Share

บทที่ 4

Penulis: ขู่จวี๋
ฉันไม่รู้ว่าบ้านของลู่เจวี๋ยอยู่ที่ไหน จึงทำได้เพียงเข้าไปส่องบัญชีโซเชียลของอี้เหยา

เธอหน้าตาสะสวยทั้งยังชาติตระกูลดี แถมยังมีผู้ติดตามในอินสตาแกรมอยู่ไม่น้อย

ที่ผ่านมาเธอมักจะโพสต์แต่เรื่องความสวยความงาม

จู่ๆ วันนี้กลับโพสต์คลิปวิดีโอจิกกัด

“ทุกคนคะ ขำจะตายอยู่แล้วจริงๆ ไม่เคยเจอผู้หญิงที่ยอมพลีกายพลีใจวิ่งไล่ตามตื๊อผู้ชายขนาดนี้มาก่อนเลย!”

“ถ้าไม่ใช่เพราะฉันยอมทุ่มเงินเพื่อให้ได้เวลาและขั้นตอนลำดับงานแต่งงานของหล่อนมา เพื่อนสมัยเด็กของฉันคงไม่เชื่อหรอกว่า หล่อนเริ่มเตรียมงานแต่งอยู่คนเดียวน่ะ!”

ใบหน้าของเธอ ยิ่งมองนานเข้าก็ยิ่งทำให้ฉันรู้สึกคลื่นไส้พะอืดพะอม

ฉันรีบค้นหาโลเคชันที่เธอเคยโพสต์ไว้แต่ก่อนอย่างเร่งรีบ

ในที่สุดก็พบร่องรอยของลู่เจวี๋ยที่คลับที่พวกเขาไปเป็นประจำ

เพิ่งจะก้าวออกจากลิฟต์ ก็ได้ยินเสียงหัวเราะดัดจริตของอี้เหยาดังแว่วมา

“ถึงเวลานั้น ฉันจะทำไลฟ์สดงานแต่งงานสักหน่อย ลู่เจวี๋ย นายห้ามไปนะ ปล่อยให้หล่อนเฝ้ารอไป เอาให้หน้าแตกยับเยินไปเลย”

น้ำเสียงแผ่วเบาของหญิงสาวอีกคนเอ่ยขึ้นด้วยความลังเล

“เรื่องนี้ไม่ค่อยดีมั้ง อี้เหยาบัญชีเธอน่ะมีผู้ติดตามตั้งหลายแสนคนเชียวนะ หากทำเช่นนี้จริงๆ แล้วหล่อนยังจะใช้ชีวิตสู้หน้าผู้คนได้ยังไง”

“พี่ลู่ หรือพี่จะลองคุยกับเธออีกสักรอบ แล้วให้เงินชดเชยอะไรพวกนั้นแทนล่ะ”

ลู่เจวี๋ยเงียบงันไปครู่หนึ่ง ก่อนจะหัวเราะเยาะหยัน

“เอาตามที่เหยาเหยาบอกนั่นแหละ ฉันอยากจะเห็นว่าตัวหล่อนคนเดียวจะดิ้นรนจนกลายเป็นเรื่องตลกขบขันอะไรขึ้นมาได้”

ฉันกำฝ่ามือแน่น

พลางหันหลังเดินจากไป

ช่วงไม่กี่วันมานี้ ลู่เจวี๋ยไม่เคยได้รับข้อความยอมอ่อนข้อศิโรราบของฉันมาโดยตลอด

แต่ในแชทกลุ่มของเขากลับคึกคักเป็นบ้า

อี้เหยาเอ่ยขึ้นอย่างกระหยิ่มยิ้มย่อง

“ยังดีนะที่ฉันปลอมเป็นเจ้าของบ้านเช่าเลยไม่โดนปิดกั้น ฉันเลยเห็นหน้าฟีดของหล่อนหมดทุกอย่างเลย”

“พวกเธอส่องชุดแต่งงานนี้สิ รูปแบบเชยสะบัด ต่อให้เป็นศัตรูใส่แบบนี้ฉันยังรู้สึกเวทนาเลย!”

