเด็กของฉันคงไม่เชื่อหรอกว่า หล่อนเริ่มเตรียมงานแต่งอยู่คนเดียวน่ะ!”ใบหน้าของเธอ ยิ่งมองนานเข้าก็ยิ่งทำให้ฉันรู้สึกคลื่นไส้พะอืดพะอมฉันรีบค้นหาโลเคชันที่เธอเคยโพสต์ไว้แต่ก่อนอย่างเร่งรีบในที่สุดก็พบร่องรอยของลู่เจวี๋ยที่คลับที่พวกเขาไปเป็นประจำเพิ่งจะก้าวออกจากลิฟต์ ก็ได้ยินเสียงหัวเราะดัดจริตของอี้เหยาดังแว่วมา“ถึงเวลานั้น ฉันจะทำไลฟ์สดงานแต่งงานสักหน่อย ลู่เจวี๋ย นายห้ามไปนะ ปล่อยให้หล่อนเฝ้ารอไป เอาให้หน้าแตกยับเยินไปเลย”น้ำเสียงแผ่วเบาของหญิงสาวอีกคนเอ่ยขึ้นด้วยความลังเล“เรื่องนี้ไม่ค่อยดีมั้ง อี้เหยาบัญชีเธอน่ะมีผู้ติดตามตั้งหลายแสนคนเช
Read more

บทที่ 5

สิ่งที่ปรากฏขึ้นในคลิปวิดีโอไม่ใช่บันทึกความทรงจำเรื่องความรักที่เตรียมไว้เป็นอย่างดีแต่กลับเป็นอี้เหยาในชุดนักเรียนมัธยมปลาย สีหน้าเต็มไปด้วยความหยิ่งยโสโอหัง“เฉิงซือเยี่ยน เธอไปฟ้องครูว่าฉันบูลลี่เธอใช่ไหม? จะเป็นได้ยังไงกันล่ะ? พวกเราก็แค่หยอกล้อเล่นกันตามประสาเพื่อนร่วมชั้นเท่านั้นเองนะ!”เด็กสาวที่มีรอยเขียวช้ำบนแก้มถูกต้อนจนมุมอยู่ข้างอ่างล้างหน้าในห้องน้ำดวงตาของเธอใสกระจ่างทว่าดื้อรั้นเด็ดเดี่ยวตอนที่เครื่องม้วนผมร้อนจัดนาบลงบนมือ เธอกัดริมฝีปากตัวเองแน่น ไม่ปริปากส่งเสียงเลยแม้แต่คำเดียวเลือดไหลทะลักซึมลงมาตามมุมปากลู่เจวี๋ยใจกระตุกวูบขึ้นมาหนหนึ่งอาเยี่ยนเขาไม่เคยรู้มาก่อนเลยว่าสิ่งที่เฉิงซือเยี่ยนต้องประสบพบเจอในช่วงมัธยมปลาย คือความรุนแรงที่สาหัสสากรรจ์ขนาดนี้จำได้เพียงแค่ยามที่เธอสะดุ้งตื่นขึ้นมาจากฝันร้ายแผ่นหลังอันบอบบางนั้นสั่นสะท้านอยู่ภายใต้ฝ่ามือของเขาฟันสั่นกระทบกันจนไม่สามารถเอ่ยคำพูดออกมาได้แม้แต่ประโยคเดียวเขาไม่เคยถามไถ่เธอเลยว่าเกิดเรื่องอะไรขึ้นกันแน่เพียงแค่ปลอบประโลมซ้ำแล้วซ้ำเล่า ด้วยถ้อยคำที่แม้แต่ตัวเขาเองก็ยังไม่เชื่อ“ไม่ใช่ค
Read more

บทที่ 6

ตอนเรียนมัธยมปลาย เขาอยู่ต่างประเทศได้แต่รับรู้จากปากของอี้เหยาว่า มีเพื่อนนักเรียนหญิงคนหนึ่งคอยจ้องเล่นงานเธออยู่ทุกเรื่องชื่อว่าเฉิงซือเยี่ยนจนกระทั่งในโครงการแลกเปลี่ยนระหว่างประเทศ เขาถึงได้พบกับผู้หญิงคนนั้นเป็นครั้งแรกเธอใช้ภาษาได้อย่างฉะฉาน แสดงทรรศนะของตนเองออกมาได้อย่างไม่นอบน้อมถ่อมตนเกินไปและไม่เย่อหยิ่งเกินไปเขาชื่นชมเธอมาก พอการบรรยายจบลงจึงคิดจะเข้าไปพูดคุยด้วยสักสองสามประโยคทว่าสายตากลับไปสะดุดเข้ากับป้ายชื่อที่เขียนชื่อของเธอเอาไว้ที่แท้ก็เป็นผู้หญิงคนนี้เองที่แย่งโควตาของอี้เหยาไปหลังจากอี้เหยารู้เรื่องนี้เข้า ก็วางแผนด้วยความยินดีปรีดา“ลู่เจวี๋ย นายไปจีบหล่อนเลยนะ! วันก่อนให้ตายก็ไม่ยอมรับผิด เห็นแล้วสะอิดสะเอียนชะมัด”“ฉันอยากจะรู้นักว่าถ้าโดนแฟนหลอกปั่นหัวแล้ว หล่อนยังจะทำเป็นใจเย็นอยู่ได้อีกไหม”“เป็นไง? มาเดิมพันกันหน่อยไหมล่ะ”ราวกับมีผีสางเทวดาดลใจ เขาจึงตอบรับข้อตกลงเดิมพันนี้ไปทว่าตลอดเวลาหลายปีที่อยู่ด้วยกัน ในอกเขากลับยิ่งหนักอึ้งขึ้นเรื่อยๆเกมเดิมพันก็เหมือนกับระเบิดเวลาที่อยู่บนศีรษะของเขา นับถอยหลังทีละวินาทีๆโดยที่ไม่รู้เลยว่า
Read more

