تسجيل الدخولวันที่ไปจดทะเบียนสมรส ฉันวางใบทะเบียนสมรสไว้ข้างมื้อค่ำใต้แสงเทียน เตรียมจะถ่ายรูปโพสต์ลงฟีด ลู่เจวี๋ยพลันเอ่ยปากขึ้นมาว่า “ใบทะเบียนเป็นของปลอม” ฉันตะลึงไป มีเสียงผู้หญิงอุทานด้วยความตกใจดังแว่วมาจากโทรศัพท์ของเขา “นี่! ทำไมนายถึงบอกหล่อนเร็วขนาดนี้ล่ะ! หมดสนุกเลย!” ลู่เจวี๋ยขมวดคิ้วอย่างเซ็งๆ “หล่อนเซ่อจนป่านนี้ยังดูไม่ออกเลย ยังต้องทนเล่นละครต่ออีกเหรอ?” “เกมเดิมพันนี้ยอมให้เธอชนะเลยแล้วกัน โอเคไหมคุณหนูใหญ่อี้” แต่ทว่า ฟีดนั้นถูกโพสต์ออกไปเรียบร้อยแล้ว ทุกๆ คนต่างเข้ามาแสดงความยินดีที่รักมาราธอนเจ็ดปีของฉันกับลู่เจวี๋ยได้สมหวังในที่สุด ผู้หญิงในสายทิ้งคอมเมนต์แซะอย่างน่าหมั่นไส้ เหมือนตอนที่เคยบูลลี่ฉันในอดีตไม่มีผิด “อุ๊ยตาย~ จดทะเบียนแล้วนี่ เมื่อไหร่จะจัดงานแต่งงานเชิญทุกคนดื่มเหล้ามงคลล่ะ? คิกๆ” ฉันคิดดูแล้วคอมเมนต์ตอบไปว่า “สัปดาห์หน้า”
عرض المزيدในที่สุดหมอที่รออยู่ก็มาถึงภายในวิลล่าหลังจากฉีดยาสลบให้ฉันเสร็จภาพเบื้องหน้าของฉันพร่าเลือน แต่กลับเห็นเธอกระชากหน้ากากอนามัยลงอย่างกะทันหันเผยให้เห็นใบหน้าที่คลุ้มคลั่งไร้สติอี้เหยาถือมีดผ่าตัด เงื้อง่าจะแทงลงบนคอของฉัน“เฉิงซือเยี่ยน นึกไม่ถึงล่ะสิ ต่อให้ชีวิตฉันพังพินาศ แกก็อย่าหวังว่าจะอยู่อย่างเป็นสุขเลย!”ฉันอยากจะร้องขอความช่วยเหลือ แต่กลับไม่มีเรี่ยวแรงเลยแม้แต่นิดเดียวในวินาทีที่กำลังจะถูกแทง เงาร่างของชายคนหนึ่งก็โผเข้ามาตรงหน้าฉันมีดแทงเข้าใส่ร่างของเขาอย่างจังเลือดอุ่นๆ หยดลงบนตัวฉัน แต่เขากลับใช้หลังมือเช็ดเลือดที่มุมปากออกอย่างระมัดระวังเอ่ยกับฉันด้วยน้ำเสียงแผ่วเบาและอ่อนโยนว่า“อาเยี่ยน หากว่าสามารถย้อนกลับไปในอดีตได้จริงๆ ก็ดีสินะ”“ตอนที่เธอถูกพวกเขารังแก ฉันจะช่วยเธอไว้ เหมือนอย่างตอนนี้”ฉันหน้าซีดเผือด เรียกเขาด้วยน้ำเสียงแหบพร่า“ลู่เจวี๋ย...”อี้เหยายังคงเหมือนคนบ้า เงื้อมีดขึ้นแทงลงมาทีละครั้ง หมายจะแทงลงบนตัวฉันโชคดีที่บอดี้การ์ดมาถึงที่เกิดเหตุ และลากตัวเธอออกไปแล้วไม่นานนักรถตำรวจและรถพยาบาลก็มาถึงพร้อมกันลู่เจวี๋ยนอนอยู่บนพื้น พ
หลังสิ้นสุดการฮันนีมูนลู่เฉินจูบลาฉันก่อนออกไปทำงาน ส่วนฉันอยู่บ้านรอหมอศัลยกรรมความงามที่นัดไว้มาหาเมื่อเสียงกริ่งประตูบ้านดังขึ้น ฉันจึงเดินไปเปิดประตูคนที่ยืนอยู่ตรงประตูกลับไม่ใช่คุณหมอ แต่เป็นลู่เจวี๋ยเขาผลักฉันกระแทกผนังทันที ก่อนจะขบกัดรอยรักบนคอฉันราวกับเป็นบ้าไปแล้วฉันสะบัดฝ่ามือตบหน้าเขาไปฉาดใหญ่ พลางตัวสั่นเทิ้ม“ลู่เจวี๋ย นายมันบ้าไปแล้ว!”เขาดวงตาแดงก่ำและเต็มไปด้วยเส้นเลือดฝอย“อยู่กับเขาแล้วมีความสุขมากไหม? หืม? เธอรู้บ้างหรือเปล่าว่าฉันคิดถึงเธอทุกวัน คิดถึงจนนอนไม่หลับ!”