Short
เมื่อวันวานเลือนหาย

เมื่อวันวานเลือนหาย

بواسطة:  ขู่จวี๋مكتمل
لغة: Thai
goodnovel4goodnovel
10فصول
0وجهات النظر
قراءة
أضف إلى المكتبة

مشاركة:  

تقرير
ملخص
كتالوج
امسح الكود للقراءة على التطبيق

วันที่ไปจดทะเบียนสมรส ฉันวางใบทะเบียนสมรสไว้ข้างมื้อค่ำใต้แสงเทียน เตรียมจะถ่ายรูปโพสต์ลงฟีด ลู่เจวี๋ยพลันเอ่ยปากขึ้นมาว่า “ใบทะเบียนเป็นของปลอม” ฉันตะลึงไป มีเสียงผู้หญิงอุทานด้วยความตกใจดังแว่วมาจากโทรศัพท์ของเขา “นี่! ทำไมนายถึงบอกหล่อนเร็วขนาดนี้ล่ะ! หมดสนุกเลย!” ลู่เจวี๋ยขมวดคิ้วอย่างเซ็งๆ “หล่อนเซ่อจนป่านนี้ยังดูไม่ออกเลย ยังต้องทนเล่นละครต่ออีกเหรอ?” “เกมเดิมพันนี้ยอมให้เธอชนะเลยแล้วกัน โอเคไหมคุณหนูใหญ่อี้” แต่ทว่า ฟีดนั้นถูกโพสต์ออกไปเรียบร้อยแล้ว ทุกๆ คนต่างเข้ามาแสดงความยินดีที่รักมาราธอนเจ็ดปีของฉันกับลู่เจวี๋ยได้สมหวังในที่สุด ผู้หญิงในสายทิ้งคอมเมนต์แซะอย่างน่าหมั่นไส้ เหมือนตอนที่เคยบูลลี่ฉันในอดีตไม่มีผิด “อุ๊ยตาย~ จดทะเบียนแล้วนี่ เมื่อไหร่จะจัดงานแต่งงานเชิญทุกคนดื่มเหล้ามงคลล่ะ? คิกๆ” ฉันคิดดูแล้วคอมเมนต์ตอบไปว่า “สัปดาห์หน้า”

عرض المزيد

الفصل الأول

บทที่ 1

...

“แค่นี้นะ ฉันยังต้องไปฉลองวันครบรอบที่คบกันอีก”

อี้เหยาที่อยู่ในสายอึ้งไปอย่างเห็นได้ชัด

“นายไม่เลิกกับหล่อนเหรอ?”

“จะเลิกทำไม เลิกแล้วให้ไปคบกับเธอหรือไง? เธอเองก็จะแต่งงานอยู่แล้วไหมล่ะ?”

ลู่เจวี๋ยตัดสายอย่างเซ็งๆ พลางเปิดกล่องเค้กออก แล้ววางไว้ตรงกลางอย่างประณีตตั้งใจ

จุดเทียนให้สว่างทำเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น พร้อมโบกมือเรียกฉัน

“อาเยี่ยน รีบมาอธิษฐานเร็ว”

ฉันชาไปทั้งตัว จ้องลึกเข้าไปในดวงตาของเขาตรงๆ

ในนั้นสงบราบเรียบไร้ระลอกคลื่น ไม่มีแม้แต่ความรู้สึกผิดเลยแม้เพียงเศษเสี้ยวเดียว

“โกหกฉันมานานขนาดนี้ สนุกมากไหม?”

รอยยิ้มบนใบหน้าของลู่เจวี๋ยจางหายไป

“ก็ไม่นับว่าโกหกหรอกมั้ง ฉันแพ้ให้ยัยนั่นก็ต้องพูดให้ชัดเจน ก็แค่ไม่อยากให้ความสัมพันธ์ระหว่างพวกเราเกิดปัญหา ยังไม่พอจะพิสูจน์อีกเหรอว่าฉันให้ความสำคัญกับเธอ?”