บทที่ 7

หลังพิธีแต่งงานสิ้นสุดลง ฉันกำลังเดินไล่ชนแก้วกับแขกเหรื่อทีละคนพลันมีเสียงเอะอะโวยวายดังมาจากประตูทางเข้าพอเงยหน้ามองตามเสียง ลู่เจวี๋ยก็กำลังยกเท้าถีบพนักงานที่เข้ามาขวางจนกระเด็นชั่วพริบตาที่สบสายตากับฉัน เขาตะลึงค้างอยู่ตรงนั้น“เฉิงซือเยี่ยน เธอไม่คิดจะอธิบายหน่อยเหรอ? หลอกฉันมางานแต่ง แล้วปั่นหัวฉันเหมือนคนโง่คนหนึ่ง!”“บอกมาซิว่า ทำไมเธอถึงแต่งงานกับมัน!”ฉันวางแก้วเหล้าลงช้าๆ ก่อนจะเดินไปหยุดตรงหน้าเขาแล้วเอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย“ก็ไม่นับว่าหลอกลวงหรอกมั้ง ฉันก็บอกนายมาตลอดไม่ใช่เหรอว่าสัปดาห์หน้าจะแต่งงาน?”“แต่นายไม่เชื่อเอง”เขาผงะถอยหลังด้วยความไม่อยากเชื่อ ร่างกายทุกส่วนสั่นสะท้านไปหมด“ฉันนึกว่า...”“นึกว่าอะไร? นึกว่าฉันต้องแต่งกับนายให้ได้งั้นเหรอ?”“ลู่เจวี๋ย นายเห็นรอยแผลเป็นบนตัวฉันอยู่เต็มตา แต่นายกลับเลือกทำเป็นมองไม่เห็น แล้วยังคอยช่วยอี้เหยาต่อ”“อีกอย่าง เดิมทีพวกนายก็วางแผนจะให้ฉันขายหน้าในงานแต่งอยู่แล้ว ตอนนี้คนที่ขายหน้าเปลี่ยนเป็นยัยนั่นแล้ว ทำไมเล่า ปวดใจงั้นเหรอ?”เขาแทบจะอ้อนวอน ขอร้องไม่ให้ฉันพูดต่อ“ไม่... ไม่ใช่แบบนั้น...”“ถ้าฉันร
Read more

บทที่ 8

ตอนนั้นฉันเพิ่งเข้าทำงานที่บริษัทใหม่ แล้วเกิดแพ้เกสรดอกไม้จนต้องเข้าโรงพยาบาลฉันไม่รู้เลยว่า คนที่มาเยี่ยมที่โรงพยาบาลในวันนั้นความจริงแล้วมีสองคนนอกจากลู่เจวี๋ยแล้ว ยังมีอาเล็กของลู่เจวี๋ยอีกคนลู่เฉินเขาคือเจ้านายที่บริษัทใหม่ของฉันนี่คือบริษัทแรกที่เขาแยกตัวออกจากตระกูลลู่มาสร้างเองจนสำเร็จตอนที่ฉันแพ้จนหมดสติคาออฟฟิศ เขากำลังติดประชุมอยู่กำลังจะอ้าปากถามว่าเกิดอะไรขึ้น ก็เห็นหลานชายตัวเองอุ้มฉันบึ่งไปโรงพยาบาลแล้วเขารู้สันดานของลู่เจวี๋ยดีวันๆ เอาแต่วิ่งตามตามยัยเด็กตระกูลอี้ถึงขั้นเคยขโมยความลับบริษัทไปประเคนให้ฝั่งนั้น เพียงเพื่อช่วยระดมทุนให้บริษัทตระกูลอี้พ่อตัวดีที่ยอมสร้างเรื่องบ้าๆ ได้ทุกอย่างเพื่ออี้เหยาตอนนี้แฟนสาวที่อยู่ในอ้อมอกกลับเปลี่ยนเป็นคนอื่นไปได้ด้วยความสงสัยและระแวดระวังเขาจึงตามมาที่โรงพยาบาล เพื่อดูว่าฉันเป็นตายร้ายดียังไงกันแน่แต่กลับบังเอิญไปได้ยินบทสนทนาระหว่างลู่เจวี๋ยกับอี้เหยาเข้าเดิมทีเรื่องนี้เขาจะไม่ยุ่งก็ได้ แต่เพราะความสามารถในการทำงานของฉันมันโดดเด่นมากจริงๆเขาไม่อยากเห็นฉันสติแตกจนเสียงานเสียการ ยามที่รู้ความจริงกะ
Read more