ภายในรูปภาพตารางเก้าช่อง

ฉันสวมชุดแต่งงานดีไซน์เรียบร้อยมิดชิด ไม่เปิดเผยท่อนแขน

แต่ทว่าคนถ่ายก็ฝีไม้ลายมือดีมากเช่นกัน ขับเน้นให้คนที่ยืนอยู่ริมหน้าต่างดูบริสุทธิ์และงดงาม

ราวกับปุยเมฆที่ลอยล่องเบาหวิวกลุ่มหนึ่ง

พร้อมจะลับหายไปได้ทุกเมื่อ

ลู่เจวี๋ยลำคอแห้งผาก เขาเผลอกดเปิดภาพเต็มแล้วเซฟเก็บไว้โดยไม่รู้ตัว

พลันจินตนาการถึงภาพที่ฉันสวมชุดเจ้าสาวก้าวเดินไปหาเขาขึ้นมา

เขากลับใจเต้นตึกตักขึ้นมาบ้างอย่างคาดไม่ถึง

อี้เหยาที่อยู่ในแชทกลุ่มไม่รู้เนื้อรู้ตัวเลยแม้แต่น้อย ยังคงพิมพ์วิพากษ์วิจารณ์ต่อไป

“ยัยโง่นี่ยังจะส่งการ์ดเชิญงานแต่งมาให้ฉันอีกนะ บอกว่าเชิญคนไว้ตั้งเป็นพันคน หวังให้ฉันไปเข้าร่วมด้วยเช่นกัน”

“ขำจะตาย ฉันไปแน่อยู่แล้ว ตั้งตารอดูสภาพหล่อนยืนขายหน้าบนเวทีไม่ไหวแล้วเนี่ย!”

ไม่นานก็ถึงวันงานแต่งงาน อี้เหยาก็คัดลอกโพสต์จากหน้าฟีดมาส่งต่อในแชทแบบเรียลไทม์อีกครั้ง

“ในที่สุดคุณย่าก็จะได้มาอยู่เป็นพยานในความสุขของฉันแล้ว”

ภาพที่แนบมาด้วยคือคุณย่าที่นั่งรถเข็นผู้ป่วยกับตัวฉันที่สวมชุดแต่งงาน ภายในดวงตาของคุณย่าทอประกายหยาดน้ำตา

เพื่อนสนิทของลู่เจวี๋ยเอ่ยปากขึ้นมา

“ฉิบหายแล้ว ทำไมฉันถึงรู้สึกว่าตัดใจทำไม่ลงอยู่หน่อยๆ นะ ผู้เฒ่าผู้แก่จะไม่ถูกทำเอาโกรธจนตายคาที่ตรงนั้นเลยเหรอ?”

“พี่ลู่ พี่จะไม่ไปจริงๆ เหรอ?”

ลู่เจวี๋ยขยับริมฝีปากพูดจาอึกอักละล้าละลัง แต่อี้เหยากลับชิงตัดบทก่อน

“ต้องให้คนในบ้านยัยนั่นอยู่ด้วยสิถึงจะสนุก! ยัยแก่คนนี้เมื่อก่อนเคยค้ำไม้เท้าไปนั่งประท้วงที่สำนักงานศึกษาธิการตั้งอาทิตย์หนึ่ง ยืนกรานจะแจ้งเรื่องร้องเรียนว่าฉันรังแกหลานสาวหล่อนให้ได้”

“ทำเอาแด๊ดดี้ริบเรือยอร์ชของฉันไปเลย ความโกรธแค้นอัดอั้นนี้ฉันยังไม่ได้ระบายออกไปเลยนะ!”

พูดไปพลางเธอก็ลองหยั่งเชิงดูอีกครั้ง

“นี่ ลู่เจวี๋ย นายคงจะไม่ใจอ่อนใช่ไหม! นายรับปากว่าจะช่วยฉันแล้วนะ!”

ลู่เจวี๋ยขบกรามแน่น

“จะเป็นไปได้ยังไงกันเล่า ในเมื่อหล่อนกล้าบีบให้แต่งงาน ก็ควรจะคิดถึงผลลัพธ์ที่ตามมาให้ดี”

อี้เหยาเบาใจแล้ว จึงส่งสติกเกอร์ส่งจูบไปให้

“เอาล่ะ ฉันไปแต่งหน้าเตรียมไปงานแต่งแล้วนะ อย่าลืมกดดูไลฟ์สดล่ะ! ฉันอุตส่าห์ทุ่มเงินยิงแอดดันฟีดเลยนะ ตั้งตารอดูฉากต่อไปไม่ไหวแล้วล่ะ”

แชทกลุ่มเงียบสงัดไปครู่หนึ่ง ก่อนจะมีภาพแคปหน้าฟีดอีกรูปถูกโพสต์ออกมา

“ชาตินี้ คนนี้”

รูปภาพที่แนบมาด้วยคือ ใบทะเบียนสมรสสองใบ

เพื่อนพ้องของลู่เจวี๋ยกำลังนึกสงสัย จึงแท็กหาลู่เจวี๋ยทันที

“พี่ลู่ ไหนพี่บอกว่าหล่อนสติแตกจนเผาทะเบียนสมรสปลอมทิ้งไปแล้วไง? นี่มันเรื่องอะไรกัน?”