“อีกอย่าง ก็แค่ไม่ได้จดทะเบียนสมรสเท่านั้นเอง ฉันก็ไม่ได้บอกว่าจะเลิกกับเธอสักหน่อย”

บนเค้กตรงหน้าปักเทียนเอาไว้เจ็ดเล่ม

แสงสว่างจ้าของมันกำลังตอกย้ำฉัน

นี่คือปีที่เจ็ดที่ฉันถูกปั่นหัวเป็นคนโง่

แสงเทียนไม่มีความอุ่นสักเท่าไหร่

แต่กลับกระตุ้นให้แผลเป็นบนท่อนแขนที่หายดีตั้งนานแล้วเกิดอาการคันยิบๆ ขึ้นมาน้อยๆ

ให้ตายฉันก็คิดไม่ถึงเลย

แฟนหนุ่มที่ให้คำมั่นสัญญาแก่ฉันว่าจะเคียงคู่กันชั่วชีวิต กับยัยคนบูลลี่ที่เอาเครื่องม้วนผมนาบจนฉันบาดเจ็บสาหัสไปทั้งตัว

ที่แท้กลับเป็นเพื่อนเล่นกันมาตั้งแต่เด็ก

ใบทะเบียนสมรสปลอมข้างขอบโต๊ะแดงแสบตา

หน้าที่กางออกนั้น หยุดภาพรอยยิ้มที่มีความสุขที่สุดของฉันเอาไว้

ทั้งๆ ที่หลงคิดว่าชีวิตกำลังจะผ่านพ้นความทุกข์พบเจอความสุขแล้วแท้ๆ

น้ำตาเอ่อคลอภายในเบ้าตา

“ใช่ คุณไม่ได้โกหก”

เป็นฉันเองที่โง่

โง่จนคิดไปว่าตัวฉันที่มีบาดแผลเต็มไปหมด จะมีใครสักคนยอมทุ่มเทความรักให้ด้วยความเต็มใจจริงๆ

ฉันหยิบใบทะเบียนปลอมขึ้นมา จ่อเข้ากับเปลวเทียน

เปลวไฟแลบเลีย ปกนอกไหม้เกรียมเป็นสีดำไปมุมหนึ่งในพริบตา

ลู่เจวี๋ยมือไวตาไวคว้าตัวฉันเข้าไปในอ้อมอก

เขาคว้าแก้วขึ้นมาสาดน้ำดับไฟลง

“เธอทำอะไรน่ะ! ไม่ใช่ว่าเธอกลัวไฟที่สุดหรอกเหรอ?”

เขาจำได้ อาการฝังใจที่หลงเหลืออยู่หลังจากที่ฉันถูกบูลลี่

แม้กระทั่งคำอธิษฐานวันเกิดของทุกๆ ปี ก็ล้วนเป็นฉันที่กระซิบแผ่วเบาที่ข้างหูของเขา

ให้เขาช่วยอธิษฐานและเป่าเทียนแทนฉัน

เจ็ดปีมานี้ ฉันอธิษฐานขอพรนับครั้งไม่ถ้วน

“เฉิงซือเยี่ยนต้องอยู่กับลู่เจวี๋ยไปชั่วชีวิต”

แม่แต่งงานใหม่ พ่อแต่งงานใหม่

ฉันอยากมีบ้านสักหลังที่ไม่ต้องเปลี่ยนที่อยู่อีกต่อไปมากกว่าใครๆ ทั้งหมด

ยามที่เขาได้ยินสิ่งเหล่านี้ กำลังคิดอะไรอยู่กันแน่?

หัวเราะเยาะอยู่ในใจใช่ไหม?

หัวเราะเยาะที่ฉันติดอยู่ในกับดักนี้ ถูกเขาหยอกล้อปั่นหัวเล่นปีแล้วปีเล่าก็ยังไม่รู้ตัวงั้นเหรอ?

สุดท้ายกลับต้องให้เขาแสร้งใจดีบอกความจริงกับฉันอีกอย่างนั้นเหรอ?

ไฟดับลงแล้ว นิ้วมือทิ้งรอยแผลสีแดงสดเอาไว้แนวหนึ่ง

ลู่เจวี๋ยรื้อกล่องยาออกมาทายาแก้อักเสบให้ฉัน แววตาแฝงความรู้สึกซับซ้อนพาดผ่านแวบหนึ่ง

“เลิกงี่เง่าได้แล้ว ฉันกับอี้เหยาไม่มีอะไรจริงๆ เธอก็รู้ว่ายัยนั่นกำลังจะแต่งงานเร็วๆ นี้แล้ว เธออยากได้อะไร ฉันชดเชยให้เธอได้หมดเลย”

เขาหยิบโทรศัพท์ขึ้นมา กำลังจะเปิดดูของขวัญที่เลือกสรรไว้ให้ฉันเรียบร้อยแล้วภายในตะกร้าช้อปปิ้ง

ทว่าสีหน้ากลับชะงักค้างไปในทันที

พลางขมวดคิ้วมองฉัน

“เธอตั้งใจงั้นเหรอ? ฉันก็บอกอยู่ชัดๆ ว่าห้ามโพสต์ เธอเจตนาทำไฟลวกตัวเองก็เพื่อที่จะบีบให้แต่งงานใช่ไหม?!”