บทที่ 9

หลังสิ้นสุดการฮันนีมูนลู่เฉินจูบลาฉันก่อนออกไปทำงาน ส่วนฉันอยู่บ้านรอหมอศัลยกรรมความงามที่นัดไว้มาหาเมื่อเสียงกริ่งประตูบ้านดังขึ้น ฉันจึงเดินไปเปิดประตูคนที่ยืนอยู่ตรงประตูกลับไม่ใช่คุณหมอ แต่เป็นลู่เจวี๋ยเขาผลักฉันกระแทกผนังทันที ก่อนจะขบกัดรอยรักบนคอฉันราวกับเป็นบ้าไปแล้วฉันสะบัดฝ่ามือตบหน้าเขาไปฉาดใหญ่ พลางตัวสั่นเทิ้ม“ลู่เจวี๋ย นายมันบ้าไปแล้ว!”เขาดวงตาแดงก่ำและเต็มไปด้วยเส้นเลือดฝอย“อยู่กับเขาแล้วมีความสุขมากไหม? หืม? เธอรู้บ้างหรือเปล่าว่าฉันคิดถึงเธอทุกวัน คิดถึงจนนอนไม่หลับ!”ฉันพยายามผลักเขาออกไปสุดแรง แต่ก็สู้แรงของเขาไม่ได้เลยฉันจึงทำได้เพียงกัดลงบนหัวไหล่ของเขาเต็มแรง“ลู่เจวี๋ย ในตอนที่หลอกปั่นหัวฉัน ก็ควรจะคิดได้แล้วว่าเราต้องจบลงแบบนี้”หมัดของเขาฟาดลงบนกำแพงอย่างไร้เรี่ยวแรงลู่เจวี๋ยเลิกแขนเสื้อขึ้น บนท่อนแขนมีรอยแผลเป็นแนวยาวจากการโดนลวกอยู่มากมาย“เธอดูสิ ทั้งหมดสามสิบเอ็ดแผล ในที่สุดฉันก็เข้าใจความเจ็บปวดในอดีตของเธอแล้ว ยกโทษให้ฉันเถอะนะ”ฉันเบือนหน้าหนี ไม่ยอมสบตาเขา“ฉันแต่งงานแล้วนะ ลู่เจวี๋ย”“ได้ยินว่าอี้เหยาถูกถอนหมั้นแล้ว ในที่สุดต
Read more

บทที่ 10

ในที่สุดหมอที่รออยู่ก็มาถึงภายในวิลล่าหลังจากฉีดยาสลบให้ฉันเสร็จภาพเบื้องหน้าของฉันพร่าเลือน แต่กลับเห็นเธอกระชากหน้ากากอนามัยลงอย่างกะทันหันเผยให้เห็นใบหน้าที่คลุ้มคลั่งไร้สติอี้เหยาถือมีดผ่าตัด เงื้อง่าจะแทงลงบนคอของฉัน“เฉิงซือเยี่ยน นึกไม่ถึงล่ะสิ ต่อให้ชีวิตฉันพังพินาศ แกก็อย่าหวังว่าจะอยู่อย่างเป็นสุขเลย!”ฉันอยากจะร้องขอความช่วยเหลือ แต่กลับไม่มีเรี่ยวแรงเลยแม้แต่นิดเดียวในวินาทีที่กำลังจะถูกแทง เงาร่างของชายคนหนึ่งก็โผเข้ามาตรงหน้าฉันมีดแทงเข้าใส่ร่างของเขาอย่างจังเลือดอุ่นๆ หยดลงบนตัวฉัน แต่เขากลับใช้หลังมือเช็ดเลือดที่มุมปากออกอย่างระมัดระวังเอ่ยกับฉันด้วยน้ำเสียงแผ่วเบาและอ่อนโยนว่า“อาเยี่ยน หากว่าสามารถย้อนกลับไปในอดีตได้จริงๆ ก็ดีสินะ”“ตอนที่เธอถูกพวกเขารังแก ฉันจะช่วยเธอไว้ เหมือนอย่างตอนนี้”ฉันหน้าซีดเผือด เรียกเขาด้วยน้ำเสียงแหบพร่า“ลู่เจวี๋ย...”อี้เหยายังคงเหมือนคนบ้า เงื้อมีดขึ้นแทงลงมาทีละครั้ง หมายจะแทงลงบนตัวฉันโชคดีที่บอดี้การ์ดมาถึงที่เกิดเหตุ และลากตัวเธอออกไปแล้วไม่นานนักรถตำรวจและรถพยาบาลก็มาถึงพร้อมกันลู่เจวี๋ยนอนอยู่บนพื้น พ
Read more
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status