ทว่าข้อความนี้กลับไร้การตอบกลับเป็นเวลานาน

เวลานี้ลู่เจวี๋ยกำลังขับซูเปอร์คาร์ที่เร็วที่สุด บึ่งตรงไปยังสถานที่จัดงานแต่งงานอย่างสุดชีวิต

ก็แค่พิธีแต่งงานสักงานไม่ใช่หรือไง?

ในเมื่อเธออยากได้นัก ก็มอบให้เธอไปเสีย

ไม่ใช่เรื่องใหญ่โตอะไร

ยังไงซะตราบใดที่ยังไม่ได้จดทะเบียนสมรส ก็ไม่นับว่าผิดคำสัญญาที่ให้ไว้กับอี้เหยา

เขาบึ่งรถรวดเดียวมาถึงงานแต่งงาน พิธีการเพิ่งจะเริ่มต้นขึ้นพอดี

ยังดีที่ไม่ได้มาสาย

ลู่เจวี๋ยหยิบแหวนแต่งงานที่เตรียมไว้ในกระเป๋าเสื้อออกมา

ราวกับมีอะไรดลใจ เขาถึงได้แวะร้านจิวเวลรีระหว่างทาง

ที่แท้ขนาดรอบนิ้วมือของเธอ ก็สลักตรึงตราอยู่ในใจของเขาตั้งนานแล้ว

อี้เหยาที่นั่งอยู่ใต้เวทีสีหน้าเขียวคล้ำขุ่นมัว ในห้องไลฟ์สดมีผู้คนทะลักเข้ามานับแสนคน

ต่างพากันคอมเมนต์เซ็งแซ่ว่าอยากเห็นหน้ายัยคนไร้ยางอายที่ยอมลดตัวมาจับผู้ชาย

ทว่าตอนนี้ลู่เจวี๋ยกลับขึ้นไปยืนอยู่บนเวทีก่อนแล้ว

เพลงมาร์ชแต่งงานดังขึ้น ลู่เจวี๋ยทอดสายตามองไปยังปลายสุดของพรมแดงด้วยความคาดหวัง

คนที่สวมใส่ชุดแต่งงานก็ยังคงไม่ปรากฏตัวออกมา

พิธีกรหยิบไมโครโฟนขึ้นมา

“คุณเฉิงยินดีต้อนรับทุกท่านที่มาร่วมงานกิจกรรมในครั้งนี้ ตอนนี้ขอเชิญทุกๆ ท่านรับชมคลิปวิดีโอสักช่วงหนึ่งก่อนครับ”

งานกิจกรรม?

ลู่เจวี๋ยรู้สึกถึงความผิดปกติอย่างบอกไม่ถูกขึ้นมาในใจ

อาจเป็นเพราะพิธีกรที่เชิญมาอย่างกะทันหันไม่เป็นมืออาชีพล่ะมั้ง

เขาเลื่อนสายตาไปมองหน้าจอ ทว่าเพียงวินาทีเดียวที่เห็น เบื้องหน้าก็พลันมืดดับจนโลกหมุนคว้าง

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • เมื่อวันวานเลือนหาย   บทที่ 10