“เฉิงซือเยี่ยน เธออยากแต่งงานจนตัวสั่นขนาดนั้นเลยเหรอ?”

“คบเป็นแฟนกันมันไม่เหมือนกันหรือไง? เดิมทีฉัน...”

คำพูดของเขาจุกอยู่ที่ลำคอ ก็ถูกโทรศัพท์สายหนึ่งขัดจังหวะลง

อี้เหยาเป็นคนโทรมา

เสียงหัวเราะร่วนอย่างเสแสร้งดังสนั่นขึ้นมา

“นายนี่นะ ทุกๆ คนรู้หมดแล้วว่านายจะจัดงานแต่งงานสัปดาห์หน้า ฉันเตือนนายตั้งนานแล้วว่าคนจนๆ แบบหล่อนไม่มีศักดิ์ศรีหรอก ถูกปั่นหัวเล่นยังอุตส่าห์แล่นมาขอแต่งงานกับนายอีก”

“คงเป็นเพราะรู้ว่านายรวยล่ะมั้ง น่าเสียดายจัง หล่อนไม่รู้หรอกว่านายรับปากจะปกป้องฉันไปชั่วชีวิต”

ชายหนุ่มวางสายด้วยสีหน้ามืดมนบึ้งตึง ก่อนจะออกคำสั่งกับฉัน

“รีบลบโพสต์ออกซะ”

“ฉันไม่ลบ ลู่เจวี๋ย สัปดาห์หน้าฉันจะแต่งงาน”

คุณย่าป่วยหนักมาก

ท่านถามฉันว่า ในเมื่อความสัมพันธ์ของฉันกับลู่เจวี๋ยก็มั่นคงดีขนาดนั้น ทำไมถึงยังไม่ยอมลงเอยกันเสียที

ที่แท้

เขาให้คำมั่นสัญญากับผู้หญิงคนอื่นไปตั้งนานแล้ว

การคบเป็นแฟนกับฉันต่อไป ก็นับเป็นทานบริจาคที่ยิ่งใหญ่ที่สุดแล้ว

ฉันควรจะต้องสำนึกในบุญคุณเสียด้วยซ้ำ

แต่ทำไมเขาถึงคิดว่าฉันจะต้องการความสมเพชที่เล็ดลอดมาจากซอกนิ้วมือของเขากันล่ะ?