ฉันพยายามผลักเขาออกไปสุดแรง แต่ก็สู้แรงของเขาไม่ได้เลยฉันจึงทำได้เพียงกัดลงบนหัวไหล่ของเขาเต็มแรง“ลู่เจวี๋ย ในตอนที่หลอกปั่นหัวฉัน ก็ควรจะคิดได้แล้วว่าเราต้องจบลงแบบนี้”หมัดของเขาฟาดลงบนกำแพงอย่างไร้เรี่ยวแรงลู่เจวี๋ยเลิกแขนเสื้อขึ้น บนท่อนแขนมีรอยแผลเป็นแนวยาวจากการโดนลวกอยู่มากมาย“เธอดูสิ ทั้งหมดสามสิบเอ็ดแผล ในที่สุดฉันก็เข้าใจความเจ็บปวดในอดีตของเธอแล้ว ยกโทษให้ฉันเถอะนะ”ฉันเบือนหน้าหนี ไม่ยอมสบตาเขา“ฉันแต่งงานแล้วนะ ลู่เจวี๋ย”“ได้ยินว่าอี้เหยาถูกถอนหมั้นแล้ว ในที่สุดต
ตอนนั้นฉันเพิ่งเข้าทำงานที่บริษัทใหม่ แล้วเกิดแพ้เกสรดอกไม้จนต้องเข้าโรงพยาบาลฉันไม่รู้เลยว่า คนที่มาเยี่ยมที่โรงพยาบาลในวันนั้นความจริงแล้วมีสองคนนอกจากลู่เจวี๋ยแล้ว ยังมีอาเล็กของลู่เจวี๋ยอีกคนลู่เฉินเขาคือเจ้านายที่บริษัทใหม่ของฉันนี่คือบริษัทแรกที่เขาแยกตัวออกจากตระกูลลู่มาสร้างเองจนสำเร็จตอนที่ฉันแพ้จนหมดสติคาออฟฟิศ เขากำลังติดประชุมอยู่กำลังจะอ้าปากถามว่าเกิดอะไรขึ้น ก็เห็นหลานชายตัวเองอุ้มฉันบึ่งไปโรงพยาบาลแล้วเขารู้สันดานของลู่เจวี๋ยดีวันๆ เอาแต่วิ่งตามตามยัยเด็กตระกูลอี้ถึงขั้นเคยขโมยความลับบริษัทไปประเคนให้ฝั่งนั้น เพียงเพื่อช่วยระดมทุนให้บริษัทตระกูลอี้พ่อตัวดีที่ยอมสร้างเรื่องบ้าๆ ได้ทุกอย่างเพื่ออี้เหยาตอนนี้แฟนสาวที่อยู่ในอ้อมอกกลับเปลี่ยนเป็นคนอื่นไปได้ด้วยความสงสัยและระแวดระวังเขาจึงตามมาที่โรงพยาบาล เพื่อดูว่าฉันเป็นตายร้ายดียังไงกันแน่แต่กลับบังเอิญไปได้ยินบทสนทนาระหว่างลู่เจวี๋ยกับอี้เหยาเข้าเดิมทีเรื่องนี้เขาจะไม่ยุ่งก็ได้ แต่เพราะความสามารถในการทำงานของฉันมันโดดเด่นมากจริงๆเขาไม่อยากเห็นฉันสติแตกจนเสียงานเสียการ ยามที่รู้ความจริงกะ
หลังพิธีแต่งงานสิ้นสุดลง ฉันกำลังเดินไล่ชนแก้วกับแขกเหรื่อทีละคนพลันมีเสียงเอะอะโวยวายดังมาจากประตูทางเข้าพอเงยหน้ามองตามเสียง ลู่เจวี๋ยก็กำลังยกเท้าถีบพนักงานที่เข้ามาขวางจนกระเด็นชั่วพริบตาที่สบสายตากับฉัน เขาตะลึงค้างอยู่ตรงนั้น“เฉิงซือเยี่ยน เธอไม่คิดจะอธิบายหน่อยเหรอ? หลอกฉันมางานแต่ง แล้วปั่นหัวฉันเหมือนคนโง่คนหนึ่ง!”“บอกมาซิว่า ทำไมเธอถึงแต่งงานกับมัน!”ฉันวางแก้วเหล้าลงช้าๆ ก่อนจะเดินไปหยุดตรงหน้าเขาแล้วเอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย“ก็ไม่นับว่าหลอกลวงหรอกมั้ง ฉันก็บอกนายมาตลอดไม่ใช่เหรอว่าสัปดาห์หน้าจะแต่งงาน?”“แต่นายไม่เชื่อเอง”เขาผงะถอยหลังด้วยความไม่อยากเชื่อ ร่างกายทุกส่วนสั่นสะท้านไปหมด“ฉันนึกว่า...”“นึกว่าอะไร? นึกว่าฉันต้องแต่งกับนายให้ได้งั้นเหรอ?”“ลู่เจวี๋ย นายเห็นรอยแผลเป็นบนตัวฉันอยู่เต็มตา แต่นายกลับเลือกทำเป็นมองไม่เห็น แล้วยังคอยช่วยอี้เหยาต่อ”“อีกอย่าง เดิมทีพวกนายก็วางแผนจะให้ฉันขายหน้าในงานแต่งอยู่แล้ว ตอนนี้คนที่ขายหน้าเปลี่ยนเป็นยัยนั่นแล้ว ทำไมเล่า ปวดใจงั้นเหรอ?”เขาแทบจะอ้อนวอน ขอร้องไม่ให้ฉันพูดต่อ“ไม่... ไม่ใช่แบบนั้น...”“ถ้าฉันร