    ในที่สุดหมอที่รออยู่ก็มาถึงภายในวิลล่าหลังจากฉีดยาสลบให้ฉันเสร็จภาพเบื้องหน้าของฉันพร่าเลือน แต่กลับเห็นเธอกระชากหน้ากากอนามัยลงอย่างกะทันหันเผยให้เห็นใบหน้าที่คลุ้มคลั่งไร้สติอี้เหยาถือมีดผ่าตัด เงื้อง่าจะแทงลงบนคอของฉัน“เฉิงซือเยี่ยน นึกไม่ถึงล่ะสิ ต่อให้ชีวิตฉันพังพินาศ แกก็อย่าหวังว่าจะอยู่อย่างเป็นสุขเลย!”ฉันอยากจะร้องขอความช่วยเหลือ แต่กลับไม่มีเรี่ยวแรงเลยแม้แต่นิดเดียวในวินาทีที่กำลังจะถูกแทง เงาร่างของชายคนหนึ่งก็โผเข้ามาตรงหน้าฉันมีดแทงเข้าใส่ร่างของเขาอย่างจังเลือดอุ่นๆ หยดลงบนตัวฉัน แต่เขากลับใช้หลังมือเช็ดเลือดที่มุมปากออกอย่างระมัดระวังเอ่ยกับฉันด้วยน้ำเสียงแผ่วเบาและอ่อนโยนว่า“อาเยี่ยน หากว่าสามารถย้อนกลับไปในอดีตได้จริงๆ ก็ดีสินะ”“ตอนที่เธอถูกพวกเขารังแก ฉันจะช่วยเธอไว้ เหมือนอย่างตอนนี้”ฉันหน้าซีดเผือด เรียกเขาด้วยน้ำเสียงแหบพร่า“ลู่เจวี๋ย...”อี้เหยายังคงเหมือนคนบ้า เงื้อมีดขึ้นแทงลงมาทีละครั้ง หมายจะแทงลงบนตัวฉันโชคดีที่บอดี้การ์ดมาถึงที่เกิดเหตุ และลากตัวเธอออกไปแล้วไม่นานนักรถตำรวจและรถพยาบาลก็มาถึงพร้อมกันลู่เจวี๋ยนอนอยู่บนพื้น พ

  • เมื่อวันวานเลือนหาย   บทที่ 9

    หลังสิ้นสุดการฮันนีมูนลู่เฉินจูบลาฉันก่อนออกไปทำงาน ส่วนฉันอยู่บ้านรอหมอศัลยกรรมความงามที่นัดไว้มาหาเมื่อเสียงกริ่งประตูบ้านดังขึ้น ฉันจึงเดินไปเปิดประตูคนที่ยืนอยู่ตรงประตูกลับไม่ใช่คุณหมอ แต่เป็นลู่เจวี๋ยเขาผลักฉันกระแทกผนังทันที ก่อนจะขบกัดรอยรักบนคอฉันราวกับเป็นบ้าไปแล้วฉันสะบัดฝ่ามือตบหน้าเขาไปฉาดใหญ่ พลางตัวสั่นเทิ้ม“ลู่เจวี๋ย นายมันบ้าไปแล้ว!”เขาดวงตาแดงก่ำและเต็มไปด้วยเส้นเลือดฝอย“อยู่กับเขาแล้วมีความสุขมากไหม? หืม? เธอรู้บ้างหรือเปล่าว่าฉันคิดถึงเธอทุกวัน คิดถึงจนนอนไม่หลับ!”ฉันพยายามผลักเขาออกไปสุดแรง แต่ก็สู้แรงของเขาไม่ได้เลยฉันจึงทำได้เพียงกัดลงบนหัวไหล่ของเขาเต็มแรง“ลู่เจวี๋ย ในตอนที่หลอกปั่นหัวฉัน ก็ควรจะคิดได้แล้วว่าเราต้องจบลงแบบนี้”หมัดของเขาฟาดลงบนกำแพงอย่างไร้เรี่ยวแรงลู่เจวี๋ยเลิกแขนเสื้อขึ้น บนท่อนแขนมีรอยแผลเป็นแนวยาวจากการโดนลวกอยู่มากมาย“เธอดูสิ ทั้งหมดสามสิบเอ็ดแผล ในที่สุดฉันก็เข้าใจความเจ็บปวดในอดีตของเธอแล้ว ยกโทษให้ฉันเถอะนะ”ฉันเบือนหน้าหนี ไม่ยอมสบตาเขา“ฉันแต่งงานแล้วนะ ลู่เจวี๋ย”“ได้ยินว่าอี้เหยาถูกถอนหมั้นแล้ว ในที่สุดต