توسيع
الفصل التالي
تحميل

أحدث فصل

فصول أخرى
لا توجد تعليقات
10 فصول
บทที่ 1
...“แค่นี้นะ ฉันยังต้องไปฉลองวันครบรอบที่คบกันอีก”อี้เหยาที่อยู่ในสายอึ้งไปอย่างเห็นได้ชัด“นายไม่เลิกกับหล่อนเหรอ?”“จะเลิกทำไม เลิกแล้วให้ไปคบกับเธอหรือไง? เธอเองก็จะแต่งงานอยู่แล้วไหมล่ะ?”ลู่เจวี๋ยตัดสายอย่างเซ็งๆ พลางเปิดกล่องเค้กออก แล้ววางไว้ตรงกลางอย่างประณีตตั้งใจจุดเทียนให้สว่างทำเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น พร้อมโบกมือเรียกฉัน“อาเยี่ยน รีบมาอธิษฐานเร็ว”ฉันชาไปทั้งตัว จ้องลึกเข้าไปในดวงตาของเขาตรงๆในนั้นสงบราบเรียบไร้ระลอกคลื่น ไม่มีแม้แต่ความรู้สึกผิดเลยแม้เพียงเศษเสี้ยวเดียว“โกหกฉันมานานขนาดนี้ สนุกมากไหม?”รอยยิ้มบนใบหน้าของลู่เจวี๋ยจางหายไป“ก็ไม่นับว่าโกหกหรอกมั้ง ฉันแพ้ให้ยัยนั่นก็ต้องพูดให้ชัดเจน ก็แค่ไม่อยากให้ความสัมพันธ์ระหว่างพวกเราเกิดปัญหา ยังไม่พอจะพิสูจน์อีกเหรอว่าฉันให้ความสำคัญกับเธอ?”“อีกอย่าง ก็แค่ไม่ได้จดทะเบียนสมรสเท่านั้นเอง ฉันก็ไม่ได้บอกว่าจะเลิกกับเธอสักหน่อย”บนเค้กตรงหน้าปักเทียนเอาไว้เจ็ดเล่มแสงสว่างจ้าของมันกำลังตอกย้ำฉันนี่คือปีที่เจ็ดที่ฉันถูกปั่นหัวเป็นคนโง่แสงเทียนไม่มีความอุ่นสักเท่าไหร่แต่กลับกระตุ้นให้แผลเป็นบนท่อนแ
اقرأ المزيد
บทที่ 2
“เฉิงซือเยี่ยน เธอเลิกดื้อดึงกับเรื่องขี้ผงพวกนี้ได้ไหม!”ลู่เจวี๋ยกระแทกประตูแล้วเดินจากไปฉันนั่งอยู่บนโซฟาอย่างสงบนิ่ง ดึงผ้าพันแผลที่พันไว้หลายรอบออก แล้วเปลี่ยนมาแปะพลาสเตอร์ยาทับลงไปใหม่ควรจะรู้ตัวตั้งนานแล้วเขากับฉันไม่ใช่คนในโลกใบเดียวกันแต่แรกเลยด้วยซ้ำเขาทำแผลเบื้องต้นไม่เป็นเลยสักอย่างเห็นๆ อยู่ว่าแม้แต่บะหมี่กึ่งสำเร็จรูปก็ยังต้มได้รสชาติแย่แท้ๆแต่กลับเหมาดินเนอร์ใต้แสงเทียนครั้งนี้ทั้งหมด แถมยังบอกว่าจะทำของอร่อยๆ ให้ฉันเนื้อริบอายนำเข้าจากออสเตรเลีย ไวน์แดงชาโดเนย์ที่บ่มเก็บในห้องใต้ดินของไร่ไวน์ และเค้กที่สั่งทำพิเศษจากเชฟส่วนตัวคาดว่าทั้งหมดคงสั่งมาจากภัตตาคารไฮเอนด์แม้กระทั่งเทียนที่ไม่สะดุดตาที่สุด ก็ยังเป็นเทียนหอมอโรมาแบรนด์หรูลู่เจวี๋ยพลิกคว่ำโต๊ะตามอารมณ์ สิ่งของที่มากพอๆ กับเงินเดือนสามเดือนของฉันก็แหลกละเอียดอยู่บนพื้นอย่างไร้ค่าคราบไวน์แดงที่กระเซ็นไปทั่วทำให้ผนังสกปรกเลอะเทอะฉันถึงขั้นยังคิดอยู่เลยว่า คราวนี้เจ้าของบ้านเช่าคงไม่คืนเงินประกันให้ฉันแล้วแน่ๆท่ามกลางสภาพเละเทะกระจัดกระจาย ฉันก็เริ่มเก็บข้าวของพลางส่งข้อความติดต่อเจ้าของ
اقرأ المزيد
บทที่ 3
พอขึ้นนั่งบนรถแท็กซี่ ฉันก็บอกที่อยู่ออกไปคนขับหันกลับมามองสภาพชุมชนอันทรุดโทรม พลางทำหน้าทำตาหลุกหลิกแล้วเอ่ยขึ้นว่า“น้องสาว ย้ายบ้านคราวนี้ยกระดับฐานะต่างกันลิบลับเลยนะเนี่ย”ฉันกวาดสายตามองออกไปนอกหน้าต่างอย่างเรียบเฉย จากนั้นจึงก้มหน้าตอบข้อความต่อ“ค่ะ ย้ายไปเตรียมงานแต่งงานกับคู่หมั้น”“งั้นต้องยินดีด้วยจริงๆ นะ! คนที่อาศัยอยู่สถานที่แบบนั้นล้วนแต่เป็นบิ๊กบอสทั้งนั้นเลย”ฉันไม่ได้ต่อบทสนทนาอีก เพียงแต่ปรับแก้ไขกำหนดการที่พิธีกรงานแต่งส่งมาให้แล้วกดส่งต่อออกไปอีกครั้งหลังลงจากรถ ฉันลากกระเป๋าเดินทางเดินอยู่ในหมู่บ้านวิลล่าอยู่พักหนึ่งทางด้านหลังพลันมีเสียงเหยียบเบรกกะทันหันและเสียงตวาดลั่นดังขึ้น“เฉิงซือเยี่ยน เธอรู้ได้ยังไงว่าบ้านฉันอยู่ที่นี่? เธอสืบเรื่องของฉันเหรอ?”พอเห็นกระเป๋าเดินทางของฉัน ก็ยิ่งโกรธจนหน้ามืดตามัวเข้าไปอีก“เธอถึงขนาดกล้าบุกมาทวงสถานะกับพ่อแม่ฉันถึงบ้านเลยเหรอ? เธอเป็นบ้าไปแล้วหรือไง!”ฉันส่ายหัวไปมา“เปล่าเลย ฉันไม่รู้ว่าคุณอยู่ที่นี่”สีหน้าของเขาบูดบึ้งลงทีละนิด ก่อนจะบีบข้อมือฉันแน่นแล้วลากไปบนรถ“เสแสร้งอะไรอีก! ทำไมเมื่อก่อนฉันถึ
اقرأ المزيد
บทที่ 4
ฉันไม่รู้ว่าบ้านของลู่เจวี๋ยอยู่ที่ไหน จึงทำได้เพียงเข้าไปส่องบัญชีโซเชียลของอี้เหยาเธอหน้าตาสะสวยทั้งยังชาติตระกูลดี แถมยังมีผู้ติดตามในอินสตาแกรมอยู่ไม่น้อยที่ผ่านมาเธอมักจะโพสต์แต่เรื่องความสวยความงามจู่ๆ วันนี้กลับโพสต์คลิปวิดีโอจิกกัด“ทุกคนคะ ขำจะตายอยู่แล้วจริงๆ ไม่เคยเจอผู้หญิงที่ยอมพลีกายพลีใจวิ่งไล่ตามตื๊อผู้ชายขนาดนี้มาก่อนเลย!”“ถ้าไม่ใช่เพราะฉันยอมทุ่มเงินเพื่อให้ได้เวลาและขั้นตอนลำดับงานแต่งงานของหล่อนมา เพื่อนสมัยเด็กของฉันคงไม่เชื่อหรอกว่า หล่อนเริ่มเตรียมงานแต่งอยู่คนเดียวน่ะ!”ใบหน้าของเธอ ยิ่งมองนานเข้าก็ยิ่งทำให้ฉันรู้สึกคลื่นไส้พะอืดพะอมฉันรีบค้นหาโลเคชันที่เธอเคยโพสต์ไว้แต่ก่อนอย่างเร่งรีบในที่สุดก็พบร่องรอยของลู่เจวี๋ยที่คลับที่พวกเขาไปเป็นประจำเพิ่งจะก้าวออกจากลิฟต์ ก็ได้ยินเสียงหัวเราะดัดจริตของอี้เหยาดังแว่วมา“ถึงเวลานั้น ฉันจะทำไลฟ์สดงานแต่งงานสักหน่อย ลู่เจวี๋ย นายห้ามไปนะ ปล่อยให้หล่อนเฝ้ารอไป เอาให้หน้าแตกยับเยินไปเลย”น้ำเสียงแผ่วเบาของหญิงสาวอีกคนเอ่ยขึ้นด้วยความลังเล“เรื่องนี้ไม่ค่อยดีมั้ง อี้เหยาบัญชีเธอน่ะมีผู้ติดตามตั้งหลายแสนคนเช
اقرأ المزيد
บทที่ 5