  • เมื่อวันวานเลือนหาย   บทที่ 8

    ตอนนั้นฉันเพิ่งเข้าทำงานที่บริษัทใหม่ แล้วเกิดแพ้เกสรดอกไม้จนต้องเข้าโรงพยาบาลฉันไม่รู้เลยว่า คนที่มาเยี่ยมที่โรงพยาบาลในวันนั้นความจริงแล้วมีสองคนนอกจากลู่เจวี๋ยแล้ว ยังมีอาเล็กของลู่เจวี๋ยอีกคนลู่เฉินเขาคือเจ้านายที่บริษัทใหม่ของฉันนี่คือบริษัทแรกที่เขาแยกตัวออกจากตระกูลลู่มาสร้างเองจนสำเร็จตอนที่ฉันแพ้จนหมดสติคาออฟฟิศ เขากำลังติดประชุมอยู่กำลังจะอ้าปากถามว่าเกิดอะไรขึ้น ก็เห็นหลานชายตัวเองอุ้มฉันบึ่งไปโรงพยาบาลแล้วเขารู้สันดานของลู่เจวี๋ยดีวันๆ เอาแต่วิ่งตามตามยัยเด็กตระกูลอี้ถึงขั้นเคยขโมยความลับบริษัทไปประเคนให้ฝั่งนั้น เพียงเพื่อช่วยระดมทุนให้บริษัทตระกูลอี้พ่อตัวดีที่ยอมสร้างเรื่องบ้าๆ ได้ทุกอย่างเพื่ออี้เหยาตอนนี้แฟนสาวที่อยู่ในอ้อมอกกลับเปลี่ยนเป็นคนอื่นไปได้ด้วยความสงสัยและระแวดระวังเขาจึงตามมาที่โรงพยาบาล เพื่อดูว่าฉันเป็นตายร้ายดียังไงกันแน่แต่กลับบังเอิญไปได้ยินบทสนทนาระหว่างลู่เจวี๋ยกับอี้เหยาเข้าเดิมทีเรื่องนี้เขาจะไม่ยุ่งก็ได้ แต่เพราะความสามารถในการทำงานของฉันมันโดดเด่นมากจริงๆเขาไม่อยากเห็นฉันสติแตกจนเสียงานเสียการ ยามที่รู้ความจริงกะ

  • เมื่อวันวานเลือนหาย   บทที่ 7

    หลังพิธีแต่งงานสิ้นสุดลง ฉันกำลังเดินไล่ชนแก้วกับแขกเหรื่อทีละคนพลันมีเสียงเอะอะโวยวายดังมาจากประตูทางเข้าพอเงยหน้ามองตามเสียง ลู่เจวี๋ยก็กำลังยกเท้าถีบพนักงานที่เข้ามาขวางจนกระเด็นชั่วพริบตาที่สบสายตากับฉัน เขาตะลึงค้างอยู่ตรงนั้น“เฉิงซือเยี่ยน เธอไม่คิดจะอธิบายหน่อยเหรอ? หลอกฉันมางานแต่ง แล้วปั่นหัวฉันเหมือนคนโง่คนหนึ่ง!”“บอกมาซิว่า ทำไมเธอถึงแต่งงานกับมัน!”ฉันวางแก้วเหล้าลงช้าๆ ก่อนจะเดินไปหยุดตรงหน้าเขาแล้วเอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย“ก็ไม่นับว่าหลอกลวงหรอกมั้ง ฉันก็บอกนายมาตลอดไม่ใช่เหรอว่าสัปดาห์หน้าจะแต่งงาน?”“แต่นายไม่เชื่อเอง”เขาผงะถอยหลังด้วยความไม่อยากเชื่อ ร่างกายทุกส่วนสั่นสะท้านไปหมด“ฉันนึกว่า...”“นึกว่าอะไร? นึกว่าฉันต้องแต่งกับนายให้ได้งั้นเหรอ?”“ลู่เจวี๋ย นายเห็นรอยแผลเป็นบนตัวฉันอยู่เต็มตา แต่นายกลับเลือกทำเป็นมองไม่เห็น แล้วยังคอยช่วยอี้เหยาต่อ”“อีกอย่าง เดิมทีพวกนายก็วางแผนจะให้ฉันขายหน้าในงานแต่งอยู่แล้ว ตอนนี้คนที่ขายหน้าเปลี่ยนเป็นยัยนั่นแล้ว ทำไมเล่า ปวดใจงั้นเหรอ?”เขาแทบจะอ้อนวอน ขอร้องไม่ให้ฉันพูดต่อ“ไม่... ไม่ใช่แบบนั้น...”“ถ้าฉันร