สิ่งที่ปรากฏขึ้นในคลิปวิดีโอไม่ใช่บันทึกความทรงจำเรื่องความรักที่เตรียมไว้เป็นอย่างดีแต่กลับเป็นอี้เหยาในชุดนักเรียนมัธยมปลาย สีหน้าเต็มไปด้วยความหยิ่งยโสโอหัง“เฉิงซือเยี่ยน เธอไปฟ้องครูว่าฉันบูลลี่เธอใช่ไหม? จะเป็นได้ยังไงกันล่ะ? พวกเราก็แค่หยอกล้อเล่นกันตามประสาเพื่อนร่วมชั้นเท่านั้นเองนะ!”เด็กสาวที่มีรอยเขียวช้ำบนแก้มถูกต้อนจนมุมอยู่ข้างอ่างล้างหน้าในห้องน้ำดวงตาของเธอใสกระจ่างทว่าดื้อรั้นเด็ดเดี่ยวตอนที่เครื่องม้วนผมร้อนจัดนาบลงบนมือ เธอกัดริมฝีปากตัวเองแน่น ไม่ปริปากส่งเสียงเลยแม้แต่คำเดียวเลือดไหลทะลักซึมลงมาตามมุมปากลู่เจวี๋ยใจกระตุกวูบขึ้นมาหนหนึ่งอาเยี่ยนเขาไม่เคยรู้มาก่อนเลยว่าสิ่งที่เฉิงซือเยี่ยนต้องประสบพบเจอในช่วงมัธยมปลาย คือความรุนแรงที่สาหัสสากรรจ์ขนาดนี้จำได้เพียงแค่ยามที่เธอสะดุ้งตื่นขึ้นมาจากฝันร้ายแผ่นหลังอันบอบบางนั้นสั่นสะท้านอยู่ภายใต้ฝ่ามือของเขาฟันสั่นกระทบกันจนไม่สามารถเอ่ยคำพูดออกมาได้แม้แต่ประโยคเดียวเขาไม่เคยถามไถ่เธอเลยว่าเกิดเรื่องอะไรขึ้นกันแน่เพียงแค่ปลอบประโลมซ้ำแล้วซ้ำเล่า ด้วยถ้อยคำที่แม้แต่ตัวเขาเองก็ยังไม่เชื่อ“ไม่ใช่ค
اقرأ المزيد
บทที่ 6
ตอนเรียนมัธยมปลาย เขาอยู่ต่างประเทศได้แต่รับรู้จากปากของอี้เหยาว่า มีเพื่อนนักเรียนหญิงคนหนึ่งคอยจ้องเล่นงานเธออยู่ทุกเรื่องชื่อว่าเฉิงซือเยี่ยนจนกระทั่งในโครงการแลกเปลี่ยนระหว่างประเทศ เขาถึงได้พบกับผู้หญิงคนนั้นเป็นครั้งแรกเธอใช้ภาษาได้อย่างฉะฉาน แสดงทรรศนะของตนเองออกมาได้อย่างไม่นอบน้อมถ่อมตนเกินไปและไม่เย่อหยิ่งเกินไปเขาชื่นชมเธอมาก พอการบรรยายจบลงจึงคิดจะเข้าไปพูดคุยด้วยสักสองสามประโยคทว่าสายตากลับไปสะดุดเข้ากับป้ายชื่อที่เขียนชื่อของเธอเอาไว้ที่แท้ก็เป็นผู้หญิงคนนี้เองที่แย่งโควตาของอี้เหยาไปหลังจากอี้เหยารู้เรื่องนี้เข้า ก็วางแผนด้วยความยินดีปรีดา“ลู่เจวี๋ย นายไปจีบหล่อนเลยนะ! วันก่อนให้ตายก็ไม่ยอมรับผิด เห็นแล้วสะอิดสะเอียนชะมัด”“ฉันอยากจะรู้นักว่าถ้าโดนแฟนหลอกปั่นหัวแล้ว หล่อนยังจะทำเป็นใจเย็นอยู่ได้อีกไหม”“เป็นไง? มาเดิมพันกันหน่อยไหมล่ะ”ราวกับมีผีสางเทวดาดลใจ เขาจึงตอบรับข้อตกลงเดิมพันนี้ไปทว่าตลอดเวลาหลายปีที่อยู่ด้วยกัน ในอกเขากลับยิ่งหนักอึ้งขึ้นเรื่อยๆเกมเดิมพันก็เหมือนกับระเบิดเวลาที่อยู่บนศีรษะของเขา นับถอยหลังทีละวินาทีๆโดยที่ไม่รู้เลยว่า
اقرأ المزيد
บทที่ 7
หลังพิธีแต่งงานสิ้นสุดลง ฉันกำลังเดินไล่ชนแก้วกับแขกเหรื่อทีละคนพลันมีเสียงเอะอะโวยวายดังมาจากประตูทางเข้าพอเงยหน้ามองตามเสียง ลู่เจวี๋ยก็กำลังยกเท้าถีบพนักงานที่เข้ามาขวางจนกระเด็นชั่วพริบตาที่สบสายตากับฉัน เขาตะลึงค้างอยู่ตรงนั้น“เฉิงซือเยี่ยน เธอไม่คิดจะอธิบายหน่อยเหรอ? หลอกฉันมางานแต่ง แล้วปั่นหัวฉันเหมือนคนโง่คนหนึ่ง!”“บอกมาซิว่า ทำไมเธอถึงแต่งงานกับมัน!”ฉันวางแก้วเหล้าลงช้าๆ ก่อนจะเดินไปหยุดตรงหน้าเขาแล้วเอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย“ก็ไม่นับว่าหลอกลวงหรอกมั้ง ฉันก็บอกนายมาตลอดไม่ใช่เหรอว่าสัปดาห์หน้าจะแต่งงาน?”“แต่นายไม่เชื่อเอง”เขาผงะถอยหลังด้วยความไม่อยากเชื่อ ร่างกายทุกส่วนสั่นสะท้านไปหมด“ฉันนึกว่า...”“นึกว่าอะไร? นึกว่าฉันต้องแต่งกับนายให้ได้งั้นเหรอ?”“ลู่เจวี๋ย นายเห็นรอยแผลเป็นบนตัวฉันอยู่เต็มตา แต่นายกลับเลือกทำเป็นมองไม่เห็น แล้วยังคอยช่วยอี้เหยาต่อ”“อีกอย่าง เดิมทีพวกนายก็วางแผนจะให้ฉันขายหน้าในงานแต่งอยู่แล้ว ตอนนี้คนที่ขายหน้าเปลี่ยนเป็นยัยนั่นแล้ว ทำไมเล่า ปวดใจงั้นเหรอ?”เขาแทบจะอ้อนวอน ขอร้องไม่ให้ฉันพูดต่อ“ไม่... ไม่ใช่แบบนั้น...”“ถ้าฉันร
اقرأ المزيد
บทที่ 8
ตอนนั้นฉันเพิ่งเข้าทำงานที่บริษัทใหม่ แล้วเกิดแพ้เกสรดอกไม้จนต้องเข้าโรงพยาบาลฉันไม่รู้เลยว่า คนที่มาเยี่ยมที่โรงพยาบาลในวันนั้นความจริงแล้วมีสองคนนอกจากลู่เจวี๋ยแล้ว ยังมีอาเล็กของลู่เจวี๋ยอีกคนลู่เฉินเขาคือเจ้านายที่บริษัทใหม่ของฉันนี่คือบริษัทแรกที่เขาแยกตัวออกจากตระกูลลู่มาสร้างเองจนสำเร็จตอนที่ฉันแพ้จนหมดสติคาออฟฟิศ เขากำลังติดประชุมอยู่กำลังจะอ้าปากถามว่าเกิดอะไรขึ้น ก็เห็นหลานชายตัวเองอุ้มฉันบึ่งไปโรงพยาบาลแล้วเขารู้สันดานของลู่เจวี๋ยดีวันๆ เอาแต่วิ่งตามตามยัยเด็กตระกูลอี้ถึงขั้นเคยขโมยความลับบริษัทไปประเคนให้ฝั่งนั้น เพียงเพื่อช่วยระดมทุนให้บริษัทตระกูลอี้พ่อตัวดีที่ยอมสร้างเรื่องบ้าๆ ได้ทุกอย่างเพื่ออี้เหยาตอนนี้แฟนสาวที่อยู่ในอ้อมอกกลับเปลี่ยนเป็นคนอื่นไปได้ด้วยความสงสัยและระแวดระวังเขาจึงตามมาที่โรงพยาบาล เพื่อดูว่าฉันเป็นตายร้ายดียังไงกันแน่แต่กลับบังเอิญไปได้ยินบทสนทนาระหว่างลู่เจวี๋ยกับอี้เหยาเข้าเดิมทีเรื่องนี้เขาจะไม่ยุ่งก็ได้ แต่เพราะความสามารถในการทำงานของฉันมันโดดเด่นมากจริงๆเขาไม่อยากเห็นฉันสติแตกจนเสียงานเสียการ ยามที่รู้ความจริงกะ
اقرأ المزيد
บทที่ 9