  • เมื่อวันวานเลือนหาย   บทที่ 6

    ตอนเรียนมัธยมปลาย เขาอยู่ต่างประเทศได้แต่รับรู้จากปากของอี้เหยาว่า มีเพื่อนนักเรียนหญิงคนหนึ่งคอยจ้องเล่นงานเธออยู่ทุกเรื่องชื่อว่าเฉิงซือเยี่ยนจนกระทั่งในโครงการแลกเปลี่ยนระหว่างประเทศ เขาถึงได้พบกับผู้หญิงคนนั้นเป็นครั้งแรกเธอใช้ภาษาได้อย่างฉะฉาน แสดงทรรศนะของตนเองออกมาได้อย่างไม่นอบน้อมถ่อมตนเกินไปและไม่เย่อหยิ่งเกินไปเขาชื่นชมเธอมาก พอการบรรยายจบลงจึงคิดจะเข้าไปพูดคุยด้วยสักสองสามประโยคทว่าสายตากลับไปสะดุดเข้ากับป้ายชื่อที่เขียนชื่อของเธอเอาไว้ที่แท้ก็เป็นผู้หญิงคนนี้เองที่แย่งโควตาของอี้เหยาไปหลังจากอี้เหยารู้เรื่องนี้เข้า ก็วางแผนด้วยความยินดีปรีดา“ลู่เจวี๋ย นายไปจีบหล่อนเลยนะ! วันก่อนให้ตายก็ไม่ยอมรับผิด เห็นแล้วสะอิดสะเอียนชะมัด”“ฉันอยากจะรู้นักว่าถ้าโดนแฟนหลอกปั่นหัวแล้ว หล่อนยังจะทำเป็นใจเย็นอยู่ได้อีกไหม”“เป็นไง? มาเดิมพันกันหน่อยไหมล่ะ”ราวกับมีผีสางเทวดาดลใจ เขาจึงตอบรับข้อตกลงเดิมพันนี้ไปทว่าตลอดเวลาหลายปีที่อยู่ด้วยกัน ในอกเขากลับยิ่งหนักอึ้งขึ้นเรื่อยๆเกมเดิมพันก็เหมือนกับระเบิดเวลาที่อยู่บนศีรษะของเขา นับถอยหลังทีละวินาทีๆโดยที่ไม่รู้เลยว่า

  • เมื่อวันวานเลือนหาย   บทที่ 5

    สิ่งที่ปรากฏขึ้นในคลิปวิดีโอไม่ใช่บันทึกความทรงจำเรื่องความรักที่เตรียมไว้เป็นอย่างดีแต่กลับเป็นอี้เหยาในชุดนักเรียนมัธยมปลาย สีหน้าเต็มไปด้วยความหยิ่งยโสโอหัง“เฉิงซือเยี่ยน เธอไปฟ้องครูว่าฉันบูลลี่เธอใช่ไหม? จะเป็นได้ยังไงกันล่ะ? พวกเราก็แค่หยอกล้อเล่นกันตามประสาเพื่อนร่วมชั้นเท่านั้นเองนะ!”เด็กสาวที่มีรอยเขียวช้ำบนแก้มถูกต้อนจนมุมอยู่ข้างอ่างล้างหน้าในห้องน้ำดวงตาของเธอใสกระจ่างทว่าดื้อรั้นเด็ดเดี่ยวตอนที่เครื่องม้วนผมร้อนจัดนาบลงบนมือ เธอกัดริมฝีปากตัวเองแน่น ไม่ปริปากส่งเสียงเลยแม้แต่คำเดียวเลือดไหลทะลักซึมลงมาตามมุมปากลู่เจวี๋ยใจกระตุกวูบขึ้นมาหนหนึ่งอาเยี่ยนเขาไม่เคยรู้มาก่อนเลยว่าสิ่งที่เฉิงซือเยี่ยนต้องประสบพบเจอในช่วงมัธยมปลาย คือความรุนแรงที่สาหัสสากรรจ์ขนาดนี้จำได้เพียงแค่ยามที่เธอสะดุ้งตื่นขึ้นมาจากฝันร้ายแผ่นหลังอันบอบบางนั้นสั่นสะท้านอยู่ภายใต้ฝ่ามือของเขาฟันสั่นกระทบกันจนไม่สามารถเอ่ยคำพูดออกมาได้แม้แต่ประโยคเดียวเขาไม่เคยถามไถ่เธอเลยว่าเกิดเรื่องอะไรขึ้นกันแน่เพียงแค่ปลอบประโลมซ้ำแล้วซ้ำเล่า ด้วยถ้อยคำที่แม้แต่ตัวเขาเองก็ยังไม่เชื่อ“ไม่ใช่ค

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status