หลังสิ้นสุดการฮันนีมูนลู่เฉินจูบลาฉันก่อนออกไปทำงาน ส่วนฉันอยู่บ้านรอหมอศัลยกรรมความงามที่นัดไว้มาหาเมื่อเสียงกริ่งประตูบ้านดังขึ้น ฉันจึงเดินไปเปิดประตูคนที่ยืนอยู่ตรงประตูกลับไม่ใช่คุณหมอ แต่เป็นลู่เจวี๋ยเขาผลักฉันกระแทกผนังทันที ก่อนจะขบกัดรอยรักบนคอฉันราวกับเป็นบ้าไปแล้วฉันสะบัดฝ่ามือตบหน้าเขาไปฉาดใหญ่ พลางตัวสั่นเทิ้ม“ลู่เจวี๋ย นายมันบ้าไปแล้ว!”เขาดวงตาแดงก่ำและเต็มไปด้วยเส้นเลือดฝอย“อยู่กับเขาแล้วมีความสุขมากไหม? หืม? เธอรู้บ้างหรือเปล่าว่าฉันคิดถึงเธอทุกวัน คิดถึงจนนอนไม่หลับ!”ฉันพยายามผลักเขาออกไปสุดแรง แต่ก็สู้แรงของเขาไม่ได้เลยฉันจึงทำได้เพียงกัดลงบนหัวไหล่ของเขาเต็มแรง“ลู่เจวี๋ย ในตอนที่หลอกปั่นหัวฉัน ก็ควรจะคิดได้แล้วว่าเราต้องจบลงแบบนี้”หมัดของเขาฟาดลงบนกำแพงอย่างไร้เรี่ยวแรงลู่เจวี๋ยเลิกแขนเสื้อขึ้น บนท่อนแขนมีรอยแผลเป็นแนวยาวจากการโดนลวกอยู่มากมาย“เธอดูสิ ทั้งหมดสามสิบเอ็ดแผล ในที่สุดฉันก็เข้าใจความเจ็บปวดในอดีตของเธอแล้ว ยกโทษให้ฉันเถอะนะ”ฉันเบือนหน้าหนี ไม่ยอมสบตาเขา“ฉันแต่งงานแล้วนะ ลู่เจวี๋ย”“ได้ยินว่าอี้เหยาถูกถอนหมั้นแล้ว ในที่สุดต
اقرأ المزيد
บทที่ 10
ในที่สุดหมอที่รออยู่ก็มาถึงภายในวิลล่าหลังจากฉีดยาสลบให้ฉันเสร็จภาพเบื้องหน้าของฉันพร่าเลือน แต่กลับเห็นเธอกระชากหน้ากากอนามัยลงอย่างกะทันหันเผยให้เห็นใบหน้าที่คลุ้มคลั่งไร้สติอี้เหยาถือมีดผ่าตัด เงื้อง่าจะแทงลงบนคอของฉัน“เฉิงซือเยี่ยน นึกไม่ถึงล่ะสิ ต่อให้ชีวิตฉันพังพินาศ แกก็อย่าหวังว่าจะอยู่อย่างเป็นสุขเลย!”ฉันอยากจะร้องขอความช่วยเหลือ แต่กลับไม่มีเรี่ยวแรงเลยแม้แต่นิดเดียวในวินาทีที่กำลังจะถูกแทง เงาร่างของชายคนหนึ่งก็โผเข้ามาตรงหน้าฉันมีดแทงเข้าใส่ร่างของเขาอย่างจังเลือดอุ่นๆ หยดลงบนตัวฉัน แต่เขากลับใช้หลังมือเช็ดเลือดที่มุมปากออกอย่างระมัดระวังเอ่ยกับฉันด้วยน้ำเสียงแผ่วเบาและอ่อนโยนว่า“อาเยี่ยน หากว่าสามารถย้อนกลับไปในอดีตได้จริงๆ ก็ดีสินะ”“ตอนที่เธอถูกพวกเขารังแก ฉันจะช่วยเธอไว้ เหมือนอย่างตอนนี้”ฉันหน้าซีดเผือด เรียกเขาด้วยน้ำเสียงแหบพร่า“ลู่เจวี๋ย...”อี้เหยายังคงเหมือนคนบ้า เงื้อมีดขึ้นแทงลงมาทีละครั้ง หมายจะแทงลงบนตัวฉันโชคดีที่บอดี้การ์ดมาถึงที่เกิดเหตุ และลากตัวเธอออกไปแล้วไม่นานนักรถตำรวจและรถพยาบาลก็มาถึงพร้อมกันลู่เจวี๋ยนอนอยู่บนพื้น พ
اقرأ المزيد
استكشاف وقراءة روايات جيدة مجانية
الوصول المجاني إلى عدد كبير من الروايات الجيدة على تطبيق GoodNovel. تنزيل الكتب التي تحبها وقراءتها كلما وأينما أردت
اقرأ الكتب مجانا في التطبيق
امسح الكود للقراءة على التطبيق
DMCA.com Protection Status